ช่วงนี้ว่างบางคนก็ติดโควิดแบบ Long covid อยู่บ้านไม่มีอะไรทำ ผู้เขียนจะมาแนะนำหนังดีๆที่มีเนื้อเรื่องเกี่ยวกับสงครามและสิ่งที่ประวัติศาสตร์ได้เกิดขึ้นจริงๆผ่านหนังสี่เรื่องที่ทำให้คนดูต้องประทับใจและเสียน้ำตา 1. The pianist หนังเล่าเรื่องราวของนักดนตรีเปียโนที่มีชื่อเสียงและเป็นชาวยิวที่ประสบความสำเร็จในสายงานมีครอบครัวที่ดี วันหนึ่งต้องพรัดพรากจากครอบครัวเพราะความโหดร้ายของสงคราม และสิ่งที่ทหารเยอรมันกระทำต่อชาวยิวอย่างโหดร้ายที่ค่ายกักกัน เขาเป็นคนเดียวคนเดียวที่รอดชีวิตในครอบครัวและได้รับความช่วยเหลือจากฝ่ายสัมพันธมิตรความรู้สึกของผู้เขียนคือแน่นอนว่าต้องรู้สึกหดหู่อยู่แล้วเพราะนี้คือสิ่งที่มนุษย์ไม่ควรกระทำต่อกันไม่ว่าเราจะเป็นคนชาติไหนหรือเผ่าพันธ์ไหนก็ตาม ยิ่งฉากที่ตัวเอกเดินออกมาจากซากปรักหักพังของสงครามที่ไม่เหลืออะไรสักอย่างแล้วยิ่งหดหู่ใจมากเลย สิ่งที่น่าชื่นชมเกี่ยวกับตัวหนังคือแม้มันจะยากและลำบากมากๆแต่เขาก็ยังไม่ยอมทิ้งความหวังที่จะมีชีวิตต่อไปคะแนนรีวิวหนัง 7.5/10 2. The Boy in the Striped Pajamas หนังเรื่องนี้เป็นหนังเซอร์เรียลที่ได้น้องเอซ่า บัตเตอร์ฟิลด์ มาเล่นตอนเด็กๆในฐานะของคนขาวในยุคที่ความคิดแบบคอมมิวนิสต์และลัทธิฟาสซิสต์ แพร่กระจายไปทั่วและได้รับความนิยม คนขาวเชื่อว่าพวกยิวคือเผ่าพันธ์ของปีศาจจริงๆ บรูโน่เกิดในครอบครัวที่พ่อเป็นทหารมียศในยุคสงคราม และได้รู้จักเด็กชาวยิวคนหนึ่งที่มักจะใส่ชุดนอนลายทางตลอดเวลาและเด็กคนนั้นทำงานในบ้านของเขา เขารู้แค่ว่าผู้ใหญ่ไม่ค่อยชอบเด็กผู้ชายในชุดลายทาง และเขาอยากเป็นเพื่อนที่เล่นด้วยกับเด็กผู้ชายคนนั้น หนังมีหลายฉากที่น่าสนใจ เช่น พี่สาวของเขามีอารมณ์ก้าวร้าวและหัวรุนแรงมากขึ้นหลังจากอ่านหนังสือลัทธิฟาสซิสต์ และฉากจบที่สุดแสนจะหดหู่ใจและสะเทือนอารมณ์เป็นที่สุดเพราะพวกเขาก็เป็นแค่เด็ก และไม่ว่าจะเกิดในเผ่าพันธ์ไหน มนุษย์ก็ยังเป็นมนุษย์อยู่ดีผู้เขียนรู้สึกประทับใจกับการแสดงของน้องเอซ่า บัตเตอร์ฟีล์ด และน้องอีกคนที่เป็นชาวยิวใส่ชุดนอนทำงานในค่ายกักกันนะคะ แล้วรู้สึกว่ามิตรภาพของพวกเขาสองคนก็เป็นเรื่องที่สวยงามและไร้เดียงสาด้วยคะแนนรีวิวหนัง 6.5/10 3. Inglorious basterds หรือชื่อภาษาไทยคือยุทธการเชือดนาซี หนังได้แบรด พิตต์มาแสดงนำและเขียนบทโดยเควนติน ทารันติโน่ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าหนังจะสนุกมากขนาดไหน หนังมีความยาวสองชั่วโมงกว่าๆ แม้จะมีฉากที่แต่งขึ้นมาและไม่ได้อิงกับความจริงทางประวัติศาสตร์ แต่หนังโคตรสนุกเลยในการแก้แค้นทหารเยอรมันทั้งจากชาวยิวและทหารคนขาวที่เกลียดนาซีเข้าไส้ เลยจัดตั้งกลุ่มทหารลับๆเพื่อเชือดคอทหารนาซีหลายคนถ้านี้คือเรื่องจริงที่เกิดขึ้นทางประวัติศาสตร์จริงๆ ผู้เขียนบอกได้เลยว่าชาวยิวและคนที่เกลียดนาซีเยอรมันและไม่เห็นด้วยกับความคิดของฮิตเลอร์ คงจะสะใจมากๆ หนังมีการเล่าเรื่องแบบสลับเหตุการณ์ ภาพตัดกันไปมาระหว่างเรื่องที่เกิดขึ้นในอดีต กับเรื่องที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน แบบให้คนดูไปเรียงลำดับเหตุการณ์กันเอาเองแบบทารันติโน่ แต่หนังกลับสนุกมากๆคะแนนรีวิวหนัง 8.5/10 4. The last dayhttps://m.facebook.com/watch/?v=1099044734230168&_rdr The last day คือสารคดีของ Netflix ที่เล่าเรื่องการรอดชีวิตของชาวยิว คนฮังการี 5 คนที่ตอนนี้เป็นคุณยายแล้ว คุณยายที่สัมภาษณ์บางคนก็เป็นคนที่ยิ้มเก่ง มีอารมณ์ขัน หัวเราะอยู่ตลอดเวลา การเห็นแกเศร้าแล้วหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดน้ำตาเพราะลืมความเศร้าที่เกิดขึ้นในสงครามและค่ายกักกันไม่ได้ ทำให้ผู้เขียนรู้สึกหดหู่และสะเทือนใจจริงๆเรื่องราวของพวกเธอเริ่มต้นในปี 1944 ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือจากทหารอเมริกา แค่ดูไปได้ 26 นาทีผู้เขียนขอยอมรับว่าผู้เขียนมีอาการ depression โจมตีเข้ามาและแทบอยากจะอ้วกในสิ่งที่กินออกมากับสิ่งที่ทหารเยอรมันทำต่อชาวยิวในค่ายกักกันเพราะมันโหดร้ายมากๆ จนเรื่องบางเรื่องคุณยายเล่าออกมาเป็นคำพูดไม่ได้ด้วยซ้ำคะแนนรีวิวหนัง 6.5/10จบไปแล้วนะคะสำหรับหนัง 4 เรื่องที่เอามาแนะนำ หวังว่าจะได้รับทั้งความบันเทิงและความรู้ ขอขอบคุณเครดิตรูปภาพ หน้าปก / Canvaรูปภาพประกอบที่ 1 โดย Focus Features / 2 โดย The Boy in the Striped Pajamas / 3 / 4 โดย Netflix จะฟังเพลงหรือดูหนัง ซีรีส์ใหม่สุดปัง โหลดเลยที่ App TrueID โหลดฟรี !