หากจะพูดถึงหนังในยุคนี้ที่ก็คงจะมากไปด้วยแนวพล็อตซุปเปอร์ฮีโร่ทุนหนาหรือหนังแนวผจญภัยอลังการ ๆ และที่ขาดไปไม่ได้อย่างหนังสยองขวัญไอเดียบรรเจิดกันหมดในความคิดแรก ๆ ที่คิดและเห็นอยู่บ่อยตา แต่ถ้าหากพูดถึงหนังแนวไซไฟจ๋า ๆ แบบเต็มตัวในยุคนี้ที่พอจะนึกออกก็คงจะมีแค่ Dune ผลงานของผู้กำกับ เดอนี วีลเนิฟว์ ผู้กำกับมากวิสัยทัศน์ที่มักขับเคลื่อนตัวภาพยนตร์ของเขาให้ชัดเจนในแง่ความเป็นภาพยนตร์แบบจ๋า ๆ ด้วยเทคนิคงานภาพ มุมกล้อง ชัดเจนเป็นลายเส้นมาตั้งแต่เรื่อง Blade Runner 2049 หรือ Arrival ท่ามกลางโรคระบาดและยุคหนังไซไฟที่ไม่ได้ทำเงินหนาและกระแสแรงเท่ามหากาพย์ไซไฟเปิดโลกภาพยนตร์อย่าง Star Wars ก็เกิดปรากฎการณ์ในปี 2021 Dune ฟีเวอร์ขึ้นด้วยทุนสร้างที่สูงและความเสี่ยงหนาตัวหนังยังสามารถกวาดคำวิจารณ์ยอดเยี่ยมและรายได้ผ่านจุดคุ้มทันจนเกิดเป็นกระแสในภายหลังหลังหนังลาโรงและวงการภาพยนตร์ก็กลับเข้าสู่เหตุการณ์ปกติหลังโควิดหยุดระบาดเป็นเสียงชื่นชมจากชาวเน็ตที่ได้มีโอกาสดูทีหลังและเสียดายที่พลาดไปจนการรอคอยสิ้นสุดลงการกลับมาของหนังภาคต่อที่เลื่อนจากปลายปี 2023 มาต้นปี 2024 ที่ในที่สุดเราก็ได้ชมกันแล้วที่ถึงแม้จะเพิ่งเข้าโรงแต่ผู้กำกับก็ค่อนข้างจะยืนยันว่าบทในส่วนภาคสามได้ดำเนินการจวนใกล้เสร็จแล้จึงยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นในการขยายจักรวาลแห่งไซไฟนี้เพิ่มเท่าตัวว่าด้วยเรื่องราวที่ต่อจากภาคก่อนของดูน เมื่อ พอล และ เฟรแมน เริ่มเดินทางปลุกระดมกำลังพลระหว่างทางเพื่อหวังลุกขึ้นต่อกรปลดแอ็คจากการถูกเอาเปรียบและแก้แค้นคนที่ทำกับตระกูล อะเทรดีส อย่าง ฮาร์คอนเนน และเข้าต่อรองหาความยุติธรรมกับจักรวรรดิชั้นสูงเพื่อยุติเรื่องราวระหว่างดวงดาว ความรู้สึกหลังชมจบในความยาวเกือบสามชั่วโมงเหมือนผู้กำกับและตัวหนังได้จูงคนดูทั้งโรงเข้าไปในดวงดาวแห่งทะเลทรายได้สมจริงและดื่มดำบรรยากาศได้ชั้นเยี่ยมมาก ๆ จนเชื่อสนิทใจว่าโลกและวัฒนธรรมของพวกเขามีจริงทรงขลังทรงพลัง ในภาคนี้ยังคงขยายเรื่องวัฒนธรรมต่อยอดจากภาคแรกได้อย่างดิบดีและเห็นมิติมากขึ้นกว่าเคย ทั้งฝั่งทะเลทรายของเฟรแมน และฝั่งบ้านตระกูล ฮาร์คอนเนน และฝั่งจักรพรรดิ ไม่ได้เล่ามุมมองเดียวแบบคราก่อนช่วยส่งเสริมเพิ่มมิติแต่ละตัวละครให้เราเข้าใจหลากมุมเหตุผลมุมมองจนกลายเป็นหนังการเมืองไซไฟชั้นดีอีกเรื่องที่น่าสนใจตั้งแต่จนจบได้อย่างพอใช้ได้ด้วยการแสดงของนักแสดงมากหน้าหลายตาชั้นนำของวงการฮอลลีวูดทั้งบทบาทใหม่และเก่าที่ยังสามารถส่วมบทบาทได้ดีตามสไตล์พวกเขาแต่ม้ามืดเจิดจรัสท่ามกลางนักแสดงมวลมากหลากฝีมือคงจะเป็น เซ็นดาย่า และ ฟลอเรนซ์ พิว ที่ต่างคนต่างเป็นตัวแปร ด้านเซ็นดาย่าตัวละครหลักมีบทบาทเพิ่มขึ้นในภาคนี้ที่แสดงดีหน้าชัดเจนและชวนอินตามหนังได้อย่างดี เฉกเช่นเดียวกับ ฟลอเรนซ์ พิว ที่แม้อาจจะมีแอร์ไทม์ไม่เท่าเซ็นดาย่าแต่ก็เป็นตัวแปรสำคัญที่พอขึ้นจอกรับส่งทำหน้าที่ของเธอเองได้ดี และนักแสดงคนอื่น ๆ ที่ก็เปล่งประกายทุกครั้งเมื่อกล้องได้จับพวกเขามีเวลาปรากฎบนจอ จะไม่เคลิ้มตามขนาดนี้ถ้าขาดงานภาพ และ งานสร้าง ที่โคตรอลังการและน่าจะเป็นงานสร้างภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ขึ้นหิ้งในช่วงยุคนี้เลยทีเดียว งานภาพเหมือนภาพวาดที่มีชีวิต น่าหลงใหล และสวยเพลินตาในทุกเฟรมที่กล้องจับต้องเช่นเดียวงานสร้างที่สวยสมจริงกว่าคราก่อนเท่าตัวมาก ๆ และช่วยส่งเสริมเรื่องราวให้ดูทรงพลังตามธีมเรื่องความศรัทธาในการปลุกระดมในการทำสงครามสุดแสนไซไฟได้อย่างพอดีเหมาะเจาะ แถมด้วยงานเสียงทั้งดนตรีประกอบฉาก เสียงเอฟเฟคในเรื่องออกมาดูดี ติดหู และใช้งานควบคุมได้ดีมาก ๆ กับระบบ IMAX ระบบที่ทางตัวหนังออกแบบถ่ายทำเพื่ออยากให้ได้อรรถรสเต็มที่มากสุดเมื่อได้ดูหนังเรื่องนี้เสริมทัพด้วยตัวบทที่ยังคงรูปแบบเดิมในการเล่าเรื่อง ย่อยช้า ๆ ไปอย่างงาม ๆ แบบภาคก่อนที่คราวนี้จะเป็นการเซ็ตติ้งฝั่งการลุกขึ้นมาต่อกรของ อะเทรดีส ที่เริ่มไล่เล่าอย่างครบถ้วนเก็บทุกเม็ดอย่างละเอียดจวบจนสามารถนำองค์ประกอบการค่อย ๆ บรรยายช้า ๆ มาระเบิดระเบ้อพีคสุดปรอทได้โอเคในช่วงบทสรุปด้วยฉากแอ็คชั่นสุดอลังการแบบหนังสงครามฟอร์มยักษ์ที่เคยเห็นมานักต่อนัก ที่ใช้วัถตุดิบเรื่องราวในโลกตัวเองได้ครบและสาแก่ใจคนดูได้ดีมาก ๆ อย่างควรจะเป็นได้ดีแถมยังต่อยาอดในการขยายจักรวาลดูนได้ดีอีกขึ้นด้วย มีดีมากก็ต้องมีเสียดายเล็กน้อยธรรมดา ๆ ด้วยตัวหนังที่ยาวนานเกือบถึงสามชั่วโมงที่ใช้เวลาไปในการปูเรื่องราว เล่าที่มาที่ไปอย่างชัดเจนพาคนดูอินและเชื่อไปจนจบหนัง หนังกลับใช้เวลาในบางส่วนยาวเกินความจำเป็นในบางส่วน จริงอยู่ว่าความยาวของหนังจะช่วยเสริมให้เรื่องราวชัดเจนและพอดีที่สุดแต่ใช่ว่าจะพอดีกับใครหลาย ๆ คนที่อาจจะกำลังคาดหวังในภาคต่อต้องระเบิดตู้มต้าม ดำเนินเรื่องฉับไวตามสไตล์ภาคต่ออาจจะต้องผิดหวังกันเต็มประดามวลรวมแล้ว Dune 2 คือการกลับมาของหนังภาคต่อไซไฟที่เจิดจรัสด้วยงานสร้าง งานภาพ ที่สง่างามแพรวพราวกว่าครั้งก่อนหลายเท่าตัวด้วยเทคนิคงานสร้างเฉพาะตัวของ เดอนี วีลเนิฟว์ และนักแสดงในมวลรวมที่ชวนพาเรื่องราวของดูนเข้าไปไหลรวมมัดใจผู้ชมคนดูได้อยู่หมัดแม้ความยาวของหนังและสไตล์เล่าช้า ๆ ค่อย ๆ ย่อยจะไม่ได้ถูกใจกับทุกคนมากนักก็ตาม ถือว่าเป็นหนังภาคต่อไซไฟที่แสนสุดจะหายากในยุคนี้จริง ๆ Dune 2ดูได้ที่โรงภาพยนตร์2 ชั่วโมง 46 นาทีมีทั้งพากย์ไทยและซับไทยฝากช่องทางในการติดตามพวกเราFacebook FanPage แค่เคยดูYoutube Chanel แค่เคยดูแหล่งที่มาทั้งหมดจากที่ Facebook Page Dune Movie และ Warner Bros. Picturesภาพหน้าปก ภาพที่ 1ภาพประกอบ ภาพที่ 1 ภาพที่ 2 ภาพที่ 3 ภาพที่ 4 จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !