รีวิวหนัง "ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด" โปรดระวัง! จิตของคุณจะล่องลอยไปก่อนที่หนังขึ้นเครดิต

เข้าสู่เดือนเมษายนกับหนังไทยแนวเขย่าขวัญปั่นประสาทสุดขั้วจากค่ายหนังเล็ก ๆ ทิศทางใหม่ อย่าง BrandThink Cinema ที่ภาคภูมิใจนำเสนอ "ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด" ที่ดึงตัวนักเขียนบทระดับเทพของเมืองไทย "เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์" ก้าวขึ้นมารับหน้าที่กำกับหนังอย่างเต็มตัวเป็นเรื่องแรกจากบทหนังที่เขาได้รังสรรค์ขึ้นมาจากจินตนาการสุดเปี่ยมล้นไปด้วยความสยอง ที่พร้อมมาเติมเต็มวงการหนังไทย
สารวัตรแดน ตำรวจมือปราบฉายา ‘แดนร้อยศพ’ ได้รับโอกาสกอบกู้ชื่อเสียง เพื่อแลกกับ การกลับไปประจำการที่กรุงเทพฯ แต่ภารกิจนี้อาจหมายถึงการเดินเข้าสู่ขุมนรก เมื่อเขาต้องตามล่า ตั๊บตาไฟ หัวหน้าแก๊งวิปริตที่หนีออกจากเรือนจำ และหายตัวไปในป่า “ฮาลาบาลา” ดินแดนต้องห้ามที่ไม่มีใครกล้ากลํ้ากราย
ภายใต้เงามืดของป่ามรณะ ตำนานกระซิบถึง “บาเตาะ” เผ่ากินคนโบราณที่ถูกลืมเลือน หรือบางที…พวกมันก็ไม่เคยจากไปไหน แดนต้องเลือกระหว่างหน้าที่ กับชีวิตของวิ ภรรยาท้องแก่ผู้หวาดหวั่นต่อบ้านกลาง ป่าหลังใหม่ ที่อาจไม่ใช่เพียงพวกเขาสองคนที่อาศัยอยู่ที่นั่น เพราะบางสิ่งกำลังเฝ้ามอง และมันพร้อมจะกลืนกิน
อย่างที่เกริ่นเอาไว้ข้างต้นแล้วว่า นี่คือผลงานชิมลางกำกับหนังใหญ่เรื่องแรกของ เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์ ที่คว่ำหวอดปั้นบทให้หนังสยองของไทยเรื่องดัง ๆ มาหลายสิบปี ไม่ว่าจะเป็น 13 เกมสยอง, บอดี้ ศพ 19 หรือ ทองสุก 13 ที่ชิ้นงานของเขามักจะมีลายเส้นที่เด่นชัดในแง่บทที่เต็มไปความหลอนขวัญผวาที่ผสมผสานความกลัวเชิงแฟนตาซีนิด ๆ ที่ทำให้งานสร้างหนังเรื่องแรกของเขาชิ้นนี้ ก็จัดเต็มไปด้วยการใส่ไอเดียส่วนตัวเข้ามาแบบไม่ยั้ง
ไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่า ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด เป็นหนังที่เต็มไปด้วยลูกเล่นและลีลาในงานสร้างโปรดักชันที่จัดจ้าน แบบชนิดที่ไม่ค่อยได้เห็นหนังไทยใส่เต็มขนาดนี้มาก่อน วิสัยทัศน์ในแง่นักสร้างหนังของเอก เอกสิทธิ์ ยังเฉียบคมและฟุ้งเฟ้อไปด้วยความทะเยอทะยานที่บ้างครั้งนักสร้างคนอื่น ๆ ก็ยังไม่กล้า เพราะเสี่ยงจะทำออกมาได้ไม่ถึง แต่เขาคนนี้สามารถทำได้อย่างน่าพอใจ
จึงจัดได้ว่าหนังเรื่องนี้จะได้เห็นงานดีไซน์และซีเควนท์ต่าง ๆ ในด้านงานโปรดักชันที่อาจจะแปลกตาจากบรรดาหนังไทยเดิม ๆ ไปสักหน่อย สัมผัสให้เห็นได้ว่าแต่ในภาคส่วนของการออกแบบนั้น เต็มไปด้วยความพิถีพิถันและใส่ใจเก็บรายละเอียดได้อย่างแยบยล ไล่มาตั้งแต่การแต่งหน้าทำผมเครื่องกายของนักแสดง ไปจนถึงมุมภาพและมุมกล้องในเซ็ตและการฉากผืนป่าที่แสนพิศวง
แต่ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้นก็น่าจะเป็นแค่องค์ประกอบเดียวที่ ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด ทำออกมาได้น่าพอใจ เพราะปรากฏว่าส่วนประกอบอื่น ๆ ของหนังเรื่องนี้สั่นคลอนตัวหนังไปทั้งหมด ราวกับจับคนดูมัดเอาไว้กับเก้าอี้ที่นั่งและเข้ามาเขย่า ๆ ตัวคนดูตลอดเวลา บางครั้งมีสติ บางครั้งก็จิตหลุดล่องลอยไป อุปสรรคและบาดแผลที่ใหญ่ที่สุดของหนังเรื่องนี้ก็คือบทหนัง ทั้งที่เป็นบทจากยอดฝีมือนักเขียนบทหนังของไทยก็ตาม แต่กลับกลายเป็นว่าเป็นจุดอ่อนที่พังทลายเกือบทุกอย่างของหนังเรื่องไปอย่างสิ้นเชิง
บทหนังเรื่องนี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวมากจนเกินไป เกินไปถึงขั้นสร้างแรงกระทบในส่วนของการเล่าเรื่องที่เผชิญหน้ากับความล้มเหลวอย่างน่าเสียดาย การปูเรื่องเปิดมาในช่วง 30 นาทีแรกถือว่ากำลังใช้ได้ แต่กลับเหวี่ยงอารมณ์คนดูไปมาอย่างบ้าคลั่งในอีกชั่วโมงให้หลัง ด้วยบทที่ไม่สามารถสื่อสารและจูนติดกับอารมณ์ของผู้ชมได้เลยสักนิดเดียว จึงเป็นส่วนที่ไม่อาจจะนำไปต่อยอดสู่ความเป็นหนังในแง่อื่น ๆ ได้
อีกปัญหาที่หนักหน่วงไม่แพ้กัน ก็คือลีลาการตัดต่อหนังที่ชวนสับสนงงงวย ไร้ความปราณีตและไม่อาจจะปะติดปะต่อเรื่องราวเป็นเนื้อเดียวกันได้อย่างชัดเจน ถึงจะเข้าใจว่าเป็นลูกเล่นที่ผู้สร้างพยายามยั้งเชิงกับคนดู ในลักษณะหลอกซ้อนหลอก แต่ในท้ายที่สุดแล้ว หนังไม่สามารถดึงรั้งคนดูเอาไว้เลย การตัดต่อยิ่งผลักไสผู้ชมออกห่างจากตัวหนังมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งยังไม่ต่างกับการโยนภาระให้กับคนดู ในการปล่อยให้ไปคิดวิเคราะห์ในทุก ๆ ปริบทของหนังเอง
พาร์ททางการแสดงที่ต้องยกนิ้วให้กับทีมนักแสดงทั้งหมด "เต๋อ ฉันทวิชช์" ที่ได้บียอนด์ทักษะการแสดงของเขาอีกระดับ(สักที) ด้วยท่วงท่าและบทบาทที่ฉีกออกจากความคอมเมดี้ทะเล้นแบบเก่า ๆ สู่ความเขร่งขรึมและจริงจังสุด ๆ ขณะที่ "ณิชา ณัฏฐณิชา" และ "ปู ยะสะกะ" มาเป็นทีมแคสติ้งที่ช้วยส่งเสริมภาพรวมของหนัง แต่ทว่าเพราะบทหนังที่พังครืนทุก ๆ อย่างลงไปแทบทั้งสิ้น ไม่สามารถสร้างมิติใด ๆ ให้กับทุกคาแรกเตอร์ของหนังเรื่องนี้ได้อย่างที่ควรจะเป็น แม้ว่านักแสดงจะแอคติ้งได้ดีแค่ไหนก็ตาม
ยังคงมีข้อสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าหนังเรื่องนี้พา "ปู แบล็คเฮด" มาร่วมในหนังเรื่องนี้ด้วยทำไม การโปรโมตของหนังเรื่องนี้ แนะนำตัวละครของเขาแบบยิ่งใหญ่ แต่ผลลัพธ์ที่ออกมานั้นค่อนข้างน่าผิดหวัง เพราะบทบาทนี้ไม่ได้มีแง่มุมและความตื้นลึกหนาบางใด ๆ เลยในตัวหนังเรื่องนี้ และก็เหมือนกับทุก ๆ ตัวละครของหนัง ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด เรื่องนี้ ที่ไม่สามารถสร้างความผูกพันใด ๆ ของตัวละครกับคนดูได้เลย
โดยสรุปเป็นภาพรวมแล้วนั้น ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด เป็นหนังไฮคอนเซ็ปต์ที่น่าหลงใหลเมื่อได้ดูจากรูปลักษณ์ภาพนอก แต่เมื่อลองสัมผัสเนื้อในของหนังดูจริง ๆ แล้ว พบว่ายังเต็มไปด้วยบาดแผลฉกรรจ์มากมายในแง่งานสร้างความเป็นภาพยนตร์ หลาย ๆ องค์ประกอบยังต้องมีการขัดเกลามากกว่านี้ โดยเฉพาะบทหนังที่เป็นส่วนที่พังทลายแทบจะทุกองค์ประกอบของหนังลงไปอย่างน่าเสียดาย
จินตนาการและแนวคิดสร้างสรรค์ของหนังเรื่องนี้ถือว่าทำออกมาได้น่าพอใจ แต่เทคนิคและวิธีการกลั่นกรองออกมายังไม่น่าสนใจ หรือดึงดูดผู้ชมได้อย่างที่ควร แทนที่หนังจะสร้างความขวัญแบบกระตุ้นจิตจี๊ดไปถึงสมองคนดูได้ กลับกลายเป็นห้วงอารมณ์ที่ชวนอึดอัด พร้อมกับปล่อยให้จิตคนดูเคว้งไปมาในโรงหนังอย่างเลื่อนลอย ซ้ำยังโยนภาระมาให้ผู้ชมในการคิดวิเคราะห์เองแทบจะทั้งหมด ทั้งที่แก่นสารที่หนังหยอดใส่มาให้แทบไม่มีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเลย
ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง: ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด
- ประเภท: สยองขวัญ
- ผู้กำกับ: เอกสิทธิ์ ไทยรัตน์
- นำแสดงโดย: ฉันทวิชช์ ธนะเสวี, ณัฏฐณิชา ดังวัธนาวณิชย์, อานนท์ สายแสงจันทร์
- ความยาว: 109 นาที
- กำหนดฉายในไทย: 3 เมษายน 2025
Movie.TrueID METRIC: ฮาลาบาลา ป่าจิตหลุด
- ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰ (5.4/10) - การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.4/10) - การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7.1/10) - เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6.3/10) - บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰✰✰ (4.2/10)
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa