เมื่อพูดถึงวงดนตรีแนวร็อคของไทยที่ครองใจวัยรุ่นมาตั้งแต่ยุค 90’ หนึ่งในนั้นคงต้องมีชื่อของ “Clash” อย่างแน่นอน วง Clash เกิดจากการรวมตัวกันของนักเรียนชายโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว ในพระบรมราชูปถัมภ์ ที่รักในเสียงดนตรี และเข้าร่วมกันแข่งขันรายการ Hot Wave Music Awards ภายใต้วงที่ชื่อว่า Lucifer จนได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่ง ขอบคุณภาพจาก https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%81%E0%B8%84%E0%B8%A5%E0%B8%8A หลังจากนั้นจึงได้ทำสัญญากับค่ายเพลง Up G ซึ่งเป็นค่ายเพลงย่อยของ GMM Grammy เคยมีศิลปินดัง ๆ สังกัด เช่น แมว จิระศักดิ์ ปานพุ่ม, เสก โลโซ, บางแก้ว, ทราย เจริญปุระ, So Cool เป็นต้น และได้ออกซิงเกิลแรกชื่อว่า “กอด” อัลบั้ม One ในปี พ.ศ. 2544 โดยมีสมาชิก คือ พี่แบงค์ นักร้องนำ พี่พล มือกีตาร์ พี่แฮ็ค มือกีตาร์ พี่สุ่ม มือเบส และพี่ยักษ์ มือกลอง ขอบคุณภาพจาก http://sek-aun.blogspot.com/2018/07/AB610707-0001.html แต่สิ่งที่ทำให้ผมหลงรักและชอบฟังเพลงของวง Clash คือ บทเพลงที่สร้างสรรค์ออกมาเพื่อสะท้อนและเสียดสีความเป็นจริงของสังคม ไม่ว่าจะเป็นความรักของวัยหนุ่มสาว ความเจ็บปวดทรมานกับสังคมที่ถูกกดขี่ และความผิดพลาดของชีวิตที่จำต้องเรียนรู้และก้าวเดินต่อไปข้างหน้า ดังนั้นผมจึงอยากชวนผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จักกับ 15 เพลงของวง Clash ที่สะท้อนความจริงของสังคมกันเถอะ ถ้าพร้อมแล้วเรามาเริ่มอ่านกันเลย... เพลงที่ 1 ผมไม่ได้บ้า ผู้อ่านหลายท่านคงเคยถูกคนในสังคมรอบข้างนินทาว่า “บ้า” เพียงเพราะเราทำตัวแปลกประหลาดจากคนส่วนใหญ่ หรือต่างจากสิ่งที่สังคมยอมรับกัน ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริงพฤติกรรมที่แสดงออกไปนั้นคือลักษณะทั่ว ๆ ไปของมนุษย์ การเงียบไม่พูดบางสิ่งกับบางคน การนั่งพูดทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ คนเดียว ไม่ใช่อาการบ้า หากแต่คือการตัดสินใจของมนุษย์ผู้มีสิทธิเลือกกระทำสิ่งใดตามใจปรารถนา เพลงที่ 2 Love Scene ความรักของหนุ่มสาวเป็นสิ่งที่งดงาม หากคำนึงถึงกาลเทศะ คือเหมาะแก่กาลเวลา และสถานที่ แต่ทว่าในสังคมกลับมีคู่รักบางคู่ที่แสดงพฤติกรรมเกินหน้าเกินตาจนกลายมาเป็นความใคร่แทนความรัก ปรากฏแก่สายตาของผู้คนในสังคมตามสถานที่ต่าง ๆ ได้แก่ โรงภาพยนตร์ สวนสาธารณะ ห้องเรียน หรือแม้กระทั่งวิดีโอตามแหล่งต่าง ๆ ทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงต่อตนเอง ครอบครัว และสังคมเป็นอย่างมาก