รีเซต

7 สิ่งไม่ธรรมดาที่ควรรู้ ก่อนไปดูมนุษย์ล่องหน "The Invisible Man" เวอร์ชั่น 2020

7 สิ่งไม่ธรรมดาที่ควรรู้ ก่อนไปดูมนุษย์ล่องหน "The Invisible Man" เวอร์ชั่น 2020
Jeaneration
4 มีนาคม 2563 ( 18:30 )
2.2K

ข่าวสารวงการหนัง The Invisible Man มนุษย์ล่องหน 2020

"The Invisible Man" หรือ มนุษย์ล่องหน ฉบับปี 2020 กลายเป็นอีกหนึ่งความสดใหม่ของโทนหนังสยองขวัญ ที่เป็นการหยิบเอาตัวละครคลาสสิกที่ถูกเล่าขานมาหลายทศวรรษกลับขึ้นจออีกครั้ง ไม่แปลกใจที่หนังเปิดตัวเป็นแชมป์บ็อกซ์ออฟฟิศในอเมริกา และยังได้รับคำวิจารณ์ค่อนข้างดีเยี่ยมกลับมาอีกด้วย เพราะแนวคิดที่กล้าฉีกแนวให้แตกต่างจากทีมงานผู้สร้าง ทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นอีกหนึ่งปรากฏการณ์สำคัญของหนังสุดสะพรึง

อ่านรีวิว "The Invisible Man มนุษย์ล่องหน" กับ 6 เหตุที่ควรดู เมื่อแฟนเก่าหลอนร้าย..ยิ่งกว่าผี

ยูนิเวอร์แซล พิคเจอร์ส และ บลัมเฮาส์ โปรดักชัน ได้ร่วมกันปลุกชีพมนุษย์ล่องหนขึ้นมาใหม่อีกครั้ง หลังจากเดิมที่ตั้งใจจะให้อยู่ในจักรวาลหนังเขย่าขวัญดำหม่นของสตูดิโอ แต่ก็ได้เปิดอิสระและเอกเขนกให้กับผู้สร้างในการตีโจทย์ใหม่ที่ท้าทาย ท่ามกลางงานสร้างที่ไม่ธรรมดา แม้ว่าจะมีข้อจำกัดหลายๆ อย่าง นี่จึงเป็นหนังอีกเรื่องที่ได้ทำการท้าทายเทคโนโลยีในปัจจุบัน สรรค์สร้างเป็นหนังที่สมบูรณ์แบบอย่างลงตัว และนี่คือ 7 สิ่งเบื้องหลังอัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับหนังเรื่องนี้...

1. จากตัวละครคลาสสิก ถูกปรับโฉมเป็นทิศทางใหม่อย่างสิ้นเชิง
ลีห์ วันเนล ผู้กำกับและเขียนบท ได้สั่งสมเก็บประสบการณ์ของเขากับตัวละคร "มนุษย์ล่องหน" ของ เอช. จี. เวลส์ มาตั้งแต่เด็กๆ สิ่งที่เขาชื่นชอบเกี่ยวกับตัวร้ายตัวนี้คือมันไม่ได้ถูกนำมาสร้างซ้ำแล้วซ้ำเล่า จึงทำให้เขารู้สึกมีอิสระ แม้ว่าตัวละครนี้จะเป็นที่รู้จักบ้างแล้ว แต่เขาก็สามารถยืดตัวละครนี้ออกไปอีกนิดหน่อย ประจวบเหมาะกับได้ถูกเรียกตัวไปคุยถึงโครงการหนังที่เป็นไปได้ เขาไม่ได้จินตนาการมาก่อนว่าจะได้ปลุกเสกสัตว์ประหลาดเรื่องนี้

แม้ว่าตัวละครดั้งเดิมของเวลส์จะเป็นนักวิทยาศาสตร์ผู้ดำดิ่งสู่ความบ้าคลั่ง แต่ผู้กำกับสนใจในสิ่งที่เป็นความหมกมุ่นของตัวละครมากกว่า ทำให้เขาเกิดแนวคิดในทำนองคิดกลับ แทนที่จะโฟกัสที่ตัวละครมนุษย์ล่องหน ทำไมไม่เบนเข็มไปที่เหยื่อของเขาแทน ทำให้แนวคิดและไอเดียต่างๆ ของหนังเรื่องเริ่มเกิดขึ้น ก่อนจะกลายเป็นประเด็นที่เข้าถึงสังคมได้ง่ายขึ้น เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเป็นปัญหาที่เห็นเกิดขึ้นตามหน้าข่าวอยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะการคุกคามผู้หญิง

2. เชื่อมั่นในความเป็นหญิง เรื่องราวที่ทันสมัยในยุคนี้
ดู เฟรสเน ผู้อำนวยการฯ หนังเรื่องนี้ เธอรู้สึกทึ่งกับแนวคิดของลีห์ วันเนล เพราะเขาเคยทำหนังสไตล์หญิงแกร่งได้น่าเหลือเชื่อจากผลงานก่อนๆ มาแล้ว ไม่แปลกใจที่หนังเรื่องนี้จะเปลี่ยนมุมมองไปจากเดิม ขาเปลี่ยนโฟกัสและมุมมองของตัวละครตัวนี้ให้กลายเป็นผู้หญิงแกร่ง และเขาก็เขียนเรื่องราวของเธอออกมาได้อย่างสวยงาม รวมทั้งยังเหมาะเจาะกับยุคสมัยนี้เป็นอย่างมาก ทั้งปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และสิทธิสตรีต่างๆ ทำให้โครงเรื่องเก่าๆ ดูสดใสขึ้นมาทันใด

"ฉันรู้สึกว่าเซซิเลียกำลังประสบและอาศัยอยู่ในยุคสมัยใหม่ของเรานี่เอง รวมถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในแง่ของสิทธิสตรีด้วย ลีห์แยกย่อยธีมพวกนี้และนำพวกมันไปวางอยู่ข้างใต้หนังแล้วค่อยๆ ร้อยเรียงพวกมันเข้าไป เขาพูดถึงการที่ผู้หญิงถูกทรมาน ถูกผู้ชายควบคุมไว้ในชั่วระยะเวลาหนึ่ง ผู้หญิงที่รู้สึกเหมือนว่าตัวเองกำลังจะสติแตก และการที่สังคมตัดสินพวกเธอว่า ‘อารมณ์คลุ้มคลั่ง’ และ ‘เธอคิดไปเอง’ นั่นไม่ใช่ความจริงค่ะ ตอนนี้ เรากำลังเจอกับเรื่องแบบนั้นและหนังเรื่องนี้ก็เผยเรื่องนั้นออกมาในแบบที่ฉันไม่ค่อยจะได้เห็นบนหน้าจอบ่อยนักค่ะ" ดู เฟรสเนกล่าว

3. ความสยองแบบใหม่ที่สะอาดเอี่ยม สะพรึงได้ทั้งเรื่องแบบสดใส
เจสัน บลัม เจ้าของบลัมเฮาส์ โปรดักชัน ยอมรับว่า เวอร์ชั่นนี้ค่อนข้างร่วมสมัย สะอาด และแตกต่างจากเดิม ตรงที่ไม่มีอะไรน่าขนลุก ไม่มีใยแมงมุมออกมาชวนหลอน ไม่ต้องโน้มเอียงไปทางสุนทรียศาสตร์แบบสยองขวัญอย่างจงใจ แต่ทำให้เป็นหนังทริลเลอร์ที่สมจริงด้วยองค์ประกอบอื่นๆ แทน

แม้ว่าฉากหลังของหนังจะเกิดขึ้นในซานฟรานซิสโก แต่จริงๆ หนังเรื่องนี้ก็ถ่ายทำทั้งในและรอบๆ เมืองซิดนีย์ ประเทศออสเตรเลีย จึงกลายเป็นหนึ่งในความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุด การหาโลเกชันใจกลางเมืองในซิดนีย์ที่ให้ความรู้สึกเหมือนซานฟรานซิสโก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาโลเกชันสำหรับบ้านของตัวร้าย จะต้องมีความโดดเด่นทางสถาปัตยกรรมและให้ความรู้สึกเหมือนมันอยู่ขอบนอกของซิลิคอน วัลลีย์

4. ท้าทายโลกเทคโนโลยี สร้างชุดล่องหนที่ไม่มีอยู่จริงในความเป็นจริง
อ็อด สตูดิโอส์ ได้สร้างชุดล่องหนออกมาอย่างสุดวิเศษ เป็นผลงานชิ้นยักษ์ใหญ่ที่ผ่านการค้นคว้าหาข้อมูลมาอย่างจริงจัง ภายใต้พื้นฐานความเป็นจริงที่มีอยู่บนโลกใบนี้ ด้วยการอ้างอิงจากด้านทัศนศาสตร์ ชุดที่สร้างจากกล้องเล็กๆ หลายร้อยตัว ที่ทุกตัวถ่ายทำสิ่งที่อยู่รอบๆ ตัวพวกมันพร้อมไปกับการสร้างภาพโฮโลแกรมของสิ่งที่กำลังถูกถ่ายทำจากกล้องที่อยู่ตรงกันข้าม

เทคนิคนี้จะใช้กล้องที่อยู่ด้านหลังชุดก็กำลังบันทึกภาพย้อนหลัง แต่ภาพที่มันกำลังบันทึกอยู่จะปรากฏเป็นโฮโลแกรมตรงด้านหน้า ในทิศทางตรงกันข้าม ผลลัพธ์ที่ได้คือไม่ว่าอะไรก็ตามที่อยู่ด้านหลังคนใส่ชุดก็จะถูกฉายภาพออกมาอยู่ด้านหน้า ทำให้เขาหายตัวไป

ไอเดียนี้บุกเบิกเส้นทางสำหรับขั้นตอนโพสต์โปรดักชันในการทำสิ่งที่น่าทึ่งกับโฮโลแกรมและเลนส์กล้องที่ฉายภาพเข้าออก ก่อให้เกิดเป็นดวงตาเล็กๆ หลายร้อยดวงทั่วทั้งชุด โดยทำการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์และมหาวิทยาลัยต่างๆ ชั้นนำ ขนาดนักฟิสิกส์ยังบอกว่า ทฤษฎีในหนังเรื่องนี้อาจจะเป็นไปได้ต้องพัฒนาอีกถึง 20 ปี แต่หนังเรื่องนี้เลือกที่จะทำก่อน

5. เทคโนโลยีกลายเป็นตัวกำหนดบทของหนังเรื่องนี้
บรรดาทีมงานต่างชื่นชมความยืดหยุ่นของผู้กำกับฯ ในการยอมรับไอเดียและเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงความเปิดกว้างของเขาในการหาวิธีใช้สิ่งเหล่านั้น ตัวอย่างหนึ่งที่ปรากฏในหนังเรื่องนี้คือกล้องใหม่ 360 องศา ที่ได้ทำทดสอบเรื่องเทคโนโลยีกัน โดยต้องใช้กล้องใหม่เพื่อให้ได้ภาพถ่ายแบบ HDRI หรือแม้กระทั่งใช้สแกนฉาก

แต่ระหว่างที่ตรวจดูช็อตก่อนหน้านี้กับผู้กำกับฯ เขาได้เห็นถึงการที่เขาสามารถหมุนกล้องไปรอบๆ ภาพได้ในแท็บเล็ตของเขาระหว่างการสำรวจหาสถานที่ เขารู้สึกชื่นชอบช็อตและเทคโนโลยีแบบนั้น จึงเริ่มคุยกันว่ามันจะถูกใส่เข้าไปในมุมมองยังไง จากนั้นผู้กำกับฯ ก็เอาไปเขียนเพิ่มลงบทของเขา

ในตัวหนังเรื่องนี้ ฉากในห้องแล็บที่เซซิเลียไปเจอชุดของเอเดรียนเป็นครั้งแรก เราได้ถ่ายทำเธอมีปฏิสัมพันธ์กับกล้อง 360 องศา พร้อมกับแท็บเล็ตของทีมงานที่ไลฟ์อยู่ การเคลื่อนไหวของเธอทั้งหมดจะอยู่ในกล้องฟิล์ม และแท็บเล็ตก็จะอยู่ในกล้อง กลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์และความน่าทึ่งของการทำงานหนังเรื่องนี้

6. ฉากเบคอนไหม้ ฝนเทกระหน่ำ คือความท้าทายที่สมบูรณ์แบบ
สำหรับซูเปอร์ไวเซอร์ฝ่ายสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ "แดน โอลิเวอร์" เปิดเผยถึงหนึ่งในฉากโปรดของเขาในหนังเรื่องนี้ คือฉากที่เซซิเลียเริ่มสงสัยว่าเอเดรียนยังมีชีวิตอยู่ ระหว่างที่เธอกำลังทำอาหารเช้าให้ซิดนีย์และเดินไปที่อื่นเพียงครู่เดียว ไฟก็ลุกขึ้นมาข้างใต้กระทะ เบคอนเริ่มไหม้และควันก็เริ่มพวยพุ่งขึ้น จากนั้นกระทะก็ลุกเป็นไฟ

โอลิเวอร์กล่าว "ฉากนี้ยุ่งยากซักนิด ในตอนที่ลีห์อธิบายว่าทุกสิ่งจะต้องเกิดขึ้นตามจังหวะเป๊ะๆ อย่างไร ผมก็ไม่แน่ใจว่าผมจะสามารถสร้างเอฟเฟ็กต์นั้นขึ้นมาโดยไม่มีการคัทได้อย่างไร แต่เราสามารถทำมันได้ในแบบที่เขาพูดและถ่ายทำทุกอย่างไว้ได้จริงๆ ด้วยนักแสดงทุกคนของเราอยู่ใกล้ๆ กับควันและไฟ แต่ก็ปลอดภัยครับ"

อีกหนึ่งซีเควนซ์สำคัญในหนังที่ได้รับการสนับสนุนอย่างมากจากสเปเชียล เอฟเฟ็กต์ ก็คือฉากฝนตกหนัก ที่เซซิเลียหนีจากโรงพยาบาลโรคจิต ทีมงานทำงานร่วมกับผู้กำกับฯ และผู้กำกับภาพ เพื่อหาวิธีการถ่ายทำที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยขยับเครนสร้างฝนของเราไม่กี่ครั้ง ด้วยการใช้หัวฉีดฝนที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เรามี เพื่อสร้างฝนห่าใหญ่ พอบวกกระสุนสองสามนัดเข้าไป ทุกอย่างก็ออกมาดูวิเศษสุดๆ

7. อลิซาเบธ มอส คือนางเอกที่เหมาะเจาะกับเหยื่อมนุษย์ล่องหน 2020
ลีห์ วันเนล ได้สร้างตัวละคร "เซซิเลีย" ขึ้นมาให้เป็นนางเอกที่แข็งแกร่ง มีพรสวรรค์ และมีความสามารถ เธอมีชีวิตที่สมบูรณ์แบบ แต่อยู่ๆ ก็สะบั้นลงไปเหมือนความสัมพันธ์อาบยาพิษ ในตอนที่เขาเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้เสร็จ เขาก็รู้ว่าต้องการรนักแสดงหญิงที่พิเศษสุดมารับบทนี้ และเขาก็ได้พบนางเอกของเขาในตัว "อลิซาเบธ มอส" จากซีรีส์ The Handmaid’s Tale

ขณะที่ อลิซาเบธ มอส ก็เห็นพ้องต้องกันในเรื่องวิสัยทัศน์เดียวกับผู้กำกับฯ และเชื่อว่านี่เป็นบทที่ท้าทายที่สุดในอาชีพนักแสดงของเธอ "ฉันใช้เวลาสิบนาทีในการทำความเข้าใจกับมุมมองของผู้กำกับฯ และเข้าใจว่าหนังเรื่องนี้ทันสมัยและตรงยุคมากแค่ไหน เขาพลิกโฉมไอเดียของตัวละครไป นี่เป็นหนึ่งในบทจำพวกที่พอคุณอ่านแล้วคุณจะคิดว่า ‘ทำไมฉันไม่คิดถึงเรื่องนั้นนะ...’ มันเป็นการเปรียบเทียบที่ยอดเยี่ยมและเข้ากับยุคของเราจริงๆ" นอกเหนือจากนั้น มอสยังมักอยู่ในฉากคนเดียวเกือบตลอด ด้วยการแสดงประกบคนที่เธอมองไม่เห็น

The Invisible Man มนุษย์ล่องหน เข้าฉาย 5 มีนาคมนี้ ในโรงภาพยนตร์

----------------------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<