ในยุคที่เทคโนโลยี CGI แสนล้ำยุคเข้ามามีบทบาทในวงการหนังมากขึ้น การทำ “หนังสต็อปโมชั่น” ก็ยังเป็นสไตล์การทำหนังแบบมีเสน่ห์ที่สุดสไตล์หนึ่ง เพราะทุกการเคลื่อนไหวของตัวละครที่เห็นบนหน้าจอต้องใช้ความอดทนและความใส่ใจของทีมงานผู้สร้างแบบสุดๆ เรียกได้ว่าการปั้นหุ่นแต่ละตัวและการจัดฉากทีละเฟรมแค่เห็นเบื้องหลังก็อาจจะทำให้ผู้ชมรู้สึกท้อแล้ว รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! แต่ถึงอย่างไรหนังแนวสต็อปโมชั่นส่วนใหญ่ก็ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบแอนิเมชั่นสไตล์ที่เต็มไปด้วยค่านิยมและจินตนาการลึกซึ้ง ซึ่งเต็มไปด้วยความเรียบง่ายและมีคำถามมากมายในแต่ละฉาก แม้จะไม่ใช่สไตล์แอนิเมชั่นที่หวือหวาและมีจำนวนน้อยมากในการผลิต แต่หนัง Stop-Motion ก็ยังกวาดรางวัลกันมานับไม่ถ้วน แต่ว่าจะมีแอนิเมชั่นเรื่องไหนที่น่าสนใจกันบ้างนะ ไปรับชม 10 อนิเมชั่นแนวสต็อปโมชันที่ที่สุดตลอดกาลกันค่ะ Coraline (2009) “คอราไลน์” เด็กสาวที่ย้ายบ้านใหม่และรู้สึกเบื่อหน่ายกับชีวิตจริง เธอได้พบกับประตูบานเล็กๆ ที่นำไปสู่ "โลกอีกใบ" ที่ทุกอย่างดูสมบูรณ์แบบกว่าเดิม ทั้งพ่อแม่ที่เอาใจใส่และเพื่อนบ้านที่น่าสนใจ แต่ความสมบูรณ์แบบนั้นกลับซ่อนความน่าสะพรึงกลัวไว้เบื้องหลัง เมื่อ "แม่คนอื่น" พยายามจะให้เธออยู่กับโลกปลอมนี้ตลอดไป หากใครเป็นสายชอบดูหนังแนวแอนิเมชั่นสยองขวัญแล้วล่ะก็… เรื่อง “Coraline” น่าจะเป็นแอนิเมชั่นอีกเรื่องที่ติดท็อปฟอร์มแน่นอน โดยภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากตุ๊กตาที่ทำมือทุกตัวและใช้เวลาสร้างนานกว่า 4 ปี แต่ละตุ๊กตามีรายละเอียดที่ซับซ้อน โดยเฉพาะใบหน้าของตัวละครหลักอย่างคอราไลน์ที่มีการเปลี่ยนแปลงสีหน้าได้ถึง 207,000 แบบเลยทีเดียว เป็นแอนิเมชั่นที่จะทำให้คุณผู้ชมรู้สึกเหมือนได้หลุดเข้าไปในโลกแห่งฝันร้ายที่สวยงามเกินบรรยาย เก็บเกี่ยวค่านิยมจนเป็นความรู้สึกที่ทั้งตื่นตาตื่นใจและสยดสยองไปพร้อมๆกัน สะท้อนให้เห็นถึงเด็กคนหนึ่งที่กำลังวิ่งหนีความจริงเพื่อเข้าไปอยู่ในโลกความฝัน และก็รู้ว่าแม้แต่ความฝันก็ยังสะท้อนให้เห็นถึงความเลวร้ายในจิตใจได้ ParaNorman (2012) นอร์แมน เด็กชายที่สามารถมองเห็นและพูดคุยกับวิญญาณได้ แต่เขาถูกมองว่าเป็นตัวประหลาด จนกระทั่งเมืองเล็ก ๆ ของเขาต้องเผชิญกับคำสาปของแม่มดที่ทำให้คนตายฟื้นคืนชีพเป็นซอมบี้ นอร์แมนจึงต้องใช้พลังวิเศษของเขาเพื่อปกป้องเมืองและไขปริศนาเบื้องหลังคำสาปนี้ เป็นแอนิเมชั่นที่ผู้เขียนชอบมากที่สุดอีกเรื่องหนึ่งเลยค่ะ เพราะ Paranorman สอนให้เราเข้าใจความแตกต่างและยอมรับผู้อื่น ตัวของนอร์แมนสะท้อนถึงเด็กที่ถูกสังคมมองว่าเป็นเด็กแปลกแยก ในขณะที่ตัวหนังก็แสดงให้เห็นถึงความพิเศษในตัวของเด็กคนหนึ่งที่ถึงแม้จะแปลกแยก แต่ก็ยังสามารถเป็นคนที่มีคุณค่าในตัวเองได้ ทั้งมีการอ้างอิงถึงพิธีกรรมการล่าแม่มดสมัยก่อนอีกด้วย บอกได้เลยว่าตัวหนังภายในเรื่องมีทำให้ซึ้งแน่ๆ The Boxtrolls (2014) ในเมืองที่ชื่อว่าชีสบริดจ์ ชาวเมืองต่างหวาดกลัว "บ็อกซ์โทรลล์" สัตว์ประหลาดที่อาศัยอยู่ใต้ดินและมักออกมาขโมยสิ่งของในยามค่ำคืน แต่ความจริงแล้วพวกเขาไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่น่ากลัวอย่างที่คิด และยังมีเด็กชายกำพร้าคนหนึ่งที่ชื่อ "เอ้กส์" อาศัยอยู่ร่วมกับพวกเขา อีกหนึ่งแอนิเมชั่นที่อยากแนะนำที่สุดค่ะ เพราะตัวหนังสะท้อนให้เห็นถึงจิตใจของเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาในท่อทิ้งขยะที่มีแต่ตัวประหลาด ตัวหนังจะมีใจความว่าให้ยอมรับความแตกต่างของตัวเองและคนอื่น และพยายามเอาชนะความกลัวแม้ว่าจะเป็นคนที่แปลกแยกหรือถูกใครรังเกียจก็ตาม เรียกได้ว่าเป็นหนัง Stop-motion อีก 1 เรื่องของค่าย LAIKA Studios ที่ทำออกมาได้น่าประทับใจมากๆๆ Kubo and the Two Strings (2016) เรื่องราวของ คูโบะ เด็กชายตาข้างเดียวที่ต้องออกเดินทางตามหาชุดเกราะในตำนานของพ่อเพื่อต่อสู้กับดวงจันทร์ คูโบะต้องเผชิญหน้ากับเหล่าวิญญาณชั่วร้ายและพี่สาวฝาแฝดที่จ้องจะเอาชีวิตเขา ดูแล้วจะให้ความรู้สึกเหมือนกำลังนั่งฟังนิทานปรัมปราที่ยิ่งใหญ่และงดงามจากสไตล์งานภาพที่ทำให้รู้สึกเหมือนดูหนังญี่ปุ่นสไตล์อเมริกัน เพราะเรื่องราวของคูโบะเป็นการนำเสนอในรูปแบบประวัติศาสตร์ญี่ปุ่นที่ผสมไซไฟและบู๊แหลกต่างจากเรื่องอื่นๆ แต่ก็ยังไม่ทิ้งค่านิยมที่สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามคูโบะเด็กมองโลกในแง่ดีที่ต้องเผชิญกับความโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นและการขัดแย้งของครอบครัวที่ห้ำหั่นกันเพื่อสิ่งที่ตัวเองต้องการ The Nightmare Before Christmas (1993) แจ็ค สเกลลิงตัน เจ้าแห่งฮาโลวีนทาวน์ที่เบื่อหน่ายกับเทศกาลเดิมๆ เขาบังเอิญไปพบกับเมืองคริสต์มาสทาวน์และหลงรักในความสุขสดใสของเทศกาลนี้อย่างหัวปักหัวปำ แจ็คจึงตัดสินใจที่จะยึดครองวันคริสต์มาสและทำให้มันกลายเป็นแบบฉบับของฮาโลวีน ผลงานสุดคลาสสิกของ ทิม เบอร์ตัน เรื่องนี้ใช้เวลาสร้างนานถึง 3 ปี โดยแต่ละเฟรมต้องใช้เวลาจัดท่าทางของตัวละครถึง 1 สัปดาห์เลยทีเดียว ตัวละครที่เห็นไม่ใช่ดินน้ำมัน แต่เป็นตุ๊กตาที่ทำจากโครงลวด ซึ่งต้องเคลื่อนไหวทีละนิดเพื่อสร้างการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหล เป็นการผสมผสานความหลอนแบบฮาโลวีนเข้ากับความสุขแบบคริสต์มาสได้อย่างลงตัว ดูแล้วเหมือนได้เข้าไปอยู่ในโลกเทพนิยายที่มีกลิ่นอายความดาร์กแฟนตาซีแต่ก็อบอุ่นหัวใจ Frankenweenie (2012) วิกเตอร์ แฟรงเกนสไตน์ เด็กชายนักวิทยาศาสตร์ตัวน้อยที่เสียสุนัขคู่ใจ "สปาร์คกี้" ไปอย่างกะทันหัน เขาจึงตัดสินใจใช้พลังของวิทยาศาสตร์เพื่อชุบชีวิตเพื่อนรักของเขาให้ฟื้นคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง แต่แล้วความลับนี้ก็รั่วไหลออกไป ทำให้เมืองต้องปั่นป่วน ผลงานสุดคลาสสิคขึ้นหิ้งของ ทิม เบอร์ตัน อีกหนึ่งเรื่องค่ะ เป็นหนังขาวดำที่เล่าเรื่องราวความรัก ความสูญเสีย และการยอมรับความแตกต่างได้อย่างมีสไตล์ตามแบบฉบับของ ทิม เบอร์ตัน เป็นหนังที่ทำให้หัวใจพองโตแม้จะดูเป็นเรื่องราวที่น่ากลัวนิดๆก็ตาม My Life as a Zucchini (2016) เรื่องราวของ "ซุกกินี" เด็กชายกำพร้าวัย 9 ขวบที่ย้ายเข้าไปอยู่ในสถานรับเลี้ยงเด็ก เขาได้พบกับเพื่อนใหม่ที่ต่างก็มีบาดแผลทางใจเหมือนกัน และได้เรียนรู้ที่จะสร้างมิตรภาพและความหวังท่ามกลางความสิ้นหวัง แม้จะดูเป็นหนังเกี่ยวกับเรื่องเศร้าเกี่ยวกับเด็กกำพร้าของเด็กๆ แต่ดูแล้วกลับรู้สึกถึงความหวังและกำลังใจอันยิ่งใหญ่ เป็นหนังที่ให้ความรู้สึกอ่อนโยนและเข้าถึงจิตใจ เป็นเครื่องยืนยันว่าถึงแม้ชีวิตจะแย่แค่ไหน เราก็สามารถตามหาความสุขและมิตรภาพได้เสมอ เป็นหนังอารมณ์เทาๆ ที่ให้มีความสุขไม่สุดค่ะ Mary and Max (2009) เป็นเรื่องราวของ แมรี่ เด็กหญิงชาวออสเตรเลียวัย 8 ขวบที่เหงาและโดดเดี่ยว กับ แม็กซ์ ชายวัยกลางคนที่มีภาวะแอสเพอร์เกอร์ที่อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก ทั้งคู่เริ่มต้นการเป็นเพื่อนทางจดหมายข้ามทวีปและสานต่อมิตรภาพที่ยาวนานถึง 20 ปี นับว่าเป็นแอนิเมชั่นเรื่องสั้นที่ทำให้รู้สึกถึงมิตรภาพที่ลึกซึ้งและจริงใจ เป็นหนังที่ออกแนวตลกร้ายแบบผู้ใหญ่ทำให้เราร้องไห้และอินไปพร้อมกับความสัมพันธ์ที่โดดเดี่ยว และสอนให้รู้ว่ามิตรภาพที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แต่แค่มีความเข้าใจก็เพียงพอแล้ว Corpse Bride (2005) วิคเตอร์ หนุ่มขี้อายที่กำลังจะแต่งงาน ดันไปซ้อมท่องคำปฏิญาณในป่าแล้วเผลอสวมแหวนให้กับนิ้วของเจ้าสาวศพที่ชื่อเอมิลี่ ทำให้เขาต้องเข้าไปอยู่ในโลกของคนตายที่ดูมีชีวิตชีวาเหลือเกิน จนต้องเลือกว่าจะกลับไปหาเจ้าสาวตัวจริงในโลกของคนเป็นที่แสนน่าเบื่อ หรือจะอยู่กับเจ้าสาวศพผู้แสนงดงามตลอดไป หนังเรื่องนี้ให้ความรู้สึกทั้งเศร้าและโรแมนติกไปพร้อมๆ กัน มันเศร้าที่ได้เห็นความรักที่ไม่อาจสมหวัง แต่ก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจที่ได้เห็นมิตรภาพและความรักที่ไม่คาดคิด เป็นหนังที่ทำให้เราได้สัมผัสถึงความลึกซึ้งในตัวละคร และสอนให้เรารู้ว่าบางครั้งคนที่ดู "น่ากลัว" ก็อาจจะมีจิตใจที่งดงามกว่าคนที่ดู "ปกติ" ก็ได้นะ The Little Prince (2015) ภาพยนตร์เล่าเรื่องราวของเด็กหญิงตัวน้อยที่ใช้ชีวิตตามแผนการที่คุณแม่กำหนดไว้ทุกอย่าง แต่แล้วเธอก็ได้รู้จักกับเพื่อนบ้านข้างๆ ที่เป็นชายชรานักบินผู้มีจินตนาการกว้างไกล เขาได้เล่าเรื่องราวของ "เจ้าชายน้อย" ให้เธอฟัง ทำให้เธอเริ่มออกเดินทางในจินตนาการและเรียนรู้ความหมายของการเป็นผู้ใหญ่ที่แท้จริง หนังได้พาเราดำดิ่งไปกับความรู้สึกเหงาและความหวัง สอนให้รู้ว่าสิ่งสำคัญบางอย่างไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยตา และเตือนใจให้เราอย่าลืมจินตนาการและความเป็นเด็กในตัวเราไป โทนเรื่องจะทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ในความฝันตลอดเวลา เรียกได้ว่าถอดแบบออกมาจากนิยายเป๊ะๆเลยค่ะ เป็นไงบ้างคะกับลิสต์หนังที่เราคัดมาให้แล้ว? หวังว่าหนังสต็อปโมชันน่ารักๆ เหล่านี้จะทำให้คุณได้ใช้เวลาไปกับโลกแห่งจินตนาการ และรู้สึกว่าการได้เป็นเด็กอีกครั้งไม่ใช่เรื่องยากเลยนะ ถ้าดูเรื่องไหนแล้วชอบ ลองมาแชร์ความรู้สึกกันบ้างนะ! ขอบคุณรูปภาพโดย ภาพปก ภาพที่ 1/2/3/4/5/6/7/8/9/20 จาก FB : LAIKA Studios ภาพที่ 10/11/12/13 จาก Twitter: @Disney ภาพที่ 14/15 จาก Twitter: @AppleTV ภาพที่ 16 จาก IG: Maryandmaxmoive ภาพที่ 17/18 จาก FB : Corpse Bride ภาพที่ 19 จาก FB : The Little Prince Movie จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !