วาววา ณิชชา ผันตัวเป็นอาสา ช่วยผู้ป่วยโควิดไร้เตียง - เล่าเคสจุกอก! ลูกขอผ้าห่มให้แม่ที่จากไปแล้ว

วาววา ณิชชา ผันตัวเป็นอาสา ช่วยผู้ป่วยโควิดไร้เตียง - เล่าเคสจุกอก! ลูกขอผ้าห่มให้แม่ที่จากไปแล้ว
ข่าวสด
27 ก.ค. 64
23

วาววา ณิชชา ผันตัวเป็นอาสาเต็มตัว ร่วมกับเพื่อน ตั้งมูลนิธิแบงค็อก คอมมูนิตี้ เฮลป์ ช่วยผู้ป่วยโควิด ไร้เตียง - เล่าเคสจุกอก! ลูกขอผ้าห่มให้แม่ที่จากไปแล้ว

ผันตัวมาเป็นอาสาสมัครอย่างเต็มตัวในช่วงนี้ สำหรับนักแสดงสาว วาววา-ณิชชา โชคประจักษ์ชัด เพื่อเป็นอีกหนึ่งแรงในการช่วยเหลือผู้ป่วยจากการติดเชื้อโควิด-19 ให้กับ Bangkok Community Help Foundation (มูลนิธิแบงค็อก คอมมูนิตี้ เฮลป์)

โดย วาววา ได้เผยเรื่องจุกอกให้ฟัง เกี่ยวกับครอบครัวผู้ติดเชื้อที่มีอาการวิกฤตให้ฟังว่ามี หนูน้อยขอผ้าห่มให้แม่ที่ตัวเย็นมาก โดยที่น้องไม่รู้ว่าแม่ของน้องได้เสียชีวิตแล้ว

 

 

"จริงๆเคสนี้มันมีแทบจะทุกวันนะคะ อย่างที่บอกว่าคนที่ป่วยแล้วรอเตียงอ่ะมีมากกว่า 500 คนในชุมชน คือจริงๆ อย่างที่บอกว่า เราจะแค่ตั้งใจ เอาอาหารไปให้

เราไม่ได้มีความรู้ความสามารถทางการแพทย์ที่จะไปช่วยชีวิตขนาดนั้น แต่ณจุดนี้เราเห็นเขาหายใจไม่ออก เราก็ไม่รู้จะทำยังไง ก็ต้องซื้อออกซิเจนมาช่วย

เพราะฉะนั้นเคสนี้ก็เป็นอีกเคสหนึ่งที่เค้าแจ้งมาเราไปเราไปถึงไม่ทัน พอทีมไปถึงเขาแจ้งมาว่าคือแม่เขาเสียชีวิตไปแล่วประมาณ 15 นาที

แต่คือตอนนี้เคสของน้อง ทั้งน้องและคุณพ่อได้เตียงในโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้ว ยังโชคดีที่ทั้งสองคนตอนนี้ได้ย้ายไปอยู่ในโรงพยาบาลแล้ว

อย่างที่บอกว่าเราทำเต็มที่ได้เท่าที่ทำ เราไม่ได้เป็นหมอไม่ได้เป็นพยาบาล ทีมอาสาทุกคนก็คือใจมากๆ คือใส่ชุด ppe ลงไปพื้นที่เสี่ยง ไปเจอผู้ป่วยที่มีอาการหนักแทบจะทุกวัน เราก็ทำเต็มที่ทำในสิ่งที่เราทำได้ค่ะ

อย่างวาเองไม่ได้ลงพื้น หน้าที่วาก็คือจะเป็นฝ่ายประชาสัมพันธ์

 

จุดเริ่มต้นในการมาตั้งมูลนิธิ "เกรก และ ฟริสโซ่ สองคนนี้เป็นเพื่อนวา ที่เขาเข้ามาช่วยตั้งแต่โควิดรอบแรกเมื่อปีที่แล้ว

ตอนนั้นก็คนเริ่มเดือดร้อนกันแล้ว มีคนตกงานมีคนต้องการอาหาร เราก็เอาถุงยังชีพอาหารแห้งแล้วก็ข้าวของใช้จำเป็นต่างๆไปให้กับชุมชน แต่ทีนี้พอทำทุกสัปดาห์แล้วก็กลับกลายเป็นว่าเรารู้จักคนในชุมชน ก็ยิ่งอยากจะช่วยเข้าไปอีก

ก่อนหน้าที่จะระบาดรอบนี้เขาก็เข้าไปทาสีโรงเรียนไปช่วยซ่อมถนนในชุมชน กำลังจะสอนกีฬาและสอนภาษาเด็กๆ แต่พอมาช่วงระบาดรอบหลังที่มันหนักขึ้นมากๆ ก็มีคนในชุมชนติดเชื้อเยอะ ตอนนี้ที่รอเตียงอยู่ก็มากกว่า 500 คน

ซ้าย เกรก - ขวา ฟริสโซ่

 

จากที่เราแค่ตั้งใจจะไปบริจาคอาหาร กลายเป็นว่าตอนนี้ เราก็ยังช่วยเหลือ ด้านอื่นๆด้วย ช่วยชีวิตด้วยเอา ถังออกซิเจนไปช่วยด้วย

ก็เลยเพิ่งมาตั้งเป็นมูลนิธิจริงจังเมื่อซักเดือนหนึ่งได้แล้ว เพื่อเราจะได้รับความช่วยเหลือได้สะดวก เวลาเราเข้าไปในพื้นที่ พอเราเป็นมํลนิธิอย่างเป็นทางการ เราก็จะเข้าพื้นที่ได้ง่าย ไปช่วยเหลือได้เร็วยิ่งขึ้น

คนที่อยากจะช่วย Support หรือช่วยบริจาค ก็จะเห็นภาพชัดว่าเราตั้งใจช่วยจริงจัง แล้วเราก็ทำมาตลอด แล้วตอนนี้เราก็จัดตั้งเป็นมูลนิธิที่จะช่วยเหลือคนในชุมชนต่อไปเรื่อยๆ

ไม่ใช่แค่เฉพาะช่วงโควิด ตอนนี้ก็ต้องช่วยชีวิตไปก่อน แต่หลังจากนี้ถ้ามันมีอะไรดีขึ้น นอกจากจะช่วยเรื่องอาหาร เราก็จะเข้าไป ช่วยสอนกีฬาช่วยพัฒนาชุมชนในด้านอื่นๆด้วย

แต่ว่าณตอนนี้ที่มันไม่เกิดเรื่องก็เลยต้องมาโฟกัสเรื่องของการช่วยชีวิต แล้วก็ก็ช่วยแยกผู้ป่วยติดเชื้อ ที่เขาอยู่ในบ้านในชุมชนเล็กๆออกมาเพื่อที่จะลดการติดเชื้อภายในบ้านซึ่งเราก็ทำกันเอง แล้วเราก็ช่วยเหลือกันเองค่ะ

คือเพื่อนวาเป็นฝรั่ง มันก็เลยทำให้วาคิดว่าขนาดเขาเป็นฝรั่ง ที่จริงๆคือเค้าเป็นคนที่แทบจะไม่ได้ผลประโยชน์อะไรจากการช่วยเหลือเลย คือเขาทำด้วยใจ 100%

คือจากแต่ก่อนที่ทำทุกอาทิตย์ แต่ตอนนี้ทำทุกวัน วันหนึ่ง ข้าว 2พันกว่ามื้อ เช้ารอบหนึ่ง บ่ายรอบหนึ่ง ช่วยชีวิต ตีหนึ่ง ตีสอง ก็ยังส่งทีมอาสาเข้าไปช่วย

วาก็เลยคิดว่า เราเป็นคนไทยเราอยู่ตรงนี้ เราทำอะไรเพื่อช่วยเขาได้บ้าง อะไรจะ Support เขาได้บ้าง อย่างที่บอกว่าตอนแรกเราไม่ได้คิดจะทำเป็นมูลนิธิ