ซีรีส์พีเรียดจีนฟอร์มแรงที่ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่ออนแอร์อย่าง Dancing with the Tide ดัดแปลงจากนิยายชื่อเดียวกันของ เซี่ยนอวี๋เคอ ได้พระเอกหล่อ ถานเจี้ยนซื่อ (ผลงานรับบทเซียงหลิ่ว ปีศาจเก้าหัวผมขาวสายตาเย็นชา แสนอบอุ่น จากเรื่อง ห้วงคำนึงดวงใจนิรันดร์ และหยวนโม่ จาการเรื่อง หน่วยพิทักษ์จตุรทิศ ) มาประกบคู่กับนางเอก หลูอวี้เสี่ยว และเสริมทัพด้วย Patrick Nattawat Finkler ซึ่งเพียงแค่ประกาศรายชื่อนักแสดงก็สร้างกระแสฮือฮาในหมู่แฟนซีรีส์จีนทันที เพราะเรื่องนี้ไม่ได้มาในโทนโรแมนติกหวานละมุนทั่วไป แต่เป็นความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง เกมไล่ล่า และการเอาชีวิตรอดท่ามกลางสงครามอันโหดร้าย เคมีของถานเจี้ยนซื่อ ที่ขึ้นชื่อเรื่องสายตาเย็นชา และการถ่ายทอดอารมณ์ลึกเงียบ เมื่อมาเจอกับหลูอวี้เสี่ยว นักแสดงหญิงที่โดดเด่นด้านบทดราม่า และการสื่อสารอารมณ์ผ่านแววตา ยิ่งทำให้ซีรีส์เรื่องนี้ถูกคาดหวังว่าจะเป็นงานพีเรียดอารมณ์หนักที่ไม่ได้ขายเพียงความรัก แต่ยังเล่า “บาดแผลของผู้คนในยุคสงคราม” ได้อย่างเข้มข้น ภายใต้บรรยากาศหม่นดาร์กที่เต็มไปด้วยการทรยศ การสูญเสีย และความสัมพันธ์อันตรายของคนสองคนที่เริ่มต้นจากการเป็น “นักล่า” และ “เหยื่อ” ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นคนที่ต้องพึ่งพากันบนเส้นทางแห่งสงครามและการกอบกู้บ้านเมืองที่ล่มสลาย ชื่อเรื่อง : Dancing With The Tide แนว : ดราม่า สงคราม กำลังภายใน การเมือง จำนวนตอน : 36 ตอน ช่องทางรับชม : MangoTV เรื่องย่อ ในยุคที่บ้านเมืองแตกสลายจากไฟสงคราม ท่ามกลางช่วงเวลาที่ราชวงศ์ล่มสลาย เซี่ยเชวี่ยซาน ผู้แบกรับชื่อเสียงในฐานะ “แม่ทัพทรยศ” ออกไล่ล่า หนานอี หญิงสาวที่บังเอิญขโมยจดหมายลับสำคัญมาได้ แทนที่จะฆ่านาง เขากลับมอบเกมไล่ล่าอันโหดร้ายให้ “เจ้ามีเวลาเท่าธูปหนึ่งดอก วิ่งหนีไป…ถ้าข้าจับเจ้าได้ เจ้าจะไม่รอด” คำกล่าวของตัวละคร เซี่ยเชวี่ยซาน หนานอี หนีรอดมาได้ และปลอมตัวเข้าไปใช้ชีวิตในจวนตระกูลเซี่ยขุนนางในฐานะร่ำรวย คิดว่าตนเองหลุดพ้นจากเงื้อมมือของชายคนนั้นแล้ว จนกระทั่งวันหนึ่งได้เจอกับ เซี่ยเชวี่ยซาน อีกครั้ง จากหัวขโมยตัวน้อย นางค่อย ๆ ถูกผลักเข้าสู่โลกของสงคราม การหลอกลวง และภารกิจลับ จนกลายเป็นสายลับที่ต้องเรียนรู้การอยู่รอดท่ามกลางเกมการเมือง ขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างคนล่า และคนถูกล่ากลับเริ่มเปลี่ยนไปอย่างช้า ๆ ท่ามกลางยุคสมัยอันโกลาหล ทั้งสองเริ่มต้นจากการหยั่งเชิงและปิดบังเจตนาต่อกัน ก่อนจะค่อย ๆ กลายเป็นคนที่ต้องร่วมฝ่าความเป็นความตายเคียงข้างกันครั้งแล้วครั้งเล่า และท้ายที่สุด พวกเขาต้องร่วมลงเรือลำน้อยลำเดียวกันเพื่อเผชิญคลื่นลมอันรุนแรงระหว่าง “บ้านเมือง” และ “หัวใจ” ที่ไม่มีใครอาจหลีกหนีพ้นได้ ปมที่น่าติดตาม - สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้น่าสนใจคือบรรยากาศ “แมวไล่หนู” ที่ไม่ได้เป็นเพียงเกมหยอกล้อโรแมนติก แต่คือการไล่ล่าที่เดิมพันด้วยชีวิตจริง พระเอกเป็นตัวละครสายเทาเข้ม ผู้ผ่านสงครามจนศีลธรรมไม่อาจแบ่งขาวดำได้อีกต่อไป ขณะที่นางเอกเองก็ไม่ใช่หญิงสาวใสซื่อ หากแต่เป็นคนที่ต้องโกหก ปลอมตัว และเปลี่ยนตัวตนซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อมีชีวิตรอด - อีกหนึ่งจุดเด่นคือความสัมพันธ์ของตัวละครที่ค่อย ๆ พัฒนาอย่างกดดันและเจ็บปวด จากคนล่ากับเหยื่อ กลายเป็นพันธมิตรที่ต้องจับมือกันท่ามกลางสงคราม ความรักของทั้งคู่จึงไม่ได้เกิดขึ้นในโลกสวยงาม แต่เกิดขึ้นบนซากปรักหักพังของบ้านเมือง และนั่นทำให้ทุกความรู้สึกดูอันตรายยิ่งกว่าอาวุธใด ๆ - การปรากฏตัวของตัวละครจาก Patrick Nattawat Finkler ยังถูกจับตาว่าอาจเป็นกุญแจสำคัญของความขัดแย้งทั้งด้านอารมณ์และอุดมการณ์ ซึ่งอาจทำให้เรื่องราวเข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก ด้วยพล็อตสงครามหม่น ๆ ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยแรงกดดัน และเคมีนักแสดงที่น่าจับตา Dancing with the Tide จึงเป็นอีกหนึ่งซีรีส์จีนพีเรียดที่มีแววกลายเป็นงานดราม่าเข้มข้น ที่ไม่ได้ทำให้คนดู “ฟิน” อย่างเดียว แต่อาจทำให้คนดูเจ็บไปพร้อมกับตัวละครด้วยเช่นกัน ตัวอย่าง https://www.youtube.com/watch?v=eoVdhpF5vok นักแสดงนำโดย หลูอวี้เสี่ยว รับบท หนานอี ถานเจี้ยนซื่อ รับบท เซี่ยเชวี่ยซาน การแต่งหน้าทำผม เสื้อผ้า ฉาก และบรรยากาศในเรื่อง จากที่ดูตัวอย่าง ข้อมูลโปรโมต ภาพนิ่ง และเบื้องหลังของ Dancing with the Tide งานภาพของเรื่องนี้ถูกออกแบบให้เป็น “พีเรียดสงครามโทนหม่น” ที่เน้นความสมจริงและอารมณ์กดดันมากกว่าความสวยหวานแบบละครย้อนยุคทั่วไป เสื้อผ้า หน้าผม โทนเครื่องแต่งกายของเรื่องจะเน้นสีเข้มและสีหม่น เช่น ดำ เทา น้ำตาล และแดงเข้ม เพื่อสะท้อนโลกที่อยู่ในภาวะสงครามและความไม่แน่นอน ตัวละครฝ่ายทหารอย่างเซี่ยเชวี่ยซานจะถูกออกแบบลุคให้ดูแข็ง แหลมคม และมีอำนาจ ผ่านชุดขุนนางหรือชุดเกราะที่เรียบแต่ทรงพลัง ขณะที่นางเอกหนานอีในช่วงต้นจะใส่เสื้อผ้าเรียบง่ายแบบคนชนชั้นล่าง ก่อนจะค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นลุคสายลับที่อยู่ในตระกลูเซี่ยที่คล่องตัว และสุขุมมากขึ้นตามพัฒนาการของตัวละคร งานหน้าผมจะเน้นความ “ธรรมชาติแบบผ่านศึก” ไม่ประดับจัดเต็มเหมือนพีเรียดโรแมนติกทั่วไป เช่น ผมรวบต่ำ มวยหลวม หรือทรงที่ดูใช้งานได้จริงในชีวิตยุคสงคราม เพื่อช่วยขับให้ตัวละครดูสมจริงและมีน้ำหนักทางอารมณ์ . ฉาก บรรยากาศโดยรวมจะออกไปทางหม่น เงียบ และกดดัน ใช้โทนภาพคล้ายภาพวาดหมึกจีน ฉากหลักจะเป็นเมืองที่ผ่านสงคราม จวนขุนนางที่เย็นชา คุก หรือพื้นที่กลางแจ้งที่มีหมอก ฝน และควันไฟอยู่ตลอดเวลา เพื่อสร้างความรู้สึกว่า “โลกนี้ไม่ปลอดภัยแม้แต่จุดเดียว” องค์ประกอบอย่าง ตลาด วังหลวง จวนขุนนางถูกใช้เป็นสัญลักษณ์สำคัญของเรื่อง สื่อถึงความรุ่งเรืองของยุคสมัยที่ตัวละครอาศัยอยู่ในเรื่องนั้นๆ ฉากการต่อสู้ การขี่ม้า แสดงให้เห็นถึงความเก่งของตัวละคร เซี่ยเชวี่ยซาน ได้เป็นอย่างดีไม่แพ้แม่ทัพท่านอื่น ส่วน ตัวละคร หนานอี ยังคงใช้บุคลิกเดิม ที่ หลูอวี้เสี่ยว เล่นบทบาทเป็นสายสืบ งานสายตา จริตสายลับที่แพรวพราวเหมือนเดิมเหมือนเป็นเอกลักษณ์ของ หลูอวี้เสี่ยว ไปแล้ว ส่วนตัวเป็ดอาบน้ำในคลองไม่คาดหวังเท่าไหร่ เพราะทำดีมาทุกเรื่องเล่นบทเดิมๆ มาหลายเรื่องแล้ว สายสืบ ต่อสู้ งายสายตา จริตสายลับ ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง เหนือเมฆาชะตาลิขิต รับบทเป็น ซ่างกวนเฉี่ยน สายสืบที่เก่งและแสนสวย สู่ห้วงเมฆา รับบทเป็น หมิงอี้ เป็นเทพสงครามที่เก่งและสวยไปสืบหายาถอนพิษ และในเรื่องยอดสตรีสายลับ หลูอวี้เสี่ยวกับบทบาทสายลับนักฆ่า ฉากสวยก็สวยเกินจริง ฉากต่อสู้ก็พริ้วไหวเหมือนสายลม โดยรวมแล้วงานภาพของเรื่องนี้ถูกวางให้เป็นแนว สวยแบบเจ็บ ละเมียดแต่หนักอารมณ์ คือไม่ได้เน้นความโรแมนติกสดใส แต่เน้นความตึงเครียด ความโดดเดี่ยว และความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามจริง ๆ ข้อมูลเพิ่มเติม : 何不同舟渡官微 วีดีโอตัวอย่าง : ตัวอย่าง เครดิตภาพปก : ภาพปก เครดิตภาพประกอบ : ภาพที่ 1 2 / ภาพที่ 3 / ภาพที่ 4 / ภาพที่ 5 6 7 ดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !