ในโลกของวิดีโอเกมนั้นมีเกมอยู่หลากหลายแนว หลากหลายประเภทให้เหล่าเกมเมอร์ได้เลือกสรรได้ตามใจชอบ แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเกมที่ได้รับความนิยมมักเป็นเกมที่ทดสอบทักษะของผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นความเร็ว ความแม่น หรือการวางแผนเอาชนะศัตรู หรือผู้เล่นด้วยกันเอง ทำให้ผู้เล่นต้องฟาร์มเลเวล ฟาร์มของเพิ่มความเก่งให้ตัวละคร เอาชนะศัตรู หรือผ่านด่านให้สำเร็จ แต่วันนี้ผู้เขียนอยากพาผู้อ่านและเหล่าเกมเมอร์ไปรู้จักกับเกม Spiritfarer เกมอินดี้จาก Thunder Lotus Games เกมที่ไม่ต้องเอาชนะใคร ไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุด เพราะสิ่งที่เกมนี้อยากให้เราทำ คือการดูแลใครบางคนให้ดีที่สุดก่อนที่เขาจะต้องจากไป ผู้เล่นจะรับบทเป็น Stella ผู้ทำหน้าที่ Spiritfarer (ผู้ส่งวิญญาณ) เราเปรียบเสมือนคนที่ช่วยนำทางเหล่าดวงวิญญาณไปสู่ปลายทางสุดท้ายของชีวิต เราต้องเดินทางไปทั่วทะเลด้วยเรือพร้อมกับน้องแมวเหมียวคู่ใจชื่อ Daffodil เราจะได้พบกับวิญญาณจำนวนหนึ่งที่ยังมีเรื่องติดค้างในใจ หรือสิ่งที่พวกเขาอยากทำให้สำเร็จก่อนจากโลกนี้ไป หน้าที่ของเราคือดูแล และช่วยเหลือวิญญาณเหล่านั้นให้ได้ทำสิ่งสุดท้ายที่พวกเขาต้องการ และใช้เวลาอยู่กับพวกเขา ก่อนจะพาพวกเขาไปยัง Everdoor ประตูที่นำไปสู่โลกหลังความตายอย่างสงบ Spiritfarer เป็นการการผสมผสานเนื้อเรื่องที่ลึกซึ้งกับระบบการเล่นแบบ Management Simulation เราไม่ใช่แค่ล่องเรือจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง แต่ต้องบริหารจัดการเรือให้กลายเป็นเหมือนบ้านลอยน้ำสำหรับดวงวิญญาณที่มาพักอาศัย เรือไม่ได้เป็นเพียงยานพาหนะเพียงเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่ที่เต็มไปด้วยชีวิตและความทรงจำของเหล่าดวงวิญญาณ เราสามารถสร้างสิ่งปลูกสร้าง อัพเกรดเรือให้ใหญ่ขึ้น และจัดวางห้องต่าง ๆ ให้เหมาะสมกับความต้องการของผู้โดยสารแต่ละคน นอกจากงานภาพสไตล์ 2D ที่สวยมาก ๆ 1 สิ่งที่ทำให้เกมน่าจดจำ คือ วิญญาณแต่ละดวงถูกนำเสนอในรูปลักษณ์ของสัตว์ ทำให้บรรยากาศของเกมที่แม้นำเสนอเรื่องความตาย แต่ก็ยังคงความอบอุ่นเอาไว้ได้ ตัวละครที่ผู้เขียนชื่นชอบมากที่สุด คือ Atul ลุงกบตัวอ้วนที่มีนิสัยร่าเริง และใจดี เขาชอบกินอาหารทุกอย่าง และ Astrid แมวป่าลิงซ์ที่จะมาคู่กับ Giovanni สิงโตสามีของเธอ ขอแอบสปอยล์นิด ๆ ว่าดวงวิญญาณทุกดวงล้วนมีความเกี่ยวข้องกับ Stella เกมเพลย์หลักๆ คือการบริหารเรือและดูแลผู้โดยสาร ผู้เล่นต้องสร้างห้องต่าง ๆ บนเรือ เช่น บ้านพักของวิญญาณแต่ละคน ห้องครัว สวนปลูกผัก หรือโรงงานแปรรูปวัตถุดิบต่างๆ สิ่งเหล่าไม่ใช่เพียงโรงงานผลิตทรัพยากร แต่ยังเป็นส่วนสำคัญในการทำให้วิญญาณแต่ละตัวรู้สึกเหมือนมีบ้านของตัวเอง เมื่อมีวิญญาณใหม่ขึ้นเรือ พวกเขามักจะมีความต้องการเฉพาะของตัวเอง เช่น การสร้างห้องพักในแบบที่สะท้อนตัวตนของพวกเขา หรือการทำภารกิจบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับอดีตของพวกเขา ทำให้การสร้างสิ่งต่างๆไม่ได้เป็นเพียงกลไกของเกมเพลย์ แต่ยังเชื่อมโยงไปกับเรื่องราวของตัวละครอีกด้วย ระหว่างการเดินทาง เราต้องคอยออกสำรวจเกาะต่าง ๆ เพื่อค้นหาทรัพยากร เช่น ไม้ แร่ หรือเมล็ดพันธุ์ เพื่อนำกลับมาใช้สร้างสิ่ง ๆ หรือทำอาหารให้กับผู้โดยสาร เกมเป็นมุมมอง Side-Scrolling เราต้องกระโดด โหนซิปไลน์ หรือใช้สกิลพิเศษเพื่อเข้าถึงพื้นที่ต่าง ๆ บนเกาะ ทำให้ความรู้สึกเหมือนการผจญภัยเล็ก ๆ มี Side Quest ให้ทำบ้างสำหรับสายเล่นช้า ๆ ชิล ๆ นอกจากนี้ตามเกาะจะมี NPC อาศัยอยู่ เราสามารถพูดคุยด้วยได้ อาจจะได้ฟังเรื่องราวจิปาถะจากเหล่าNPC บางคนอาจขอคำปรึกษาเรื่องไปเดต >_< กิจกรรมในเกมมีตั้งแต่การตกปลา ปลูกผัก ทำอาหาร ตัดไม้ ไปจนถึงการขุดแร่ หรือทอผ้า ซึ่งมาในรูปแบบมินิเกมเล็ก ๆ ที่ช่วยให้การเก็บทรัพยากรไม่น่าเบื่อ ทรัพยากรบางอย่างเป็นอีเวนท์มินิเกมเฉพาะของวิญญาณบางคน ฉะนั้น เราต้องไปรับเขาขึ้นเรือมาก่อนถึงจะเก็บได้ เช่น มินิเกมวิ่งเก็บดาวตก มินิเกมขุดแร่บนตัวมังกร ทำให้เรามีสิ่งให้ทำอยู่ตลอด และทำให้เรือที่เราสร้างขึ้นค่อย ๆ เติบโตไปพร้อมกับการเดินทาง อ่านมาถึงตรงนี้ อาจจะดูเหมือนเกมจำลองชีวิตทั่วไป แต่ใน Spiritfarer ทุก ๆ สิ่งที่เราทำล้วนมีความหมาย เพราะทุกอย่างที่เราทำคือการดูแลผู้โดยสารบนเรือ วิญญาณแต่ละคนจะมีอาหารที่ชอบ และไม่ชอบ มีระดับอารมณ์ มีความต้องการที่แตกต่างกัน การทำอาหารโปรดให้พวกเขา หรือการกอดในทุก ๆ วันก็สามารถทำให้พวกเขารู้สึกดีขึ้นได้ รายละเอียดเล็ก ๆ เหล่านี้ทำให้เรารู้สึกเหมือนกำลังดูแลใครบางคนจริง ๆ มากกว่าการเล่นเกมตามระบบที่กำหนดไว้ สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้คือดวงวิญญาณเหล่านั้นจะต้องจากไป เมื่อพวกเขาพร้อม ผู้เล่นจะต้องพาพวกเขาไปยัง Everdoor ระหว่างทางพวกเขามักจะพูดถึงความรู้สึก หรือความทรงจำของพวกเขา ทำให้ช่วงเวลานั้นเต็มไปด้วยความหมาย จากเกมเพลย์ที่เรียบง่ายกลับกลายเป็นเครื่องมือที่ทำให้เราผูกพันกับพวกเขา ทำให้การพาพวกเขาไปยังประตูไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เมื่อเรือที่เคยเต็มไปด้วยผู้โดยสารเริ่มว่างลง เรารู้สึกถึงความเงียบที่แตกต่างจากตอนต้นเกม เรือที่กว้างใหญ่แต่กลับว่างเปล่า ความเงียบแป็นเหมือนเครื่องเตือนว่าทุกความสัมพันธ์มีวันสิ้นสุดลง ผู้เขียนเชื่อว่าหากเล่นไปเรื่อย ๆ ผู้เล่นจะรู้สึกผูกพันกับเหล่าวิญญาณบนเรือโดยไม่รู้ตัว เราได้ใช้เวลากับพวกเขา พูดคุย รับฟังเรื่องราวของพวกเขา และช่วยทำต่างๆ จนกระทั่งถึงวันที่ต้องพาพวกเขาไปยัง Everdoor ช่วงเวลานั้นทำให้เราอาจตระหนักได้ว่า Spiritfarer ไม่ได้เล่าเรื่องความตายในแบบน่ากลัวเลย แต่กำลังพูดถึงการยอมรับ การปล่อยวาง และคุณค่าของการใช้เวลากับใครสักคนในช่วงเวลาที่เรายังมีโอกาส เกมค่อย ๆ สอนเราอย่างเงียบ ๆ ว่าบางครั้งการดูแลใครสักคนให้ดีที่สุดในช่วงเวลาสุดท้าย อาจเป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่เราทำได้แล้วในช่วงเวลานั้น Spiritfarer เป็นเกมที่ระบบการก็เล่นธรรมดา ๆ แต่สามารถสร้างประสบการณ์ทางอารมณ์ได้ดีมาก จะเล่นแบบ Singleplayer ก็ได้ หรือจะชวนแฟน ชวนเพื่อนมาเล่น Local Co-op ก็ได้ อีกคนจะรับบทน้องแมวช่วยกันดูแลผู้โดยสาร แม้ว่าเกมนี้จะออกมาตั้งแต่ปี 2020 แล้ว แต่ด้วยงานภาพที่สวย เกมเพลย์ที่เล่นได้เพลินจริง ๆ และเรื่องราวที่ยังคงกินใจผู้เล่นได้เสมอ (ผู้เขียนเล่นมา 3 รอบแล้วด้วย) Spiritfarer จึงยังคงเป็นเกมอินดี้คุณภาพที่หยิบมาเล่นเมื่อไรก็ไม่เอ้าท์แม้จะเป็นปี 2026 แล้วก็ตาม สุดท้ายนี้ เพลง What Will You Leave Behind เป็นเพลงEnd Title ที่ผู้เขียนชอบมาก ฟังทีไรก็อดเศร้าไม่ได้ ห้วนกลับไปคิดถึงเหล่าผู้โดยสารที่ได้ดูแลมาตลอดการเดินทาง บอกเลยว่าผู้เขียนเองมีเพลย์ลิสต์เพลงจากเกมที่ชอบรวมไว้ และเพลงนี้เป็น Top 3 เพลงที่ชอบและฟังบิ้วตัวเองบ่อยมากๆ สามารถลองตามไปฟังได้ที่ https://youtu.be/2bIVHpJFc3M?si=PF1avqCQKQII4OxA หรือSpotify ก็มีนะ รูปภาพทั้งหมดโดย ColaPumpkin เปิดประสบการณ์ความบันเทิงที่หลากหลายสุดปัง บน App TrueID โหลดเลย ฟรี !