ผู้ใหญ่บางคนอาจจะมองว่าการให้เด็กดูการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระมาก ๆ ทางที่ดีควรจะให้เด็กไปทำกิจกรรมที่เกิดประโยชน์มากกว่านี้ อย่างเช่นการไปเล่นกีฬากับเพื่อน ๆ การอ่านหนังสือพัฒนาความรู้ หรือ การส่งไปเรียนพิเศษตามสถาบันต่าง ๆ ไม่ใช่ให้วัน ๆ มานั่งเฝ้าหน้าจอโทรทัศน์เพื่อรอดูการ์ตูนหลอกเด็กไร้สาระ ไม่ได้เกิดประโยชน์อะไร สำหรับตัวผมซึ่งเป็นเด็กในยุคที่โตมากับการตื่นเช้ามารอดูการ์ตูนทุกวันเสาร์ อาทิตย์ เรียกได้ว่าผมโตมากับการดูการ์ตูนอย่างแท้จริง ต่างจากเด็กส่วนใหญ่ในสมัยนี้ที่โตมากับสมาร์ทโฟน และ เกมคอมพิวเตอร์เป็นส่วนมาก (ในสมัยที่ผมเกิด อินเทอร์เน็ตยังไม่มีเลยครับ^^ ) ส่วนตัวผมขอค้านในเรื่องที่บอกว่าการ์ตูนเป็นเรื่องไร้สาระครับ ความจริงแล้วการ์ตูนมีประโยชน์มากมาย สำหรับเด็ก ๆ ผู้ซึ่งยังเป็นผ้าขาวที่จะซึมซับสิ่งที่ดี และ ไม่ดีได้วันนี้ผมจึงได้รวบรวมประโยชน์ของการให้เด็กดูการ์ตูนมาให้ทุกคนได้อ่านกันครับภาพจาก https://unsplash.com/photos/tloFnD-7EpI 1. ปลูกฝังคุณธรรมผมเชื่อว่าพล็อตดังเดิมของการ์ตูนทุกเรื่อง ย่อมจะมีสองฝ่ายที่มาปะทะกัน นั่นคือฝ่ายตัวร้าย กับฝ่ายตัวดี เจ้าฝ่ายตัวร้ายเนี่ยจะเป็นฝ่ายที่คิดแผนการร้ายขึ้นมาเพื่อกระทำการบางอย่างเพื่อยึดครองโล กอยากเป็นใหญ่ อยากมีอำนาจให้ได้ ส่วนฝ่ายตัวดีเนี่ยจะเป็นฝ่ายที่ลุกขึ้นมาต่อต้านฝ่ายตัวร้ายไม่ให้ทำการจนสำเร็จแน่นอนว่าแต่ละตอนแล้วฝ่ายตัวร้ายก็จะมีวิธีการต่าง ๆ ในการคิดแผนการร้ายที่มายึดครองโลก ส่วนฝ่ายตัวดีกว่าจะทำการต่อสู้กับฝ่ายตัวร้าย และ ชนะทุกครั้งไป บางทีการที่มีพล็อตดังเดิมแบบนี้ไม่ว่าจะเป็นการ์ตูนเรือ่งไหน ๆ ก็เป็นการปลูกฝังไปในตัวว่า ใครก็ตามที่พยายามคิดคดโกงผู้อื่นพยายามใช้กำลัง และ อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องสุดท้ายแล้ว ก็ต้องพ่ายแพ้ต่ออำนาจแห่งคุณความดีนั่นเอง เมื่อใดก็ตามที่มีเหล่าอธรรมเกิดขึ้น ก็จะมีฝั่งธรรมะขึ้นมาลุกขึ้นมาต่อกรด้วยเสมอ การที่เด็กซึมซับอะไรแบบนี้เข้าไป ทำให้พวกเขาเติบโตขึ้นไป กลายเป็นคนดีของสังคมได้เพราะการ์ตูนในวัยเด็กเป็นสื่อชนิดแรกของเขาที่เขาเปิดรับด้วยความเต็มใจ แล้วมันก็จะคอยสอนว่าถ้าคิดจะทำไม่ดีแล้วก็สุดท้ายก็ต้องพ่ายแพ้ต่อความดีอยู่ดี เพราะฉะนั้นทำดีซะเลยดีกว่าจะได้ไม่ต้องพ่ายแพ้อะไรทั้งนั้น เด็กทุกคนนั้นเมื่อโตขึ้นไปแล้วก็อยากจะประสบความสำเร็จกันทุกคน คงไม่มีใครอยากล้มเหลวพ่ายแพ้เหมือนตัวร้ายในการ์ตูนถูกไหมครับ นี่แหละครับประเด็นสำคัญที่การ์ตูนทุกเรื่องแฝงมากับความบันเทิงเสมอภาพจาก https://unsplash.com/photos/B63UmuDkznY 2. มีตัวการ์ตูนเป็นไอดอลแน่นอนว่าการ์ตูนแต่ละเรื่องนั้น ย่อมจะมีตัวเอกเป็นตัวละครหลักที่ดำเนินเรื่องอยู่เสมอ ซึ่งตัวละครหลักนี้ เหล่าผู้เขียนก็ตั้งใจวางไว้ให้กลายเป็นที่นิยม และ กลายเป็นที่ชื่นชอบของเด็ก ๆ ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว เพราะ ถ้าตัวละครเอกไม่เป็นที่นิยมของเด็ก ๆ การ์ตูนเรื่องนั้นก็จะ เจ๊ง นั่นเองครับมีตัวละครหลักมากมาย จากการ์ตูนหลายเรี่อง ที่ต่างแฝงไปด้วยคุณธรรมอันแรงกล้าที่อยากจะเอาชนะคนไม่ดี มีความเมตตา รักเพื่อนฝูง มีความกล้าหาญต่อสู้กับผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่า ไม่ลดละความพยายาม และ พัฒนาตัวเองขึ้นอยู่เสมอ คุณสมบัติมากมายของตัวละครเอกนี้ทำให้เด็กหลายคนเกิดความชื่นชอบ และ อยากจะเป็นแบบเขาบ้างแน่นอนว่าในชีวิตจริงคงไม่มีตัวร้ายลุกขึ้นมายึดครองโลก และ เราก็ไม่ได้มีพลังพิเศษอะไรจะไปปกป้องโลกได้ แต่นี่ก็คงเป็นความคิดของผู้ใหญ่ที่ผ่านโลกมามากแล้ว ในความคิดของเด็กนั้น เด็กจะซึมซับทุกอย่างให้เขารู้ ที่เขาสัมผัสมาได้ และ เชื่อว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องควรค่าแก่การนำมาปฏิบัติ เด็กหลายเห็นพ่อแม่พูดคำหยาบก็เลยพูดตามทั้ง ๆ ที่มันไม่ดี แต่นั่นก็เพราะ เด็กไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ เด็กทำได้แค่เรียนรู้ และ ซึมซับมาเด็กหลายคนเชื่อว่าซุปเปอร์ฮีโร่นั้นมีจริง หลาย ๆ คนก็เลียนแบบท่าแปลงร่างของไอ้มดแดงบ้าง ของอุลตร้าแมนบ้าง อาจเป็นเพราะว่าตัวละครเหล่านั้นถูกออกแบบมาให้เท่ห์ และ มีเสน่ห์ในตัว แต่สิ่งสำคัญคือ เด็กจะซึมซับนิสัยของตัวละครมาด้วย ยิ่งเด็กหลงไหลในตัวละครไหนมาก เด็กยิ่งซึมซับนิสัยของตัวละครมามากขึ้นเท่านั้นที่สำคัญคือ ผู้ใหญ่อย่างเราต้องเป็นคนเลือกว่าจะให้เด็กดูการ์ตูนประเภทไหน ทุกวันนี้ก็ตูนก็เหมือนเกมออนไลน์ที่บางเกมก็มีประโยชน์อย่างมากช่วยให้เด็กเกิดความคิดสร้างสรรค์ เกิดการวางแผน เกิดการทำงานเป็นทีม แต่การ์ตูนบางเรื่องก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความรุนแรงมากจนเกินไป บวกกับเนื้อหาที่ลามกอนาจาร ไม่สร้างสรรค์ ทำให้เด็กอาจจะเลียนแบบเมื่อโตขึ้นไปได้ ผู้ใหญ่อย่างเราควรให้คำแนะนำเด็ก อาจจะหลีกเลี่ยงได้ยากถ้าบังคับไม่ให้เด็กดูการ์ตูนเรื่องนั้นเลย เราเพียงแค่ให้คำแนะนำในสิ่งที่ถูกต้องว่าสิ่งไหนควร หรือ ไม่ควรจะทำ แค่นั้นเด็กก็ซึมซับในสิ่งที่ดีมาได้แล้วล่ะครับภาพจาก https://unsplash.com/photos/9XAnXWHu9_4 3. มีความคิดสร้างสรรค์ การ์ตูนนั้นนอกจากเต็มเปี่ยมไปด้วยคุณธรรมแล้ว ยังแผงไปด้วยความคิดสร้างสรรค์อีกด้วย การ์ตูนหลาย ๆ เรื่อง หรือ อาจจะทุกเรื่องเลย ก็มีการใส่บทบาทของตัวละคร หรือ วางพล็อตเรื่องให้เกินความเป็นจริงอยู่มาก ยกตัวอย่างเช่น การ์ตูนชื่อดังเรื่องหนึ่งของญี่ปุ่น คือ โดราเอมอน แน่นอนว่าโดราเอม่อนเป็นหุ่นยนต์แมวที่มาจากอนาคต ในเรื่องจะมี สิ่งประดิษฐ์ต่าง ๆ มากมายที่ในยุคปัจจุบันไม่มี ยกตัวอย่างเช่น ประตูไปที่ไหนก็ได้ ไฟฉายย่อส่วน ผ้าคลุมกาลเวลา Time Machine ขนมปังช่วยจำ สิ่งประดิษฐ์เหล่านี้ก็มาจากจินตนาการของผู้เขียนนั่นเอง แต่ที่สำคัญคือเด็กที่ดูการ์ตูนจะแตกต่างจากเด็กที่ไม่ดูการ์ตูน ตรงที่พวกเขาจะมีความคิดสร้างสรรค์ต่อยอดมาจากการ์ตูนที่พวกเขาดูนั่นเองแน่นอนว่าคำพูดอมตะของไอสไตน์ก็คือจินตนาการสำคัญกว่าความรู้เด็กคนไหนที่วัน ๆ เอาแต่ท่องตำราอ่านหนังสือ เขาก็จะมีเพียงแค่ความรู้เท่านั้น แต่จินตนาการได้มาจากการออกไปเปิดโลกกว้าง ออกไปผจญภัย และ ได้จากการดูการ์ตูน นั่นเอง เมื่อโตเติบโตขึ้น ถ้าเด็กพวกนี้ยังมีสิ่งที่เรียกว่าจินตนาการหลงเหลืออยู่โดยไม่ถูกความเป็นจริงตีกรอบให้พวกเขา ผมเชื่อว่าเขาจะเป็น creative ที่ยิ่งใหญ่อย่างแน่นอนครับภาพจาก https://unsplash.com/photos/UU2PICtxgpA