เมื่อกระบวนการยุติธรรมถูกแทางแซงได้ด้วยอคติและความลำเอียง การกล่าวหาถือเป็นการดูหมิ่นศาล จะดีกว่ามั้ย ถ้าศาลที่ตัดสินชีวิตคน...เป็น AI ที่ไม่มีอคติ ไม่มีชีวิต ไม่มีความรู้สึก ไม่อาจถูกซื้อตัวหรือบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง แต่แล้วเจ้าหน้าที่นักสืบ Raymond ผู้ออกแบบศาล AI Maddox กลับถูกขึ้นศาลเสียเองโดยไม่รู้ตัว ด้วยข้อหาฆาตกรรมภรรยาตัวเอง....ผลงานการกำกับโดย Timur Bekmambetov และเขียนบทโดย Marco van belle นำแสดงโดย Chris Pratt และ Rebecca Ferguson รับชมหนังซีรีส์ระดับพรีเมียม กดสมัคร TrueID+ ดูได้ทุกที่ 24ชม. คลิก!! เรื่องย่อ เจ้าหน้าที่นักสืบ Raymond ตื่นขึ้นในศาล MERCY โดยมีผู้พิพากษา AI หญิงที่ชื่อว่า Maddox คอยให้การพิจารณาคดี Raymond ต้องหาพยานหลักฐานทุกอย่างที่ถูกบันทึกในรูปแบบ Digital ทั้งภาพวงจรปิด โทรหาบุคคลให้เบาะแส นึกถึงเหตุการณ์และวัตถุที่นิติเวชเก็บไว้ได้ ทุกอย่างสามารถ log in ได้หมด หากมันสามารถแก้ต่างให้จำเลยอย่าง Raymond ลดโอกาสเป็นผู้ต้องหาให้ต่ำกว่าที่ควรเป็น เขามีเวลา 90 นาทีในการนึกถึงเบาะแสที่จะแก้ต่างให้ได้ ด้วยเวลาที่จำกัดและบุคคลน่าสงสัยที่เดาได้ยาก ความตายจากการถูกประหารด้วยไฟฟ้าจึงคืบคลานเข้ามาทุกที การตายของภรรยา Nicole ทำให้รู้ว่าเธอมีปัญหาในที่ทำงานบริษัท Viking Shipping บุคคลที่น่าสงสัยจึงพบว่าน่าจะเป็น Holt หรืออีกชื่อคือ Robert Nelson ที่มีการลักลอบขนสารเคมีอย่าง Urea Granule และ Nitric acid แล้วหายไประหว่างอย่างผิดสังเกต ซึ่งสารเคมีสองตัวนี้เป็นวัตถุดิบของระเบิดชั้นดี เจตนาของคนร้ายคือการแก้แค้นที่ David Webb น้องชายของคนร้ายถูกประหารอย่างไม่เป็นธรรม เขาจึงอยากทำลายทุกชีวิต รวมถึงศาล MERCY แห่งนี้ด้วย นักแสดงนำ Chris Pratt รับบทเป็น Chris Raven Rebecca Ferguson รับบทเป็น Judge Maddox Kali Reis รับบทเป็น Jacqueline 'JAQ' Diallo Annabelle Wallis รับบทเป็น Nicole Raven Kylie Rogers รับบทเป็น Britt Raven Chris Sullivan รับบทเป็น Rob Nelson Jeff Pierre รับบทเป็น Patrick Burke ความชื่นชอบและประทับใจของครีเอเตอร์ 1.ศาล AI ถือว่าสร้างความแปลกใหม่และสร้างสรรค์ร่วมสมัย ในโลกที่ตอนนี้ใครๆก็พูดถึง AI ศักยภาพที่มันทำงานโดยไม่มีข้อผิดพลาด การตัดสินคดีโดยอิงจากหลักฐานที่มีการบันทึกภาพวงจรปิดและข้อมูลที่มีการบันทึกผ่านมือถือและ Internet สามารถใช้เป็นหลักฐานยืนยันเวลาเกิดเหตุได้ดี แต่หากหลักฐานที่มันไม่ใช่ Digital อยู่นอกเหนือการตรวจสอบ มันก็เป็นช่องโหว่ให้ศาลเข้าใจผิดได้เช่นกัน หนังชาญฉลาดในการถ่ายทอดประเด็นที่ว่ามนุษย์กับ AI ก็ทำผิดพลาดกันได้ แล้วก็เรียนรู้จากมัน 2.สิ่งที่ดูแปลกๆคือ AI มีความรู้สึก มีความเห็นใจ ลังเลใจและสามารถขัดขืนต่อกระบวนการที่ถูกโปรแกรมบังคับไว้ นั่นทำให้หนังสร้างอารมณ์ลุ้น แต่ขัดความรู้สึกในแง่ความเป็นจริง กระนั้น ถ้าหนังทำตามความเป็นจริง AI คงแข็งทื่อ ไม่ลุ้น ไม่สร้างความรู้สึกร่วม มันคงยิ่งเบื่อหน่ายมากขึ้นอีก 3.การสืบคดีด้วย AI อาจเป็นจริงได้ในอนาคต มันข้อดีที่มันปราศจากอคติ แต่กลับมีข้อเสียสำหรับจำเลยที่ไม่มีความรู้ด้านกฎหมาย ด้านนิติเวช ด้านสารสนเทศที่จะเรียกหลักฐานออกมายืนยันกับผู้พิพากษา แถมยังมีช่องโหว่มากขึ้น ถ้าหากพยานหลักฐานอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ถูกบันทึกภาพ ไม่มีอยู่ใน Digital ก็จะใช้เป็นข้อพิสูจน์ไม่ได้และเสียเปรียบในรูปคดีและไม่มีทนายมาแก้ต่างใฟ้อีกต่างหาก 4.หนังใช้ภาพจากกล้องวงจรปิด กล้องจิ๋วที่ติดจากชุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ประมาณ 50% ที่ใช้ฟุตเทจที่ว่าทำให้รู้สึกเหมือนดู PARANORMAL ACTIVITY หรือ CLOBERFIELD ยังไงยังงั้นเลย บางคนอาจรับได้ หรือรับไม่ได้ (เช่นตัวครีเอเตอร์เอง) ที่รู้สึกรำคาญกับมุมมองภาพแบบนี้ 5.MERCY ไม่ใช่หนัง action เต็มตัว แต่เป็นหนัง Thriller ที่มีมุมมองแปลกใหม่และการนำเสนอที่สร้างสรรค์ ทว่ายังไม่สามารถสร้างความบันเทิงให้ชอบหนังได้มากพอ ส่วนตัวมองว่าเป็นหนังที่เหมาะกับการออกฉายใน Streaming ไม่ถึงขั้นที่จะฉายในโรงภาพยนตร์ ซึ่งทางค่ายก็อยากลองดูการตอบรับจากคนที่ดูในโรงภาพยนตร์ว่ากระแสแรงแค่ไหน แม้จะใช้นักแสดงนำคุณภาพสองคนช่วยดึงกระแสแล้วก็ตาม เครดิตภาพ ภาพปก ภาพที่ 1 2 3 4 โดย Sony Pictures บทความอื่นๆที่น่าสนใจ รีวิวหนังดัง AVATAR FIRE AND ASH อัคนีและธุลีดิน รีวิวหนังดัง ANACONDA เลื้อยสยองโลก รีวิวหนังดัง TRON ARES เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !