ถ้าพูดถึงหนังแอ็กชันที่มี เจสัน สเตแธม (Jason Statham) เป็นพระเอก หลายคนคงพอเดาทางได้ว่า เราจะได้เห็นอะไรในโรงภาพยนตร์ ทั้งการต่อสู้แบบตัวต่อตัว การยิงกัน การไล่ล่า และพระเอกที่ดูเหมือนจะเอาตัวรอดได้แทบทุกสถานการณ์ สำหรับ “คนระห่ำห้ามรอด” (Mutiny) ก็ยังคงเป็นหนังในแบบที่แฟน ๆ ของเฮียเจสันคุ้นเคย แต่สิ่งหนึ่งที่ผมรู้สึกชอบเป็นพิเศษหลังจากดูจบ คือ หนังเรื่องนี้ให้พื้นที่กับประเทศไทยมากกว่าที่คิด ตั้งแต่ภาษาไทย สถานที่ต่าง ๆ ไปจนถึงบรรยากาศเกี่ยวกับเรือขนส่งสินค้าและเรื่องราวที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย ทำให้เรารู้สึกได้ว่า ประเทศไทยไม่ได้ถูกเอามาเป็นเพียงฉากหลังแบบผ่าน ๆ แต่ถูกนำมาเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องราวอย่างจริงจัง และที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ การเปิดโอกาสให้นักแสดงไทยและนักแสดงประกอบบ้านเราได้เข้ามาอยู่ในโลกเดียวกับนักแสดงฮอลลีวูด สำหรับผม นี่เป็นเรื่องที่น่าชื่นชม เพราะการที่นักแสดงไทย ไม่ว่าจะเป็นนักแสดงหลักหรือนักแสดงสมทบ ได้มีโอกาสเข้าฉากร่วมกับดาราระดับโลกอย่างเจสัน สเตแธม มันไม่ได้เป็นเพียงเรื่องของการได้ปรากฏตัวในหนังต่างประเทศเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสในการพิสูจน์ฝีมือของคนไทยอีกด้วย เราอาจคุ้นเคยกับการเห็นนักแสดงต่างชาติเดินทางมาถ่ายทำหนังในประเทศไทย แต่เรื่องนี้ให้ความรู้สึกอีกแบบ เพราะตัวละครและองค์ประกอบความเป็นไทยถูกนำเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของหนังจริง ๆ อีกอย่างที่ผมรู้สึกสะดุดตาคือมุกเสียดสีวงการสีกากี หนังไม่ได้หยิบประเด็นนี้มาทำให้จริงจังจนเครียด แต่ใช้วิธีนำเสนอแบบ ตลกร้าย ซึ่งบางจังหวะก็ทำให้เราหัวเราะ แต่ขณะเดียวกันก็อดคิดไม่ได้ว่า “เออ...มันก็มีอะไรบางอย่างที่สะท้อนให้เห็นเหมือนกันนะ” มันจึงไม่ได้เป็นหนังแอ็กชันที่มีแต่ยิงกัน ต่อยกัน หรือไล่ล่ากันอย่างเดียว แต่มีการแทรกมุกและการเสียดสีเข้ามาช่วยเปลี่ยนอารมณ์ ส่วนอีกเรื่องที่ผมรู้สึกว่า บังเอิญเหลือเกิน ก็คือบรรยากาศและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทยในช่วงเวลาที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับกองทัพสหรัฐฯ ขึ้นบกที่พัทยา พอดูหนังในช่วงเวลานี้แล้วมันช่างดู “ตรงจังหวะ” เสียเหลือเกิน จนอดรู้สึกไม่ได้ว่า หนังเรื่องนี้ได้เครดิตจากประเทศไทยไปแบบเต็ม ๆ เพราะเมื่อภาพประเทศไทยปรากฏอยู่บนจอในช่วงเวลาที่ผู้คนกำลังพูดถึงเรื่องเหล่านี้ มันยิ่งทำให้หนังดูมีความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์จริงมากขึ้น แต่ถ้าถามว่า ตัวหนังสนุกไหม? ผมตอบว่า สนุกในระดับหนึ่ง และดูได้ไม่ยาก เนื้อเรื่องไม่ได้ซับซ้อนจนต้องนั่งปวดหัวเพื่อปะติดปะต่อเรื่องราว คนดูสามารถตามตัวละครไปได้ค่อนข้างง่ายว่าใครเป็นใคร ใครกำลังตามหาอะไร และพระเอกต้องทำอะไรเพื่อเอาตัวรอด แต่ข้อเสียที่ผมรู้สึกได้ชัดคือ หนังมีช่วงที่ยื้ออยู่เหมือนกัน บางจังหวะเหมือนเรารู้แล้วว่าหนังต้องการพาไปทางไหน แต่ก็ยังใช้เวลาเดินเรื่องอยู่พักหนึ่ง ทำให้ความสนุกบางช่วงตกลงไปเล็กน้อย และแน่นอน... พระเอกเก่งเวอร์มาก! เรียกได้ว่าเป็นความเก่งแบบที่คนดูรู้ตั้งแต่ต้นว่า “คนนี้ไม่น่าตายง่าย ๆ หรอก” ต่อให้สถานการณ์จะเลวร้ายแค่ไหน ต่อให้คู่ต่อสู้จะเยอะขนาดไหน หรือจะโดนเล่นงานหนักแค่ไหน เจสัน สเตแธมก็ยังสามารถหาทางเอาตัวรอดกลับมาได้อยู่ดี แต่ก็ต้องยอมรับว่า นี่แหละคือสิ่งที่คนดูซื้อบัตรเข้ามาดู เราไม่ได้เข้ามาดูหนังเรื่องนี้เพราะต้องการความสมจริงแบบสารคดี แต่เข้ามาเพื่อดู เจสัน สเตแธม ในบทชายที่พร้อมจะลุยกับทุกคนที่เข้ามาขวางทาง ดังนั้น ถ้าคุณเป็นแฟนหนังของเฮียเจสัน เรื่องนี้ก็น่าจะตอบโจทย์ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าคุณคาดหวังว่าจะได้หนังแอ็กชันที่มีพล็อตสดใหม่ หักมุมซับซ้อน หรือมีอะไรแปลกใหม่มาก ๆ ผมอาจต้องบอกว่า เรื่องนี้ไม่ได้ไปไกลขนาดนั้น มันยังคงเป็นหนังที่ขาย “ความเป็นเจสัน สเตแธม” เป็นหลัก พูดง่าย ๆ คือ ดาราคือหนึ่งในเหตุผลสำคัญที่ทำให้คนตัดสินใจตีตั๋วเข้าไปดู ส่วนตัวผมจึงให้ความรู้สึกหลังดูจบว่า “พอใจในระดับหนึ่ง” ไม่ได้ถึงกับเป็นหนังแอ็กชันที่ดูแล้วต้องยกให้เป็นเรื่องยอดเยี่ยม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกว่าเสียเงินค่าตั๋วแล้วเสียดายอะไร เพราะอย่างน้อยหนังยังมีฉากแอ็กชัน มีความมันส์ มีเจสัน สเตแธม และที่สำคัญคือมีมุมของประเทศไทยที่ทำให้คนไทยอย่างเราดูแล้วรู้สึกว่า “เฮ้ย...นี่มันประเทศไทยนี่หว่า!” และสำหรับผม นั่นอาจเป็นหนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้ “คนระห่ำห้ามรอด” ดูน่าสนใจกว่าหนังแอ็กชันทั่วไปอยู่พอสมควร https://youtu.be/hRrg8aWd_d0?si=IbbYicSgtdnapgUU คะแนนความรู้สึกส่วนตัว: 7/10 ถ้าคุณเป็นแฟนเจสัน สเตแธม ผมว่าลองไปดูได้ครับ แต่ถ้าคาดหวังพล็อตสุดซับซ้อนหรือความแปลกใหม่ อาจต้องลดความคาดหวังลงสักหน่อย สุดท้ายนี้ ถ้าคุณชอบบทความรีวิวหนังแบบ คนดูจริง เล่าแบบตรง ๆ ไม่อวยจนเกินไป ฝากติดตามบทความรีวิวเรื่องต่อ ๆ ไปด้วยนะครับ ถ้าบทความนี้มีประโยชน์หรือทำให้คุณอยากไปดูหนังเรื่องนี้ ฝากกดไลก์ กดแชร์ และกดติดตาม เอาไว้ด้วยครับ จะได้ไม่พลาดรีวิวหนังเรื่องต่อไป แล้วพบกันในโรงหนังเรื่องหน้าครับ 🎬🍿 ภาพประกอบบทความ (1)(2)(3)(4) ภาพปกประกอบบทความ (1) ดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !