[US Box Office] สวนกระแสรีวิวบ้ง "Street Fighter" ปล่อยพลังล้างตาฉบับใหม่ ผงาดขึ้นแชมป์!
Box Office Street Fighter
บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 16-18 ตุลาคม 2026 - มาถึงสุดสัปดาห์กลางเดือนตุลาคมที่ในอเมริกาถาโถมด้วยกองทัพหนังใหม่ ๆ อัดแน่นให้ผู้ชมได้เลือกอุดหนุนกันหนาแน่น นั่นจึงทำให้วีคนี้เราได้อ้าแขนต้อนรับแชมป์หนังเรื่องใหม่อีกครั้ง ที่เป็นการล้างตาจากอดีตอาถรรพ์หนังจากเกมดัง กลับมาครั้งนี้ดูเหมือนว่าจะปังขึ้นกว่าแต่ก่อน กับอีกหนังสารคดีที่กลายเป็นหนังแย่งซีนที่สุดประจำวีคนี้ ที่ขึ้นแท่นสร้างสถิติรายได้และโกยกระแสรีวิวได้อย่างยอดเยี่ยม ครองใจนักวิจารณ์และผู้ชมได้ดีอย่างล้มหลาม
สู้สุดใจผงาดขึ้นมาเป็นแชมป์วีคนี้ก็คือ "Street Fighter" ฉบับปัดฝุ่นสร้างใหม่จากวิดีโอเกมดังแห่งยุค 80s จากค่าย Capcom กลายมาเป็นหนังแอคชันเดือด ๆ บนสังเวียนนักสู้จอมพลัง ที่โกยรายได้เปิดตัว 3 วันแรกได้น่าพอใจที่ 31 ล้านเหรียญ จาก 3,575 โรงฉาย คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 8,6000 เหรียญ ถือว่าเป็นตัวเลขเปิดตัวที่ทำได้ใช้ได้แบบที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์กันเอาไว้ก่อนหน้านี้
ถึงแม้ว่า Street Fighter เวอร์ชันก็ยังไม่สามรถลบล้างอาถรรพ์คำวิจารณ์ได้ เพราะหนังได้คะแนนเฉลี่ยรีวิวที่ไม่น่าอภิรมย์สักเท่าไหร่แค่ 41% แต่ใด ๆ คนดูก็ตัดเกรด B- ให้กับหนังเรื่องนี้ที่หน้าโรงหนัง ก็ถือว่าแม้จะได้รีวิวที่ค่อนข้างไม่ดีนัก แต่ก็ยังดึงดูดใจแฟน ๆ และคอเกมให้ตีตั๋วไปได้ดี ซึ่งหนังก็ยังออกสตาร์ทกับรายได้นอกอเมริกาที่ 20 ล้านเหรียญ ทำให้เปิดตัวทั่วโลกวีคนี้ฟันไปที่ 51 ล้านเหรียญ แต่ก็ยังไม่พ้นขีดอันตราย เพราะหนังใช้ทุนสร้างระดับ 80 ล้านเหรียญ เท่ากับว่าจะได้กวาดเงินให้ได้เบาะ ๆ ไม่ต่ำกว่า 150 ล้านขึ้นไป ถึงจะผ่านฉลุยได้
หนังที่กลายมาเป็นตัวขโมยซีนประจำวีคนี้ก็คือ "You Can See Everything" ที่คอหนังบ้านเราอาจจะไม่รู้จัก แต่นี่คือหนังสารคดีที่โกยเสียงชื่นชมและคะแนนรีวิวได้อย่างยอดเยี่ยม หลังจากเปิดตัวฉายที่เทศกาลหนังเทลลูไรด์ 2026 มีคะแนนรีวิวเฉลี่ยที่ 99% ที่ว่าด้วยการสำรวจชีวิตของผู้ก่อตั้งบริษัท Theranos ในช่วง 3 เดือนก่อนที่เธอจะได้รับโทษจำคุก 11 ปี ในความผิดฐานฉ้อโกงนักลงทุน ที่หนังเรื่องนี้สามารถเปิดตัว 3 วันแรกได้ปัง ๆ ถึง 15 ล้านเหรียญ จากการฉายเพียง 855 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยโรงถึง 17,000 เหรียญ
You Can See Everything ได้กลายเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของค่ายหนังอินดี้ A24 ในปีนี้ หนังกลายเป็นหนังสารคดีที่ไม่ใช่สารคดีเกี่ยวกับเพลงที่เปิดตัวได้แรงที่สุดในรอบ 20 ปี นับเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับหมวดหนังสารคดีที่จะทำผลลัพธ์ได้ดีบนบ็อกซ์ออฟฟิศได้เช่นนี้ ที่น่าประหลาดใจก็คือหนังได้ผู้ชมกลุ่มอายุต่ำกว่า 35 ปีลงไป เป็นกลุ่มหลักในการอุดหนุนหนังเรื่องนี้ คิดเป็นร้อยละ 90 ของผู้ชมทั้งหมดเลยทีเดียว โดยหนังใช้ทุนสร้างไปแค่ 7 ล้าน และมีโอกาสสูงที่สุดโลดแล่นบนเวทีรางวัลต่าง ๆ ในช่วงต้นปีหน้า ซึ่งทางสตูดิโอก็เตรียมผลักดันแคมเปญให้หนังได้ชิงรางวัลใหญ่ที่สุดของออสการ์ด้วย
ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีหนังใหม่ ๆ เปิดตัวอีกหลายเรื่องในวีคนี้ ตามมาในอันดับที่ 4 คือ "Whalefall" หนังวาฬกลืนคน ที่เปิดตัวกับรายได้เบา ๆ ที่ 8 ล้านเหรียญ จาก 3,065 โรงฉายทั่วประเทศ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยราว ๆ 2,600 เหรียญ เรียกได้ว่าหนังเปิดตัวได้ค่อนข้างน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเอาไว้ แม้ว่าจะได้กระแสรีวิวที่ค่อนข้างน่าพอใจ กับคะแนนเฉลี่ยที่ 71% แต่อาจจะซื้อใจคนดูได้ไม่วงกว้างนัก หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างถึง 60 ล้านเหรียญ การออกสตาร์ทกับตัวเลขเพียงเท่านี้ ค่อนข้างเสี่ยงเข้าขั้นวิกฤต
เช่นเดียวกับการปัดฝุ่นสร้างฉบับใหม่ของ "Sense and Sensibility" จากงานเขียนอมตะของ เจน ออสติน ที่หวนกลับมาขึ้นจอ(อีกแล้ว) เปิดตัวได้ประมาณ 7.25 ล้านเหรียญ จาก 2,545 โรงฉาย คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 2,800 เหรียญ ถือว่าเปิดการออกสตาร์ทฉบับรีเมคใหม่ที่แทบไม่มีกระแสใด ๆ เลย ทำให้รูปแบบรายได้ก็เป็นไปตามเทรนด์ของหนังที่ไม่หวือหวานัก แม้ว่ารีวิวจะค่อนข้างใช้ได้กับคะแนนที่ 76% แต่หนังที่สร้างออกมาซ้ำ ๆ ซาก ๆ หลายเวอร์ชันแทบจะทุก ๆ 10 ปีเรื่องนี้ จะยังตอบโจทย์คนดูในระยะยาวได้หรือไม่
ขณะที่แชมป์เก่า "Other Mommy" ก็เจอพิษความบ้งของกระแสรีวิวไปเต็ม ๆ ทำให้วีคนี้ทำเงินร่วงลงแรงระดับ -70% แบบฮวบฮาบ หล่นลงมาอยู่ในอันดับที่ 3 กับรายได้เพิ่มอีก 8.35 ล้านเหรียญ แต่ใด ๆ หนังก็สะสมรายได้ 10 วันแรกของการฉายไปได้แล้วที่ 45 ล้านเหรียญ โชคช่วยที่หนังไม่ได้ใช้ทุนสร้างเยอะ ทำให้ตอนนี้ที่เหลือก็คือเก็บกำไรเน้น ๆ ไป ไม่ต่างกับ "The Social Reckoning" ภาคต่อหนังโซเชียลในตำนาน วีคนี้หลุดกระเด็นออกจาก Top 10 ไปแล้ว เพราะทำเงินหายวับไปถึง -69% ได้เพิ่มไปอีกแค่ 1.5 ล้านเหรียญ กับยอดสะสม 10 วันแรกของการฉายเพียง 8 ล้านเหรียญเท่านั้น เรียกได้ว่าเจ๊งสนั่นเรื่องล่าสุดของปีนี้
นอกจากนี้ยังมีแอคชันตลกภาคต่อจากบอลลีวูด "Jailer 2" ออกฉายพร้อม ๆ กับที่อินเดีย เปิดตัวได้ในอันดับที่ 9 กับรายได้ 3.27 ล้านเหรียญ จาก 800 โรงฉาย ถือว่ายังเป็นหนังที่แฟน ๆ ชาวอินเดียในอเมริกายังอุดหนุนกันหนาแน่น หนังบู๊ของ อย่าง "Your Mother, Your Mother, Your Mother" เพิ่มโรงฉายขึ้นมาอีก ทำให้รายได้พุ่งขึ้นมา +280% เก็บไปวีคนี้ที่ 1.2 ล้านเหรียญ สะสมยอดรวมล่าสุดที่ 2.2 ล้านเหรียญ เช่นเดียวกับ "Musk" หนังสารคดีตีแผ่ชีวิต อีลอน มักส์ ที่วีคนี้เพิ่มโรงฉายขึ้นมาอีก ทำให้รายได้เพิ่มขึ้นมาเกือบ +380% เก็บไปอีก 306,000 เหรียญ สะสมยอด 10 วันแรกของการฉายไปเกือบ 400,000 เหรียญ
ทางด้านหนังแมงมุมสยอง "Crawlers" ก็ทำรายได้เปิดตัวไปตามรูปการณ์ของหนัง ที่เพียง 468,000 เหรียญ ทั้งที่ได้โรงฉายถึง 1,037 แห่ง เรียกได้ว่าออกสตาร์ทได้ไร้อนาคตสุด ๆ ขณะที่หนังสารคดีกระแสดีอีกเรื่อง "Once Upon a Time in Harlem" ออกสตาร์ทแค่เพียง 2 โรงฉายในอเมริกา ทำเงินไปได้น่าประทับใจถึง 68,000 เหรียญ กวาดคนดูได้แน่นโรงฉาย สมฐานะหนังที่กวาดคะแนนรีวิวได้เต็ม 100% จนถึงบัดนี้
เน็ตฟลิกซ์ ได้ส่งหนังกระแสดี "The Black Ball (La Bola Negra)" ลงโรงฉายในวีคนี้ เพื่อได้สิทธิ์มีบทบาทบนเวทีรางวัลต่าง ๆ ด้วยการเปิดตัวฉายแค่เพียง 4 โรงทั่วอเมริกา กลายเป็นหนึ่งในหนังที่สร้างปรากฏการณ์ได้ในกลุ่มหนังอินดี้สัปดาห์นี้อีกเรื่อง เพราะหนังเปิดตัวไปได้ถึง 277,500 เหรียญ ตามรายการตัวเลขที่เน็ตฟลิกซ์ทำการเปิดเผยออกมาอย่างเป็นทางการครั้งแรกและเรื่องแรก เท่ากับว่าหนังทำรายได้เฉลี่ยต่อโรงได้สูงเกือบ 70,000 เหรียญเลยทีเดียว นี่คือตัวแทนหนังจากสเปนที่ส่งมาชิงชัยรางวัลออสการ์ปีนี้ และหลาย ๆ ฝ่ายมองว่าหนังมีศักยภาพที่จะเข้าชิงสาขาอื่น ๆ ด้วย นอกจากสาขาหนังต่างประเทศ กลายเป็นตัวเต็งหนังรางวัลที่โดดเด่นที่สุดในเวลานี้
สัปดาห์ถัดไปก่อนเข้าสู่ฮาโลวีน มาพร้อมกับหนังสยองหน้าไหล "Clayface" อสุรร้ายจากค่ายดีซีจะออกอาละวาด ร่วมด้วยหนังตลกสัปดนเรื่องใหม่ "Ali G: Who Iz I?" ที่จะมาเสียดสีวงการบันเทิง หนังดรามาดิสโทเปียจากนิยายดัง "Klara and the Sun" จะได้ฤกษ์ฉาย พร้อม ๆ กับตำนานผัวตะกร้าสานบันลือโลก "Wicker" จะออกมาโปรยเสน่ห์ ไม่เพียงเท่านั้น ยังมีหนังแอนิเมชันเรื่องใหม่จากสตูดิโอไลก้า "Wildwood" และหนังอาชญากรรมของตัวแม่เรื่องใหม่ "A Talent for Murder" ทางฝั่งหนังฉายแบบจำกัดโรงจะเป็นคิวของ "The Only Living Pickpocket in New York" หนังอาชญากรรมกระแสมีหวังรางวัลจะได้ฤกษ์ฉาย พร้อมกับ "Possible Love" หนังเกาหลีสายเทศกาลหนังที่จะฉายโรงก่อนจะลงจอสตรีมมิ่งต้นเดือนหน้า
Source: TheNumbers
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- [US Box Office] พลังหลอนของแม่ "Other Mommy" ยึดแชมป์และสกัดขา "The Social Reckoning" ไม่ได้เกิด
- [US Box Office] "Digger" บ้งสนั่นคาบ้าน อดสูที่สุดในอาชีพของทอม "Verity" ขึ้นแชมป์ใหม่เจิดจรัส
- [US Box Office] ประจัญบานหวนบัลลังก์ "Avengers: Endgame Encore" สร้างสถิติหนังกลับมาฉายใหม่
- [US Box Office] ผงาดแรงกว่าทุกเรื่อง! "Resident Evil" ฉบับปี 2026 เปิดตัวกระหึ่ม-เซ็ตค่าใหม่ทุกสถิติ
- [US Box Office] คาถาดี..แต่ไม่แรง "Practical Magic 2" เสกมนตราโค่นบัลลังก์ไอ้แมงมุม
------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa