“เมย์ วาสนา” ฟาดกลับอินฟลูฯ เปรียบเทียบได้เลย แต่ไม่ใช่ควรจะด้อยค่าผู้อื่น

“เมย์ วาสนา” ฟาดกลับอินฟลูฯ เปรียบเทียบได้เลย แต่ไม่ใช่ควรจะด้อยค่าผู้อื่น
จากกรณีดราม่าร้อนในโลกโซเชียล กับเรื่องราวของ อินฟลูฯ ดังที่ทำคลิปรีวิวคอลลาเจน โดยมีการหยิบคอลลาเจนแบรนด์ของ “เมย์ วาสนา” มาถือเปรียบเทียบเรื่องปริมาณและส่วนผสมกับแบรนด์ของ “อูน ชนิสรา” จนทำให้เมย์ต้องออกมาโพสต์เดือด ล่าสุด “เมย์ วาสนา” เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า
จุดเริ่มต้นเลย มันคือมีอินฟลูเอนเซอร์ท่านหนึ่งลงคลิปใน TikTok มีคนส่งมาให้เยอะ ส่วนตัวที่ออกมาโพสต์ ไม่ได้แค่ตัวเอง แต่ในฐานะเจ้าของแบรนด์ แน่นอนว่ามันไม่สนับสนุนในการด้อยค่าผลิตภัณฑ์ ไม่สนับสนุนในการที่อินฟลูเอนเซอร์ KOL ต่าง ๆ ที่จะได้รับรีวิวฟรี หรือจ้างก็ตามแต่ ไม่ควรจะทำรีวิวในลักษณะนี้ สมมุติว่าแบรนด์นี้มันเกิดจากกับแบรนด์เล็ก ๆ กระบอกเสียงมันคงไม่มากพอ และถ้ามันปล่อยไป มันก็จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก
ซึ่งเมย์รู้สึกว่า การด้อยค่า โยนผลิตภัณฑ์ของคนอื่นทิ้ง หรือจะบอกว่าเลิกกินสิ่งนี้ เลิกเหอะ เพราะเขาไม่จริงใจ คือทุกอย่างมันเป็นการตลาดเชิงลบ มันเป็นการตลาดขัดแย้งเชิงไม่สร้างสรรค์ และถ้าทุกคนเห็น ทุกคนก็คงจะรู้ว่า อันนี้คือจุดเป้าหมาย แล้วทีนี้ ในส่วนที่เมย์พูดถึงเจ้าของแบรนด์ คือโอเค คุณไปคอมเมนต์ คือขอบคุณนะ เมย์เข้าใจได้ แต่พอมันเกิดการแชร์ หรือรีโพสต์ เมย์รู้สึกว่า แปลว่ามันทำให้เราคิดได้ว่า สิ่งนี้คือการสนับสนุน เห็นด้วยหรือเปล่า โอเคไหม ซึ่งอันนี้ก็ไม่แน่ใจ และที่สำคัญ มันปักตะกร้า แปลว่ามันคือธุรกิจ ข้อความทั้งหมด นี่คือจริยธรรมทางธุรกิจ ที่เรารู้สึกว่ามันไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย และในสังคมเรา
วงการอินฟลูเอนเซอร์ หรือวงการใด หรือธุรกิจที่ไม่ได้เกี่ยวกับอาหารเสริม เครื่องสำอาง จะรีวิวอะไรก็ตามแต่ เรามีสิทธิ์เปรียบเทียบ เปรียบเทียบได้เลย แต่ไม่ใช่ควรจะด้อยค่าผู้อื่น ไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ หรือเป็นสิ่งของ หรือใด ๆ ก็ตามแต่ เมย์ว่ามันเป็นการไม่ให้เกียรติ ส่วนตัวมีสิ่งที่ได้ไปต่อ ไม่ได้ไปต่อ เราสามารถแสดงความคิดเห็นได้ เพราะมันส่วนตัว
ถามว่าได้รู้จักกับเจ้าของแบรนด์และอินฟลูเอนเซอร์เป็นการส่วนตัวไหม เราไม่รู้จักเป็นการส่วนตัวไม่เคยรู้จักเลย แต่ก็เห็นว่าเขาลบคลิปแล้ว แต่มันคือดิจิตอลฟุตปริ้น ต่อให้ลบไปมันก็มีคนเห็น จริงๆ เมย์ไม่อยากจะพาดพิงเพราะว่าสุดท้ายจุดหมายปลายทางเป้าประสงค์ ถ้ารู้จักเมย์ มีเรื่องมันร้อยแปดพันเรื่องมากในชีวิต ไม่ชอบเลยเรื่องดราม่า แต่ถ้าเมย์เป็นกระบอกเสียงครั้งนี้ ซึ่งจริงๆ เหตุการณ์นี้มันเคยมีแต่คนที่ออกมาพูดไม่ได้มีกระบอกเสียงเพียงพอที่อยากจะยกระดับอุตสาหกรรมของพวกเราให้มันดีขึ้น เพราะฉะนั้นนี่คือเป้าหมายปลายทาง เราโฟกัสที่ประเด็นนี้อันอื่นมันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับเมย์ เมย์จะไม่กล่าวถึงเรื่องที่ไม่ใช่เรื่องของตนเอง
ส่วนที่เขายกเคสขึ้นมาคือจริงๆ มันคนละทางคนละเรื่อง ก็งงแต่ก็ไม่รู้ว่าประเด็นนี้มันมายังไง อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณญาณ คนก็อาจจะพูดถึง แต่หลายเรื่องก็งงอยู่ เมย์โฟกัสที่คลิปนี้ KOL อินฟลูเอนเซอร์ และการรีโพสต์คอมเมนต์ เรารู้สึกว่าไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ยอมรับสร้างความเสียหายให้แบรนด์ แบรนด์เราเป็นแบรนด์นิวซีแลนด์เป็นแบรนด์โกลบอล มีพาร์ตเนอร์ พาร์ตเนอร์ยังงง พาร์ตเนอร์ทำธุรกิจมา 40 ปี ไม่เคยเจอแบบนี้ มันกระทบอยู่แล้ว เพราะว่าการที่ KOl ท่านหนึ่งพูดให้ข้อมูลต่าง ๆ สำคัญเราต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น อันนี้มันก็เป็นข้อเท็จจริงที่เราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้ เวลาที่เรากดในตะกร้ามันก็เกิดผลประโยชน์ แต่พอเวลาเกิดความเสียหายเชิงกว้างมันก็ต้องตาม กระบวนการ