รีเซต

"แพทริเซีย" เคยเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด พร้อมเล่าจุดเปลี่ยนชีวิตเมื่อเป็นแม่คน

"แพทริเซีย" เคยเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด พร้อมเล่าจุดเปลี่ยนชีวิตเมื่อเป็นแม่คน
Kipkay
11 มีนาคม 2569 ( 14:05 )
9

"Prime Cast" เปิดเส้นทางชีวิตอีกด้านของ "แพทริเซีย กู๊ด" ตั้งแต่เด็กที่ป่วยหอบหืดจนต้องเข้า ER หลายครั้ง จุดเริ่มต้นในวงการบันเทิงทั้งที่ยังพูดไทยไม่คล่อง ไปจนถึงบทบาทคุณแม่ลูก 2 ที่ต้องรับมือกับภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูกคนแรก พร้อมเล่ามุมมองการดูแลสุขภาพ การออกกำลังกาย และการจัดลำดับความสำคัญของชีวิตหลังมีครอบครัว

"แพทริเซีย" เคยเป็นภาวะซึมเศร้าหลังคลอด

ดูเป็นคนแข็งแรงแบบนี้ แต่ตอนเด็กๆ เป็นโรคหอบหืด ?
แพทริเซีย : ใช่ น่าจะเป็นกรรมพันธุ์เพราะว่าคุณแม่ก็เป็น คือจริง ๆ จำได้ว่าถูกวินิจฉัยว่าเป็นลิ้นหัวใจรั่ว แต่ตอนเด็ก ๆ คือไม่เข้าใจนะมันคืออะไร แค่รู้ว่าหมอสั่งว่าเดี๋ยวก็หาย เพราะว่ามันน้อยมาก 0.0 กี่มิลลิเมตรไม่รู้ คือมันน้อยแล้วก็จะค่อย ๆ หายเอง แต่ว่ามันเป็นจุดที่ทำให้เราหอบเพราะว่าเหมือนหัวใจเรามันปิดไม่สนิท คุณหมอก็เลยสั่งให้ออกกำลังกายเยอะ ๆ แล้วสิ่งที่ช่วยที่สุดก็คือการว่ายน้ำ ตอนนั้นก็ไม่เข้าใจ แต่ว่าว่ายน้ำแบบบ้าคลั่งแล้วก็ชอบ กลายเป็นเด็กชอบว่ายน้ำ สิ่งที่ตลกคือชอบนะแต่ว่าพอไป try out swim team ไม่ติด คือว่ายช้าแต่ว่ายแบบสนุก แบบฉันชิลของฉัน 

ตอนนั้นถือว่ารุนแรงมากไหม ?
แพทริเซีย : รุนแรงนะ คือจำได้ว่ามีหลาย ๆ ครั้งเลยที่จำภาพตัวเองแบบแม่ขับรถไปดึก ๆ พาเราไป emergency เพื่อไปครอบออกซิเจนเพราะเหมือนอยู่มันก็กำเริบ อยู่ ๆ ก็หายใจไม่ออก ก็เลยต้องให้ออกซิเจนก็หลายครั้งเลย มีไปต่างประเทศไปสกอตแลนด์แล้วก็อยู่กลางทุ่งนาก็หายใจไม่ออก พ่อแม่ก็รีบพาไป ER (Emergency Room) คือเราจะมีภาพแบบนั้น แต่ด้วยความเด็กน่าจะไม่เข้าใจว่ามันอันตรายหรือว่าน่ากลัว เราแค่ชินกับสิ่งนี้ เหมือนค่อย ๆ โตขึ้นแล้วก็ไม่ได้ไปโฟกัสมัน จะเป็นหนัก ๆ ปีละรอบ ต้องพ่นยาเหมือนจะเป็นยาสีม่วงเพื่อคุมอาการก็ปีละครั้งปลาย ๆ ปีเพราะอากาศเริ่มเปลี่ยนเริ่มหนาวจะเป็น แต่ว่ามันไม่ได้มีจุดที่รู้เลยว่าหาย มันแค่ค่อย ๆ ลดลงเองตามอายุ ก็ไม่ได้พ่นยามาหลายปีแล้ว ก็คืองงเหมือนกันว่ามันหายได้ด้วยเหรอโรคนี้ มหัศจรรย์มาก

วัยเด็กมีวินัยในการออกกำลังกาย ในการดูแลตัวเองไหม ?
แพทริเซีย : เราว่าด้วยความเด็กก็ไม่เข้าใจนะ แต่คือแค่กลายเป็นสนุกกับการว่ายน้ำ ก็เลยจำได้แบบทุกครั้งเวลาไปทริปครอบครัว พ่อแม่ก็จะชอบพาไปโรงแรมที่มีสระ แบบพูลวิลล่า ก็คือว่ายจนตัวเปื่อยคือสนุกกับมันมากกว่า แล้วก็ไม่ได้โฟกัสว่าฉันเป็นโรคหรือฉันไม่สบาย เหมือนทำไปแล้วรัก ร่างกายก็คงแข็งแรงเอง 

คิดว่าลูก ๆ ได้อะไรจากเราไหม ?
แพทริเซีย : ตอนนี้เขายังเด็กมาก 1 ขวบกับ 2 ขวบครึ่ง แต่รู้สึกว่าความสดใส ความขี้เล่น เฮฮาก็ได้ ได้ลักยิ้ม เขาก็มีมุมนิ่ง ๆ ของเขานะมีมุมที่อยากอ่านหนังสือ มีมุมที่ใจร้อนนิดหนึ่ง เราก็จะเป็นคนใจร้อนนิดหนึ่ง แต่ก็พอมีลูกแล้วมันดีขึ้นนะ มันรู้สึกนิ่งขึ้น 

แพทริเซียมีลูกเร็วมากแต่ยังสวย ดูหุ่นดี จนกลายเป็นโรลโมเดลของคนหลาย ๆ คน ?
แพทริเซีย : เป็นคนอยากมีลูกอยู่แล้ว แล้วก็แม่ก็มีเราตอน 25 แล้วคือมันเหมือนยิ่งเราโตเรายิ่งสนิทกับแม่มากขึ้น แล้วก็รู้สึกว่ามีลูกในวัยที่มันไม่ได้ห่างกันมากก็มีข้อดีเยอะเหมือนกัน แล้วก็อาจจะแค่เป็นความอยากมีลูก อยากมีครอบครัว ก็เลยพอตกลงแต่งงานก็เหมือนมันก็เป็น natural step ต่อไปที่จะมีลูกเลย ก็ไม่ได้ติดอะไร เป็นคนที่เอ็นดูเด็กแต่รู้สึกว่าเล่นกับเด็กไม่เป็น เล่นยังไง 

พอมีลูกตัวเองเป็นยังไงบ้าง ?
แพทริเซีย : ตื่นเต้นมากกับช่วงท้อง คือเป็นอะไรที่เราตื่นเต้นเราอ่านทุกวัน เปิดแอปทุกวันว่าวันนี้ลูกฉันไซส์ตัวเท่าอะไรแล้ว ผลไม้อะไร คือมันตื่นเต้นจริง ๆ แล้วก็ทุกอาการที่เรามีไม่ว่าจะเป็นตะคริวจะนู่นนี่ คือเราเสิร์ชตลอดเหมือนตื่นเต้นกับการตั้งครรภ์ แล้วก็เรียกว่าเป็นอะไรที่เราสนุกนะ สนุกกับการเปลี่ยนแปลง แต่ว่าพอลูกออกมาก็ช็อกไปเลยเพราะว่าเหมือนไม่ได้เตรียมตัวว่าออกมาเราต้องทำยังไงต่อ คือแค่ตื่นเต้นตอนท้องแล้วคิดว่าเดี๋ยวก็เลี้ยงได้สบาย ๆ ถามพี่โน้ตได้เลยว่าชอบตอนท้องที่สุดแล้ว เพราะว่ารู้สึกว่าทุกคนดูแลดีมาก ท้องแรกประมาณ 15-16 กิโลกรัมนะ 

ชอบกินอะไรตอนท้อง ?
แพทริเซีย : กินแป้ง กินขนมปังเยอะมาก แล้วก็กินนมช็อกโกแลตทุกวัน คือที่เขาบอกว่าท้องผู้หญิงแล้วอยากกินของหวานคือเราเป็นจริง ๆ ก็ช็อกตัวเองเหมือนกัน คิดว่าบำรุงลูกอยากกินอะไรกิน เอาไม่อยู่ฉุดไม่อยู่ แต่ก็แต่ตอนนั้นเราไม่ซีเรียสเพราะว่าเรารู้สึกว่าก็นี่คือความเสียสละของการเป็นแม่ ร่างกายก็ต้องเปลี่ยน กำลังมีมนุษย์โตอยู่ในตัวเพราะฉะนั้นก็ไม่ได้รู้สึกนอยด์นะ 3 เดือนแรกก็แพ้ท้องหนักอยู่ เหมือนกินอะไรไม่ลง แล้วหิวก็เลยต้องกินพวก Saltine Crackers เหมือนต้องกินจุกจิกตลอดนิดหน่อย แต่พอหลัง 3 เดือนหายเลยนะ พอเข้าเดือนที่ 4 คือที่ผ่านมาคืออะไร แค่วิงเวียนตลอดเวลา

ช่วงนั้นไปถ่ายละครตลอด ?
แพทริเซีย : ช่วงนั้นก็เริ่ม ๆ เหมือนผิดแผนนิดหนึ่งเพราะว่าตั้งแต่ที่รับละครเรื่องนี้ ก็คุยกันเรื่องเวลาแล้วว่า เดี๋ยวจะถ่ายเสร็จประมาณต้นปี เราก็เลยปล่อยเลยเพราะว่ากว่าจะถ่ายเสร็จ กว่าจะคลอดมันก็น่าจะพอดี แต่กลายเป็นเหมือนมันดีเลย์มาเรื่อย ๆ ด้วยบทด้วยอะไรที่เราก็รอกัน ติดแล้วด้วยก็กลายเป็นทำงานทั้งท้อง ๆ อย่างนั้น โชคดีมากที่หน้าไม่ค่อยเปลี่ยนแค่หลัง ๆ ที่เริ่มมือบวม เท้าบวม หน้าบวม แต่ตลอดทั้งการถ่ายทำคือโอเคนะ ออกแค่ท้อง แต่ว่าเอวก็ขยายอยู่ต้องเปลี่ยนเสื้อผ้า 

สามีทนไม่ไหวหันมาทำอาหารเสริมเพื่อคุณแม่ ?
แพทริเซีย : คือมันไม่ใช่เพราะเราน้ำหนักขึ้นเยอะนะ แต่คือเขาเห็นเรากินไม่ดี แล้วเราเป็นสายชอบกินแป้งไง พิซซ่า พาสต้า ขนมปัง คือทุกอย่างที่คือคาร์บ เรากินหมด แล้วพี่โน้ตก็บอกว่าแล้วโปรตีนเราไม่ถึง แล้ว 1 คุณจะเอาอะไรไปซ่อมแซมไปดูแลลูก ก็น่าจะเหมือนเป็นแรงบันดาลใจในการทำโปรตีนขึ้นมา หลังจากนั้นท้อง 2 กินแต่โปรตีน กินโปรตีน กินไฟเบอร์ เหมือนกินโฮลฟู้ดด้วย แล้วพยายามกินโปรตีนให้ถึงแล้วรู้สึกว่าเราน้ำหนักขึ้นไม่เยอะเท่าท้องแรก ขึ้นแค่ 12 กิโลกรัม แต่กลายเป็นลูกออกมาตัวใหญ่กว่าคนแรก 

ช่วงท้องออกกำลังกายไหม ?
แพทริเซีย : ท้องแรกออกกำลังกายไม่หยุด บีบบอลตลอด อะไรที่ไม่มีกระโดดทุกอย่างก็เป็นแบบ Low Impact ก็ออกตลอดเพราะว่าการตั้งครรภเราว่ามันอยู่ที่สภาวะด้วย แต่เหมือนหมอเราก็บอกว่าอะไรที่คุณทำมาอยู่แล้วก็ทำต่อไปได้เลย เพราะว่าเราไม่ได้มีภาวะสุ่มเสี่ยงอะไรก็ออกเรื่อย ๆ ออกจนวันก่อนจะต้องไปผ่าก็ยังบีบบอลอยู่ บอกว่ามาเองธรรมชาติเถอะก็ไม่มา จริง ๆ ที่เราออก เพราะคิดว่าเราต้องแข็งแรงเพื่อไปเบ่งคลอดด้วย แต่มันก็ไม่ช่วยไงสุดท้ายแล้วถ้าเราจะไปเร่งเขาไม่มา เขาก็ไม่มา แต่ท้องแรกฟื้นไวมาก พุงยุบเลย สักเดือนแล้วกันรู้สึกมันยุบเร็ว 1 อาจจะเป็นด้วยวัย คือเรายังเด็ก แล้วก็ท้องแรกเหมือนมันไม่ค่อยกิน เหมือนมันไม่มีเวลากิน ไม่มีเวลานอน เพราะมัวแต่ให้ปั๊มนม เครียด เลี้ยงลูกจนน้ำหนักมันคงลงเร็วเอง เรียกว่าไม่ค่อยได้ดูแลตัวเอง มันอาจจะลงแบบไม่มีคุณภาพเท่าไหร่

คลอดวันแรก ?
แพทริเซีย : คลอดออกมาอยู่โรงพยาบาลสบายมาก มีพี่พยาบาลคอยสอน ปั๊มนมยังไง เข้าเต้ายังไง คือเขาสอนหมดเลย ช็อกเหมือนกันว่าโชคดีมีคนประกบ จังหวะที่ขึ้นรถเท่านั้นแหละวันที่กลับบ้าน พี่พยาบาลเอาน้องมาใส่คาร์ซีท ปิดประตูปุ๊บร้องไห้ ไม่รู้เป็นอะไร น่าจะฮอร์โมนสวิงหนักมาก แล้วก็เครียด น่าจะกดดันตัวเองว่ากลับบ้านฉันจะทำยังไงไม่มีคนช่วย พี่โน้ตก็เห็นแล้วว่าน่าจะท่าทางไม่ดีแล้ว ก็เหมือนโทรเตรียมพี่เลี้ยงให้มาช่วยเลย เพราะว่าตอนแรกมั่นใจมากว่าฉันจะเลี้ยงเอง แม่ฉันยังเลี้ยงมาเองได้เลย ก็ผิดแผน 

กลายเป็น ภาวะซึมเศร้าหลังคลอด (Postpartum Depression - PPD)
แพทริเซีย : คิดว่าเราเป็น พอเราได้มานั่งพูดคุยกับหมอทีหลัง เพราะว่าเราก็อธิบายอาการต่าง ๆ ว่าอยู่ ๆ ก็ร้องไห้ ร้องไห้บ่อย นอยด์ รู้สึกไม่ดี รู้สึกเศร้า เพราะไม่คิดว่าจะทำไม่ได้ คิดว่าจะเลี้ยงเองได้ เหมือนรู้สึกผิดไปหมด นอยด์แล้วก็กดดันตัวเองอีกว่าทำไมทำไม่ได้ คนอื่นยังทำได้เลย ไม่คุยกับใครด้วยเพราะว่าเพื่อนฉันไม่มีลูกสักคนเลย ก็ไม่คุยกับใครคืออยู่แต่ในหัว เครียดจนน่าจะผ่านไปสักระยะหนึ่งแล้วก็ไปพูดคุยกับคุณหมอ หมอก็บอกว่าอาการแบบนี้ขอยาได้นะ เราไม่รู้ 2-3 เดือนเหมือนเลี้ยงเขาไปเรื่อย ๆ มันก็ค่อย ๆ คล่องเอง มันเป็นรูทีนแล้วก็ค่อย ๆ มั่นใจ ฮอร์โมนมันก็ค่อย ๆ ปรับไปเป็นเหมือนตอนก่อนคลอด

ความกดดันเรื่องคุณแม่ตอนนั้นคือเข้าเต้าเลยใช่ไหม ?
แพทริเซีย : เข้าเต้าแล้วก็ปั๊ม เข้าเต้าเสร็จ 15 นาทีข้างนี้ 15 นาทีข้างนี้ ลูกหลับแล้วไปปั๊มนมอีกประมาณ 20 นาทีถึงครึ่งชั่วโมง ปั๊มเสร็จแล้วก็เก็บนม เก็บอุปกรณ์ นอนซักเกือบชั่วโมงตื่นแล้วมาให้นมลูก ทำอย่างนี้ คือทุก 3 ชั่วโมงเขาตื่นแล้ว แต่ว่าสมมติเราให้นมเสร็จกว่าเขาจะนอน เราก็ต้องเดินไปปั๊มนมอีก กว่าจะเก็บอุปกรณ์แล้วกว่าเราจะนอนอีก คือเรียกว่านอนชั่วโมงหนึ่งก็ต้องตื่นแล้ว เหนื่อยมากจะวูบไปเลย ก็มีความนอยด์นะ คือจำได้ว่ากับลูกคือเช็คตลอดว่าหายใจอยู่หรือเปล่า คือนอยด์ไปหมด 

ผ่านช่วงนั้นยังไง ?
แพทริเซีย : โชคดีที่พี่โน้ตเตรียมการมาดี คือเขามีเพื่อน ๆ ที่มีลูก แล้วก็รู้ว่าเดี๋ยวมันอาจจะมีอาการแบบต้องมีคนช่วย คือเตรียมมาดีมาก ๆ เป็นซัพพอร์ตที่ดีแล้วก็มี ตา ยาย คุณย่า ทุกคนมาคอยเยี่ยม มาคอยให้กำลังใจ แล้วด้วยความที่เราว่าไม่มีใครกดดันเราด้วย รอบข้างคือก็ปล่อยให้มันเป็นตามกระบวนการ ก็ค่อย ๆ เรียนรู้ แล้วว่าฮอร์โมนด้วยพอฮอร์โมนมันกลับมาปกติ ก็รู้สึกดีขึ้นแล้ว แต่จะชอบรู้นะว่าบางทีจะเริ่มร้องไห้ เริ่มอ่อนไหวง่ายแล้วก็จะเช็คแล้วว่าใกล้จะประจำเดือนมา คือทุกอย่างมันมีเหตุผลจริง ๆ แต่ทุกเดือนก็จะเป็นเหมือน PMS (Premenstrual Syndrome - กลุ่มอาการทางร่างกายและอารมณ์ที่เกิดขึ้นก่อนมีประจำเดือน) แล้วก็อ่อนไหวมาก ๆ ก่อนประจำเดือนจะมา ก่อนมีลูกหนัก ขี้เหวี่ยงวีนมากจริง ๆ แต่ว่าโตขึ้นไม่ค่อย เป็นแค่แบบเศร้า ร้องไห้ง่ายมากจริง ๆ เมื่อก่อนถ้าจะพูดเรื่อง postpartum depression ก็จะร้อง ถ้าช่วงก่อนประจำเดือนมาร้องเลย รู้สึกมันไปกระตุ้นสิ่งที่เราเป็นตอนนั้น 

