ไหนเล่าซิ? ย้ง-ต้าเหนิง-สกาย เปิดบ้านนาดาวอคาเดมี เผยเราอยู่กันแบบครอบครัว

ไหนเล่าซิ? ย้ง-ต้าเหนิง-สกาย เปิดบ้านนาดาวอคาเดมี เผยเราอยู่กันแบบครอบครัว
Entertainment Report_1
6 มี.ค. 63
2.3K
2

ข่าวบันเทิงวันนี้

NADAO ACADEMY (นาดาว อะคาเดมี) เรียกเสี่ยงฮืฮฮาเป็นอย่างมาก เพราะการเปิดค่ายต้อนรับสมาชิกใหม่ครั้งนี้ของ นาดาวดูจริงจัง และเป็นทางการ หลังจากเคยตามหานักแสดงในโปรเจกต์ ฮอร์โมน เดอะ เน็กซ์เจน เมื่อหลายปีก่อน จนได้นักแสดงหน้าใหม่ในวันนั้น ซึ่งเป็นนักแสดงแถวหน้าของวงการบันเทิงในวันนี้ แต่การตามหาดาวรุ่งดวงใหม่ในครั้งนี้ จะแตกต่างออกไปจากเดิม เพราะ ทุกคนที่เข้ามาเป็น เด็กฝึก (Trainee)  ที่พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองในโอกาส การเป็น นักแสดง นาดาว บางกอก และ ศิลปิน นาดาว มิวสิค ต่อไป วันนี้ ทีมงานทรูไอดี บันเทิง เลยขอนัดสัมภาษณ์พิเศษ ย้ง ทรงยศ สุขมากอนันต์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท นาดาว บางกอก จำกัด พร้อมด้วย 2 นักแสดงมากความสามารถ สกาย วงศ์รวี นทีธร ที่กับมาโกยเสียงกรี๊ดในบท ของหมอฉลาม ในซีรีส์ My Ambulance รักฉุดใจนายฉุกเฉิน พร้อมด้วย ต้าเหนิง กัญญาวีร์ สองเมือง นักแสดง นางแบบ ชื่อดังที่หยิบจับอะไรก็ดูปังไปหมด พวกเขาจะมาเล่าเรื่องราวในรั้วบ้าน NADAO ACADEMY (นาดาว อะคาเดมี)  ให้ฟังอย่างละเอียด

 

 

นาดาวอคาเดมีในมุมมองของ ย้ง-ทรงยศ?

ย้ง ทรงยศ :  นาดาวอคาเดมี่เป็นโปรเจกต์ครับ ที่เรากำลังจะค้นหาน้องๆ รุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามาเป็นเด็กฝึกเพื่อเรียนรู้และพัฒนาตัวเองไปเป็นนักแสดงหรือศิลปิน  (กำลังจะเป็นพี่เอ ศุภชัย?) (หัวเราะ) ไม่ขนาดนั้นครับ โห พี่เอระดับแบบปั้นซุปเปอร์สตาร์ คือจริงๆ อย่างนี้มากกว่าครับ นาดาว พวกผมเริ่มจากการทำงาน เป็นผู้กำกับ ทำงานโปรดักชั่น  ทีนี้มาถึงวันนึงเราก็รู้สึกว่า เราอยากมีนักแสดงที่หลากหลายมีนักแสดงที่เค้ารู้ จริงๆ ว่าจริงๆ นักแสดงมันเป็นอาชีพที่ต้องตั้งใจ ฝึกฝนก่อนเข้ามาทำงาน ก็เลยมาถึงวันหนึ่ง  พอเรามาเป็นคนดูแลศิลปิน เราก็เลยอยากมองหา น้องๆ ที่อยากทำอาชีพนักแสดงเป็นอาชีพของเค้า ให้เค้ารู้ว่าจริงๆ การเป็นนักแสดงมันไม่ใช่แค่เป็นดารา แต่งตัวสวยๆ หล่อๆ ออกมาเข้าฉาก

พวกเราพยายามจะสอนน้องๆ ว่าจริงๆ เวลาไปทำงานหานักแสดงถ่ายเราต้องรับผิดชอบกองถ่ายในฐานะทีมงานคนนึง เค้าจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมเช่นการดูแลตัวเอง คือจริงๆ ทีมงานทุกคน ก็ต้องรับผิดชอบหน้าที่ของแต่ละคนแตกต่างกันไป ในฐานะนักแสดง อย่างแรกเลยคือ เค้าต้องดูแลตัวเองให้ดูดีก่อนถึงวันออกกกอง เค้าต้องรับผิดชอบกองถ่าย ท่องบทมา ซ้อมบทมา และเมื่อเข้าฉากแล้วต้องใช้เวลาที่เหมาะสมในการทำงานตรงนั้นเพราะทีมงานทุกคนเค้าต้องถ่ายเพื่อให้ผ่านไปงานต่อๆ ไปให้มันเสร็จตามกำหนดเวลา เราพยายามจะสอนให้น้องๆ ทุกคนที่เป็นนักแสดงของนาดาวมีความรับผิดชอบในพาร์ทนี้  

 

 

ในนาดาวอคาเดมี จะมีอะไรบ้าง?

ย้ง ทรงยศ : หลักๆ ก็คือว่า มันเป็นกระบวนการคัดเลือกเด็กที่มาสมัครว่า ใครที่มีคุณสมบัติ เหมาะสมกับการทำงานในรูปแบบที่จริงๆ นาดาวกำลังมองหาอยู่ สมมติ น้องที่สมัครเข้ามาแล้วเกิดไม่ได้ผ่านการคัดเลือก มันไม่ได้หมายถึงว่าน้องๆ ไม่ดี หรือจริงๆ ไม่มีคุณสมบัติที่เหมาะสมนะ แต่ว่า พอดีสมมติว่าถ้าเรากำลังมองหานักแสดงที่เหมาะสมกับงานที่เราทำ  น้องอาจจะยังไม่ใช่ในวันนี้ อาจจะมีบางคนใช่และบางคนไม่ใช่แต่มันไม่ได้แปลว่าน้องจะไม่ใช่กับงานในอาชีพนี้ตลอดไป หรือในที่อื่น

 

เกณฑ์การคัดเลือกคณะกรรมการมองอะไรบ้าง?

ย้ง ทรงยศ : จริงๆ ตอนที่ถ้าในเวปไซต์จะมีการสมัครเข้ามาเป็นนักแสดง ดาราประกอบ สมัครเข้ามาเป็นศิลปินนาดาว เราอยากให้เลือกตั้งแต่ตอนสมัครในเวป การเลือกมันเป็นการฝึกเด็กๆ ด้วยว่า จริงๆ เค้าต้องมีความคิดและตัดสินใจเองได้แล้วว่าเค้าอยากไปทางไหน  ถ้าเค้าเลือกเป็นนักแสดงนาดาวบางกอก หลักๆ ก็คือ เราอยากเห็นบุคคลิกภาพ คาแรคเตอร์ของเค้าที่โดดเด่นและแตกต่างจากคนอื่น ความเป็นตัวของตัวเอง ซึ่งอันนี้จริงๆ แล้ว ไม่อยากชี้ชัดว่ามันคืออะไร อยากให้น้องๆ แต่ละคนทำความเข้าใจตัวเอง แล้ว ถ่ายคลิปแนะนำตัวเอง ทำให้พี่ๆ เห็นสิ่งเหล่านั้นผ่านคลิปที่เค้าส่งเข้ามาด้วยตัวเค้าเอง  ส่วนน้องเลือกที่จะเป็นศิลปินนาดาวมิวสิค  จริงๆ แล้วอยากเห็น ความสามารถของน้องในการที่จะเป็นศิลปิน  ไม่ว่าจะเป็นการร้องเพลง การเล่นดนตรี  อยากให้มีติดตัวมาบ้าง  เพราะเราจะประเมินได้ว่า จริงๆ น้องๆ เหล่านั้นจะถูกพัฒนาไปเป็นอะไรอย่างเนี่ยครับ ค่อนข้างแตกต่างระหว่างนาดาวมิวสิคกับนาดาวบางกอก

 

นาดาว อคาเดมี ปีนี้ตั้งใจรับกี่คน?

ย้ง ทรงยศ :  จริงๆ อยากได้เยอะนะฮะ อยากได้เยอะ  เวลาเรากลับไปทำหนังที่ GTH มีนักแสดงที่เรารู้สึกว่ามาทำงานกับเราแล้ว เข้าใจการทำงานของเรา น้องที่เติบโตมากับเราจะเข้าใจงานในพาร์ทนี้ครับ ทีนี้เราอยากพัฒนาเราอยากเห็นน้องรุ่นใหม่ๆ ที่เติบโตขึ้นมาเป็นนักแสดงที่ดี ในอนาคตเยอะ ๆ แต่สุดท้ายแล้ว จำนวนหรือปริมาณไม่ได้ขึ้นอยู่กับมีน้องที่มาสมัครแล้ว มีคนที่จริงๆ แล้วน่าสนใจระดับไหนด้วย จริงๆ

 

 

ทำไมนาดาวลงมาจับธุรกิจเพลง?

ย้ง ทรงยศ :  ถ้าส่วนตัวเลยจริงๆ ไม่ได้อยากทำธุรกิจเพลง แต่พอมาถึงวันที่น้องเราหลายๆ คนเริ่มอยาก ทำเยอะขึ้นเรื่อยๆ เรารู้สึกว่า นาดาวเรานอกจากพัฒนาศิลปินเราควรต้องซัพพอร์ทน้องๆ ให้ได้ มันก็เลยได้ทำให้เราต้องเปิดตัวเองออกไปหาความรู้ หรือชวนคนที่มีความรู้เข้ามาช่วยกันทำพาร์ทนี้ เราก็ลองเริ่มต้นทำมันครับ ถ้าทำมันได้สำเร็จเราก็ไปต่อ ถ้าทำมันได้ไม่สำเร็จเราก็แค่เรียนรู้แล้วก็ ไม่รู้อนาคตจะเป็นยังไงกับพาร์ทนาดาวมิวสิคตรงนี้

 

หลายคนคาใจ ทำไม เจมส์ ธีรดนย์  ลาออกไปเป็นศิลปิน  น้องไม่รู้เหรอว่าเราจำกัดค่าย?

ย้ง ทรงยศ :  ถ้าในความเป็นจริงแล้ว เจมส์คุยกับพวกพี่ทุกอย่าง ไม่ ไม่ใช่เรื่องว่าน้องไม่บอกอะไรพวกพี่เลย จริงๆ พวกพี่รู้ พวกเราแฟร์ๆ คุยกันแบบเป็นพี่เป็นน้องเลย มันไม่ใช่ คือนาดาวเราไม่ได้อยู่กันแบบ เป็นเจ้านายกับลูกน้อง เจมส์มันปรึกษาตลอด แล้วก็จริงๆ เป็นการตัดสินใจของเจมส์เอง  คือเจมส์เข้าไปอยู่ในโปรเจกต์ ไนท์บายไนท์ เสร็จแล้วมันเป็นงานในฐานะศิลปินของวงไอดอล ทีนี้เจมส์รู้สึกว่าพอทำในฐานะไอดอลตรงนั้นที่ทำเสร็จไปมันจบลง ตัวเค้าเองรู้สึกอยากลองในสายนี้ต่อ ในฐานะของไอดอลต่อ ซึ่งจริงๆใ นฐานะนาดาวนะ เราก็คิดเราจะทำนาดาวมิวสิคแหละ เจมส์ก็รู้ ถ้าเจมส์อยากทำเพลงจริงๆ พี่ก็จะซัพพอร์ท แต่ว่าในฐานะไอดอล เราก็ไม่รู้ว่าเรามีความสามารถในการผลักดันเจมส์ได้ขนาดนั้นหรือเปล่า และพอน้องอยากเลือกทางสายนี้ จริงๆ ที่นาดาวอ่ พี่ไม่ใช่ผู้กำกับหรือหรือผู้บริหารกับลูกน้องมันก็เหมือนเป็นน้องเรา  ที่เรารู้สึกว่าพอเขายากลอง จริงๆ ก็ออกไปลองได้

 

เสียดายไหม เราเป็นคนปั้นเขามา?

ย้ง ทรงยศ :  อ่า ใจหาย เพราะว่าผูกพันมากกว่า แต่ว่าเสียดาย พอมองเค้าเป็นน้องเค้าจะออกไปเติบโต ออกไปทำสิ่งที่เค้าอยากทำ จริงๆ เราควรจะรู้สึกต้องเชียร์และให้กำลังใจเค้าด้วยซ้ำนะ กับการที่เค้าออกไปทำสิ่งที่เค้าอยากทำ  อาจจะเรียนรู้แล้วไปต่อได้หรือเติบโตขึ้นจากตรงนั้นอาจเรียนรู้แล้วค้นพบว่าจริงๆ ใช่หรือไม่ใช่  มันก็เป็นการเติบโต ของเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งครับ

 

 

ถ้าย้อนกลับไป สกายกับต้าเหนิงเข้ามา ตอนนั้นเราเห็นอะไรในตัวเค้า?

ย้ง ทรงยศ : วันที่เจอสกายวันนั้นเป็นวันที่คนที่เราเจอเขาที่โรงเรียนสวนกุหลาบ น้องเตะบอลอยู่ น้องไม่ได้อยู่ในห้องเรียน กำลังจะกลับแล้ว แล้วมีคนนึง ดันไปมองในสนามฟุตบอลแล้วไปเจอ เราก็เลยน่าสนใจ เข้าไปถ่ายเก็บคลิปไว้ จริงๆ ตอนที่น้องถ่ายคลิปไว้ พี่ได้ดูคลิปนั้น รู้สึกว่า เออไอ้น้องคนนี้มันมี มีหน้าตาที่น่าสนใจ แต่ว่า บุคคลิกภาพบางอย่างมันยัง เหมือนการพูดจายังติดๆขัดๆ ดูมีความไม่มั่นใจในตัวเอง แต่ว่าพอด้วยบุคลิกและรูปลักษณ์ รู้สึกสนใจก็เลยให้โอกาสน้องมา มาออดิชั่น ที่รอบ  40 คนสุดท้าย  พอมาถึง เอาจริงๆ ไม่รู้ทุกคนรู้หรือจำได้หรือเปล่า สกายไม่ได้ผ่านเข้ารอบ 12 คนสุดท้าย ฮอร์โมน เดอะ เน็กซ์เจน  

เรากะว่าหลังจากจบการออดิชั่น  เรารู้สึกว่าน้องคนนี้มีความตั้งใจ เราอยากพัฒนาเค้า แล้วก็พอได้ลงไป จึงได้ชวนสกายกับคุณแม่ว่า เอ๊ะ จริงๆ เรายังไม่มั่นใจนะว่าน้องจะเป็นนักแสดงได้ ด้วยบุคคลิกภาพอะไรบางอย่างที่เหมือนอย่างที่สกายบอกว่า ตอนแรกๆ พอน้องเป็นคนไม่ค่อยได้เข้าสังคมมันทำให้เป็นคนที่ยังปิดตัวเองอยู่ ไม่ค่อยเปิด เป็นบุคลิกภาพที่ยังไม่ค่อยดี  แต่เรารู้สึกว่าเราอยากพัฒนาน้องก็เลยชวนเข้ามา เหมือนจริงๆ แล้วก็มาเป็นเด็กฝึกที่นาดาว แล้วเราก็ให้เรียนการแสดง พัฒนาบุคลิกภาพ ให้น้องได้ลองค่อยๆ ทำงานบางอย่างเพิ่มมากขึ้น และการทำงานตรงนั่นแหละมันได้ปรับเปลี่ยนบุคลิกภาพเปิด จริงๆ ตอนที่ ฮอร์โมนซีซั่น3 สกายได้เล่นเป็นตัวหลัก คือ บทพละ ตอนนั้น จริงๆ แล้วในคิวแรกที่ถ่ายทำมีปัญหาเยอะ

สกาย : ใช่ๆ คือจริงๆ ตอนแรกผมจะ ไม่ได้บทพละด้วยซ้ำ เพราะว่าตอนแรกบทฮอร์โมนเขียนมาจากตัวพวกเราเอง แต่ว่า ตอนนั้นมีการเปิดออดิชั่นเพื่อความยุติธรรมว่าเราจะสามารถเล่นบทนั้นได้หรือเปล่า ซึ่งผมต้องไปออดิชั่นบทพละ บทที่มาจากตัวผมเอง  ตอนนั้นพี่ปิงก็ยังลังเลว่าเรายังมีปัญหาเรื่องบุคคลิกภาพ ความเข้าใจเรื่องการแสดงบทต่างๆ อยู่เยอะเหมือนกัน

ย้ง ทรงยศ :  คือจริงๆ นาดาว อยากสอนอยากจะแสดงให้น้องๆ ทุกคนเข้าใจว่า กระบวนการกว่าจะได้เป็นนักแสดง สมมติว่ามาเป็นนาดาวแล้ว พี่ทำฮอร์โมนแล้ว พี่เขียนบทมาจาก ต้าเหนิง พี่เขียนบทพละมาจากสกาย แต่ไม่ได้แปลว่ามันเป็นของตายน้องจะได้ ถ้าน้องไม่รับผิดชอบตัวเอง พัฒนาตัวเอง ซึ่งจริงๆ แล้วไอ้พวกเนี่ยแคสผ่าน เพราะว่าเหนิงจะเล่นซีซั่น2 ไปแล้วก็จะมีประสบการณ์ แต่สกายมาแคสในบทพละ ที่พี่ปิงเขียนบทให้ตัวสกายเอง กับมองว่าไม่มั่นใจ พี่ปิงก็เลยเปิดโอกาสขออนุญาต  แคสคนอื่นในบทนี้เหมือนกัน แล้วสกายก็ต้องกลับมารีแคสอีกรอบ แล้วสุดท้ายน้องก็ทำได้ ทำให้เขาเห็น จนได้

 

 

แล้วเห็นอะไรในตัวต้าเหนิง ?

ย้ง ทรงยศ :  เหนิงนี้ ตอนแรก เจอในกระบวนการที่เราไปออดิชั่นที่ภาคอีสาน เหนิงเขาบ้านอยู่ร้อยเอ็ด แม่ของเขาเป็นคนพา

ต้าเหนิง : หม่าม๊า เห็นนอนกินอยู่ที่ไปวันๆ เลยขุดมันออกจากเตียง ส่งมันลุกขึ้นไปทำอะไรดีกว่า

ย้ง ทรงยศ :  พอเหนิงเข้ามาจริงๆ ชอบครั้งแรกที่เห็นแล้วชอบ เพราะเป็นผู้หญิงที่ตัวสูงบุคคลิกภาพโดดเด่น  แต่สิ่งที่ชอบคือ น้องมีความมั่นใจ คือตอบ เวลากรรมการมีคำถามอะไร คือตอบชัดเจน  จริงๆ ก็งงเหมือนกันนะ ว่านาดาวหานักแสดงฮอร์โมนซีซั่น2  แต่ต้าเหนิงเดินเข้ามา หนูอยากเป็นอะไร อยากเป็นนางแบบค่ะ

ต้าเหนิง : คือเราไม่รู้ว่าสิ่งนี้คืออะไร เค้าก็ถามอยากเป็นอะไรก็อยากเป็นนางแบบ เหมือนชอบอะไรแบบนี้อยู่อย่างเงี้ย

ย้ง ทรงยศ :  ชอบความที่น้องชัดเจน รู้ว่าตัวเอง ว่าชอบอะไรและอยากทำอะไร จริงๆ เด็กส่วนใหญ่จะมีความไม่ชัดเจน ไม่มั่นใจในตัวเองมีปัญหาบุคคลิกภาพ แต่เมื่อไรที่มีเด็กที่มั่นใจในตัวเองและมีความชัดเจนในสิ่งที่ตัวเองอยากเป็น มันทำให้บุคคลิกโดดเด่นชัดเจนขึ้นมาทันที

 

 

ค่ายเปิดโอกาสให้น้องเลือกงานเอง?

ย้ง ทรงยศ :  จริงๆ ที่ผ่านมามีคนติดต่องานเข้าแล้วถาม  นาดาวจะขอไปพูดคุยและปรึกษาน้องกับผู้ปกครองก่อน ซึ่งก็มีหลายคนถามเราว่า ทำไม นาดาวบอกให้น้องทำไม่ได้  ไม่ใช่นโยบายเราครับ ค่ายอื่นเป็นยังไงเราไม่รู้ แต่นาดาวจะเป็นเรื่องว่า คือ พี่จะมีหน้าที่ในฐานะพิจารณาและแนะนำน้อง คือถ้ามีงานเข้ามา เราจะบอกไปที่น้องแล้วบอกคุณพ่อคุณแม่ว่ามีงานติดต่อเข้ามา พี่มีความคิดเห็นแบบนี้นะ อย่างไรก็ตามการตัดสินใจเลือก และสุดท้ายต่อให้มันเป็นการแนะนำของพี่ ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำใดๆ ก็ตามเมื่อน้องตัดสินใจแล้ว อยากให้น้อง  รับผิดชอบ ต่อการรับตรงนั้นเอง ถ้าทำแล้วมันดีมาก ประสบความสำเร็จมากมันเป็นการตัดสินใจของน้องนะ  คำแนะนำมันเป็นเรื่องพิจารณาจากความเหมาะสมว่าวันนี้น้องพร้อมสำหรับการทำงานเหล่านั้นแล้วหรือยัง ที่เราพร้อมทำงานและรับผิดชอบทำมันได้ดี ซึ่งมันก็แตกต่างและหลากหลายตามงานที่ติดต่อมา ตัวน้องๆ เองว่าเค้ามีความสามารถในระดับไหน

 

 

ฝากถึงน้องๆที่กำลังเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ นาดาอะเคเดมี?

ย้ง ทรงยศ :  จริงๆ อยากให้น้องๆ ที่เข้ามาสมัครในนาดาวอะคาเดมี อยากให้เค้ารู้ก่อนว่า จริงๆ อาชีพนักแสดงมันเป็นอาชีพที่เราต้องมีความรับผิดชอบมาอันดับหนึ่ง มันไม่ได้ง่าย มันต้องผ่านฝึกฝนเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอย่างสูง ถ้าน้องคิดว่าน้องอยากทำสิ่งนี้เป็นอาชีพ อย่างแรกอยากให้มาสมัครเลยครับ แต่ถ้าเกิดคิดว่า อยากสวยหล่อ แต่งตัวเป็นดารา อันนี้ไม่ต้องมาเลย เพราะว่าจริงๆ แล้วมันจะไม่ใช่อย่างนั้น  เข้ามามันจะมีกระบวนการอีกหลายเดือนหลายปีที่น้องจะต้องพัฒนามันกว่าน้องจะพร้อมออกไปทำการแสดง  เมื่อไรที่น้องตัดสินใจแน่วแน่แล้วว่าจริงๆ นี่คือสิ่งที่อยากทำเป็นอาชีพในอนาคต อยากให้สมัครกันเข้ามาเยอะๆ ยังไม่ต้องสนใจครับว่าเราหน้าตาดีมั๊ยอันนั้นสำคัญเหมือนกันแต่เป็นเรื่องรองกว่าบุคคลิกภาพตัวตนและคาแรคเตอร์ของตัวน้องครับ

 


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

>> งานดีพรีเมี่ยม!! เอ็กซเรย์ความน่ารัก หมอฉลาม หรือ สกาย ทำใจละลาย เสน่ห์สะกดใจทุกช็อต

>> โอ๊ยจะเป็นลม!! สกาย วงศ์รวี อวดผิวขาวจั๊วะน่าเจี๊ยะ แทบอยากโดดลงสระน้ำ

>> เรียบง่ายแต่สวีตมาก!! เจเจ อวยพรวันเกิด ต้าเหนิง สุดโรแมนติก หวานทุกคำที่เอ่ย

>> ไม่พูดเยอะ เจ็บเท้า!! เจเจ-ต้าเหนิง ฉลองครบรอบ 3 ปีที่โรงพยาบาล อยู่ไหนก็หวานได้