TrueID

รีวิวหนัง "Wonder Woman 1984" มีดีที่ประเด็น แต่ลำเข็ญเพราะความจำเจ

รีวิวหนัง "Wonder Woman 1984" มีดีที่ประเด็น แต่ลำเข็ญเพราะความจำเจ
Jeaneration
17 ธ.ค. 63
898

วิจารณ์ รีวิวหนัง Wonder Woman 1984

แน่นอนว่า...นี่เป็นหนึ่งในหนังหลายๆ คน รวมทั้งเราต่างเฝ้ารอคอยจะได้ดูกันในปีนี้ "Wonder Woman 1984" กลายกลับมาของสาวน้อยมหัศจรรย์ภาคต่อ ที่เป็นหนังอันทรงคุณค่าของดีซี คอมิกส์ ที่ตัดสินใจนำมาเป็นโปรแกรมทองในช่วงส่งท้ายปีหฤโหดจากไวรัสร้ายเช่นนี้ ว่าแต่การกลับมาของเธอในครั้งนี้จะดูดีมีราคาสมราคาคุยหรือไม่

Wonder Woman 1984 มีฉากหลังเกิดขึ้นในปีที่อยู่บนชื่อเรื่อง เพราะเป็นช่วงที่สังคมกำลังเข้าสู่การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงไปสู่แนวทางใหม่ๆ หลายอย่าง ไดอาน่า พรินซ์ ยังคงใช้ชีวิตอย่างโดดเด่นมาหลายทศวรรษ หลังจากที่สงครามโลกสิ้นสุดลงถึง 2 ครั้ง และดูเหมือนสงครามครั้งใหม่กำลังจะปะทุขึ้นจากความโลภของคนคนหนึ่ง อีกทั้งยังทำให้เธอได้เผชิญหน้ากับคนรักเก่าของ สตีฟ เทรเวอร์ อีกครั้งอย่างน่าประหลาดใจ

หลักๆ ก็คงจะต้องชมเชยในประเด็นหลักที่หนังต้องการสื่อสารออกมา ในภาคนี้จะเห็นได้ชัดว่าผู้กำกับ "แพตตี้ เจนกินส์" ได้มีอิสระในการสร้างสรรค์หนังมากยิ่งขึ้น เปิดกว้างในมุมมองและวิถีเล่าเรื่องของเธอ รวมทั้งประเด็นที่อยากจะสื่อสารมายังคนดู หนังเลือกที่จะใช้เรื่อง 'ความรัก' มาเป็นส่วนเชื่อมโยงของเรื่อง ที่แน่นอนว่าทำออกมาได้ค่อนข้างน่าพอใจ แม้ว่าโดยรวมๆ แล้วยังไม่ประทับใจเท่าไหร่ควร

ผู้กำกับหญิงมือฉมังได้แต่งเติมความเป็นมนุษย์ปถุชนให้กับ Wonder Woman ในภาคนี้ ทำให้เห็นเลือดเนื้อของลูกผู้หญิงคนหนึ่ง มีรัก มีเสียใจ มีเจ็บ มีผิดหวัง เพราะกิเลสทั้งหมดล้วนนำไปสู่การขับเคลื่อนเรื่องราวได้อย่างมีประสิทธิภาพตามแบบฉบับสูตรสำเร็จ และยังพยายามสื่อให้เห็นว่าซูเปอร์ฮีโร่สุดแกร่ง...ก็มีอีกมุมอีกด้านที่ยังคงมีหัวใจในการนำทางอยู่

การเลือกฉากหลังเป็นในช่วงปี 1984 นับว่าเป็นความชาญฉลาดอย่างหนึ่ง เพราะดูเหมือนจะเป็นปีที่ไม่ได้มีอะไรโดดเด่นเท่าไหร่ แต่ปัญหาเรื่องสงครามเย็นที่คุกรุ่นเรื่อยๆ ในยุคนั้นก็สามารถถูกนำมาเชื่อมโยงเข้ากับประเด็นในหนังได้เป็นอย่างดี ซ้ำยังต่อยอดไปถึงช่วงยุคแห่งความเปลี่ยนแปลงและพัฒนาเข้าสู่สังคมเทคโนโลยีที่กำลังจะก่อตัวขึ้นในสมัยนั้นด้วย

"กัล กาด็อท" ยังคงกลับมาได้อย่างเฉิดฉายในบท วันเดอร์ วูแมน อีกครั้ง คาแรกเตอร์นี้ยังคงเหมาะสมกับเธอไม่เสื่อมคลาย หลังจากรับบทนี้มาในหนัง 2-3 เรื่อง ความคล่องตัวในการทำให้เชื่อว่าเธอเป็นสาวน้อยมหัศจรรย์จริงๆ โดยไม่มีข้อครหา แม้ว่าในภาคนี้จะมอบมิติให้กับคาแรกเตอร์ในลักษณะกระด้างไปสักหน่อย ถึงจะพยายามเติมเลือดเนื้อเข้าไปให้แล้ว แต่ก็ยังดูเป็นฮีโร่หญิงที่มีส่วนขาดๆ เกินๆ อยู่บ้าง

ในเมื่อ Wonder Woman 1984 มาพร้อมกับประเด็นที่ดี จุดขายดราม่าที่โดดเด่นตามสไตล์หนังดีซี แต่จึงด้อยหลักๆ ของหนังกลายเป็นโทนความเป็นซูเปอร์ฮีโร่ ที่เชื่อว่าคนดูหนังทั่วไปจะต้องรู้สึกได้ในแบบเดียวกัน เพราะหนังได้เน้นชูประเด็นหลักกับการขายดราม่า จนบางทีก็หลงลืมที่จะเซอร์วิสแฟนๆ ที่จะต้องการมาดูความน่าตื่นตาตื่นใจกับความอึกทึกครึกโครมที่มักจะหาดูได้จากหนังแนวนี้

Wonder Woman ภาคนี้กลายเป็นหนังที่ไม่ได้เน้นฉากต่อสู้ใช้ความรุนแรง และอีกนิดเดียวก็จะกลายเป็นรักดราม่าโลกแตกที่มีสิทธิเข้าชิงออสการ์ได้แล้ว กลับกลายเป็นว่าฉากบู๊เน้นๆ สะใจที่อยู่ในหนังนั้น ได้เผยออกมาแทบจะทั้งหมดในทีเซอร์ตัวอย่างที่ปล่อยออกมาเรียกน้ำย่อยกันในช่วงปีที่ผ่านมา และกลายเป็นฉากต่อสู้ที่ไม่มีความน่าตื่นเต้นอะไรทั้งนั้น

หนังยังใช้แคสติ้งนักแสดงได้แบบขาดๆ เกินๆ การกลับมาของ "คริส ไพน์" ที่ทำให้แฟนๆ หลายคนสงสัยว่าอะไรยังไงกัน แต่การมาปรากฏตัวของเขาไม่ต่างกับโผล่มาเป็นแค่นักแสดงรับเชิญ เพราะกลายเป็น สตีฟ เทรเวอร์ ที่ไม่มีกึ๋นและบทชั้นต่างๆ ที่เป็นชิ้นเป็นอัน มาเป็นเพียงแค่ตัวเสริมเรื่องราวแต่เท่านั้น

เช่นเดียวกับ "คริสเตน วิก" ที่อุตส่าห์ได้รับเกียรติมาเป็นวายร้าย "นางเสือชีตาห์" ในภาคนี้ แต่กลับกลายเป็นว่าหนังใช้งานและเซอร์วิสแฟนๆ เกี่ยวตัวละครนี้ได้ไม่เท่าที่ควร ปูเรื่องมาจะเนิ่นนาน พอมาถึงจุดไคลแม็กซ์สำคัญกับมีอยู่เพียงนิดเดียว และเข้าสู่บทสรุปง่ายๆ ที่บอกเลยว่าคนดูอย่าได้กะพริบตาเชียว ไม่เช่นนั้นก็พลาดได้

ขณะที่ความโดดเด่นตกลงอยู่ในบท แม็กซ์เวล ลอร์ด ที่รับโดย "เปโดร ปาสคาล" กลายเป็นคาแรกเตอร์ที่เล่นใหญ่...ถึงใหญ่มาก ใหญ่แบบคับจอ บางครั้งก็ใหญ่เกินไปจนดูน่าหงุดหงิดและรำคาญใจไปหน่อย แต่ก็ถือว่านี่เป็นตัวละครที่มีมิติมากที่สุดในหนังภาคนี้แล้ว หนังเลือกที่ให้ความสำคัญกับคาแรกเตอร์มากๆ บางทีก็อาจจะมากกว่า วันเดอร์ วูแมน เสียด้วยซ้ำ แต่ต้องยอมรับว่า เปโดร ก็ถ่ายทอดออกมาได้ดีเช่นกัน

และเมื่อมองเป็นภาพรวมกว้างๆ จึงทำให้พบว่า Wonder Woman 1984 เป็นหนังที่โทนที่ค่อนข้างจำเจ ตามแบบฉบับหนังของดีซี แม้จะเห็นได้ว่าหนังพยายามฉีกไปในอีกทิศทาง แต่กลับกลายเป็นลืมเซอร์วิสแฟนๆ ไปอย่างเสียดาย จากหนังซูเปอร์ฮีโร่ที่ควรจะมีระเบิดตู้มตามแบบที่คนที่ตั้งใจหวัง กลายเป็นหนังสู้เพื่อรัก ถ้าหากว่า Batman v Superman เป็นตัวแทนพลังความรักจากแม่ที่สยบทุกเรื่องราวได้ ใน Wonder Woman 1984 ก็อาจจะเป็นตัวแทนพลังความรักจากพ่อก็ว่าได้

Wonder Woman 1984 น่าจะเป็นหนังฮีโร่ที่บรรดานักวิจารณ์จะพากันชื่นชอบ เพราะประเด็นที่ดีและสัมผัสเข้าถึงจิตใจของคนดูเพื่อวิจารณ์ แต่ในอีกมุมหนึ่งแล้ว หนังอาจจะยังไม่ตอบโจทย์ให้กับคนดูหนังทั่วๆ ไปได้เท่าที่ควร เพราะพวกเขาต่างอยากจะเข้าไปดูความบันเทิงแบบไม่ต้องวิเคราะห์ใดๆ สาดกระสุน-ปล่อยพลังนั้นเป็นสิ่งที่พวกเขาต้องการเห็นในหนังมากกว่าในช่วงเวลานี้

โดยสรุปแล้ว Wonder Woman 1984 ไม่ได้เป็นหนังที่ย่ำแย่อะไรแต่อย่างใด เพราะหนังยังมีประเด็นที่แข็งแรง เพียงแต่หนังอาจจะเลือกใส่องค์ประกอบต่างๆ มาในจังหวะที่ยังไม่ค่อยลงตัวมากนัก และอาจจะยังไม่ตรงใจคนดูหนังที่มีวัตถุประสงค์หลักที่จะมาดูฮีโร่คนโปรดของพวกเขา แม้จะมีเรื่องราวและความที่ทรงพลังในภาคนี้ แต่ก็แอบน่าเสียดายอยู่เหมือนกันที่สาวน้อยมหัศจรรย์กลับมาในครั้งนี้...ไม่เป็นที่น่าจดใจสักเท่าไหร่

ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง Wonder Woman 1984
ประเภท: แอคชั่น / ผจญภัย
ผู้กำกับ: แพตตี้ เจนกินส์
นำแสดงโดย: กัล กาด็อท, คริส ไพน์, คริสเตน วิก, เปโดร ปาลคาส
ความยาว: 152 นาที
เข้าฉาย: 17 ธันวาคม 2020

Movie.TrueID METRIC: Wonder Woman 1984
ภาพรวม: ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10)
การเล่าเรื่อง: ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10)
การแสดง: ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰ (7/10)
บทภาพยนตร์: ⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰✰✰ (6/10)

คุณสามารถดูหนัง Wonder Woman ได้แล้วที่ TrueID

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/34057In