"พีเค ปิยะวัฒน์" เปิดใจมรสุมครั้งใหญ่ ดิ่งขึ้นสุด ติดแอลกอฮอล์จนมือสั่น!
"พีเค ปิยะวัฒน์" เปิดใจในรายการซุปตาร์พาตะลุย ถึงช่วงมรสุมครั้งใหญ่ ชีวิตสุดดิ่งถึงขั้นไม่อยากอยู่ ยอมรับเครียดหนัก มีเงินในบัญชีหลักร้อย เคยติดแอลกอฮอล์จนมือสั่น พร้อมเปิดรอยสักของผู้มีพระคุณที่จำไม่ลืม ยืนยันไม่ว่าจะยังไงก็จะยังเป็นดีเจต่อไป ขอบคุณอาชีพดีเจ-พิธีกร-ที่ทำให้มีวันนี้
"พีเค ปิยะวัฒน์" เปิดใจมรสุมครั้งใหญ่ ดิ่งขึ้นสุด ติดแอลกอฮอล์จนมือสั่น!
>>ดูทีวีออนไลน์ ช่อง อมรินทร์ทีวี 34<<
มีเพื่อนเป็นแอลกอฮอล์เลย?
ใช่ สมัยก่อนกินเพื่อฉลอง กินไวน์ก็กินกับเพื่อน เรากินเพื่อสังสรรค์ แต่ตอนที่มันทุกข์มาก ๆ วัตถุที่เอาไว้ฉลองกับเพื่อนกลายเป็นเพื่อนเรา เราก็อยู่แบบนี้ เช้า กลางวัน เย็น มันต้องอยู่คนเดียวและต้องอยู่ให้ได้ ตอนนั้นเลยคิดว่าถ้าอยู่ไม่ได้ก็ไม่เป็นไร ไม่อยู่ก็ได้ หรือไม่ต้องตื่นก็ได้ ความรู้สึกมันก็เป็นประมาณนั้น
ไม่อยู่ก็ได้คืออะไร?
ตอนนั้นมันมีความรู้สึกว่า จากคนที่เรารู้สึกว่าเราเป็นคนที่มีคุณค่าในสายตาคน จนถึงมรสุมชีวิตปุ๊บ เราไม่มีค่าในสายตาใครเลย นอกจากคนที่สนิทกับเราจริง ๆ มีบางช่วงที่รู้สึกว่าโลกนี้ไม่น่าอยู่เลย ทั้ง ๆ ที่เราจะแนะนำน้อง ๆ เพื่อน ๆ ว่า เฮ้ย ชีวิตมันมีค่ามากกว่านี้ ถ้าอยู่ในที่ที่ไม่มีความสุขให้ย้ายตัวเองออกมา เลยย้อนกลับไปวันหนึ่งมาคิดว่า อ้าว เราก็สอนคนมาครึ่งชีวิตของเราแล้ว ทำไมสอนตัวเองไม่ได้ นั่นแหละประมาณนั้น คนที่ดูอยู่อาจจะเคยผ่านชีวิตแบบนี้ ในช่วงนี้คุณบอกได้เลยว่า อีกวันหนึ่งฟ้าจะใสกว่าเสมอ อันนั้นคือสิ่งที่ต้องสอนตัวเอง
พี่มีคอนโดที่อยู่ที่อโศกติดกับแกรมมี่ คือพี่เคยสัมภาษณ์คนหนึ่งในรายการคนดังนะ แล้วชีวิตเขาดูเหมือนเพอร์เฟกต์แล้ว แต่เขาเป็นโรคซึมเศร้า เขาบอกว่าขณะที่อยู่ชั้น 2 มองลงมาเห็นพื้นหญ้า แต่ได้ยินเสียงตะโกนมาว่า "โดดสิ" ตอนที่พี่เจอมรสุมหนัก ๆ ตอนนั้น พี่ไปจัดรายการแฉข่าวเช้าที่แกรมมี่ แล้วก็แวะมาที่คอนโดชั้น 16 ระหว่างคอนโดพี่กับแกรมมี่จะเป็นสนามเทนนิส พี่ก็มองเห็นคนตีเทนนิสอยู่ แล้วพี่ก็ได้ยินเสียงว่า "โดดมาสิ มันนุ่ม" อันนี้เรื่องจริง พี่ไม่รู้นะ มันเป็นอาการหลอนอะไรก็แล้วแต่ จะคิดอย่างไรก็ได้ พี่ได้ยินชัดเลยว่า "กระโดดมาสิ มันนุ่ม" เราก็มอง และระหว่างที่ลังเลในช่วงเสี้ยววินาทีนั้น เสียงลิฟต์ก็ดังขึ้น สติก็กลับมา แล้วก็ลงลิฟต์ แต่มันเกิดขึ้นจริง
พี่เป็นคนที่ดูงานเยอะ เงินเยอะ มีอยู่ช่วงหนึ่งเขาบอกว่าพี่ตังค์หมดเลย ไม่มีตังค์?
อันนี้คือเรื่องจริง ตอนนั้นพี่ก็พูดเล่นเวลาน้องแซวว่า "พี่เลี้ยงกาแฟหน่อย" พี่จะชอบเลี้ยงมะตูมกับดาด้า บางวันพี่ก็บอกว่า "วันนี้ตังค์พี่หมดว่ะ เหลืออยู่ 900 บาทในบัญชี" นี่คือสิ่งที่คนข้างนอกไม่รู้
(แสนหนึ่งก็ไม่มีเหรอพี่?) โห อย่าบอกแสนสิ เอาเป็นพันไหม แต่พี่เป็นคนปากหนัก พี่ถือว่าพี่ขอไม่เป็นหนี้ดีกว่ากินหรู
พี่ไม่อายเหรอ เพราะมันมีคนรอซ้ำพี่อยู่?
อ๋อ ช่วง 4 เดือน พี่โดนซ้ำมาตลอด โดนจนอยู่ใต้ดินแล้ว
แล้วมีคนในวงการที่โพสต์อะไรแบบนี้ พี่ไม่นอยด์เหรอ?
คือต้องบอกว่าขอบคุณประสบการณ์ในชีวิตที่ผ่านมานะ ที่ทำให้เราได้ผ่านมันมาได้จริง ๆ เราขอบคุณมิเรียมที่อยู่เคียงข้างเรามาตลอด ถึงแม้เขาจะอายุน้อย แต่มุมมองเขาเป็นอีกเจเนอเรชันหนึ่ง ทำให้เราผ่านไปได้ เขาพาเราเข้าวัด พี่มีโอกาสได้บวช มีโอกาสได้ไปช่วยคนน้ำท่วมภาคเหนือ 2 จังหวัด ก็ไปด้วยกัน เราขนของไปช่วย ลงน้ำเอาไปแจกตามหมู่บ้าน มีโอกาสได้เข้าสถานบำบัดเรื่องการติดแอลกอฮอล์อยู่พักหนึ่ง ติดจนมือสั่น จนทุกอย่างหายหมด ด้วยความเก่งเรื่องธุรกิจของเขา ทำให้เรารู้สึกว่าสามารถไปต่อได้ MC Camp สอนเด็กรุ่นใหม่เป็นพิธีกร ก็อย่างที่บอกว่า อาชีพพิธีกร อาชีพบนเวที หรือแค่พูดหน้าห้อง มันเป็นอาชีพที่สามารถเลี้ยงดูตัวเรา เลี้ยงดูคนรอบข้างได้
พี่รับงานอีเวนต์ได้เงินเยอะอยู่แล้ว ทำไมพี่ถึงไม่เลิกทำดีเจ?
เอาจริง ๆ นะ เคยคิดมา 2 ครั้งที่จะเลิกทำดีเจ แต่พี่ทำเพราะว่าพี่ฝันว่าอยากเป็นพนักงานของแกรมมี่ตั้งแต่ 10 กว่าขวบแล้ว และวันหนึ่งพี่ก็ได้ทำตามฝัน ได้เดินเข้าตึกแกรมมี่ทุกวัน แล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น บางทีเราสะดุดกับชีวิต สะดุดครั้งใหญ่เมื่อ 2 ปีที่แล้ว แกรมมี่-เอไทม์ มีเดีย ไม่เคยทิ้งพี่ ไม่ว่ายังไงก็ตามก็จะยังเป็นดีเจต่อไป เพราะเรายังเชื่อว่าเราสามารถสอนดีเจรุ่นใหม่ได้
แล้วนอยด์ไหม วันที่รายการอื่น ๆ อยู่ดี ๆ ก็ยุติบทบาทพี่?
เราเข้าใจว่าเราทำอะไรมา เราพลาดตรงไหนบ้าง และเราพยายามแก้ตรงไหนบ้าง แต่เหมือนช่วงนั้นไม่มีพื้นที่ให้เราได้แก้ มันก็เลยเศร้า
ที่สำคัญ อยากบอกคนดูของเราเลยนะ วันหนึ่งต้องหยุดโทษตัวเอง เพราะเรารู้สึกว่าเราโทษตัวเองมานานแล้ว หันมาเริ่มรักตัวเอง และบอกตัวเองว่าเราต้องผ่านมันไปให้ได้ เพียงแต่ว่าดูให้ดีแล้วกันว่าใครที่อยู่เคียงข้างเราในวันที่เราลำบาก พี่ถึงได้สักชื่อของคนที่อยู่รอบตัวพี่ตอนที่ดิ่งที่สุด
มีใครบ้างครับ?
มีแม่ มีพี่หนุ่ม พี่ชายคนโต พี่ป๊อบ พี่ชายคนกลาง ท็อป ณัฐเศรษฐ์ ภัทร ตู้ โอม เจ้าของโซลาร์อากาศ น้องปิง และเพื่อนรักที่นิวยอร์ก และคนสุดท้ายคือมิเรียน
ทุกคนที่อยู่ในนี้คือคนที่ไม่ได้ทิ้งพี่ในยามที่พี่ลำบาก เพราะคนรอบข้างในสังคม แม้กระทั่งคนที่เราสนิทด้วย ทำงานด้วยมาตลอด ก็ยังมองข้ามเงาเราไปเลย
เจ็บไหมพี่?
อ๋อ แน่นอน นี่ก็คือวัฏจักรของชีวิต มันทำให้เรารู้จักคำว่าใช้ชีวิตที่เรียบง่าย ถ่อมตน และพี่ก็ต้องขอบคุณแม่ ขอบคุณมิเรียน ขอบคุณคนรอบข้างเหล่านี้ ที่ทำให้พี่กลับมาแข็งแรง กลับมาออกกำลังกาย ทำหน้าใหม่ พร้อมที่จะขึ้นเวที และภูมิใจกับตัวเองอีกครั้งหนึ่ง
อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :