รีเซต

"เนท My Mate Nate" ยืดอกยอมรับแบบแมนๆ "ผมเดินหน้าลุยจีบ เอวา ก่อนเองครับ"

"เนท My Mate Nate" ยืดอกยอมรับแบบแมนๆ  "ผมเดินหน้าลุยจีบ เอวา ก่อนเองครับ"
TNN ช่อง16
15 กันยายน 2565 ( 12:04 )
537

อีกหนึ่งคู่จิ้นที่หลายคนรอลุ้นว่าเมื่อไหร่จะกลายมาเป็นคู่จริงๆสักที สำหรับ "เอวา ปวรวรรณ วีระภุชงค์" ล่าสุด เจ้าตัวควงคู่จิ้น “เนท My Mate Nate” มาเปิดหัวใจแบบหมดเปลือกเป็นครั้งแรกกับเส้นทางที่โลกกลมๆหมุนให้เราทั้งคู่มาเจอกัน และพร้อมที่จะเปิดใจเพื่อศึกษากัน...

 

เป็นคนอเมริกาทำไมพูดภาษาไทยเก่ง ?? 

เนท : ต้องพูดภาษาไทยชัดถึงจะจีบ เอวา ได้ต้องตั้งใจเรียนเลยครับ แต่ส่วนมากเราคุยกันสองคนจะเป็นภาษาอังกฤษมากกว่า

 

เนทเคยไปเจอที่บ้านของ น้องเอวา หรือยัง ?? 

เนท : ใช่ครับ ทั้งครอบครัวน่ารักมากเลยครับ และได้มีโอกาสได้เรียนรู้เกี่ยวกับเรื่องพญานาคกับคุณพ่อของน้องเอวาครับ ไปช่วยโปรโมทด้วยครับ ทำคลิปให้แฟนคลับได้รับชมกัน

เอวา : ตอนนี้ พี่เนท อยากบวชด้วยค่ะ 

เนท : ใช่ครับ เพราะได้เรียนรู้กับคุณพ่อ สอนเก่งมากเลยครับ เจอหลายคนอธิบายแล้วไม่ได้เข้าใจง่ายเท่ากับคุณพ่อของ เอวา เลยทำให้เรามีความปรารถนาที่จะศึกษามากขึ้น

 

เนทคือหนึ่งในยูบทูปเบอร์ของประเทศไทยที่มีคนตามเยอะมากที่สุดประมาณ 12,000,000 คน แล้ว เอวา ทำไมวันนึงผู้ชายคนนี้ทำให้เราเปิดใจ โอเคเราลองคุยกับเขา??

เอวา : จริงๆวันแรกที่เจอก็ไม่ได้อะไรเลยแต่เรารู้สึกว่าเราเหมือนกันหลายๆอย่างเลยค่ะ อย่างเช่นเราชอบฟังเพลงเหมือนกัน เรามีความคิดเหมือนกัน แล้วเวลาที่อยู่กับ พี่เนท แล้วเราสบายใจจริงๆหนูเป็นคนที่ไม่มีสเปคแต่ถ้ารู้สึกว่าใครที่ใช่ก็คือใช่ 

 

แต่ เอวา เป็นคุณหนูที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายไม่ซื้อของไม่ซื้อแบรนด์เนมแล้วกิจวัตรประจำวันของที่บ้านเอวาคือการสวดมนต์??

เอวา : ใช่ค่ะ อาม่าจะสวดมนต์ทุกเช้า และตักบาตรทุกเช้าเลยค่ะ จริงๆอาม่าหนูจะสอนตั้งแต่เด็ก แบบเราได้เงินไปโรงเรียนถ้าเงินเหลือกลับมา อาม่า ก็จะให้หยอดกระปุก

 

หนูมี Hermès หรือมีของแบรนด์เนม หรือเปล่า?? 

เอวา : เอาจริงๆคือหนูไม่มีแต่ว่าพี่น้องของหนูมีถ้าหนูจะใช้หนูก็ยืมเขาถ้าสมมติว่าเอว่าจะต้องออกงาน คือหนูคิดว่าการใช้ของแบรนด์เนม ถ้าคนที่ใช้มีความสุขอย่างน้องหนูเขาใช้แล้วเขามีความสุขเขาก็ใช้ ส่วนหนูที่ไม่ได้ใช้แบรนด์เนมหรือของแพง ก็เพราะว่าเรากลัวว่าเราจะต้องไปวางที่พื้นหรือว่าหรือว่าอะไรเรากลัวเป็นรอยเลยชอบใช้ของที่ราคาถูกลงมาชอบของน่ารักมากกว่าของหรู

 

สำหรับ เนท ตอนนี้ถือว่าเป็นคนไทยหรือยัง??

เนท : ตอนนี้ยังครับแต่ใกล้แล้ว ผมอยู่ประเทศไทมาเกือบจะ 10 ปีแล้ว ตอนนี้ผมมีบริษัทอยู่ที่นี่มีพนักงานแล้วก็มีวีซ่าที่ทำธุรกิจครับ

 

 

เอวากับเนท เจอกันที่ไหนครั้งแรก??

เอวา : เจอกันที่งานมวยที่ พี่เนท เขาจัดเอาไอดอลมาชกมวยกัน เพื่อการกุศลค่ะ

เนท : แล้ววันนั้นที่เราเจอกันแค่ 2 นาทีเองมั้งครับก็ได้มีการทักทายยินดีที่ได้รู้จักแค่นั้นก็แยกย้าย แล้วก็ไม่ได้เจอกันอีกเลยประมาณสองถึงสามเดือน จากนั้นเราก็ได้ติดต่อเอวาเพราะว่าเราจะทำคอนเทนท์ YouTube ร่วมกัน ซึ่งหลังจากที่ถ่ายคอนเทนท์เสร็จก็เป็นการเจอครั้งที่สองของพวกเราแต่ตอนนั้นก็หลังจากที่ถ่ายเสร็จก็แยกย้ายยังไม่ได้คิดอะไรครับ แต่วันต่อไปที่เราจะต้องถ่ายด้วยกันอีกซึ่งเราจะต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันเลย ซึ่งเป็นคอนเทนท์ที่เป็นการซ่อนแอบทั้งจังหวัดภูเก็ตเลย ซึ่งวันนั้นเรามีโอกาสได้อยู่ด้วยกันทั้งวันก็ได้มีเวลาคุยกันมากขึ้นทำความรู้จักการรู้นิสัยและเป้าหมายชีวิตเป็นอย่างไร ก็เลยเริ่มรู้สึกดีด้วยกันทั้งคู่ครับและยอมรับเลยว่าผมเดินหน้าจีบเอวาครับ แว๊บแรกที่ทำให้รู้สึกว่าอยากจีบเอวาก็เพราะว่าเอวาน่ารักครับแต่พอรู้จักจริงจังแล้วอ่ะว่าเขามีเป้าหมายที่ดีมากของชีวิตแล้วก็เวลาที่อยู่ด้วยกันเราสามารถเป็นตัวของเราเองได้

 

เอวาจากคนที่เป็นคนที่กลัวผู้ชายเพราะว่า เคยโดนผู้ชายหลอก??

เอวา : ตอนนั้นเราอายุประมาณ 18 คือช่วงที่คบกับคุณคนนั้นเวลาที่จะไปกินข้าวดูหนังทุกอย่างคือเราเป็นคนจ่ายทั้งหมด แม้กระทั่งงานเต้นรำของโรงเรียนเขาซึ่งเขาเรียนอยู่โรงเรียนอินเตอร์เหมือนกันกับเราแต่เราก็เป็นคนจ่ายให้เขาทั้งหมด ตอนนั้นเป็นความรักแบบทางไกลมากหนูเจอเขาน้อยมากเลยค่ะ

 

เอวา บอกว่า เอวาไม่เคยประสบความสำเร็จในความรักเลยตั้งแต่เด็ก??

เอวา : ก็คือรู้สึกว่าถ้ามีความรักแล้วไม่ดีแล้วตอนจะจบกันเราก็รู้สึกไม่ดีเพราะว่าเมื่อไหร่ที่เรามีความรักเราจะทุ่มเทให้กับความรักมากแบบให้เต็ม 100 เลยแต่เราก็ได้กลับมาแค่ 30 40 เอง

 

ตอนนี้เปลี่ยนใจแล้วใช่ไหมพร้อมที่จะศึกษาแล้วหรือเปล่า??

เอวา : ตอนนี้ก็คุยคุยกันอยู่ค่ะ ก็รอดูว่าจะเป็นยังไง

 

มีคลิปที่ เนท พูดถึงหนุ่มหนุ่มที่จะเข้ามาจีบเอวา??

เนท : มีเพื่อนถามว่าถ้ามีผู้ชายอื่นที่เข้ามาเหมือนกับผมแล้วเข้ามาจีบเอวา จะทำอย่างไรบ้าง ผมก็บอกว่าไม่ต้องเป็นห่วงครับเพราะว่าผมก็เริ่มจีบเขาไปแล้ว ผมก็เลยจะเอาหัวใจของเขาเอาไว้เก็บไว้ในตู้เซฟแล้วก็ล็อคแล้วก็ไม่ให้ใครมาเปิดได้