รีเซต

[US Box Office] พลังหลอนของแม่ "Other Mommy" ยึดแชมป์และสกัดขา "The Social Reckoning" ไม่ได้เกิด

[US Box Office] พลังหลอนของแม่ "Other Mommy" ยึดแชมป์และสกัดขา "The Social Reckoning" ไม่ได้เกิด
Jeaneration
12 ตุลาคม 2569 ( 09:00 )
120

Box Office Other Mommy

บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 9-11 ตุลาคม 2026 - เป็นสุดสัปดาห์ที่เต็มไปด้วยพลังบวก..เชิงลบแบบสุด ๆ กับการมาเสริมทัพของหนังล็อตใหม่ ที่กลายเป็นผลงานที่ทำให้คนดูเสียงแตกกันอีกครั้ง แต่ใด ๆ เราก็ได้อ้าแขนต้อนรับแชมป์หนังเรื่องใหม่อย่างเป็นทางการ มาพร้อมกับกองทัพหนังเข้ามาใหม่แบบเพียบ ๆ ทั้งแบบฉายวงกว้างและฉายแบบจำกัดโรง ที่ทำให้บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาสุดสัปดาห์นี้เต็มไปด้วยความหลากหลายและสีสันรายได้ที่น่าสนใจหลายเรื่องเลยทีเดียว

แต่แชมป์หนังเรื่องใหม่ของวีคนี้กลายเป็นพลังหลอนของแม่ "Other Mommy" หลอกหลอนคนดูในอเมริกาและทั่วโลกไปได้จัดจ้านทีเดียว เพราะโกยเงินเปิดตัวได้น่าประทับใจถึง 27.5 ล้านเหรียญ จาก 3,365 โรงฉายทั่วประเทศ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 8 พันเหรียญ แม้ว่าจะเป็นหนังที่โดนสาปส่งให้เป็นหนึ่งในหนังที่แย่ที่สุดประจำปีนี้อีกเรื่องอย่างอื้ออึงก็ตาม โดยก่อนหน้าที่หนังจะลงโรงฉาย กระแสมาค่อนข้างดีและดึงดูดใจผู้ชมได้ค่อนข้างมีลุ้น ยิ่งเข้าฉายในช่วงใกล้ ๆ กับเทศกาลวันฮาโลวีนที่จะมาถึงด้วย หลายฝ่ายมองว่าหนังเรื่องนี้มาแรงแน่ ๆ

แต่ปรากฏว่าเมื่อหนังลงโรงฉายต้องเผชิญหน้ากับเสียงวิจารณ์ตีกลับอย่างท่วมท้น เพราะผู้ชมมอบเกรด D+ ให้กับหนังเรื่องนี้จากการสำรวจที่หน้าโรงหนัง ที่ถือว่าเป็นเกรดที่เข้าขั้นแย่มาก ๆ สำหรับหนังสักเรื่องหนึ่ง หนังไม่ได้มีฉายรอบปฐมทัศน์ล่วงหน้าให้นักวิจารณ์ได้ดูก่อน แต่จัดวันเดียวกับที่หนังลงโรงฉายเลย และนักรีวิวก็บดขยี้หนังเรื่องนี้อย่างเละเทะ ด้วยคะแนนเฉลี่ยเพียงแค่ 18% กลายเป็นหนึ่งในหนังตราบาปที่สุดในอาชีพนักแสดงของ เจสสิก้า แชสเทน ที่เคยคว้าออสการ์มาครอง

แต่ใด ๆ Other Mommy ถือว่าหลอกหลอนผู้คนได้อย่างประสบความสำเร็จ แม้ว่าตัวหนังจะโดนรีวิวสาปแบบขั้นสุดก็ตาม เพราะหนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างไปแค่ประมาณ 18 ล้านเหรียญเท่านั้น และยังสามารถเก็บรายได้จากการเปิดตัวนอกอเมริกาไปได้อีกราว ๆ 18 ล้านเหรียญ ทำให้สุดสัปดาห์แรกแม่ผู้นี้สามารถสร้างความหวาดผวาไปทั้งโลกได้ด้วยตัวเลขสวย ๆ ระดับ 46 ล้านเหรียญอย่างน่าพึงพอใจทีเดียว

ในขณะที่แม่หลอนอาละวาดได้ดี ที่สวนทางกันสุด ๆ ก็คือหนังดรามาภาคต่อปมเฉือนเชือดแห่งโลกโซเชียลมีเดีย อย่าง "The Social Reckoning" ที่กลับมาสู่ภาคใหม่ในรอบ 16 ปีกลายเป็นฝันร้าย ทำได้ดีที่สุดเปิดตัวในอันดับที่ 5 กับรายได้ 3 วันแรกแค่ 5.5 ล้านเหรียญ จาก 2,606 โรงฉายทั่วอเมริกา หรือคิดเป็นรายได้เฉลี่ยแค่ประมาณ 2 พันเหรียญเท่านั้นเอง เรียกได้ออกสตาร์ทได้แบบจอดแน่นิ่งสนิท

โซนี พิคเจอร์ส คาดหวังว่าหนังจะเปิดตัวได้ราว ๆ 7-8 ล้านเหรียญ แต่หนังกลับทำยอดได้ต่ำกว่าที่คิด แม้ว่าจะได้ แอรอน ซอร์กิน กลับมาสานต่องานสร้างภาคนี้ในฐานะผู้กำกับ พร้อมกับมีพลังนักแสดงคุณภาพแน่น ๆ แต่กลับไม่สามารถสร้างแรงดึงดูดได้เท่าที่ควร หนังเปิดตัวได้ห่างชั้นกับ The Social Network ที่เคยเปิดไว้ 22 ล้านเหรียญในปี 2010 และภาคต่อเรื่องนี้ก็ไม่ได้เป็นที่ต้อนรับและโปรดปรานของนักวิจารณ์เท่าไหร่ด้วย เห็นได้จากคะแนนระดับกลาง ๆ ที่ 54% บน Rotten Tomatoes

แชมป์หนังวีคก่อน "Verity" ก็ตกจากบัลลังก์แบบลดฮวบตามคาด วีคนี้เก็บไปเพิ่มอีก 11.5 ล้านเหรียญ ดร็อปลงมาค่อนข้างแรงถึง -64% ทำให้ตอนนี้สะสมยอดรายได้ 10 วันแรกไปได้แล้วเบาะ ๆ ที่ 53 ล้านเหรียญ กับตัวเลขรวมทั่วโลกกว่า 80 ล้านเหรียญ ขณะที่ "Resident Evil" ก็ยังทรงตัวทรงพลังต่อไป วีคนี้ทำเงินลดลงมาแค่ -34% เท่านั้นเอง ได้ไปอีก 8.35 ล้านเหรียญ กระตุ้นยอดรายได้ในบ้านไปได้กว่า 138 ล้านเหรียญ และภาพรวมทั่วโลกทะลุ 260 ล้านเหรียญไปได้อย่างงดงาม

ส่วนผลงานหวังรางวัลของ ทอม ครูซ อย่าง "Digger" ก็เผชิญหน้ากับความเจ็บปวดแสนสาหัส เข้าสู่วีคที่ 2 ของการฉายในบ้าน ทำเงินดร็อปลงแรงถึง -60% ร่วงไปอยู่อันดับที่ 8 กับรายได้เพิ่มอีกแค่ 3.2 ล้านเหรียญ ล่าสุดสะสมยอด 10 วันแรกไปได้เพียง 14 ล้านเหรียญ และยอดทั่วโลกที่เพิ่งจะแตะ 30 ล้านเหรียญ โดยที่หนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างไปมากกว่า 160 ล้าน คงไม่มีอะไรจะแก้ต่างได้นอกจากยอมรับชะตากรรม เพราะหนังเจอสาปส่งเอาไว้ด้วยพิษของคำวิจารณ์ แม้ว่าจะมีกระแสตีกลับที่พบว่าผู้ชมฝั่งเอเชียค่อนข้างถูกใจหนังเรื่องนี้กว่าโลกตะวันตก แต่เพียงเท่านั้น..ไม่อาจช่วยให้หนังเรื่องนี้หลุดพ้นจากอาการเจ๊งได้

นอกจากนี้ยังมี "Angel and the Badman" หนังคาวบอยรวมดาราที่เปิดตัวเบา ๆ ในอันดับที่ 9 กับตัวเลข 2 ล้านเหรียญ จาก 2,263 โรงฉาย เรียกว่าเป็นการออกสตาร์ทที่ไม่สู้ดีนัก โดยที่หนังเรื่องนี้ก็ไม่เป็นที่ต้อนรับของบรรดานักวิจารณ์สักเท่าไหร่ด้วยเช่นกัน ทางด้านหนังเจ้าของรางวัลปาล์มทองคำจากเทศกาลหนังเมืองคานส์ 2026 อย่าง "Fjord" ได้ฤกษ์เปิดตัวฉายแบบวงจำกัด เพียงแค่ 4 โรงในอเมริกา ทำเงินไปได้สาว ๆ ที่ 124,000 เหรียญ คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงได้ราว ๆ 3 หมื่นเหรียญเลยทีเดียว ต้องลุ้นว่าหนังจะมีบทบาทบนเวทีรางวัลแค่ไหน เพื่อยืนโรงฉายไปยาว ๆ ถึงต้นปีหน้า

กับยังมี "Misty Green" หนังตลกดรามาฝีมือการกำกับของ คริส ร็อก มาพร้อมกับกองทัพนักแสดงชั้นนำเพียบ เปิดตัวใช้ได้ที่ 85,000 เหรียญ จาก 6 โรงฉายเท่านั้น แม้ว่ากระแสรีวิวของหนังจะอยู่ในระดับกลาง ๆ แต่ก็รอลุ้นว่าจะมีโอกาสได้เพิ่มวงฉายได้มากกว่านี้หรือไม่ และ "Musk" หนังสารคดีอื้อฉาวที่เจาะลึกชีวิตตัวพ่อ อีลอน มักส์ มหาเศรษฐีผู้เลื่องชื่อที่สุดของโลกในยุคนี้ เปิดตัวแค่เพียง 4 โรงฉายในอเมริกา ทำเงินไป 69,000 เหรียญ ค่อนข้างใช้ได้ทีเดียว เช่นเดียวกับกระแสรีวิวที่นักวิจารณ์ค่อนข้างปลื้มเลย

ย่างเข้าสู่กลางเดือนตุลาคมอย่างรวดเร็ว ก็ยังจะเติมเต็มด้วยกองทัพหนังใหม่เข้ามาอีกเพียบ นำมาด้วยการหวนคืนสังเวียนของเกมดังในตำนาน "Street Fighter" กลับมารีบูตใหม่อีกครั้งในปีนี้ ร่วมด้วยการเอาชีวิตรอดจากท้องวาฬในหนังระทึกขวัญ "Whalefall" พร้อมทั้งการปัดฝุ่นรีเมคใหม่ของตำนานหนังรักคลาสสิก "Sense and Sensibility" โลกแห่งนิยายเจน ออสติน จะกลับมาโลดแล่นอีกหน และยังมีความสยองแปดขาใน "Crawlers" กับหนังตลกร้ายชีวิตหมอ "Trust Me, I’m a Doctor" เข้าฉายเป็นทางเลือก โดยที่ "The Black Ball" หนังเต็งรางวัลจากสเปนจะเข้าฉายแบบวงจำกัด กับ 2 หนังสารคดีรีวิวจัดจ้าน "Once Upon a Time in Harlem" และ "You Can See Everything" จะออกฉายเป็นประจักษ์สายตาคนดูแบบวงแคบ ๆ ก่อนในวีคหน้า

Source: TheNumbers

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa