รีเซต

เคลียร์ข่าว! ตูมตาม ยุทธนา พระเอกฟรีแลนซ์ครบเครื่อง (มีคลิป)

เคลียร์ข่าว! ตูมตาม ยุทธนา พระเอกฟรีแลนซ์ครบเครื่อง (มีคลิป)
Entertainment Report_2
2 ธันวาคม 2563 ( 17:30 )
418

ข่าวบันเทิงวันนี้

หลังจากเปิดสำมะโนครัวว่าเป็นนักแสดงอิสระ "ตูมตาม ยุทธนา เปื้องกลาง" กลายเป็นพระเอกเนื้อหอมทั้งในจอแก้วและจอเงินทีเดียว ล่าสุดขึ้นแท่นเป็นพระเอกหนังครั้งแรกในชีวิตที่เจ้าตัวได้มาโชว์ลูกคอร้องเพลง เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ ประกอบภาพยนตร์เรื่อง อีหล่าเอ๋ย ในรายการ ต้มยำอมรินทร์ ผลิตโดย CHANGE2561 สำหรับหนังเรื่องนี้ของ ตูมตาม นั้นเจ้าตัวได้มานั่งเคลียร์ถึงข่าวที่ถูกมองใช้เต้าไต่ จากนักร้องเวทีประกวดสู่การเป็นพระเอกหนัง พร้อมควงแขนคนสนิท “ตั๊กแตน ชลดา” และ “นก พงศกร” เล่าเรื่องราวสนุกๆหลังกองถ่ายภาพยนตร์ อีหล่าเอ๋ย

 

สำหรับภาพยนตร์เรื่อง อีหล่าเอ๋ย เป็นเรื่องแรกที่ ตูมตาม รับบทเป็น พระเอกหนัง
ตูมตาม : ใช่ครับ เป็นจอเงินเรื่องแรกของผมเลยที่เป็นพระเอก เรื่อง อีหล่าเอ๋ย เป็นคำที่ใช้เรียก ลูกสาว น้องสาว คนรัก ที่คนทางภาคอีสาน เขาใช้กัน ซึ่งหนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของคนอีสาน และ เป็นเรื่องจริงด้วยครับที่คนอีสาน หรือ กลุ่มคนต่างจังหวัดทุกคนที่เข้ามาทำงานใน กรุงเทพฯ หาเงินสร้างฝันเพื่อทำให้ชีวิตของพวกเราดีขึ้น แต่ในระหว่างทางพวกเราก็ต้องฝ่าอุปสรรคต่างๆเพื่อเอาตัวรอด จะมีบรรยากาศคนต่างจังหวัดเหมือนกัน ใช้ชีวิตเหมือนกัน เป็นสังคมอีกด้านหนึ่งที่บางทีเราจะได้เห็นได้เล่าเรื่องอีกด้านหนึ่ง

ตั๊กแตน ชลดา : คือมันเป็นเรื่องจริง เวลาส่วนใหญ่คนหาเช้ากินค่ำจะไม่มีเงิน แต่ก็ใช้วิถีชีวิตที่ว่ามันไม่ได้มีแค่เศร้า มุมที่ทุกข์ แต่ว่ามุมสุขเล็กๆตรงนั้นมันมีอยู่เยอะ แต่ว่าบางคนอาจจะนึกไม่ถึง ก็เลยนำเอามุมตรงนั้นมาตีแผ่เป็นภาษาอีสานมุกก็จะแบบภาษาอีสาน แต่ว่าไม่ได้เป็นมุกที่ลึกมากจนคนดูแล้วไม่เข้าใจนะคะ หนังเป็นแนวโรแมนติก – คอมเมดี้

ขอบคุณคลิปจากรายการ ต้มยำอมรินทร์ 

ตูมตาม อยู่วงการมาขนาดนี้ ทำไมถึงเพิ่งได้มาเป็นพระเอกหนัง
ตูมตาม : จริง ๆ แล้วผมเพิ่งได้ออกมาดูแลตัวเองเป็นฟรีแลนซ์ด้วยแล้วก็ในโอกาสในการรับงานที่มันหลากหลายขึ้น เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีก่อน แล้วก็เริ่มเล่นหนังอะไรมาเรื่อย ๆ เริ่มต้นที่ผมเล่นหนังครั้งแรกผมเริ่มต้นเข้ามาเล่นเป็นตัวอื่น ๆ ก่อน จนครั้งนี้ได้มาเป็นพระเอกเลยค่อยๆแบบเต้าไต่จริง ๆ (หัวเราะ)

ในเรื่องรับบทเป็นอะไรบ้าง
ตูมตาม : รับบทเป็น พง
นก พงศกร : รับบทเป็น บักหำ 
ตั๊กแตน ชลดา : รับบทเป็น เจ๊เขียว เป็นพี่สาวของ อีหล่า (น้องไข่มุก) เรามาเป็นสาวโรงงานทำงานด้วยกัน เป็นสองครอบครัว ในเรื่องเราเป็นคนที่รักแฟนมากขี้หึง เป็นคนที่แบบว่ามั่นใจ แล้วก็แต่งตัวเก่งที่สุดในโรงงาน แต่ไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ แต่ว่าคิดว่าฉันสวยแบบนี้ แล้วก็ขี้โวยวาย ซึ่งในเรื่องแฟนเรา (บักหำ) ไม่เจ้าชู้เลยกลัวเราด้วยซ้ำ 
ตูมตาม : ไข่มุก จะเป็นเหมือนสาวโรงงานที่มาทำงาน พอเรามาแสดงหนังเรื่องนี้เราก็รู้สึกเซอร์ไพรส์เหมือนกันที่เขามาทำงานเขาก็ไม่ได้อยากจะทำงานแบบนั้นอยู่ตลอดนะครับ เขาก็มีความฝันที่อยากมีชีวิตที่ดีกว่า เขาก็จะดิ้นรนหาหนอาชีพเสริมกัน 

เพลงประกอบหนังก็คือ เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ เห็นว่าเพลงนี้เป็นเพลงที่เจ้าของลิขสิทธิ์หวงมาก
ตูมตาม : คือเราเป็นเจนใหม่ ๆ แล้ว เราก็ยังได้ยินเพลงนี้ผมได้มีโอกาสมาร้องเพลง เต้ยสาวจันทร์กั้งโกบ ใหม่ตอนแรกผมรู้สึกว่า ทำไมเขาถึงอยากให้ร้องเพลงนี้มากจังเลยเพราะอะไร พอเราได้ไปศึกษาประวัติเพลงนี้จาก ป๋าเอกชัย เล่าให้ฟังว่าเพลงนี้เมื่อ 30 ปีก่อนคือเพลงดังระดับโลกก็ว่าได้ เพราะคือเพลงหมอลำเพลงเดียวที่ขึ้นไปร้องคู่กับพี่เบิร์ด ธงไชย ในเวทีคอนเสิร์ต ซึ่งถ้าเป็นสมัยนี้คงเป็นหลักหลายร้อยล้านวิว

 

ในหนังเรื่องนี้มีนักร้องโด่งดังแล้วยังมี ตัวพ่อของหมอลำ ที่โด่งดังมากในภาคอีสาน ที่งานแน่นมาก
นก พงศกร : ไม่ได้ขนาดนั้นครับ วงของผม คือ วง หมอลำนามวิหค นก พงศกร ครับ ในวงจะมีแดนซ์เซอร์ 2 ทีมคนที่อยู่ในวงทั้งหมด 100 ชีวิต เวลาเราไปงานรถทั้งหมดที่ไปคือ 15 คัน รถบัสมี 4 คันครับ เสื้อผ้าจะเป็นรถสิบล้อต่างหาก หมอลำ จะเป็นศิลปะของคนอีสาน สมัยก่อนไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้เท่าไหร่ครับ แต่พอมาสมัยนี้ ก็ต้องมีอะไรเสริมเข้ามานิดหน่อยเพื่อให้เข้ากับสมัยนี้ ให้มี มุก มีความขำเข้ามาช่วย คล้ายๆกับ เดอะมิวสิคัล

แต่ในเรื่องนี้ ตั๊กแตน เกือบจะไม่รับเล่นเรื่องนี้
ตั๊กแตน : ต้องบอกแบบนี้ค่ะ เพราะเมื่อก่อนคอนเสิร์ตเยอะมาก คิวงานแน่นมาก หนังเรื่องไหนที่ติดต่อมา แตน ก็จะไม่ค่อยเล่นเพราะเรากลัวที่จะไม่มีคิวให้เขาเพราะคิวเราแน่นอยู่แล้ว แล้วบังเอิญหนังเรื่องนี้ถ่ายช่วงที่ โควิด มาพอดี แล้วเป็นช่วงที่คอนเสิร์ตยกเลิกหมดทั่วประเทศเพราะเขาห้ามจัดงานเลยเป็นความโชคดีของเราก็เลยรับเลย ดีใจมากตอนนั้นที่ได้เล่นเรื่องนี้ แล้วพอได้เล่นคือ ดีใจมากแล้วชอบเพราะมันแตกต่างจากงานที่เราทำอยู่มันได้ลองทำสิ่งใหม่ๆ ตอนแรกเราก็คิดว่าเราจะทำได้ไหม แต่กับเป็นว่าเราทำได้

 แปลว่าสำหรับหนังเรื่องนี้เป็นการมารวมตัวกันครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง
ตูมตาม : เป็นการสนิทกันอย่างรวดเร็วมากครับ อย่างบอกไม่ถูกด้วยความที่เราเป็นคนอีสานด้วยกัน พี่แตน เป็นคนที่เขาก็มีสายงานของเขา ผมก็มีสายงานของผม นก เขาก็มีสายงานของเขาแต่ว่าสิ่งที่ผูกพันกันโดยง่ายเพราะเราเป็นคนอีสานเหมือนกัน ทำให้เกิดความผูกพัน สนุกสนานมากๆเลย ทำให้ทุกคนมีความสุขกับการมาถ่ายหนังมาก ซึ่งคนที่คัดเลือกเรามาเล่นหนังเรื่องนี้ คือ พี่เอกชัย ศรีวิชัย ครับ 

 แต่ พี่เอกชัย เป็นคนคนใต้ แต่มาทำภาพยนตร์ของคนอีสาน 
ตั๊กแตน ชลดา : ทุกคนจะยิ่งงง!!  ว่าทำได้ยังไงแม้แต่นักแสดงอย่างเรายังนั่งงงเลยว่าคำศัพท์ลึก ๆ เกี่ยวกับภาษาอีสานพี่เอก แกรู้มากกว่าพวกเราอีก 
ตูมตาม : และซึ่ง ป๋าเอก เขามีความซีเรียสกับวัฒนธรรมมากๆ เขาเลยสอดแทรกเข้ามาในหนังเรื่องนี้เยอะมากครับ
ตั๊กแตน : ส่วนของ ไข่มุก คือ น่ารักมาก 
ตูมตาม : อยากจะให้หนังเรื่องนี้เป็นเหมือนของขวัญปีใหม่ของทุกคน ให้ย้อนไปเห็นชีวิตตัวเองเทียบเคียงได้เหมือนกัน เชื่อว่าผ่านจุดนี้มาทำงานอยู่จุดนี้ ผมรู้สึกว่ามันคุ้มค่ามาก 
ตั๊กแตน ชลดา : แล้วสิ่งที่ทุกคนจะได้รับในการที่ไปดูหนังเรื่องนี้คือ ทุกคนจะผ่อนคลาย จะคลายเครียด จะได้ความสุขและเสียงหัวเราะกลับไปแน่นอน แล้วแถมทุกคนยังจะได้รับรู้ถึงวัฒนธรรมของคนภาคอีสาน ซึ่งเป็นมรดกที่พวกเราคนไทยน่าจะต้องอนุรักษ์ไว้ แล้วทุกคนจะต้องนึกถึงถิ่นฐานบ้านเกิดของตัวเองแน่นอน และทุกคนก็จะนึกถึงสมัยที่คุณเข้ามาเป็นวัยทำงานแล้วก็สอดแทรกไปด้วยเรื่องราวหาเช้ากินค่ำ และเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่ทำงานทุกท่านค่ะ