เธอชอบดูคอน ส่วนฉันชอบดูโขน😍 รีวิวนี้เขียนหลังจากโขนลาโรงไปสักพักแล้วนะ จริง ๆ ไปชมโขนตั้งแต่ช่วงสัปดาห์แรกที่จัดการแสดงเลย แต่กว่าจะหาเวลามานั่งเขียนนั่งเรียบเรียงได้ก็ใกล้สิ้นปีซะแล้ว เราเคยมีโอกาสเดินทางไปดูโขนมูลนิธิฯ มาแล้วสองครั้ง ตอนกุมภกรรณทดน้ำกับตอนพระจักราวตาร บอกเลยว่าเป็นความฟินของสายดูโขนแบบเราสุด ๆ ปีนี้ก็ไม่พลาดอีกเช่นเคย เริ่มจากการจองบัตรออนไลน์ทางเว็บไซต์ของ Thai Ticket Major สำหรับของเราเลือกจัดส่งบัตรทางไปรษณีย์ ได้เลือกรอบบ่ายสอง ที่นั่งโซน B3 ราคา 2,000 เป็นโซนที่ไม่ใกล้ไม่ไกล อยู่ประมาณกลางโรงกำลังพอดี เขาว่ากันว่าที่นั่งเต็มเร็วไม่เกินจริงเลยค่ะ5555 ส่วนบัตรที่ได้เป็นรูปตัวละครแบบสุ่มเหมาะแก่การเก็บสะสม อาจจะรอบัตรนานหน่อย แต่ส่งถึงบ้านแน่นอน มาถึงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หน้าทางเข้าหอประชุมใหญ่ติดตั้งประติมากรรมรูปสัตว์หิมพานต์ และมี Backdrop โลโก้สัตยาพาลีให้คนมาต่อคิวถ่ายรูป โดยมีพี่เจ้าหน้าที่จิตอาสาคอยอำนวยความสะดวกให้ บรรยากาศในห้องประชุมค่อนข้างคึกคัก คนเข้ามากันล้นหลามมาก ระหว่างรอเข้าโรงละครก็แวะดูของที่ระลึก มีทั้งผ้าไหม เสื้อ กล่องจุ่มพวงกุญแจ สารพัดของกุ๊กกิ๊ก รวมถึงมีสาธิตการลงสีหัวโขนด้วยนะ เราได้ของติดไม้ติดมือเป็นหนังสือสูจิบัตรปกเขียว ผ้าเช็ดแว่น และสมุดโน้ตเล่มเล็ก หลังจากให้เจ้าหน้าที่ตรวจตั๋วแล้วก็เดินเข้ามาหาที่นั่ง มองไปข้างหน้าเห็นจะเป็นผ้าม่านลายเทวดาเหาะล้อมเขาพระสุเมรุสุดประณีต ข้างเวทีมีจอทั้งสองฝั่งเอาไว้ฉายคำบรรยายภาษาอังกฤษ หน้าจอจะเป็นที่นั่งของวงปี่พาทย์สองวง นักดนตรีและผู้ขับร้อง จะผลัดกันบรรเลงและขับร้องตลอดการแสดง ส่วนผู้พากย์โขนจะยืนข้าง ๆ วงปี่พาทย์อีกทีหนึ่ง เริ่มต้นการแสดงด้วยการรำเบิกโรง แล้วจึงเข้าสู่โขนเรื่องรามเกียรติ์ โขนมูลนิธิฯ มี 2 องก์เช่นเคย องก์ละประมาณ 1 ชั่วโมง พักเบรคประมาณ 10-15 นาที ระหว่างชมการแสดงห้ามใช้โทรศัพท์และงดส่งเสียงดังด้วย ขอบ่นนิดนึงว่ารอบที่ไปดูมีคุณป้าที่นั่งข้างหลังเขาจดจ่อกับโขนมาก ๆ จนคุยกันเสียงดังแทบทุกจังหวะที่ตัวละครออกแอ็กชันเลย อย่าหาทำแบบนี้นะคะ สไตล์การเล่าเรื่องก็จะแนวเดียวโขนชุดของกรมศิลป์ บางปีเล่าตอนตอนหนึ่งที่เหตุการณ์ต่อเนื่องกันตามวรรณคดี เช่น นางลอย นาคบาศ กุมภกรรณทดน้ำ แต่บางปี จะเป็นการมัดรวมหลาย ๆ ตอนมาปะติดปะต่อกันเป็นโขนหนึ่งชุด โดยเน้นความสำคัญที่ตัวละครใดตัวละครหนึ่ง เช่น พิเภกสวามิภักดิ์ (พิเภกโดนไล่ เข้าสวามิภักดิ์ แล้วตัดข้ามไปตอนพุ่งหอกที่พิเภกเกือบขิต) หรือพระจักราวตาร (เรื่องของพระรามโดยสังเขป ตั้งแต่อวตาร เดินป่า รบ ครองเมือง) สำหรับสัตยาพาลี ลักษณะเป็นอย่างแบบที่สอง ใครที่ไม่แม่นเนื้อเรื่องรามเกียรติ์อาจจะดูแล้วงงได้ การอ่านเนื้อเรื่องย่อก่อนชมการแสดงจึงค่อนข้างจำเป็น "สัตยาพาลี" เป็นเรื่องราวของพญาวานรสายเลือดพระอินทร์ผู้มีฤทธิ์มาก เคยชนะทศกัณฐ์และกำราบเจ้าควายทรพีจนสิ้นฤทธิ์ กระนั้นวาจาสาบานที่เคยให้ไว้คราวชะลอเขาพระสุเมรุ ก็ย้อนกลับมาพิพากษาพาลีในวาระสุดท้าย แม้พระรามจะแสนเสียดายความเก่งกาจที่อาจเป็นกำลังรบภายภาคหน้า แต่สำหรับพาลีแล้ว เลือดหนึ่งหยดไม่อาจชดใช้ความผิดของตน จึงสั่งเสียสุครีพน้องชายให้ตั้งใจทำหน้าที่เป็นข้ารองบาทพระราม แล้วยอมให้ศรพระนารายณ์ปลิดชีพตนเพื่อรักษาคำสัตย์ หลังจากพาลีสิ้นชีพ สงครามลงกาก็ได้เริ่มต้นและดำเนินต่อเนื่อง ญาติสนิทมิตรสหายของทศกัณฐ์ถูกฝ่ายพระรามสังหารแทบสิ้นวงศ์ ขณะที่เจ้าลงกากำลังวิตก มเหสีคู่ใจอย่างนางมณโฑก็เสนอหนทางช่วยสวามี ด้วยการทำพิธีหุงน้ำทิพย์ชุบชีวิตทหารยักษ์ที่ม้วนมรณ์ พร้อมกันนั้น ทศคีรีวันและทศคีรีธร สองโอรสฝาแฝดของทศกัณฐ์ก็เดินทางมาช่วยพระบิดาทำศึกครั้งนี้ด้วย เทคนิคแสงสีเสียงไม่ทำให้ผิดหวัง บอกเลยว่าปีนี้มีฉากสวย ๆ เยอะมากกกกก ทั้งฉากถ้ำ ฉากปราสาท หรือซีนต่อสู้ที่มีการใช้สลิง ส่วนนักแสดงก็มากันเต็มเวทีทั้งระดับครูอาจารย์ และนักเรียนนักศึกษาจากวิทยาลัยนาฏศิลป รำสวยเป๊ะปังกันทุกคน เครื่องแต่งกายก็ระยิบระยับเล่นไฟไฮคลาสสุด ๆ ดนตรีและการขับร้องก็ไพเราะส่งเสริมกันดีจนคนฟังหูเคลือบทองเลย ขออนุญาตวิจารณ์ประเด็นหนึ่งอย่างตรงไปตรงมา โขนตอนนี้ทำให้เราเห็นพาลีหลายมิติมากนะ เห็นความเก่งกาจตอนสู้กับทศกัณฐ์กับทรพี ความใจร้อนหูเบาจนไล่สุครีพออกจากเมือง และความเด็ดเดี่ยวที่จะ "ยอมตายเพื่อรักษาสัตย์" แต่โขนตอนนี้ไม่ได้แสดงให้เห็นเป็นภาพชัด ๆ ว่าพาลี "ให้คำสัตย์อะไร" และ "ผิดสัตย์อย่างไร" คือไม่เห็นเหตุการณ์ที่พาลีไปช่วยชะลอเขาพระสุเมรุ รับของรางวัลและสาบานต่อหน้าพระอิศวร จนไปสู่การเคลมว่าที่เมียน้อง เลยมองว่าชื่อตอน "สัตยาพาลี" ไม่ครอบคลุมเนื้อหาโดยรวมของการแสดงเท่าใดนัก โดยเฉพาะช่วงที่ข้ามไปตอนทศกัณฐ์รบพระราม ซึ่งตัวละครพาลีไม่มีบทบาทแล้ว ถ้าเนื้อหาเน้นไปที่ประเด็นเรื่องคำสาบานของพาลีมากขึ้นก็น่าจะเข้ากับชื่อตอนมากกว่า อย่างไรก็ตาม ความที่เราเป็นคนชอบดูฉากรบอยู่แล้วก็เลยชอบการแสดงครึ่งหลังไปด้วย พยายามลองคิดอีกมุม บทพาลีมันอยู่ในช่วงยังไม่เริ่มสงครามอะเนอะ ถ้าเล่าชีวประวัติพาลีตั้งแต่เกิดจนตุยแบบเพียว ๆ บางทีอาจระทึกใจไม่เท่าฉากสนามรบที่มีตัวแสดงจำนวนมากสู้รบปรบมือก็เป็นได้ ถือว่าเป็นของแถมแบบชุดใหญ่ไฟกะพริบละกัน ปูทศกัณฐ์ตัวเขียว จะน่ากลัวก็ไม่ใช่ จะน่ากินก็ไม่เชิง ดูเป็นสัตว์ประหลาดที่สวยแปลกตา เคลื่อนไหวเหมือนปูจริง ๆ ขบวนแห่องคตไปลงสรงจัดเต็มมาก ความลิงเด็กชั้นสูงอะเนอะ แล้วก็เอ็นดูน้องที่เป็นองคตตอนฉุดทศกัณฐ์ คือน่ารักมากกก คนหัวเราะตบมือกันทั้งโรง ตลกโขนเซ็ตเทวดาเจ้าที่ (ชื่ออะไรบ้างจำไม่ได้ มีเจ้าดงเจ้าดอยอะไรนี่แหละ) เล่นมุกไปด้วย สรุปและเชื่อมโยงเรื่องให้ฟังด้วย เหตุเพราะมีการข้ามตอนดังที่กล่าวมาข้างต้น เลยต้องออกมาเล่าให้ท่านผู้ชมแทนนั่นแหละหนา ฉากทรพีทรพา กระทืบเท้าปึงปัง คนดูอย่างเราเจ็บแล้วเจ็บอีก พาลีสุครีพอาลัยอาวรณ์มาก สั่งเสียเสร็จกว่าพี่จะเอาศรแทงน้องก็ห้ามแล้วห้ามอีก โถ ปกติบนเวทีโขน ตัวนางสำคัญจะแทบไม่ปรากฏตัวเลยถ้าไม่มีบทจริง ๆ แต่โขนปีนี้มีนางมณโฑหุงน้ำทิพย์ปลุกซอมบี้ ซึ่งเป็นไม้ตายลับสุดโกงของทางลงกา (หลังจากโดนอีกฝั่งโกงมานาน) มีฉากหนุมานแแปลงร่างเป็นทศออกมาโซโล่รำฉุยฉาย เพื่อไปทำลายพิธี แล้วตัดข้ามไปฉากสนามรบหลังพิธีล่มแล้ว ดีที่ไม่มีฉากเข้าหามณโฑ เดี๋ยวมันจะไอ้นั่น ทศกัณฐ์ทรงช้างออกรบอย่างเท่ เอ็นดูตอนพรมน้ำทิพย์จังหวะแรกแล้วพวกยักษ์ซอมบี้ทำท่าไม่มีแรง55555 ส่วนฉากรบก็อะไรใหม่ ๆ พระลักษมณ์ได้ซีนฉายเดี่ยวขึ้นลอยทศคีรีวัน-ทศคีรีธรต่อกันแบบไม่ต้องลงพื้น เก็บเรียบทั้งสองพี่น้อง ดุดันมากไอเลิฟพระลักษมณ์ ฉากสุดท้ายที่ทศกัณฐ์ต้องถอยทัพ นึกถึงตอนดูภาพจิตรกรรมฝาผนังที่วัดพระแก้วเลย ภาพสนามรบมันต้องมีคนล้มลุกคลุกคลาน มันต้องวุ่นวายโกลาหล แต่มันวุ่นวายแบบมีศิลปะ จังหวะที่ทัพยักษ์ขยับพลหนีไปข้างเวที ทัพวานรที่อยู่ฝั่งซ้ายก็จะเคลื่อนพลรุกไล่ แล้วไม่ใช่เคลื่อนไหวไปรวดเดียวด้วยนะ เขาขยับภายในสามช็อตจ้ะ ไม่รู้เรียกเทคนิคอะไรแต่มันว้าวมาก ขยับเปลี่ยนท่าแล้วหยุด ๆ จนราชรถพระรามเคลื่อนมาอยู่กลางเวที ประกอบกับบทร้องฉากนี้ก็เป็นการสรุปเรื่องราวสงครามรามเกียรติ์ จับใจความได้ประมาณว่าในท้ายที่สุดธรรมะก็ชนะอธรรมทำนองนั้น ปิดม่านการแสดงอย่างสวยงามจ้า ภาพรวมของโขนปีนี้ยิ่งใหญ่อลังการงานสร้างสมมาตรฐาน จึ้งตาจึ้งใจ คุ้มค่าบัตรสุด ๆ ขอบคุณผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังที่สร้างสรรค์งานอันทรงคุณค่ามาเป็นบุญตาคนไทย สมกับที่ว่าโขนเป็นการรวมศาสตร์และศิลป์หลายแขนงมารวมกัน มารอดูกันว่าปีต่อไปจะหยิบรามเกียรติ์ตอนไหนมาเล่นอีก รีวิวนี้อาจจะมาช้าไปหน่อย แต่อย่างน้อยก็หวังว่าจะเป็นแนวทางสำหรับคนที่สนใจอยากกดบัตรดูโขนปีต่อไป และแม้ว่าจะหมดช่วงโขนมูลนิธิฯ แล้ว ใครอยากดูโขนก็สามารถติดตามชมได้จากอีกหลายที่เลย อย่างโขนของสำนักการสังคีต กรมศิลปากร โขนศาลาเฉลิมกรุง วิทยาลัยนาฏศิลปหรือแม้แต่ชมรมโขนต่าง ๆ คือรู้สึกว่าในหนึ่งปีมีโชว์โขนตามงานเทศกาลเยอะมากกกกก ดูสดหรือดูย้อนหลังตามออนไลน์ก็ได้หมด เดี๋ยวนี้วงการนาฏศิลป์เขาแมสจริงเธอ ใครที่ไม่เคยมาดู อยากให้ลองมาดูสักครั้งหนึ่งในชีวิตจริง ๆ นะ มาเติมโขนกันเถอะทุกคน ภาพหน้าปก ภาพบรรยากาศและภาพฟินาเล่ ผู้เขียนถ่ายเองทั้งหมด เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !