รีเซต

"น้ำตาล-ฟิล์ม" เล่าเรื่องวันวานจนถึงวันนี้ มีคนเสียน้ำตา ใน The Celebrities EP.11

"น้ำตาล-ฟิล์ม" เล่าเรื่องวันวานจนถึงวันนี้ มีคนเสียน้ำตา ใน The Celebrities EP.11
Waterbee
26 กันยายน 2569 ( 09:00 )
72

The Celebrities EP.11 : แจกมุมมองกว่าจะมีวันนี้ ผ่านเส้นทางชีวิตมกามาย 2 นักแสดงสาว “น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม” และ “ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์” คู่พาร์ทเนอร์จาก GMMTV งานนี้มีน้ำตา ประสบการณ์และความเข้าใจของทั้งคู่ สะท้อนความสดใส โดย "กตัญญู สว่างศรี" ซึ่งกว่าจะไปนั่งในใจแฟน ๆ ได้ ต้องบอกว่าคู่นี้ไม่ธรรมดา วันวานจนถึงวันนี้ ที่นอกจากรอยยิ้ม คราบน้ำตา ยังตามมาด้วยความรักที่พวกเธอได้จากแฟน ๆ มากมาย 

The Celebrities EP.11 น้ำตาล-ฟิล์ม

กตัญญู กล่าวต้อนรับ "น้ำตาล-ฟิล์ม" ที่เดินเข้าสตูฯ มาแจกความสดใสและตื่นเต้น แฟนคลับส่งเสียงกรี๊ดสนั่น ต้อนรับพาร์ทเนอร์สุดสวยคู่นี้

ช่วงนี้ทำอะไรอยู่บ้าง?
น้ำตาล : ช่วงนี้หนูก็บินต่างประเทศกันถี่เลย ไปกันทุกวีคเลย หลายประเทศเลย

ไปมากี่ประเทศแล้ว? 
น้ำตาล  : เยอะมาก เวลาที่ซีรีส์จบเรื่องหนึ่ง ก็งบินไปมอบความรักให้กับแฟน ๆ แต่ละที่แต่ละเมือง บินเยอะมาก ๆ  หลายประเทศเลย 

เวลาไปต่างประเทศชอบอะไร เล่าให้ฟังได้มั้ย?
น้ำตาล : ความรู้สึกใหม่ ๆ (หัวเราะ)

ตอบแบบนี้ต้องการถามต่อว่าอย่างไร?
ฟิล์ม : อยากรู้ด้วยเลย (ยิ้ม) 
น้ำตาล : เอ็กซ์คลูซีฟ สำหรับ The Celebrities เลย มันคือการงอนกัน ไม่ใช่การโกรธจริง ๆ เป็นการละเล่น ที่ไม่อยากเล่นอีกแล้ว คนงอนก็อาจจะรู้สึกอีกแบบหนึ่ง คนง้อก็รู้สึกอีกแบบหนึ่ง เหตุการณ์มันเกิดขึ้นคือ เขางอนหนู งอนจากเรื่องอะไรนี่คือ Topic เวลาเราทำทำ benefit กับแฟนคลับ เราเล่นมาทั้งวัน จะมีการง่วงซึมเกิดขึ้นได้ น้ำตาลก็จะหาอะไรมาเล่น อยู่นิ่งไม่ได้ ไฮเปอร์นิดหน่อย ถ้าหน้าง่วง แฟนคลับก็จะถามว่า R U ok? ยูไม่สบายรึเปล่า เลยต้องทำหน้าตื่นตลอดเวลา ต้องหาเวลาตื่น ไม่สามารถคอนโทรลความง่วงไม่ไหวหรอก แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะมาเจอหน้าเราแบบไม่ไหวแล้ว เขาอยากเจอความเฟรชของเรา ไปหาน้องไปชวนฟิล์มคุย 

สายตาเล่าเรื่องมาแล้วนะ ?
น้ำตาล : ฟิล์มจะมีขี้แมลงวัน มีไฝบนร่างกาย มีพี่กับน้อง แต่ของฟิล์มเขาจะมีแบบออกกล้องบ่อย เราก็เท้าความ น้องคนเล็กออกกล้องบ่อย พี่คนกลางอยู่ตรงนี้ พี่คนโตจะเจอหนูบ่อย น้ำตาลก็ชอบเอามือไปกดสีแดง แล้วเขาหลับ เหตุการณ์ตอนนั้นเกิดขึ้น ตอนจบงานแล้ว เขาเหนื่อยล้า อยู่บนส้นสูง แล้วฟิล์มล้มลงไปกับพื้นเลยพี่ หนูตกใจน้องทำให้น้องหลับเลยล่ะ แล้วพี่ก็ถึงต้องมากดด้วย 
ฟิล์ม กดตอนยืนอะพี่ เขาล้มแล้วว่าจะหลับไปเลย

คุณคิดอะไรล่ะตอนกด ?
น้ำตาล : ก็คิดว่าแค่นี้ เราจะรีบกดให้ตื่นเลย ฟืล์มเป็นอะไร เขาก็พี่มาเล่นอะไรตอนนี้ พี่ไม่ดูเลย น้องดุว่าฟิล์มไม่โอเคเแล้ว เราเลิกกันเถอะ 
ฟืล์ม : (หัวเราะ)  

จังหวะมันโดนปุ่มเลิกเหรอ ? หรือว่ายังไง?
ฟิล์ม : ไม่ใช่ ฟิล์มไม่ได้บอกเลิกพี่ว่าเพราะเรื่องนี้ 
น้ำตาล  : แล้วเรื่องไหน 
ฟิล์ม :  ฟิล์มบอกเลิกพี่ เพราะพี่เจ้าชู้ 
น้ำตาล : ตอนไหน ? 

เรื่องราวงงมาก ตื่นมาบอกเลิกเขา งงไหม ?
ฟิล์ม  : ตอนนั้นพี่ทำอะไรสักอย่างอยู่นั่นแหละ 
น้ำตาล : ตอนนั้นพี่คนที่เล่นกับวิว ที่เล่นกัน
ฟิล์ม  : เราเล่นกันเฉย ๆ 
น้ำตาล : เราโดนบอกเลิก ก็ง้อ ง้อจนไม่หายสักที

ง้ออย่างไร ?
น้ำตาล : จะไม่ทำอีก คำพูดพวกนี้ มันทำให้เราตื่นตัวก็แกล้งกัน 
ฟิล์ม : ใช่ เล่นกัน เบ้บ ๆ
น้ำตาล : เบ้บ ขอโทษ

พวกคุณโตมากันอย่างไร ทำไมเป็นคนแบบนี้ หล่อหลอมมาอย่างไร?
ฟิล์ม : ตอนเด็กเป็นเด็กแก่น ใช้ชีวิตเหมือนเด็กทั่วไป ไม่ได้ใช้ชีวิตประจำวันกับเพื่อน ไปเรียนแล้วก็กลับบ้าน เรียนแล้วก็กลับบ้าน 
น้ำตาล : ทุกคนจะมองว่าเติบโตดูแมน ๆ ห้าว ๆ มันมีเหตุผลมา เพราะเราอยู่กับพี่ชายเยอะ ก่อนที่พี่ชายจะย้ายไปโรงเรียนประจำ โตมากับการอยู่ต่างจังหวัด พี่ชายเป็นนักฟุตบอล การแต่งตัว เหมือนพี่ชายเลย ใส่นักฟุตบอลเลย บอลโลก ลีกอังกฤษ พี่ชายชอบแมนยูฯ ก็เชียร์แมนยู เหนื่อยหน่อยนะ พอโตขึ้นเราก็ไม่ได้อินแล้ว ทำงานเยอะ แต่ถ้าทีมชาติไทยแข่ง บอลโลกก็ดูแล้วสนุก อยู่กับสนามฟุตบอลมาตั้งแต่เด็ก แต่เบื้องลึก แต่ฟิล์มเขาแข็งแรงมากกว่า วิธีการเดิน หนูว่าหนูหวาน ฟิล์มดูแมนกว่า ภายนอกนะคะ

วิธีการเดินเขาดูแข็งแรงเหรอ?
น้ำตาล : นักรบบางระจันอะพี่ เหมือนจะไปต่อยกับใคร แต่เวลาอยู่กับคนอื่นไม่ค่อย น้ำตาลจะฉะฉานมากกว่า เขาปกป้องหนูมากกว่านะ ตอนเด็ก เราก็หล่อหลอมมาแบบผู้ชาย แม่ก็บอก นั่งแบบผู้หญิงหน่อยซิ ไม่ต้องประดิษฐ์มันขึ้นมา ความที่เราที่อยู่กับพี่ชายมาก่อน ข้างในจิตใจเป็นเด็กผู้หญิงแต่ท่าทางเราจำพี่มา จำพ่อมาหมด ทำอะไรด้วยตัวเอง

พอโตขึ้นมา มีความฝัน ตอนเป็นวัยรุ่นอยากเป็นอะไร? 
ฟิล์ม  : อยากเป็นหมอ แล้วก็อยากเป็นหลายอย่างมาก ๆ ตอนนั้นชอบอยากเป็นเด็กช่าง สายอาชีพ

ฟิล์ม 4 King หรือเนี่ย เขามีความแมนในตัว?
ฟิล์ม : เริ่มรู้สึกได้ว่าตัวเองศิลปะออกมาได้ดีในช่วงนั้น

ของคุณ หมอ ช่าง ศิลปะ ?
ฟิล์ม : อยากเรียนสายศิลป์แต่ว่าทางบ้านแบบแต่ก่อนที่บ้านมีความคิดว่าอยากให้รับราชการ แต่แต่ดูดวงมาเขาบอกจะได้รับราชการ ฟิล์มอาจจะได้เป็นปลัดก็ได้ (หัวเราะ) เราก็หาตรงกลางมีเดียทางการแพทย์ สื่อทางการแพทย์ 

การเป็นศิลปินมันอยู่ในความในฝันของเราตอนไหน?
ฟิล์ม : ว่ามันเป็นแค่ความรู้สึก อยากเป็นดาราตอนเป็นเด็ก เขาสวยจัง

ไอดอลคุณคือใคร?
ฟิล์ม : ดูละครแล้วเขาสวยอยู่ในทีวี แค่นั้นไม่ได้รู้สึกเรียนแล้วต้องเป็นดาราไม่เคยคิดเลย 
น้ำตาล : นึกถึงเรื่องตัวเองแต่ไม่ร้อง พ่ออยากให้เป็นดารานั่นแหละ อยากให้ลูกมีเงินก่อนที่จะเรียนมหาวิทยาลัย เหมือนพี่ชายทำ ตอนนั้นเลยจำเป็นที่จะต้อง เข้ามาอยู่ในวงการบันเทิง ไปแคสต์ แต่ไม่เคยอยากอยู่ วงการบันเทิงเรามองแค่ว่ามันคือมายาอะ เราไม่อยากเข้ามาเจอคนที่ไม่จริงใจกับเรา พอโตขึ้นทุกวงการไม่ว่าจะอยู่ในอาชีพไหน มันมายาทั้งหมด มีทั้งคนที่รักเราจริง ๆ กับคนที่เสแสร้งกับเรามันอยุ่ทุกอาชีพ โตขึ้นถึงได้รู้ อะงั้นเราจะเรียนอะไร ถ้าเราจะเข้าวงการบันเทิง พ่อขับไปกลับอยุธยา ไปกลับ ได้เทปละแค่ 3 พัน ค่าน้ำมันก็เกือบหมดแล้ว มันแบบ..(ร้องไห้) พ่อเหนื่อยเพื่อเราขนาดนั้น เลยรู้สึกว่าเรียนภาษามา อยากเป็นแอร์ เราวางมันไว้ เพราะพ่อมองว่าสิ่งนี้ดีกับเรามากกว่า ทะเลาะกันเป็นเดือนเลย เราไม่อยากมาอยู่ตรงนี้ รู้สึกเหมือนเราโดนบังคับ (ร้องไห้) ทำไมเราเรียบนภาษามาแล้ว แล้วทำไมเราไม่เรียนภาษาต่อล่ะ ถ้ามีวันนี้เราไม่ได้เป็นแอร์โฮสเตส ชีวิตเราก็อาจจะไม่ได้เป็นแบบนี้ คงไม่มีโอกาสมาเจอคนที่รักเราขนาดนี้ เป็นชอยส์ที่ดีมาก ๆ กับเรา แต่ที่ดีมากกว่านั้นคือศิลปะการแสดงที่มันไม่ใช่ดาราอะ มันด้นช่วยคนได้ มันเป็นความรู้สึกที่มีพี่ชายที่เป็นนักฟุตบอล เขาเป็นทีมชาติไทย เขาทำเพื่อประเทศ เขาทำให้เรามีความสุขได้ แล้วอาชีพของเรามันทำให้คนอื่นมีความสุขได้อย่างไร มันเลยทำให้หนูตัดสินใจ ไปเรียนศิลปะการแสดงที่มศว พอเรียนไปอยู่กับศิลปะ เรียนรู้และเข้าใจคนอื่นมากขึ้น ไปเรียนรู้ว่าเออเราเข้าใจมนุษย์นะ แล้วก็มีตัวละครตัวหนึ่ง ตัวละครนี้ได้พูดทนเขา ร้องไห้และยิ้มไปกับตัวละครนั้น มันเลยทำให่้หนูรู้สึกว่าชีวิตนี้หนูมีค่า และยาวมาจนถึงทุกวันนี้ 

แล้วทุกวันนี้พ่อรู้สึกอย่างไร เคยคุยอะไรเรื่องนี้มั้ย?
น้ำตาล เขาอยากดูแลเรามาก แต่ด้วยอายุอยากให้เขาพัก อยู่สบาย ๆ ที่บ้าน เขาก็ภูมิใจในตัวเรามากทุกครั้งที่เจอกันก็ขอบคุณเขาเสมอ ไม่ใช่เด็กทุกคนที่จะมีโอกาสแบบเรา ในวันนี้ทุกคนเดินมาเป็นศิลปะ มันเปิดกว้างมาก แต่ ณ วันนั้นตอนที่เราเป็นเด็ก มันคงมีเด็กหลายคนที่มีความฝันและทำอะไรแบบเรา เค้าอาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากพ่อแม่ เขาอาจจะไม่ได้มีโอกาสตรงนั้น เราเลยรู้สึกว่าขอบคุณเขาเสมอที่เป็นเบื้องหลังความสำเร็จของเราคือพ่อกับแม่

ขอบคุณเขาแล้วเขาพูดอะไรกลับมามั้ย?
น้ำตาล : ก็ขอบคุณเขาเสมอ ขอบคุณที่สนับสนุนทั้งเราและพี่ชายที่พ่อแม่ทำงานอย่างหนัก มาสนับสนุนเรา ทำตามความฝันได้ง่ายขึ้น มีคนคอยสนับสนุนมันต้องมีทุนทรัพย์ด้วย การซัปพอร์ตต่าง ๆ ตอนเด็กๆ เราอยากเรียนดนตรีเราก็ได้เรียน มันแลกมากับความเหน็ดเหนื่อยของพ่อแม่  เราไม่ได้เติบโตมากับครอบครัวที่ร่ำรวย มันมาจากความเหน็ดเหนื่อยของพ่อแม่ 

ของฟืล์มมีมั้ย?
ฟิล์ม : เป็นทางด้านจิตใจมากกว่า มีพ่อกับแม่

ทั้งสองคนมีไอดอลมั้ย ศิลปิน ดารา คนที่เรายึดเป็นแบบอย่าง ไทย หรือ เทศ ได้หมด?
ฟืล์ม : ชอบคิมแทรี นักแสดงเกาหลี แอบชอบที่เขา respect ตัวเองมาก ๆ นับถือเขา คนที่เคารพตัวเองมันเท่มาก ๆ เคารพตัวเอง ชเอมั่นในตัวเอง มันเท่มาก ทำยากมาก ชื่นชอบคนที่ respect ตัวเองที่ไม่เบียดเบียนคนอื่น

น้ำตาล : ไอดอลของหนูคือพี่โน้ส อุดม หนูชอบเล่าเรื่อง ชอชพี่โน้ส เขาเอาเวท่ีอยู่ทุกอย่าง วิธีการเล่าเรื่องของเขา พอโตเราได้เจอเขา เราถามวิธีการของเขา มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ที่เขาเก็บเกี่ยวเรื่องราวของเขามาถ่ายทอด เขาอาจจะแย่มากในตอนนั้นแต่ถ่ายทอดรู้สึกถึงเหตุการณ์นั้นของเขา ทั้งที่มันผ่านมาแล้ว วันที่แย่มากเลย แต่มันผ่านมาได้แล้ว เราก็หัวเราะกับมันได้แล้ว พลังงานบวก เวลาเจอเรื่องแย่มากเลย แต่เลือกจะหัวเราะ ข้างในมันก็ยังเศร้าแต่ทำอะไรไม่ได้แล้ว ณ วันนั้นเราจะผ่านไม่ได้ พี่โน้สเป็นไอดอลด้านการพูด และความคิด 

เวลาเจอเรื่องยาก เหนื่อย ๆ ผ่านมาอย่างไร ให้กำลังใจกัน?
น้ำตาล : ให้กำลังใจเสมอ 

ทำแบบไหน?
ฟิล์ม : ติดเล่นก็มีนะ จรังจังก็มี คุยกันส่วนตัว ต่อหน้าคนอื่นก็ติดตลกไป ถ้าเครียดมากก็เล่นบ้าไปเลย
น้ำตาล : สภาพแวดล้อม ช่างหน้าช่างผมที่อยู่กับน้ำตาลฟิล์ม อยากขอบคุณทุกคนเลย เราเกเรมาก ๆ เขาทำงานก็เหนื่อยแล้ว แล้วต้องมาเทคแคร์น้ำตาลฟิล์มอีก บางทีคอนเสิร์ตไม่อยากทำแล้ว อยากเท เดินทางต่างประเทศ เราก็ Perfectionist มันไม่เป๊ะตามใจหนู มันทำอะไรไม่ได้ก็ต้องช่างมันอะพี่ คนตรงนั้นทุกคนตั้งใจ เราควรตอบแทนความเหนื่อยของเขา ขอบคุณเเขา เพราะว่าเขาก็ตั้งใจกับเรามาก ๆ ไปทำให้สมกับที่เขาตั้งใจ

การที่เข้ามาอยู่ใน GMMTV เปลี่ยนชีวิตไปอย่างไรมั้ย มันต่างไปจากก่อนหน้านั้นมั้ย?
น้ำตาล : ได้เรียนรู้เยอะนะ GMMTV  เป็นเหมือนครอบครัว เป็นเซฟโซนของหนูมาก ๆ มันไม่ใช่แค่การเข้ามาเป็นนักแสดงศิลปิน ถ่ายรายการแล้วกลับบ้านไป เป็นเหมือนพี่น้อง แม่ลูก คือสนิทกับทีมงานมาก ๆ การที่ทุกคนจะเห็นตัวตนของเรา ทุกคนใน GMMTV คิดมาแล้วว่าจะทำอย่างไรให้แฟนคลับเห็นเสน่่ห์ของเรา นี่คือสิ่งที่เรามีแฟน ๆ ที่รักศิลปิน รักเรามากขนาดนี้ เพราะ GMMTV ทำให้พวกเราได้เป็นตัวเอง 

ช่วยกันสลักเสน่ห์พวกคุณคืออะไร ?
ฟิล์ม : สำหรับฟิล์ม GMMTV ในโอกาสฟิล์ม หลาย ๆ อย่างที่ฟิล์มอาจจะไม่ได้ทำในอนาคตมารักการแสดงเพราะ GMMTV  การได้เต้น การเพอร์ฟอร์มบนเวที ชีวิตนี้ ถ้าฟิล์มไม่ได้ เข้ามาในวงการ ไม่ได้อยู่ท่ี่นี่ ก็คงไม่ได้ร้องเพลงรู้สึกว่าเขาให้โอกาส 

สนใจคำที่น้ำตาลพูดว่าทำอะไรที่มีคุณค่า พอทำแล้วรู้สึกมีคุณค่า ทำไมถึงให้คุณค่ากับเรื่องนี้?
น้ำตาล : มันเป็นซับเซส แบบ GMMTV เป็นบริษัทมีสินค้าคือน้ำตาล กับฟิล์ม สินค้านี้ ซึ่งเขาไม่ได้ปรุงแต่งความเป็นตัวตนของเรา อะไรที่ดูดีกับเราแค่นั้นที่เขาทำ พอเป็นสินค้า โอท็อปของดีของจังหวัดนี้ เลือกเอามาวางไว้ ชอบเราจากตัวตนเราจริง ๆ พอเป็นตัวเอง มันวิเศษที่สุด สำหรับเราแล้วไม่ได้เป็นคนอื่น เป็นตัวเองมันจะอยู่ได้ยาว ไม่่ต้องเป็นคนอื่น ซับเซสที่ว่า พอวางขายสินค้าแล้ว เราไม่ได้ตลกที่คนชอบเลย เขาชื่นชอบจากการเป็นนักแสดง เขาชื่นชอบเราจากตรงนั้นโอกาสมันก็มี บริษัทก็กระจายไป ไปแสดง ไปเต้น ไปเรียนเต้น เรียนร้อง ทำอะไรได้อีกบ้าง ทำแล้วถูกบอกต่อได้ สินค้าที่เขาวางโอท็อปชั้นนั้นได้ทำงานของมันก่อน 

โมเมนต์แรกที่คนชื่นชอบรู้สึกอย่างไร?
ฟิล์ม : เหมือนฝัน ฟิล์มไม่ได้คิดเหมือนพี่น้ำตาล ไม่มองเป็นธุรกิจแบบเขาเลย อันแรกเลยคือดีใจหมด แต่ลึก ๆ คือฟิล์มกลัวเขาผิดหวัง ฟิล์มรู้ตัวว่าเราอาจจะไม่ได้เหมาะสมกับความรักที่เขาให้กลัวเขาคาดหวัง อาจจะไม่ได้เหมาะสมกับความรักที่เขาให้ก็ได้ 
น้ำตาล : เมื่อก่อนตอนยังไม่มาถึงวันนี้ วันนั้นกับวันนี้ การเป็นนักแสดงของหนูยังเหมือนเดิม กระหายที่อยากจะเล่าเรื่อง อยากทำงานศิลปะ หนูก็ยังมีเหมือนเดิมเป็นนักแสดงเหมือนเดิมทำอะไรมากขึ้น เหนื่อยมากขึ้น เครียดมากขึ้น ปัจจัยที่ไม่สามารถคอนโทรลได้ ถามตอบตัวเองกับคนอื่นมาตลอด วันนี้เรามีคนรักเยอะมากขึ้นมันคือเรื่องที่ดี ไม่ใช่เรื่องเม็ดเงินที่มากขึ้น แต่ความรักที่มากขึ้น กับเม็ดเงินที่มากขึ้น มันมาพรัอมกับความครียด  ความคาดหวัง แล้วเราก็หาคำตอบ แล้วเราเป็นเพาร์ทเนอร์ หนูอยากให้มันดีทื่สุดอะ ไม่อยากให้ใครพูดถีงเราไม่ดี เหมือนทุกอย่างทำมาดี 

มันคุมไม่ได้หรอก!
น้ำตาล : แล้วเราจะทำอย่างไรก็ต้องช่างมัน ช่างมันได้ บางวันก็ช่างไม่ได้ แล้วแต่จิตใจแต่ละวัน แต่สุดท้ายก็ช่างมันได้ เพราะมีคนที่รักหนูมาก ๆ หนูคุยกับ AI ว่าทำไมคนนี้ถึงไม่ชอบเรา เราไปทำอะไรให้เขา ปัจจุบันอะไรบ้างที่เขาไม่ชอบเรา มันมีคำตอบมากมายที่ AI มันปลอบใจเรา บางทีมันก็รู้จักหรือไม่มีคำตอบ มีที่ถูกใจ คือ หนูไม่สามารถคอนโทรลอะไรได้เลย ถ้าเราผิด เราต้องยอมรับ แต่ถ้าบางอย่างเราไม่ได้ปิด เราก็ต้องยอมมันอะ ช่างมันเลยพี่ สุดท้ายแล้วนะ คนเลือกมากกว่าการจะรู้จักก็รู้คัดคนเลยพี่ ถ้าเหลือคนเดียวก็เหลือคนนี้แหละ ถ้าเหลือคนเดียวก็ช่างมันพี่ รู้สึกว่าหนูทำเต็มที่แล้ว มันมาพร้อมกับสิ่งทีรู้ดีและทำร้ายข้างในหนุมาก ไม่ใช่แค่หนูต้องเลือกว่าจะอยู่กับอะไร สมมติเราเล่นโซเชียลแล้วทำให้เราดาวน์ แล้วมันทำให้เราหลุดโฟกัส แทนที่จะเอาเวลาไปอ่านบท เรียนแอคติ้ง ดูซีรีส์เพื่อเติมไฟ ทำไมหนูไม่ทำแบบนั้นวะ ตอนนี้เลยไม่ทำแบบนั้น มันต้องแลก แฟนคลับไม่ได้คุยกับเขาเยอะ แต่เราก็เจอกันก็เต็มที่ แต่การเมาท์มันสนุกแหละ เรื่องคนอื่นอะ มันเรื่องปกติที่จิตวิทยาเมาท์สนุก แต่ถ้าเรื่องของเรา มันไม่สนุกหรอก เวลาเหนื่อยจากงานมาแล้ว โตขึ้นมันไม่อยากุ บางทีก็เรื่องเพลง บางทีก็เรื่องดราม่า รู้แล้วบางทีก็เอาตัวเองเลือกไปอยู่ตรงนั้น แล้วเราไปท็อกซิกใส่คนรอบข้าง เรารับเรื่องเครียดมา ก็ตัดเลย มาเล่าต่อก็ท็อกซิกอีก ไปดูหนัง ซีรีส์ ออกกำลังกาย ไม่ต้องรับรู้อะไร 

คุณสองกันพารทเนอร์กันมันสำคัญอย่างไร ผลักดันกันอย่างไร?
ฟิล์ม : ฟิล์มรู้สึกว่าฟิล์มโชคดีมาก ๆ ที่ข้างฟิล์มเป็นพี่น้ำตาล ด้วยความเป็นนักแสดง เคารพ ให้เกียรติกับผลงานมาก ๆ โชคดีที่ทุก ๆ ด้าน หลายอย่างเรียนรู้จากเขาทั้งหมดเลย ดีใจมาก ๆ ที่ข้าง ๆ ฟิล์มเป็นพี่
น้ำตาล : เช่นกันพี่ มันพูดแล้วเหมือนเพ้อเจ้อ มันคือหยินหยางเลยพี่  จริง ๆ เราต่างกัน แต่เป็นหยินหยางกัน มันขาดใครไปไม่ได้ คือบางอย่างฟิล์มเอาจากเราไป บางอย่างหนูก็ขอเขามาบ้างเพราะมันดีกับตัวหนู เรายอมให้กันและกันเข้ามาในตัวตนของเรา เราทำงานง่ายขึ้น ทำงานแล้วสบายใจ เดินไปด้วยกันได้ไกลขึ้น การที่ฟิล์มยอม คนแบบฟิล์มเข้าถึงยากมาก ถ้าเข้าถึงได้แล้วพี่จะอยู่ในใจเขายาวเลย ขอบคุณเขา นอกจากที่เขารับฟังเรา ยังเปิดโอกาสให้หนูรับฟังเรื่องของเขา แต่การที่้น้องเครียด แล้วเป็นหนูทีได้ฟังเขา รู้สึกโชคดีมาก ถ้าเขาไม่ระบายก็ช่วยเขาไม่ได้ พอเขาเล่าก็ช่วยเขาจัดการส่งในหัวเขา อะไรช่วยได้เราจะช่วย แค่ฟังแค่คนเดียวเราก็แค่นั้นพี่ หน้าที่เราคือหยินหยาง ต้องเป็นน้ำตาลฟิล์ม โชคดีที่เป็นฟิล์ม 

ก่อนที่ทั้งคู่จะเล่นเกม MeMoryชาเลนจ์ สิ่งที่ประทับใจในกันและกันในอดีตจนถึงปัจจุบัน ความประทับใจในกันและกันฟังแล้วซึ้งไปตามกัน 

The Celebrities พาคนมานั่งคุยเพราะอะไรคนถึงรักพวกคุณ เขาชอบเพราะอะไร?
น้ำตาล : หนูดันรู้พี่ บางทีเขาชื่นชอบตัวละคร เพราะการที่หนูไม่เคยดูถูกคนดู ทุกตัวละครเขาใช้ชีวิตกับทุกตัวละครที่เราแสดงออกไป พอตกหลุมรัก แล้วพอมาเจอตัวจริงที่จริงใจกับเขามาก ๆ มีเพื่อนคนนี้อยู่ การใช้ชีวิตมันมีความสุขมากขึ้น กับเวลาที่หนูเจอพวกเขาเหมือนกัน หนูไม่เคยดูถูกพวกเขาเหมือนกัน 

ฟิล์ม เขาตอบดีครับ ฟิล์มไม่รู้ว่าอะไรที่ทำให้ทุกคน
น้ำตาล : สวยและเซ็กซี่
ฟิล์ม : ไม่รู้ว่าคือความตั้งใจในการทำงานมั้ย หรือแก้มขีด รอยยิ้ม อาจจะใช่หรือเปล่าไม่รู้
น้ำตาล  : ไปหาแก้มขีดจิ้มบ้างดีกว่า 

 ติดตามชม ในรายการ The Celebrities EP.11 น้ำตาล-ฟิล์ม ได้ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 25 กันยายน เวลา 20.00 น. เป็นต้นไป และติดตามตอนใหม่ ๆ ของ The Celebrities ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. ที่ TrueID เท่านั้น!

อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :

>> สมัครแพ็กเกจ TrueID+ สมัครเลย <<

เรื่องเด็ด ครีเอเตอร์คัดให้ ดูได้เลยกับ ทรูไอดีพลัส ในราคาพิเศษ
ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน - 8 ตุลาคม 2569 เท่านั้น