รีเซต

นักวิเคราะห์ขยี้ "Coyote vs. Acme" คือหนังที่แทงใจดำวอร์เนอร์ฯ หลังโกยเงินทั่วโลกทะลุร้อยล้านปัง ๆ

นักวิเคราะห์ขยี้ "Coyote vs. Acme" คือหนังที่แทงใจดำวอร์เนอร์ฯ หลังโกยเงินทั่วโลกทะลุร้อยล้านปัง ๆ
Jeaneration
5 ตุลาคม 2569 ( 17:00 )
24

"Coyote vs. Acme" อาจจะเป็นหนังที่แฟน ๆ หนังชาวไทยจะได้ดูกัน แต่เบื้องหลังและเส้นทางของหนังเรื่องนี้ค่อนข้างน่าสนใจไม่น้อย ถือว่าเป็นหนังที่พลิกฟื้นคืนชีวิตจากความตายได้อย่างน่าประทับใจ เพราะเคยเป็นหนังที่สตูดิโอใหญ่ทอดทิ้ง แต่ล่าสุดสามารถกวาดรายได้ทั่วโลกได้ทะลุหลักร้อยล้านเหรียญอย่างเหลือเชื่อ แม้ว่าจะมีข้อสังเกตว่าความปังครั้งนี้ อาจจะเป็นการอุดหนุนเพื่อความสะใจและอยากจะตอกหน้าความมั่นของค่ายหนังใหญ่ของฮอลลีวูดหรือไม่

ย้อนกลับไปในปี 2023 มีข่าวที่น่าตกใจ วอร์เนอร์ บราเธอร์ส ได้ตัดสินใจระงับการฉายหนังแอนิเมชันผสมคนแสดง Coyote vs. Acme ที่ถ่ายทำเสร็จสิ้นและพร้อมฉาย เพื่อจะนำไปหักลดหย่อนภาษี แต่ปรากฏว่าค่ายหนังอิสระเล็ก ๆ อย่าง Ketchup Entertainment ได้เข้ามากอบกู้และขอซื้อหนังเรื่องนี้เอาไว้ ด้วยมูลค่า 50 ล้านเหรียญในการจัดจำหน่ายในอเมริกา พร้อมกับใช้วิธขายสิทธิ์ฉายในตลาดต่างประเทศล่วงหน้า เพื่อชดเชยต้นทุนของหนัง

ปรากฏว่าหนังที่ออกฉายในช่วงสุดสัปดาห์สุดท้ายของโปรแกรมหนังซัมเมอร์ แม้ว่าจะเป็นช่วงวีคที่บรรยากาศจะเงียบเหงา โดยหลังจากลงโรงฉายมาได้เดือนเศษ ๆ หนังก็สามารถทำรายได้ทั่วโลกได้มากกว่า 100 ล้านเหรียญ ทำให้ขณะนี้เริ่มมีหลายฝ่ายมองว่า  การตัดสินใจละทิ้ง Coyote vs. Acme ไป อาจจะเป็นการมองเกมที่ผิดพลาดของวอร์เนอร์ฯ หรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ปี 2026 ที่สตูดิโอแห่งนี้แทบจะยังไม่ค้นพบหนังที่ทำเงินรายได้ฮิตโดนใจผู้ชมได้เลยสักเรื่องเดียว

แน่นอนว่าเมื่้อพิจารณาจากรายได้ร้อยล้านที่ Coyote vs. Acme ทำได้ในตอนนี้ อาจจะยังไม่ใช่ตัวเลขที่วอร์เนอร์ฯ ประทับใจใด ๆ เพราะหนังก็ใช้ทุนสร้างไปถึง 70 ล้านเหรียญ เพราะตามกติกาเจ้าของโรงหนังจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากการขายตั๋วไปอีกครึ่งหนึ่งนั่นเอง การที่ค่ายใหญ่เลือกจะโล๊ะหนังเรื่องนี้ทิ้ง เพื่อแลกกับการหักลดหย่อนภาษีมูลค่า 30 ล้านเหรียญ อาจจะเป็นการยื่นหมูยื่นแมวที่ไม่ค่อยคุ้นค่าสักเท่าไหร่นัก

นักวิเคราะห์มองว่า ถ้าหากวอร์เนอร์ฯ ยังเลือกเก็บ Coyote vs. Acme เป็นของตัวเอง แล้วทุ่มงบโปรโมตที่ค่อนข้างเข้มข้นของตัวเอง ก็อาจจะช่วยผลักดันยอดขายตั๋วทั่วโลกให้สูงขึ้นไปอีก โดยที่มีบางมุมมองว่าการที่หนังเรื่องนี้ประสบความสำเร็จ อาจจะเป็นการผลักดันอุดหนุนเพื่อตอกย้ำความผิดพลาดของสตูดิโอหรือไม่ เพราะเห็นได้ชัดว่า Coyote vs. Acme ทำผลลัพธ์ได้ดีกว่า The Day the Earth Blew Up: A Looney Tunes Movie หนังลูนีย์ตูนส์อีกเรื่องที่ฉายในปี 2024 ซึ่งเป็นหนังที่วอร์เนอร์ฯ ได้โอนถ่ายออกไปให้สิทธิ์ค่ายอื่นได้จัดจำหน่่ายไแบบเงียบ ๆ แต่ก็ทำเงินไปได้แค่ 15 ล้านเหรียญเท่านั้น

ความสำเร็จของ Coyote vs. Acme ยิ่งโดดเด่นเป็นพิเศษ เมื่อเทียบกับผลประสบการณ์บนบ็อกซืออฟฟิศที่ย่ำแย่ของวอร์เนอร์ฯ ในปี 2026 โดยเฉพาะกลุ่มหนังที่ใช้ทุนสร้างค่อนข้างมหาศาล อย่าง "The Bride!", "Supergirl" และล่าสุดกับ "Digger" ของ ทอม ครูซ ที่เพิ่งจะเปิดตัวได้อย่างล้มเหลว นี่คือหนังเรื่องที่ 3 นับตั้งแต่หลังโควิด-19 ที่วอร์เนอร์ฯ ตัดสินใจระงับการฉาย ตามหลังจาก "Batgirl" กับ "Scoob! Holiday Haunt" เพื่อผลประโยชน์ด้านภาษี ที่เคยเป็นข่าวคึกโครมและไม่มีสตูดิโอไหนสามารถรักษาหนังเหล่านี้เอาไว้ได้

Source: Variety

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa