รีเซต

[US Box Office] วันแรงงานกรุบกริบ "Brand New Day" ยืนแชมป์สู่วีคที่ 6 เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่

[US Box Office] วันแรงงานกรุบกริบ "Brand New Day" ยืนแชมป์สู่วีคที่ 6 เตรียมสร้างประวัติศาสตร์ใหม่
Jeaneration
7 กันยายน 2569 ( 09:00 )
646

Box Office Spider-Man: Brand New Day

บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 4-6 กันยายน 2026 - สุดสัปดาห์ต้นเดือนกันยายนของทุกปีในอเมริกา จะตรงกับวันหยุดวันแรงงานแห่งชาติทั่วภูมิภาค แต่ถึงแม้ว่าจะเป็นหนึ่งในวันหยุดที่สำคัญของปี แต่ความร้อนแรงบนบ็อกซ์ออฟฟิศในช่วงนี้ไม่ค่อยจะน่าอภิรมย์สักเท่าไหร่ เพราะถือว่าเป็นการสิ้นสุดของฤดูร้อนอย่างเป็นทางการ และโปรแกรมเข้าใหม่เรื่องต่าง ๆ ที่ลงคิวฉายในช่วงสัปดาห์นี้ก็มักจะไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่ฟอร์มดีโดดเด่นอะไร ทำให้ภาพรวมของอันดับหนังทำเงินฝั่งอเมริกาสัปดาห์นี้ ยังวนเวียนไปด้วยหนังหน้าเดิม ๆ เสริมด้วยทัพหนังใหม่ที่ไม่ค่อยจะผลลัพธ์ที่ดีสักเท่าไหร่

ยืนหนึ่งเป็นแชมป์เข้าสู่สัปดาห์ที่ 6 ต่อเนื่องแล้ว "Spider-Man: Brand New Day" เท่ากับว่าหนังเป็นหนึ่งมาเป็นเดือนเศษ ๆ ท่ามกลางกระแสและรายได้ที่ลดหลั่งน้อยลงไปทีละสัปดาห์ แต่หนังก็ยังแกร่งเพียงพอที่จะยึดบัลลังก์ได้ต่อไป วีคนี้เก็บเงินไปอีก 18 ล้านเหรียญ ลดลงไปแค่เพียง -20% เท่านั้น ทำให้หนังยังเดินหน้ากวาดรายได้อย่างสตรองต่อไป และเตรียมจะสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้เกิดขึ้นกับวงการหนังอเมริกาในอีกไม่กี่วันนี้ เพราะคาดว่ายอดรายได้รวมในอเมริกาถึงวันจันทร์นี้ ที่ตรงกับช่วงวันหยุดยาว หนังน่าจะสะสมได้ถึง 920 ล้านเหรียญ ทำให้มีการคาดการณ์ว่าภายในสุดสัปดาห์หน้า หนังน่าจะแซงรายได้ 936 ล้านเหรียญของ Star Wars: Episode VII - The Force Awakens ขึ้นเป็นหนังทำเงินสูงสุดในอเมริกาตลอดกาลเรื่องใหม่

ส่วนอีกเรื่องที่ไม่ยอมไปไหนเลยจริง ๆ หลังจากที่เข้าฉายมาแล้วถึง 8 สัปดาห์นี้ "The Odyssey" ยังขยับอันดับขึ้นมาเป็นรองแชมป์ได้อีกครั้ง กับรายได้เพิ่มอีก 13 ล้านเหรียญ ลดลงไปแค่ -9% จากเมื่อวีคที่แล้ว เรียกได้ว่าหนังมหากาพย์ของเสด็จพ่อโนแลนเรื่องนี้ ยืนโรงฉายได้ยาวนานจริง ๆ ต้องขอบคุณรอบฉายระบบโรงฉายพิเศษต่าง ๆ โดยเฉพาะโรง IMAX ที่ล่าสุดได้ประกาศขยายวันฉายเพิ่มไปอีกถึงกลางเดือนตุลาคม นั่นหมายความว่าหนังจะยังยืนหยัดบน Top 10 ได้ยาว ๆ เช่นกัน ไม่เพียงเท่านั้น สัปดาห์นี้หนังยังทุบสถิติทำยอดรายได้เฉพาะนอกอเมริกาได้ถึง 1 พันล้านเหรียญอย่างเป็นทางการ จึงทำให้ยอดรายได้สะสมรวมในตอนนี้อยู่ที่ราว ๆ 1.58 พันล้านเหรียญ

เรียกได้ว่าเป็นการฟื้นจากความ(เกือบ)ตายที่เวิร์กไม่เบา สำหรับหนังแอนิเมชันผสมไลฟ์แอคชัน "Coyote vs. Acme" กลายเป็นคอนเทนต์ที่คนอเมริกันต้อนรับบทเป็นอย่าง เพราะสัปดาห์นี้เก็บเงินไปอีก 11.3 ล้านเหรียญ ลดลงไปจากวีคเปิดตัวแค่ -29% เท่านั้นเอง นั่นทำให้หนังเรื่องนี้สะสมยอด 10 วันแรกของการฉายไปแล้วเกือบ 34 ล้านเหรียญ ต้องขอบคุณช่วงจังหวะเหมาะ ๆ ในการฉายหนังเรื่องนี้ ที่หนังแนวครอบครัวหรรษาได้ทิ้งช่วง และผลลัพธ์ที่ออกมาก็ดีกว่าที่คิด น่าจะทำให้วอร์เนอร์ฯ สตูดิโอที่เคยเป็นเจ้าของโปรเจกต์หนังเรื่องนี้และได้ทำการโยนทิ้งขยะไป กำลังเกิดอะไรสะอึกสะอื้นกับการตัดสินใจพลาดไปครั้งนี้

เปิดตัวได้ดีที่สุดในบรรดาหนังเข้าใหม่วีคนี้ ก็คือ "By Any Means" หนังระทึกขวัญอาชญากรรมจากคดีจริง ที่แทบไม่มีแรงโปรโมตสักเท่าไหร่ ทั้งที่เป็นหนังจากสตูดิโอใหญ่ก็ตาม หนังออกสตาร์ทเบาะ ๆ ที่ 7.4 ล้านเหรียญ จาก 2,903 โรงฉายทั่วอเมริกา เป็นตัวเลขที่ไม่ได้หวือหวาอะไรเท่าไหร่ และก็คาดว่าจะไม่สามารถทำกำไรกลับคืนมาได้ แม้จะใช้ทุนสร้างไปราว ๆ 30 ล้านเหรียญ เพราะหนังดูแทบจะไม่สามารถยืนโรงฉายในระยะยาวได้ ทั้งที่มี มาร์ค วาห์ลเบิร์ก และ ยายาห์ อับดุล-มาทีนที่ 2 แสดงนำ แต่หนังก็มีคะแนนรีวิวแค่ระดับกลาง ๆ เท่านั้น

เห็นมาเงียบ ๆ แต่แอบทำผลลัพธ์ได้ดีไม่น้อยนะ สำหรับหนังเขย่าขวัญวินเทจ "Buddy" สมกับเป็นขวัญใจนักวิจารณ์จริง ๆ เพราะวีคนี้หนังสามารถทำเงินเพิ่มขึ้นมาจากวีคเปิดตัวถึง +5% จากกระแสปากต่อปากที่เกิดขึ้นในหมู่คนดู ทำให้เก็บไปอีก 5.7 ล้านเหรียญ เป็นตัวเลขที่สูงกว่าที่เคยออกสตาร์ทกับ กับยอด 10 วันแรกของการฉายที่ขยับไปเกือบ 15 ล้านเหรียญ กลายเป็นหนังม้ามืดไปโดยปริยาย

"Cars" หนังแอนิเมชันเรื่องดังของพิกซาร์ ได้นำกลับมาฉายใหม่ฉลองครบ 20 ปี ก็คัมแบ็กบ็อกซ์ออฟฟิศได้ใช้ได้ กับรายได้ 6.1 ล้านเหรียญ จาก 2,900 โรงฉายทั่วประเทศ เช่นเดียวกับ หนังการ์ตูนสุดคลาสิก "Akira" ที่หวนคืนจอใหญ่อีกครั้ง ในวาระครบรอบ 35 ปีของความคลาสสิก ทำเงินไปเบาะ ๆ ที่ 2.67 ล้านเหรียญ จากการฉาย 787 โรงฉาย เรียกได้ว่ายังดึงดูดแฟน ๆ หลากหลายเจนให้กับมาเฉลิมฉลองการ์ตูนในตำนานเรื่องนี้อีกครั้ง

ส่วนโปรแกรมหนังเข้าใหม่เรื่องอื่น ๆ ก็ต้องเผชิญหน้ากับความล้มเหลวเป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นภาคต่อหนังสูงเสียว "Fall 2: Deadpoint" ไม่สามารถเปิดตัวติด Top 10 ได้ ด้วยรายได้เปิดตัว 5 วันแรกที่เข้าฉายทำไปแค่ 2.8 ล้านเหรียญ จาก 1,704 โรงฉาย ออกสตาร์ทได้แบบไม่มีอนาคตเลย ไม่ต่างกับหนังแอคชันเดือด ๆ "Onslaught" เรียกได้ว่ากริบมาก ทำเงินเปิดตัวต่ำกว่าที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดการณ์เอาไว้ แค่เพียง 1.8 ล้านเหรียญ จากการเข้าฉาย 1,918 โรงฉายทั่วอเมริกา โดยหนังทั้งสองเรื่องนี้ต่างได้รับเสียงวิจารณ์ในระดับกลาง ๆ เหมือนกันทั้งคู่

และที่ตอกฝาโลงได้อย่างเป็นทางการแล้ว ก็คือ "The Dog Stars" หนังหายนะทุนค่อนข้างสูงของผู้กำกับ ริดลีย์ สก็อต เพราะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 2 ของการฉายก็หลุดจาก Top 10 ได้แล้ว เพราะเก็บรายได้ไปอีกแค่ 2.7 ล้านเหรียญ ร่วงแรงถึง -65% ทำให้ยอดสะสมจากการฉาย 10 วันแรกของหนัง เพิ่งจะทำไปได้เพียง 13 ล้านเหรียญ โดยที่ยอดรวมจากทั่วโลกก็ไม่สามารถช่วยพยุงได้ เพราะล่าสุดก็ยังเอื้อมไปถึงหลัก 40 ล้านเหรียญเลย

สัปดาห์ถัดไป..ดูเหมือนว่าหัวตารางบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาจะถึงเวลาเปลี่ยนแปลงแล้ว เพราะจะเป็นคิวการกลับมาของ 2 ตัวแม่ในหนังภาคต่อที่ทิ้งช่วงห่างไปนานเกือบ 30 ปี กลับมาร่ายมนตร์และเสน่ห์อีกครั้งใน "Practical Magic 2" ที่หลาย ๆ ฝ่ายคาดว่าจะเสกรายได้คัมแบ็กครั้งนี้ได้พึงพอใจยิ่งนัก พร้อมกับหนังสารคดีที่จะดึงดูดชาวร็อกทั่วทั้งบาง "Oasis: Don’t Look Back in Anger" ร่วมด้วยหนังไซไฟหายนะฟอร์มใหญ่จากเกาหลี "HOPE" ที่จะลั่นกลองโหมโรงฉายในอเมริกาและทั่วโลกแบบยิ่งใหญ่ ผสมโรงกับหนังแอคชันเรื่องใหม่ของลุงเลียม นีสัน ใน "The Fix" หนังแอคชันตลกคู่หูบัดดี้ "Runner" การจับคู่ของ อลัน ริตช์แมน และ โอเวน วิลสัน และหนังระทึกขวัญเอาชีวิตรอดย้อนยุคของแอนดูรว์ การ์ฟิลด์ อย่าง "The Uprising" จะลงโรงฉายเป็นหนังทางเลือก

Source: TheNumbers

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa