รีเซต

[US Box Office] ไซไฟฉบับสปีลเบิร์กยังใช้ได้ "Disclosure Day" ออกสตาร์ทไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย

[US Box Office] ไซไฟฉบับสปีลเบิร์กยังใช้ได้ "Disclosure Day" ออกสตาร์ทไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย
Jeaneration
15 มิถุนายน 2569 ( 08:00 )
50

Box Office Disclosure Day

บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 12-14 มิถุนายน 2026 - พ่อมดฮอลลีวูด..กลับมาทวงคืนบ็อกซ์ออฟฟิศช่วงซัมเมอร์อีกครั้ง กับการีเทิร์นสร้างหนังไซไฟแนวถนัดจากวิสัยทัศน์ที่แฟน ๆ เฝ้ารอคอยกันมาหลายปี ท่ามกลางความเป็นกังวลว่าหนังเรื่องนี้จะไม่ทำเงินเปรี้ยงปร้างได้อย่างที่คิด แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ออกมาในสุดสัปดาห์แรกนั้นได้เป็นที่ประจักษ์แล้วว่า คอนเทนต์ยังค่อนข้างเวิร์กอยู่ในระดับหนึ่ง ขณะที่ภาพรวมของอันดับหนังทำเงินค่อนข้างวูบวาบเล็กน้อย โดยเฉพาะกลุ่มหนังเพิ่งเข้าไปเมื่อวีคก่อน ทำสถานการณ์ลดฮวบไปอย่างใจหาย

หนังไซไฟเรื่องใหม่ของผู้กำกับ สตีเวน สปีลเบิร์ก ออกสตาร์ทเป็นแชมป์ได้ตามคาด "Disclosure Day" ทำเงิน 3 วันแรกไปได้ 44 ล้านเหรียญ จาก 3,824 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 11,500 เหรียญ ถือว่าเป็นตัวเลขที่มากกว่าหลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์เอาไว้เล็กน้อย เพราะสถานการณ์จากยอดจองตั๋วล่วงหน้าบ่งชี้ว่าหนังน่าจะทำเงินอยู่ราว ๆ 35-45 ล้านเหรียญ กระแสตอบรับของหนังเรื่องนี้ก็มีส่วนช่วยผลักดัน คะแนนรีวิวเฉลี่ยได้ที่ 81% ขณะที่คนดูตัดเกรด B ให้เรื่องนี้ เพราะบางส่วนค่อนข้างผิดหวังกับสิ่งที่ตั้งใจจะไปดู แต่ออกมาไม่ใช่อย่างที่คิดไว้

Disclosure Day น่าจะต้องอาศัยกระแสปากต่อปากจากคนดูแรง ๆ เพื่อกระตุ้นยอดรายได้ในระยะยาว เพราะหนังเรื่องนี้ใช้ทุสร้างระดับ 110 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่รวมงบโปรโมตหนัง เมื่อรวมรายได้จากการฉายทั่วโลกในวีคที่ผ่านมา หนังสะสมยอดไปได้แล้วที่ 93 ล้านเหรียญ แต่เป้าหมายของหนังเรื่องนี้จะต้องทำให้ทะลุ 300 ล้านเหรียญขึ้นไป เพื่อจะพูดได้เต็มปากว่าไม่ขาดทุน ต้องมาลุ้นกันว่าบารมีหนังของสปีลเบิร์กจะยังเรักษาฐานแฟน ๆ ได้อยู่หรือไม่ แม้ว่าผลลัพธ์ของหนังที่ออกมาจะทำให้บางส่วนเบือนหน้าผิดหวังกันไปบ้าง

หันมาดูสถานการณ์ของหนังใหญ่ 2 เรื่องที่เพิ่งเปิดตัวไปวีคก่อน แต่วีคนี้ได้ทำตัวเลขได้น่าหวั่นเกรงจริง ๆ เพราะ "Scary Movie 6" หล่นจากบัลลังก์แชมป์ค่อนข้างแรง กับรายได้ที่ดร็อปลงไปถึง -73% เป็นสัญญาณว่าคนดูเท เก็บเงินไปอีก 14.5 ล้านเหรียญ แต่เพราะว่าหนังเคยเปิดตัวเอาไว้ได้ยอดเยี่ยมมาก่อน จึงทำให้ตอนนี้ไม่เจ็บตัวมากนัก สะสมรายได้ในบ้านไปได้ 84 ล้านเหรียญ ใน 10 วันแรก โดยที่ยอดรวมทั่วโลกก็แตะไปที่ 173 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างแค่ 30 ล้านเหรียญ

เรื่องที่น่าเป็นห่วงสุด ๆ ก็คือ "Masters of the Universe" เจอสถานการณ์คนดูเทเช่นกัน เพราะวีคนี้รายได้หายไปกว่า -71% อย่างน่าตกใจ เก็บไปอีกแค่ 8.6 ล้านเหรียญ เป็นวิกฤตมาก ๆ ทีเดียว ถึงแม้ว่าตัวหนังจะได้รีวิวค่อนข้างใช้ได้ คนดูก็ตัดเกรดให้ดี แต่กระแสปากต่อปากไม่เกิดผลเลย เพราะล่าสุดทำยอดในบ้านไปได้แค่ 45 ล้านเหรียญ กับยอดรวมทั่วโลกที่ยังค่อนข้างไกลจากตัวเลขร้อยล้าน โดยที่หนังใช้ทุนสร้างมหึมาถึง 200 ล้านเหรียญ บอกได้เลยว่า..แย่แล้ว

ผิดต่างจาก "Obsession" หนังเขย่าขวัญเรื่องปังในซัมเมอร์ปีนี้ ที่ยังคงลอยลำติด Top 5 ไม่ไปไหน แม้ว่าจะเข้าฉายมาครบ 1 เดือนเต็มแล้วก็ตาม วีคนี้ยังคงทำเงินได้น่าประทับใจต่อเนื่อง เก็บไปอีก 19 ล้านเหรียญ ลดลงไปแค่ -25% กลายเป็นหนังที่สร้างปรากฏการณ์ที่หาดูได้ยากบนบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาจริง ๆ เพราะไม่บ่อยนักที่จะได้หนังฟอร์มเล็ก ๆ กอบโกยมหาศาลเช่นนี้ โดยล่าสุดฟันรายได้ทั่วโลกไปกว่า 265 ล้านเหรียญ จากทุนสร้างไม่ถึงหลักล้าน

ขณะที่ "Backrooms" อีกหนึ่งหนังสยองขวัญกระแสดีควบคู่กันมากับเรื่องข้างบน ก็แผ่วลงไปตามเวลา วีคนี้เก็บไปเพิ่ม 11.2 ล้านเหรียญ รายได้ลดลงไปอีกครึ่งหนึ่ง ปัจจุบันสะสมยอดรวมในบ้านไปได้ถึง 160 ล้านเหรียญ กับรายได้ทั่วโลกที่ทะยานไปที่ 250 ล้านเหรียญ พร้อม ๆ กับกระแสที่กำลังอื้ออึงไปสู่มวลหมู่คนทั่วโลกในเวลานี้ นับว่าเป็นหนังฟอร์มเล็ก ๆ ที่ทำผลลัพธ์ได้อย่างยอดเยี่ยมและเกินเบอร์ประจำฤดูนี้จริง ๆ

นอกจากนี้ ยังมีหนังใหม่แทรกตัวเข้ามาที่ท้ายตาราง ประกอบด้วย "The Furious" หนังแอคชันเดือดที่โกยคะแนนรีวิวยอดเยี่ยมที่สุดในปีนี้ ออกสตาร์ทกับรายได้เบา ๆ ที่ 2.75 ล้านเหรียญ จาก 1,251 โรงฉาย ถือว่าไม่ได้หวือหวาอะไรสักเท่าไหร่ แต่ก็ค่อนข้างน่าพอใจกับการฉายแบบวงไม่กว้างที่สุด กับเรื่องอีกคือ "Stop! That! Train!" หนังตลกหายนะแก๊ง LGBTQ+ ที่เจาะผู้ชมเฉพาะกลุ่มแดร็ก เปิดตัวได้กรุบ ๆ ที่ 2 ล้านเหรียญ จาก 1,161 โรงฉายทั่วอเมริกา โดยหนังเรื่องนี้โกยเสียงรีวิวชื่นชมได้ดีกว่าที่คาดเอาไว้..ไม่ธรรมดาเลย

สรุปภาพรวมบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา ที่ผ่านมาเกือบจะครึ่งปี ตอนนี้ยอดรายได้รวมทั้งโลกได้นำช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ +13.2% โดยที่ยังตามหลังสถิติช่วงเวลาเดียวกันในปี 2019 ก่อนโควิดระบาดอยู่แค่ 45 ล้านเหรียญ หรือประมาณ -3% เท่านั้น โดยที่หนังซัมเมอร์ยังเหลือคอนเทนต์บล็อกบัสเตอร์อีกเพียบ ที่นักวิเคราะห์คาดการณ์กันว่าภายในเดือนกรกฎาคมนี้ รายได้รวมหนังในอเมริกาปี 2026 น่าจะแซงหน้าสถิติของปี 2019 ได้อย่างราบคาบ

ถัดไปเป็นคิวคัมแบ็กของแก๊งของเล่นที่ต้องมาต่อกรกับเทคโนโลยี ในหนังการ์ตูนภาคล่าสุด "Toy Story 5" ของพิกซาร์ ที่น่าจะมาสร้างปรากฏการณ์ได้อีกครั้ง ร่วมด้วยอีกบทบาทที่จัดจ้านของ ฮิว แจ็คแมน ในการเล่าตำนานจอมโจรอีกบทที่ผู้คนไม่เคยสัมผัสใน "The Death of Robin Hood" พร้อมกับด้วยความสะพรึงแห่งสายใยมิตรภาพ "Leviticus" เป็นคอนเทนต์คนละแนวที่จะมาพิชิตใจผู้ชมในวีคหน้า

Source: TheNumbers

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa