21 หลักการตั้งเป้าหมายที่ใช้ได้ผลตลอดชีวิต โดย Brian Tracy คือหนังสือที่จะบอกว่าการตั้งเป้าหมายที่ถูกต้องแท้จริงแล้วมันเป็นอย่างไร หลายคนตั้งเป้าหมายแล้วไม่ประสบความสำเร็จ เพราะสิ่งที่ตั้งเป้าไว้ เป็นความต้องการ มันวัดผลไม่ได้ ระบุระยะเวลาไม่ได้ แถมบางครั้งมันไกลเกินจะกว่าจะเป็นไปได้จริง .... Brain Tracy วิทยากรชื่อดังระดับโลกจึงได้มอบกฎ 21 ข้อ ที่เราต้องตอบตัวเองในการตั้งเป้าหมาย รวมถึงวิธีการใช้ชีวิตเพื่อเป้าหมายที่เราคาดหวังให้เป็นจริง ความรู้ความประทับใจในมุมมองของครีเอเตอร์ 1.เมื่อถูกถามว่าสิ่งที่พวกเขาคิดถึงแทบตลอดเวลาคืออะไร คนที่ประสบความสําเร็จมักพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าพวกเขาคิดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการและวิธีที่จะช่วยให้คว้าสิ่งนั้นมาได้...คนที่ไม่ประสบความสําเร็จและไม่มีความสุขจะคิดและพูดถึงสิ่งที่ตัวเองไม่ต้องการแทบตลอดเวลา โดยพูดถึงปัญหา ความกังวล และ คนที่ทําให้พวกเขาต้องอยู่ในสภาพนี้ แต่คนที่ประสบความสําเร็จจะคิดและพูดเกี่ยวกับเป้าหมายที่อยากไปให้ถึงมากที่สุด พูดง่าย ๆ ว่าพวกเขาจะคิดและพูดถึงสิ่งที่ตัวเองต้องการแทบตลอดเวลา 2.การยืดอกรับผิดชอบมีความสัมพันธ์โดยตรงกับการรู้สึกว่าตัวเองสามารถควบคุมชีวิตได้อย่างเต็มที่ ยิ่งคุณพูดว่า “ฉันรับผิดชอบเอง!” มากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งเชื่อมั่นมากขึ้นเท่านั้นว่า อํานาจในการควบคุมชีวิตเกิดจากภายในตัวคุณเอง ผลก็คือคุณจะรู้สึกมีอํานาจและมั่นใจยิ่งขึ้น 3.ในทางจิตวิทยาระดับความภาคภูมิใจในตัวเองคือตัวกําหนดระดับความสุขของคุณ โดยความหมายของความภาคภูมิใจในตัวเองคือ “คุณ ชอบตัวเองมากแค่ไหน” สิ่งที่จะตัดสินระดับความภาคภูมิใจในตัวเองก็คือมุมมองที่คุณมีต่อตัวเองเกี่ยวกับการปฏิสัมพันธ์กับผู้คนในแต่ละวัน โดย มุมมองดังกล่าวเชื่อมโยงกับตัวตนในอุดมคติของคุณ ซึ่งประกอบไปด้วยจริยธรรม ค่านิยม เป้าหมาย ความหวัง ความฝัน และความปรารถนาของคุณ 4.นักจิตวิทยาค้นพบว่ายิ่งทําในสิ่งที่สอดคล้องกับอุดมคติของตัวเองมากเท่าไหร่ คุณก็จะยิ่งชอบ เคารพตัวเอง และมีความสุขมากขึ้นเท่านั้น ในทางตรงกันข้าม ทุกครั้งที่คุณทําในสิ่งที่ขัดกับอุดมคติ มุมมองที่คุณมีต่อตัวเองก็จะแย่ลง คุณจะรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถสร้างสรรค์สิ่งที่ดีที่สุดได้และทําผลงานได้แย่กว่าที่ต้องการ ผลก็คือความภาคภูมิใจในตัวเองและความสุขของคุณจะลดต่ำลง 5.เมื่อคุณเริ่มคิด พูด แต่งตัว และทำสิ่งต่าง ๆ เหมือนบุคคลชั้นนำ ในไม่ช้าคุณจะเริ่มรู้สึกว่าตัวเองคือบุคคลชั้นนำ คุณจะปฏิบัติต่อผู้อื่นเหมือนที่บุคคลชั้นนำปฏิบัติและทำงานด้วยวิธีเดียวกับบุคคลชั้นนำ แล้วคุณก็จะเริ่มได้ผลลัพธ์แบบเดียวกับพวกเขาและกลายเป็นหนึ่งในบุคคลชั้นนำภายในเวลาไม่นาน คำกล่าวที่ว่า “จงแกล้งทำไปจนกว่าคุณจะทำได้จริง ๆ !” อาจฟังดูเกร่อแต่มันคือเรื่องจริง 6.คุณไม่ควรตั้งเป้าหมายว่าจะหลุดพ้นจากความยากจนและมีอิสรภาพทางการเงินภายใน 1 ปี เป้าหมายเช่นนี้รังแต่จะนำไปสู่ความล้มเหลวเพราะมันเกินกำลังความสามารถของคุณไปมาก คุณต้องตั้งเป้าหมายที่ตัวเองสามารถทำให้สำเร็จได้ เมื่อสำเร็จแล้วก็ค่อยตั้งเป้าหมายใหม่ต่อไป การบรรลุเป้าหมายเล็ก ๆ ที่ละอย่างจะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจในตัวเองและก่อให้เกิดแรงกระตุ้นที่ผลักดันคุณให้ก้าวไปข้างหน้า ในที่สุดคุณก็จะก้าวไปถึงจุดที่เชื่อมั่นว่าไม่มีสิ่งใดที่คุณไม่สามารถทำได้หากมีเป้าหมายที่ชัดเจนและลงมือทำด้วยความทุ่มเทและยาวนานพอ อย่างไรก็ตาม อย่าลืมว่าในการตั้งเป้าหมายนั้นคุณต้องเดินก่อนที่จะวิ่ง 7.ในระบบเศรษฐกิจของเรา รายได้ของคุณถูกกำหนดโดย 3 ปัจจัย ปัจจัยแรกคือสิ่งที่คุณทำ ปัจจัยที่สองคือคุณทำสิ่งนั้นได้ดีแค่ไหน ปัจจัยที่สามคือระดับความยากในการหาผู้อื่นมาแทนคุณ...คุณลักษณะประการหนึ่งของผู้คนที่ประสบความสำเร็จสูงสุดคือเมื่อถึงจุดหนึ่งของอาชีพ พวกเขาก็ตัดสินใจว่าจะ “มุ่งสู่ความเป็นเลิศ”คนเหล่านี้ตัดสินใจว่าจะเป็นอันดับหนึ่งในอาชีพของตัวเอง 8.คุณเกิดมาบนโลกนี้พร้อมกับพรสวรรค์และความสามารถพิเศษซึ่ง ทําให้คุณมีเอกลักษณ์และแตกต่างจากคนอื่น ๆ เมื่อทบทวนชีวิตที่ผ่านมา ให้ดี คุณจะพบว่าคุณมักถูกดึงดูดด้วยกิจกรรมที่สอดคล้องกับพรสวรรค์ 1-2 อย่าง และความสามารถพิเศษของตัวเอง ส่งผลให้คุณประสบความสําเร็จมากขึ้นและมีความสุขกับการทําสิ่งนั้นมากกว่าการทําสิ่งอื่น ๆ ดังนั้น หนึ่งในเป้าหมายอันยิ่งใหญ่ในชีวิตของคุณก็คือการค้นหาและระบุทักษะ ที่คุณสามารถพัฒนาให้ดีขึ้นได้และมีความสุขกับมันยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด จากนั้นก็จดจ่ออยู่กับการพัฒนาตัวเองเพื่อมุ่งสู่ความเป็นเลิศอย่างแท้จริงในด้านนั้น 9.การเขียนสิ่งที่ต้องการลงบนกระดาษจะช่วยให้คุณมีแนวโน้มที่จะคว้าสิ่งเหล่านั้นมาครอบครองได้สําเร็จ จงจําไว้ว่าคุณต้องระบุสิ่งที่ต้องการ ก่อนจะระบุสิ่งที่เป็นไปได้ และระบุสิ่งที่อยู่ในอุดมคติก่อนจะระบุสิ่งที่คุณสามารถทําให้กลายเป็นความจริงได้ 10.คุณน่าจะเคยได้ยินคำถามที่ว่า “คุณจะกินช้างทั้งตัวได้อย่างไร”และคำตอบก็คือ “กินทีละคำ”เราสามารถนำวิธีคิดนี้มาใช้กับเป้าหมายใหญ่ๆ ได้เช่นกัน หากคุณสงสัยว่าต้องทำอย่างไรจึงจะไปถึงเป้าหมายใหญ่ได้ ต้องก้าวไปทีละก้าวโดยค่อย ๆ ทำงานให้สำเร็จทีละอย่าง สิ่งที่คุณต้องทำคือนั่นเป้าหมายระยะยาวออกเป็นเป้าหมายรายปี รายเดือน รายสัปดาห์ หรือแม้แต่รายชั่วโมง เช่น หากเป้าหมายระยะยาวคืออิสรภาพทางการเงิน คุณก็ต้องหาวิธีหันมันให้เล็กลง แล้วพิจารณาว่าคุณควรใช้เวลาในแต่ละชั่วโมงอย่างไรจึงจะเข้าใกล้อิสรภาพทางการเงินในระยะยาวมากขึ้น 11.ถ้าอยากเพิ่มรายได้ คุณก็รู้ดีอยู่แล้วว่ารายได้เกิดจาก “การเพิ่มคุณค่า” ดังนั้น คุณต้องพิจารณาทุกสิ่งที่ทำอยู่และตั้งคำถามว่าคุณต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถเพิ่มคุณค่าของตัวเองเพื่อให้มีรายได้สูงขึ้น 12.หลักการเก่าแก่ทางการทหารข้อหนึ่งคือ “ไม่มีแผนใดที่ยังคงใช้ได้หลังจากปะทะกับข้าศึกครั้งแรก” ส่วนสก็อตต์ แมคเนียลี หนึ่งในผู้ก่อตั้งซัน ไมโครซิสเต็มส์ ก็กล่าวไว้ว่า “บริษัทตั้งใหม่ต้องโยนทุกสิ่งที่คาดการณ์ ไว้ทิ้งไปทุกสามสัปดาห์” นับตั้งแต่วันแรกที่คุณเริ่มก่อตั้งธุรกิจ สถานการณ์จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วจนแผนการบางส่วนของคุณไม่สามารถใช้ได้อีกต่อไปภายในเวลาไม่กี่วันหรือไม่กี่ชั่วโมงเลยด้วยซ้ำ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือกระบวนการวางแผน ไม่ใช่แผนการ 13.อันที่จริงแบบฝึกหัดการเขียนเป้าหมาย 10 อย่างทุกวันคือการทดสอบว่าคุณต้องการไปให้ถึงเป้าหมายเหล่านั้นมากแค่ไหน บ่อยครั้งที่คุณเขียนเป้าหมายหนึ่งออกมาในวันหนึ่ง แต่หลังจากนั้นคุณก็ลืมมันไปและไม่ได้เขียนมันออกมาอีกเลย นั่นหมายความว่าจริง ๆ แล้วคุณไม่ได้ต้องการไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว หรือไม่ก็เป็นเพราะคุณไม่เชื่อมั่นว่าตัวเองจะไปถึงเป้าหมายนั้นได้ 14.อย่างไรก็ตาม หากคุณบังคับตัวเองให้เขียนเป้าหมายออกมาทุกวัน คุณก็จะยิ่งมองเห็นอย่างชัดเจนว่าแท้จริงแล้วคุณต้องการอะไร ทั้งยังเชื่อมั่นมากขึ้นว่าคุณสามารถทำสิ่งเหล่านั้นให้กลายเป็นความจริงได้ สาระสำคัญหลายอย่างอาจต้องค่อยๆปรับตัวโดยไม่ฝืนตัวเองมากเกินไป หลายคนอาจจะมองว่าการตั้งเป้าหมายไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ซับซ้อน ทว่าการพัฒนาตัวเองในการตั้งเป้าหมายกลับมีรายละเอียดพอสมควร แม้ว่าบางเป้าหมายดูเหมือนจะเป็นไปได้ยาก แต่ถ้าอยากเป้านั้นบรรลุผลได้จริง มันก็มีหลายอย่างที่เราต้องลงมือทำ สำหรับครีเอเตอร์นั้นจะวางเป้าหมายที่จำเป็นก่อนเป็นอันดับแรก เช่น อิสรภาพทางการเงิน การเลื่อนตำแหน่ง แม้มันดูจะเป็นไปได้ยากจนไม่อยากโฟกัสกับมันให้ฟุ้งซ่าน แต่แผนทำทีละอย่าง มองเป็นทีละชิ้นส่วนก็ช่วยได้อยู่เหมือนกัน อาจจะไม่ได้ตรงตามเป้าทั้งหมด อย่างน้อยมันก็ใกล้เคียง เครดิตภาพ ภาพปก โดย Pixabay: จาก pexels.com ภาพที่ 1 และ 2 โดยผู้เขียน ภาพที่ 3 และ 4 โดย AI บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังสือ หนีเอาตัวรอดเป็นยอดคน รีวิวหนังสือ 101 ESSAYS that will change the way you think รีวิวหนังสือ NEVER SPLIT THE DIFFERENCE เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !