แหล่งที่มาของภาพ : The Platformสำหรับใครที่ชื่นชอบหนังที่ต้องใช้การวิเคราะห์ และสะท้อนเรื่องราวของสังคม ห้ามพลาดเรื่องนี้อย่างเด็ดขาดเลยทีเดียวค่ะ เรียกว่าเป็นหนังดีที่ควรดูในปี 2020 นี้เลยก็ว่าได้ The Platform - เดอะ แพลตฟอร์ม หนัง NETFLIX ที่บอกได้คำเดียวว่าคุณอาจจะได้มองเห็นเรื่องราวความจริงของสังคมหลาย ๆ อย่างที่สะท้อนออกมาผ่านการดำเนินเรื่องราว รวมทั้งสัญลักษณ์ต่าง ๆ จากในหนังเรื่องนี้แหล่งที่มาของภาพ : The PlatformThe Platform เป็นหนังสัญชาติสเปน ที่สามารถหารับชมได้แล้วผ่านทาง NETFLIX เป็นเรื่องราวของคุกในรูปแบบของแนวตั้ง ที่มีชั้นมากถึง 333 ชั้น ในแต่ละชั้นจะมีผู้อาศัยอยู่จำนวนชั้นละ 2 คนเท่านั้น แถมกฏของที่นี้สามารถเลือกพกสิ่งติดตัวเข้ามาในคุกนี้ได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น และในทุก ๆ วันจะมีโต๊ะอาหารที่จะเลื่อนผ่านในช่องตรงกลางของแต่ละชั้นตั้งแต่ชั้น 1 ไล่ลงมาจนถึงชั้นสุดท้าย และขอบอกเลยว่าเมนูอาหารไม่ได้กะโหลกกะลาเลยนะคะ เรียกว่าการจัดโต๊ะอาหารนั้นเทียบเท่ากับระดับภัตตาคารเลยทีเดียว และแน่นอนว่าใครที่อยู่ชั้น 1 นับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง การรับประทานอาหารจะมีเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นในแต่ละวัน และที่สำคัญถ้าหากว่าใครลักลอบแอบเก็บอาหารเอาไว้ละก็ อุณหภูมิภายในห้องไม่ร้อนจนสามารถเผาร่างกายได้ ก็จะเย็นจนร่างกายแข็ง และไม่ว่าจะรูปแบบไหนผลสุดท้ายก็จะต้องตายนั้นเองค่ะแหล่งที่มาของภาพ : The Platformครั้งแรกที่เราได้ตัดสินใจเลือกจะรับชมหนังเรื่องนี้ก็เพราะความน่าสนใจของคุกแนวตั้งนี้แหละค่ะ ซึ่งโดยปกติแล้วคุกในความคิดของเรา และใครหลาย ๆ คนก็คงจะคิดเหมือนกันก็คือเป็นแนวนอน และอยู่เหนือผิวดินแบบปกติ อีกทั้งบวกกับความชื่นชอบส่วนตัวในการดูหนังแนวสะท้อนเรื่องจริงแบบนี้ด้วย ที่มักจะมีเรื่องราวให้เราต้องวิเคราะห์เองเสมอ ๆ อย่างการที่คุกนี้เป็นแบบแนวตั้งที่สะท้อนลำดับชนชั้นในสังคมได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียวค่ะ บวกกับการตั้งโต๊ะเสิร์ฟอาหารที่หรูหราเสียจนไม่เหมือนอาหารของคุกอีก ก็ยิ่งช่วยตอกย้ำเรื่องราวของการแบ่งชนชั้นมากขึ้นไปอีกแหล่งที่มาของภาพ : The Platformและเราเองก็ยังหาคำตอบที่ชัดเจนไม่ได้ว่าเกณฑ์ในการเลือกเข้าอยู่ของแต่ละชั้นของผู้ที่ควบคุมเรื่องราวนี้คืออะไรกันแน่? รู้เพียงว่าในทุก ๆ 1 เดือนทุกคนจะถูกจัดลำดับชั้นใหม่เสมอ ๆ หรือนี้อาจจะเป็นเรื่องราวของโชคชะตาที่จะเป็นตัวนำพาชั้นที่สูงที่สุด หรือต่ำที่สุดมาให้กับเรากันแน่ แต่ไม่ว่าทุกคนจะอยู่ชั้นบนมากแค่ไหน ความใฝ่ฝั่นของทุกคนก็เหมือนกันหมดนั้นคือ การขึ้นไปอยู่ชั้นบนสุด หรือชั้น 1 นั้นเองค่ะ เพราะทุกคนเชื่อว่าชั้นนั้นคือชั้นที่พวกเขาจะเข้าใกล้อิสรภาพมากที่สุดยังไงล่ะคะ และอิสรภาพในที่นี่ที่เราเข้าใจนั้นคืออิสรภาพในเรื่องของอาหาร รวมทั้งอาจจะหมายถึงอิสรภาพในการใช้ชีวิตที่จะไม่ได้ถูกจำกัดอีกต่อไปอีกด้วยนะคะแหล่งที่มาของภาพ : The Platformจนเรื่องราวดำเนินมาถึงความเข้มข้นของเรื่องนี้นั้นคือ การที่มีคน ๆ หนึ่งพยายามจะเปลี่ยนแปลงวิถีแบบเดิม ๆ ที่ทุกคนต่างพากันแย่งอาหารกันจนทำให้เมื่อถึงชั้น 40 กว่าลงไป ก็เรียกว่าแทบจะไม่มีอาหารหลงเหลือให้กินกัน จนถึงขนาดที่ว่าต้องฆ่าเพื่อนร่วมห้อง เพื่อกินเนื้อประทังชีวิตกันต่อไปเลยทีเดียวค่ะ และที่น่าประหลาดใจนั้นคือ การค้นพบว่าชั้นสุดท้ายของคุก หรือชั้น 333 นั้นมีเด็กน้อยอาศัยอยู่ เรียกว่าเป็นฉากที่เราไม่คาดคิดเลยก็ว่าได้ และแน่นอนว่าผู้ที่มาพบก็คือตัวหลักของเรื่องที่เป็นผู้เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของคุกนี้ และได้ทำการส่งตัวเด็กขึ้นไปยังชั้น 1 พร้อมกับโต๊ะอาหาร ซึ่งเมื่อโต๊ะได้ดำเนินมาถึงชั้น 333 สุดท้ายแล้ว จะทำการดีดตัวขึ้นไปยังชั้น 1 ด้วยความเร็วที่หากใครเฉียดเข้าไปใกล้แม้แต่นิดเดียวก็มีสิทธิ์ตายได้ เพื่อทำการส่งตัวเด็กขึ้นไปให้รอดพ้นจากคุกบ้า ๆ แห่งนี้นั้นเองบอกเลยว่าเมื่อมาถึงตอนจบเราถึงกับร้อง อ่อ! เหมือนกับว่าทุกอย่างได้ถูกคลี่คลายลงแล้วด้วยตัวเด็กคนนี้คนเดียวเลย สรุปง่าย ๆ นั้นคือเรื่องราวของลำดับชั้นภายในคุกนี้ก็หมายถึง ลำดับชนชั้นในสังคมที่ไล่ลงมาจากตำแหน่ง และฐานะที่สูงศักดิ์ จนมาสู่เด็กน้อยธรรมดา ๆ ที่ชั้นสุดท้ายที่บ่งบอกถึงอนาคตของชาติที่ต้องมารับผลจากการกระทำของบรรดาผู้ใหญ่ที่อยู่ชั้นบน ๆ โดยที่เขาไม่รู้เรื่องอะไรเลยยังไงล่ะคะ เรียกว่าสะท้อน และเชือดเฉือนสังคมในชนิดที่ว่ากลืนน้ำลายยังเจ็บคอเลยค่ะ ใครตามหาหนังดีที่ควรดู เราขอนำเสนอ The Platform เข้าชิงในลิสต์รายการหนังเลยล่ะค่ะ