รีเซต

เรื่องใจฟูดาราดังช่วยค่าถุงซีพแก่แท็กซี่นำร่างภรรยากลับบ้าน

เรื่องใจฟูดาราดังช่วยค่าถุงซีพแก่แท็กซี่นำร่างภรรยากลับบ้าน
ดาราเดลี่บันเทิง
27 มกราคม 2569 ( 10:48 )
17

เรื่องใจฟูดาราดังช่วยค่าถุงซีพแก่แท็กซี่นำร่างภรรยากลับบ้าน

      เรื่องเล่าในแท็กซี่จากนักแสดงดัง ท็อป ดารณีนุช ทำใจฟู เมื่อได้รับฟังชีวิตแท็กซี่ จึงออกเงินช่วยซื้อค่าถุงซีพให้

เธอเล่าว่า

       เรื่องราวมันเกิดขึ้น ตอนที่ฉันตัดสินใจนั่งแท็กซี่กลับจากโรงพยาบาลรามา มาโรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ

 

      “อย่างที่ทราบว่าคุณดาเริ่มทำงานประจำ(แต่ยังไป ทำงานละคร และงานพิธีกรได้ ) ที่โรงพยาบาลมาสเตอร์พีซ ในตำแหน่ง Executive Customer Experience”

       “วันนี้ช่วงเช้าหลังจากเข้างานดูแลคุณลูกค้า ช่วงบ่ายส่งตัว คุณ Yai Fundee ที่เพิ่งเริ่มมาดูแล บำรุงความหล่อ เป็นครั้งแรก เข้าห้องแผนก SKIN เรียบร้อย คุณดาก็รีบบึ่งไปพบคุณหมอโรงพยาบาลรามาตามนัดอ่านผลเจาะเลือดตอนบ่ายสามโมง อารามรีบและเห็นว่าระยะทางไม่ไกลกันนัก จึงโดดขึ้นมอเตอร์ไซต์โดยไม่ได้ใส่แมส ได้เรื่อง อาการหอบหืดขึ้นทันที พอเปิดแอพดูถึงรู้ว่าวันนี้ค่าพีเอ็ม 2.5 เขตดุสิต สูงถึง 133 ถึงโรงพยาบาลรามารีบซื้อแมสใส่ทันที นี่แหละวัวหายล้อมคอกของแทร่

พบหมอเสร็จ ขากลับตัดสินใจเรียกแท็กซี่ ดูในแอพแล้วใช้เวลาไม่ถึง 5 นาทีก็ถึง ระหว่างทางคุณพี่คนขับ เล่าให้ฟังว่าแกพึ่งเสียภรรยาไปเมื่อเช้าจากมะเร็งเต้านม

เลยถามทำไมพี่ยังขับรถอยู่ แกบอกว่าแกหาเงินเพื่อจะเป็นค่าน้ำมันพาภรรยากลับบ้านที่โคราช โดยจะห่อผ้าขาว เอนเบาะหน้าแล้วขับพากันกลับไป แกว่าแกเดินเรื่องทำเอกสารอะไรไว้เรียบร้อยหมดแล้ว

คุณดาถามแล้วใจพี่เป็นอย่างไร? แกบอกแย่ ตอนที่โรงพยาบาลเรียกไปบอกว่าภรรยาเสียนั้น แขนขาแกแทบไม่มีแรง แกอยู่กินกับภรรยามา28 ปี มีลูกกันสองคน แต่แกก็ต้องฟื้นตัวเอง เพื่อจัดการธุระต่อให้เสร็จ แกว่าแกทำได้ด้วยวิชาจากการเป็นทหาร

        ถามว่าทำยังไงพี่? แกบอกแกเคยเป็นทหารผ่านศึก การเป็นทหารเมื่อถึงคราวคับขันจะถูกฝึกให้ตั้งสติให้มั่น แม้ความทุกข์ความเศร้าจะจู่โจมก็ตาม สุดท้ายแกก็รวบรวมกำลังใจดำเนินเรื่องตามขั้นตอนจนเสร็จ

       แกเล่าให้ฟังว่า ที่โรงพยาบาลที่ภรรยาเสีย เค้าแนะนำให้ซื้อถุงซิป ใส่ศพภรรยาเพื่อช่วยเรื่องกลิ่นจากศพ แม้จะฉีดฟอร์มาลีนแล้วก็ตาม

       “คุณดาเลยถามว่าถุงซิปราคาเท่าไหร่ แกบอก 500 กว่าบาท เลยบอกหนูขอเป็นเจ้าภาพให้นะคะ คุณลุงหันหลังมามองแกยื่นมือมาจับเท้า บอกขอบคุณมากครับคุณหมอ คุณดาชักเท้าหลบ แล้วถอดหน้ากากออก บอกแกว่า หนูไม่ได้เป็นหมอค่ะ หนูเป็นนักแสดง แกเห็นว่าเดินทางไปสองโรงพยาบาลเลยคิดว่าเราเป็นหมอ พอรถติดไฟแดงแกขอถ่ายรูป แกว่าอยากจะให้ลูกดู และกล่าวเสียงหนักแน่นว่า วันหนึ่งถ้าลุงมีเงินมากกว่านี้ ลุงจะตามหาและขอตอบแทนกลับคืน

      “หนูต่างหากที่ต้องตอบแทน เพราะคุณลุงเคย เป็นทหารช่วยรักษาชาติบ้านเมืองมาก่อน ในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน เป็นเพื่อนมนุษย์กัน สิ่งที่เราเกื้อกูลกันนั้นเหมาะสมดีแล้วค่ะ

ป.ล. เตือนภัย เตือนใจกรุณาอ่านโพสต์ถัดไปด้วยค่ะ