ขอบคุณภาพจาก https://www.clipmass.com/story/9505เพลงที่ 3 Money Ain’t Fly “เงิน” นับว่าเป็นพระเจ้าสำหรับผู้คนในสังคมส่วนใหญ่ เพราะสังคมในปัจจุบันต้องพึ่งพาเงินในการแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการอันจะนำความสุขมาสู่ตนเองและครอบครัว แต่บางครั้งเงินก็กลายมาเป็นตัวอันตรายในการยั่วยุให้เราหลงใหลและตกอยู่ในภวังค์ จนยากจะแก้ไข ดังเช่นความรักที่ถูกซื้อมาด้วยเงิน เพลงที่ 4 เมืองคนเหล็ก 2004 คนเหล็ก (Terminator) เป็นภาพยนตร์ชื่อดังของต่างประเทศที่ครองใจผู้คนมาอย่างยาวนาน บทเพลงของ Clash เพลงนี้พยายามเปรียบเทียบให้เราเห็นภาพจิตใจของคนในสังคมที่ดูแข็งกระด้างต่างจากจิตใจของมนุษย์โดยปกติ ไร้ความรู้สึกเสมือนหุ่นยนต์เหล็ก เพลงที่ 5 สวรรค์ไม่มีตา บางครั้งเราก็รู้สึกขัดแย้งกับการตัดสินของสวรรค์ในเรื่องโชคชะตาและการสูญเสีย จนมีคำพูดด่าทอสวรรค์ไปอย่างลอย ๆ ว่า “สวรรค์ไม่มีตา” พรากคนที่ดีไปจากสังคมแทนที่จะพรากคนชั่ว ทำให้สังคมในปัจจุบันเต็มไปด้วยคนชั่ว (ตามความคิดของใครหลายคน) แต่นั้นคือความรู้สึกและสิ่งที่เราอยากจะให้เป็น ทั้งที่ในความเป็นจริงเราไม่สามารถแก้ไขหรือเรียกร้องได้เลยถึงการตัดสินเหล่านั้น จำต้องยอมรับและปฏิบัติตนต่อบุคคลที่รักอย่างดีในยามที่มีชีวิต ขอบคุณภาพจาก https://tech.mthai.com/gadget/23175.htmlเพลงที่ 6 ซากคน ซากคน คือร่างที่ดูเหมือนจะไร้วิญญาณ แม้จะมีชีวิตอยู่ก็ตามแต่ ดังนั้นการใช้ชีวิตในสังคมเป็นสิ่งที่เราต้องพิจารณาให้ดีที่สุด เพราะสุดท้ายแล้วชีวิตของคนเราก็จะเหลือเพียงเถ้าถ่าน ที่จะล่องลอยและพัดปลิวไปกับความทรงจำของผู้คน เพลงที่ 7 ยิ้มเข้าไว้ ความเครียดเป็นสิ่งที่ไม่มีใครปรารถนา แต่ในชีวิตของคนเราหลีกหนีจากภาวะความเครียดไม่ได้ ความเครียดเกิดจากปัญหาที่ถาโถมเข้ามาทำให้จิตใจเป็นทุกข์จนแทบมองไม่เห็นทางออกของชีวิต แต่หากเราลองมองในมุมที่ดี ยิ้มรับกับปัญหาที่เกิดขึ้นและพยายามแก้ไขปัญหาไปทีละจุด ก็จะทำให้ชีวิตของเราเป็นทุกข์น้อยลง เพลงที่ 8 สัจอธิษฐาน พ่อแม่คือผู้มีพระคุณที่สุดในชีวิตเรา การใช้ชีวิตที่ผิดพลาดคือเส้นทางที่ทุกคนต้องเผชิญ แต่จะทำอย่างไรให้ไม่ถลำไปเกินกว่าจะกลับตัว การตั้งสัจอธิษฐานเพื่อพ่อแม่จึงเป็นสิ่งที่หลายคนเลือกทำ “ลูกจะเป็นคนดี” “ลูกจะไม่ทำสิ่งนั้นสิ่งนี้” “ลูกจะทำให้พ่อแม่ภูมิใจ” แม้จะสำเร็จบ้าง ไม่สำเร็จบ้าง แต่อย่างน้อยก็ได้ตั้งสัจอธิษฐานเป็นมั่นหมายกับผู้มีพระคุณ เพลงที่ 9 กราบดิน การสูญเสียบุคคลที่รัก โดยเฉพาะ พ่อหรือแม่ เป็นสิ่งที่ลูกทุกคนต้องเจ็บปวดมากที่สุด ในระยะแรกความเจ็บปวดมันรุนแรงจนแถบจะไม่มีแรงทำอะไร แต่อย่างน้อยเมื่อเรานึกถึงคำพ่อสอนแม่สอนให้เราเข้มแข็งมาตั้งแต่เด็ก ความเจ็บปวดและอ่อนแอก็เริ่มทุเลา กลายมาเป็นความเข้มแข็งให้เรากล้าที่จะก้าวเดินต่อไป โดยมีอ้อมกอดและสายตาจากฟากฟ้ามองลงมาให้กำลังใจเราอยู่เสมอ เพลงที่ 10 กรง คงไม่มีใครอยากถูกจับขังไว้ในกรงที่แคบและไร้อิสรภาพ เพราะชีวิตเรามีสิทธิ เสรีภาพ การปลดปล่อยตัวเองเพื่อให้หลุดพ้นจากพันธนาการจึงเป็นสิ่งที่ควรกระทำ ขอบคุณภาพจาก https://www.pinqyring.com/diary-post/4เพลงที่ 11 Rebirth ความผิดพลาดในชีวิตคือบทเรียนที่มีราคาแพง แต่สิ่งที่มีราคาแพงยิ่งกว่าคือการเรียนรู้จากความผิดพลาด และนำมาเป็นแรงผลักดันให้เรามีชีวิตใหม่ที่ดีกว่า ในสภาวะที่เรียกว่า “การเกิดใหม่” เพลงที่ 12 Emotion Emotion คือ อารมณ์ หรือความรู้สึกนึกคิดถึงบางอย่างในชีวิต เรียนรู้ประสบการณ์ที่ผ่านมา และต่อสู้กับอุปสรรคฝ่าฟันกับขวากหนามไปอย่างไม่ท้อถอย จนกว่าจะได้รับชัยชนะดังใจปรารถนา เพลงที่ 13 Flying ความฝันกับความจริงมันต่างกันที่การลงมือทำ หากเรามัวแต่นั่งคิดจินตนาการถึง มันก็จะเป็นแค่เพียงความฝัน แต่หากเราลงมือทำ สักวันหนึ่งความจริงจะปรากฏ แต่การจะเดินทางไปสู่ความฝันได้นั้น จะต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างมาก เชื่อมั่นในตนเอง ไม่ท้อแท้กับคำดูถูกเหยียดหยามของคนอื่น และจงบินออกไปตามหาความฝันดังนกบนนภา เพลงที่ 14 Here We Go ชีวิตของคนเรามีหลากหลายเส้นทางให้เลือกและตัดสินใจ การเดินออกไปสู่โลกอีกใบคือความท้าทายของชีวิต ความท้าทายที่จะสอนให้เราได้เรียนรู้ถึงประสบการณ์และความจริงของการดำเนินชีวิตที่มีทั้งทุกข์และสุขปะปนกันไป ฉะนั้นทุกคนจึงควรที่ “ก้าวออกไป” ดีกว่ารอคอยอย่างไร้ความหวัง เพลงที่ 15 คิด วิเคราะห์ แยกแยะ ปัญหาที่เกิดขึ้นในสังคม มีสาเหตุหลักมาจากความไม่คิดอ่าน วิเคราะห์อย่างไร้เหตุผล และขาดการแยกแยะผิดถูก จนนำมาสู่ความเสื่อมโทรมของสังคมในหลาย ๆ ด้าน นอกจากนั้นคำสอนของผู้ใหญ่เรื่อง “การโตไปไม่โกง” เสมือนคำหลอกลวงที่มอบให้แก่เด็ก เพราะความจริงแล้วในสังคมเราเต็มไปด้วยความฉ้อฉลของผู้ใหญ่ที่อาศัยช่องว่างของกฎหมายเพื่อเอื้ออำนวยให้กับตนเองและพวกพ้อง นอกจากเพลงข้างต้น วง Clash ยังมีบทเพลงอีกหลายสิบเพลงที่บอกเล่าถึงความฝัน และความรักของคนหนุ่มสาว อันมีเนื้อหากระแทกและกินใจไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงใคร่ขอเชิญชวนผู้อ่านทุกท่านลองย้อนกลับไปเปิดเพลงของ Clash ทั้ง 15 เพลงข้างต้น รวมทั้งบทเพลงอื่น ๆ เพื่อทบทวนและมองภาพความเป็นจริงของสังคมเรากันเถอะ !