อย่างที่หลายๆคนทราบกันดีว่าซีรีส์นั้นถือได้ว่าเป็นหนึ่งในวิธีการที่เยี่ยมยอดในการฝึกภาษาอังกฤษค่ะ เพราะนอกจากจะทำให้เราสามารถฟังภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วแล้วนั้น ยังทำให้เรารู้สึกสนุก เพลิดเพลิน และผ่อนคลายด้วยค่ะ เราเองก็เคยเป็นคนหนึ่งที่ตามหาซีรีส์ฝึกภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ตาม หลายๆเรื่องถึงแม้จะฟังเข้าใจง่าย แต่ไม่สนุกก็ทำให้เราไม่มีแรงบันดาลใจในการฝึกต่อค่ะ ดังนั้นซีรีส์ที่เรารวบรวมมาในวันนี้รับรองว่าเป็นเรื่องที่จะทำให้ทุกคนอยากดูไปจนจบเรื่องได้แน่นอนค่ะ (≧∇≦)/ 1. Stranger Things เรื่อง Stanger Things นั้นถือได้ว่าเป็นเรื่องอันดับต้นๆที่มักจะถูกพูดถึงในการดูซีรีส์เลยหล่ะค่ะ โดยเรื่องนี้จะเป็นแนววิทยาศาสตร์ สยองขวัญ เป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่จู่ๆก็ได้หายตัวไป ทำให้เพื่อนๆต้องร่วมมือกันเพื่อไปช่วยเด็กชายคนนั้น ซึ่งหลังจากนั้นก็ได้มีเหตุการณ์แปลกๆ เกิดขึ้นในเมืองนั้นตลอดค่ะ ซึ่งถ้าใครสงสัยว่าแปลกที่ว่านี่คือยังไง ต้องลองไปดูกันแล้วหล่ะค่ะ โดยที่เนื้อเรื่องนั้นจะดำเนินไปโดยมีเด็กกลุ่มหนึ่งเป็นตัวละครหลักค่ะ นั่นจึงทำให้สำเนียงและเสียงฟังง่าย และคำศัพท์ที่ใช้ก็ยังเข้าใจได้ง่ายอีกด้วยค่ะ เราจึงอยากแนะนำเรื่องนี้ให้กับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกค่ะ และข้อดีคือเรื่องนี้มีมาถึง 4 ซีซั่นแล้วด้วยกัน ถ้าดูจนจบได้ ภาษาอังกฤษต้องดีขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ ซึ่งเรื่องนี้จะง่ายต่อทั้งการฝึกฟัง และฝึกพูดค่ะ ส่วนใครที่กำลังกังวลว่าเรื่องนี้จะดูเด็กเกินไปไหม บอกเลยว่าคุณคิดผิดแล้วหล่ะค่ะ เพราะว่าเรื่องนี้นั้นทั้งสนุก ตื่นเต้น และสามารถทำให้ผู้ชมในทุกวัยติดหนึบได้เลยหล่ะค่ะ 2. Sweet Tooth Sweet Tooth นั้นก็เป็นอีกเรื่องที่ไม่ยืดเยื้อ ดูได้ทุกเพศทุกวัยเลยหล่ะค่ะ โดยเนื้อเรื่องนั้นจะเกี่ยวกับเด็กชายคนหนึ่งที่เป็นลูกผสมระหว่างมนุษย์ และกวาง ซึ่งถูกเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่ทำให้ไวรัสที่คร่าชีวิตผู้คนไปมากมายนั้นได้เกิดขึ้นมา เขานั้นจึงต้องคอยหลบหนีจากคนที่พยายามตามล่าเขา ในขณะที่ต้องตามหาแม่ของตนเองไปพร้อมๆกัน และอีกเช่นเคยค่ะ เรื่องนี้ดำเนินโดยเด็กชายตัวน้อยที่เสียงนั้นน่าฟังมากค่ะ ทั้งเนื้อเรื่องและบทสนทนาก็ไม่ได้ดำเนินเร็วเกินไป ทำให้สามารถฟังได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น และจับใจความแต่ละประโยคได้ง่ายมากยิ่งขึ้น จึงเหมาะมากสำหรับคนที่ต้องการดูแบบเพลินๆค่ะ 3. Super Girl เรื่องนี้นั้นเป็นเป็นเรื่องที่เหมาะเป็นอย่างมากสำหรับใครที่ชื่นชอบแนวซูเปอร์ฮีโร่ค่ะ ซึ่งในเรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานในการดูแนวนี้มาก่อนก็ได้ค่ะ เพราะจะเป็นเรื่องที่แยกออกมาจากซูเปอร์ฮีโร่เรื่องอื่นๆเลยค่ะ และที่สำคัญ เรื่องนี้ยังมีครบทุกรสชาติตั้งแต่แอคชั่นยันโรแมนติกเลยหล่ะค่ะ เรื่องนี้เป็นซีรีส์ที่ถือว่ายาวนานอีกหนึ่งเรื่องเลยด้วยกัน เพราะในตอนนี้มีมากถึง 6 ซีซั่น ซึ่งเสียงของนางเอกนั้นมีน้ำเสียง และสำเนียงที่ฟังได้ง่าย และติดหูมากๆ จากประสบการณ์ของเราที่ดูติดต่อกันไปสองซีซั่นก็ติดสำเนียงของหนังเรื่องนี้ไปช่วงหนึ่งเลยค่ะ จึงรู้สึกว่าถ้าใครที่อยากพัฒนาภาษาอังกฤษโดยเฉพาะในส่วนของการพูด ก็พลาดไม่ได้เลยหล่ะค่ะ ถือเป็นอีกเรื่องในดวงใจช่วยเราฝึกภาษาอังกฤษได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ 4. Bridgerton เรื่องนี่ค่อนข้างแตกต่างจากเรื่องอื่นในบทความนี้พอสมควร เพราะเป็นซีรีส์เกี่ยวกับความรักใคร่ของหญิงสาวตระกูลหนึ่งของอังกฤษ ซึ่งแน่นอนว่าเรื่องนี้อาจจะเป็นอุปสรรคเล็กน้อยสำหรับคนที่ยังไม่ได้แข็งภาษาอังกฤษขนาดนั้นค่ะ เพราะอย่างที่รู้ว่าคำศัพท์นั้นถูกใช้ในชนชั้นสูง จึงมีความแตกต่างจากศัพท์ที่ใช้โดยทั่วไป อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆสำหรับคนที่ต้องการเพิ่มคลังคำศัพท์ และต้องการพัฒนาการพูดของตนเองให้มีความคล่องแคล่ว และมีสำเนียงที่ดีขึ้นนั่นเองค่ะ ซึ่งสำหรับใครที่ต้องการเน้นการพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ มากกว่าการดูเพื่ออรรถรส แนะนำว่าให้ลองหยุดเป็นช่วงๆ และพูดประโยคตามในหนังค่ะ และเมื่อเจอคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยอาจจะจดไว้ และหาคำแปลในภายหลังค่ะ โดยในตอนนี้มีถึงสองซีซั่นแล้วด้วยกันค่ะ ใครที่ยังไม่เคยดูก็สามารถทยอยดูแบบยาวๆไปได้เลยค่ะ 5. Sherlock แน่นอนว่าหลายๆคนน่าจะคุ้นเคยกับเรื่องนี้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นการผ่านตามาจากหนังสือ หนัง หรือ ซีรีส์ ในวันนี้เราอยากมาแนะนำในส่วนที่เป็น ซีรีส์ที่มีมาตั้งแต่ปี 2010 ถึง 2017 ซึ่งก็มีทั้งหมด 4 ซีซั่นด้วยกัน และด้วยความที่เป็นเนื้อเรื่องแนวสืบสวนสอบสวน จึงมีช่วงที่พูดเร็ว พูดแบบต่อเนื่องอยู่บ่อยครั้งเวลาวิเคราะห์คดี จึงอาจทำให้มีความยากต่อการฟัง จึงเป็นตัวเลือกที่ดีในการพัฒนาทักษะการฟังให้ดีมากยิ่งขึ้นค่ะ อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้อาจจะยากต่อการฝึกพูด จึงอยากให้เน้นการฝึกฟังเป็นหลักค่ะ มากไปกว่านั้น ด้วยความที่เป็นซีรีส์อังกฤษ จึงจะทำให้ผู้ชมรับสำเนียงอังกฤษแบบจัดหนักจัดเต็ม และยังทำให้ได้รับคำศัพท์ที่มีความหลากหลายมากกว่าเพียงแค่ใช้ในชีวิตประจำวันค่ะ แชร์ประสบการณ์ ส่วนตัวเราแล้ว เมื่อก่อนไม่สามารถดูหนัง หรือซีรีส์ภาษาอังกฤษแบบที่ไม่มีซับได้เลยค่ะ รู้สึกฟังไม่ทัน จับใจความไม่ได้ แต่หลังจากที่ได้ตั้งหน้าตั้งตาดูแบบจริงจัง ยิ่งดูแล้วไม่เบื่อยิ่งทำให้ดูได้ทุกวัน เลยทำให้ในตอนนี้สามารถฟังเข้าใจได้โดยที่ไม่ต้องอ่านซับภายในไม่กี่เดือนค่ะ หลักการในการดูให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด: แนะนำให้ช่วงแรกๆอาจจะเน้นไปที่การเพ่งสมาธิไปกับการฟังพร้อมซับภาษาอังกฤษค่ะ พยายามจับให้ได้ว่าในประโยคนั้นๆ ผู้พูดพูดว่าอย่างไรบ้าง ยังไม่เน้นที่ความเข้าใจค่ะ หลังจากนั้นให้ลองเน้นไปที่การฟังเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าไม่แน่ใจบางคำ ให้ย้อนกลับไปอ่านซับแล้วฟังอีกรอบค่ะ ส่วนใครที่ต้องการฝึกพูดด้วยให้ลองหยุดเป็นประโยคๆ แล้วพูดตามบทของหนังเลยค่ะ อย่างไรก็ตาม ไม่ได้จำเป็นว่าจะต้องพูดตามทุกประโยค อาจจะเลือกประโยคที่เราชื่นชอบ หรือตัวละครที่เราชื่นชอบสไตล์การพูดและสำเนียงนั่นเองค่ะ เรื่องต่างๆที่แนะนำในบทความนี้ค่อนข้างมีความหลากหลาย ผู้อ่านสามารถเลือกดูได้ตามสไตล์ของตนเองเลยค่ะ ซึ่งอาจจะมีความยากง่ายไม่เท่ากัน แต่สิ่งที่เหมือนกันของทุกเรื่องที่แนะนำนี้คือความสนุกแน่นอนค่ะ ท้ายที่สุดที่ก็หวังว่าบทความนี้จะทำให้ทุกคนเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างสนุก และมีความสุขมากยิ่งขึ้นนะคะ ( ^ω^) เครดิตรูปภาพ ภาพปก/ภาพที่ 1: Stranger_Things/twitter.com ภาพปก/ภาพที่ 2: SweetTooth/twitter.com ภาพปก/ภาพที่ 3: TheCWSupergirl/twitter.com ภาพปก/ภาพที่ 4: bridgerton/twitter.com ภาพปก/ภาพที่ 5: Sherlock221B/twitter.com *STAR COVER"อย่ามัวแต่ดูมาดังกัน"* ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ขอชวนทุกคนมาสนุกโคฟเวอร์ พร้อมลุ้นรับเงินรางวัลมูลค่ารวมกว่า 7,000 บาท (5 รางวัล) โคฟคนที่ใช่ ไลค์คนที่ชอบ`ร่วมสนุกได้ที่ ทรูไอดีคอมมูนิตี้ ห้อง cover บนแอปทรูไอดี` คลิกเลย >> https://ttid.co/UAnK/7y9jfqkq อ่านรายละเอียดเพิ่มเติม >> https://bit.ly/3O1cmUQ ร่วมสนุกตั้งแต่วันที่ 10 มิถุนายน 2565 - วันที่ 3 สิงหาคม 2565