มีลูกคนที่ 2 ห่างจากมีคนแรก 11 เดือน เป็นยังไงบ้าง ?
แพทริเซีย : ก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจะติดเร็ว ถือว่าเวลาดี เพราะว่าเหนื่อยทีเดียว แต่เหมือนว่าเราไม่ได้ดูแลเรื่องช่วงพักฟื้นขนาดนั้น หมายถึงหลังท้องแรกเราก็ยังไม่ได้กินดีขนาดนั้น มันก็เลยอาจจะทำให้พอท้อง 2 เหมือนเริ่มมีอาการอะไรเยอะขึ้น อย่างเช่น ผมร่วงมากขึ้น หรือว่าเป็นตะคริวที่ขา เหมือนแร่ธาตุวิตามินมันน่าจะไม่ถึง มันก็คือสะสมมาเพราะว่าเราท้องใกล้ชิดกันมาก ๆ คือเหมือนท้อง 2 เราเลยพยายามปรับว่าแบบไม่ได้แล้ว คือมันรู้สึกร่างกายมันโดนดึงไปเยอะ ให้นมมาตอนเอลิเซียก็ประมาณ 8 เดือนที่ให้นมแม่ล้วน แล้วก็หยุดไปได้แป๊บหนึ่งเหมือนร่างกายกำลังจะฟื้นฟูแล้ว แต่พอท้องใหม่ก็รู้สึกเลยว่าโดนดึงอีกแล้ว แล้วก็แรก ๆ คนรอบตัวก็ทักว่าเริ่มโทรมแล้วนะ หรือเพราะว่าลูกเป็นผู้ชายหรือเปล่าไม่รู้ แต่มันคงโดนดึงสารอาหารอะไรไปเยอะ 

คลอดคนที่ 2 เป็นยังไง ?
แพทริเซีย : ชิลเลยไม่รู้ทำไม มีความสุขมาก ไม่มีอาการซึมเศร้าอะไร เหมือนเราน่าจะมีประสบการณ์ รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นแล้วก็เหมือนกำลัง enjoy คนโตด้วย อยากกำลังเห็นเขาเติบโตแล้วก็มีอีกคนหนึ่งรู้สึกว่ามันค่อนข้างสมบูรณ์ก็เลยมีความสุข 

หลังจากที่มีลูกรู้สึกว่ามองโลกนี้เปลี่ยนไปไหม ?
แพทริเซีย : เราว่าไม่ได้มองโลกเปลี่ยนไปนะ แต่ว่ามุมมองในการใช้ชีวิต คือลำดับความสำคัญมันเปลี่ยนจริง ๆ คือโฟกัสที่ครอบครัว ที่ลูก แล้วก็ไม่ค่อยสนใจเสียงรอบข้าง เมื่อก่อนอาจจะด้วยความเด็กด้วยเราจะแบบคนรอบตัวอะไรเกิดขึ้นฉันจะต้องรู้หมด เรื่องที่ไม่ได้เกี่ยวกับตัวเอง แต่คือพอมีลูกมีครอบครัวเหมือนมันไม่สำคัญ แล้วก็รู้สึกว่าคิดเยอะขึ้น อยากดูแลตัวเองอยากอยู่กับเขานาน ๆ ไม่อยากเป็นภาระเขาตอนแก่ไปอะไรอย่างนี้ 

ช่วงนี้หันมาออกกำลังกายเยอะมาก ?
แพทริเซีย : ประมาณ 3-4 วัน กลายเป็นออกเยอะขึ้น แต่ว่าไม่ใช่แค่เวทแล้ว ก็คือเริ่มชอบปั่นจักรยาน พยายามคาร์ดิโอ แล้วก็ชอบพิลาทิสได้ยืดเหยียดบ้าง ก็พยายามทำอะไรที่มันครบ ได้ทั้งความแข็งแรง ได้ทั้งคาร์ดิโอ ได้ทั้งยืดกล้ามเนื้อ แต่ก็ไม่ได้หักโหม แต่ว่าพยายามทำเท่าที่เราไหว 

คิดว่าสามีมีผลขนาดไหนกับการมีครอบครัว การมีลูก เพราะว่าบางคนผู้หญิงก็เลี้ยงลูกส่วนใหญ่ ผู้ชายจะไม่ได้สนใจมาก ?
แพทริเซีย : สำคัญ แต่เราคุยกัน ก็ต้องเห็นภาพตรงกันแล้วว่าอยากจะสร้างครอบครัวด้วยกันหรือเปล่า อาจจะต้องมีการแบ่งหน้าที่หรือตกลงกัน แต่เรารู้สึกว่าสุดท้ายแล้วก็ต้องช่วยกันเลี้ยงลูกบ้าง นี่คือลูกของคน 2 คน มันก็ต้องสวมบทบาททั้งคู่ แล้วก็ช่วยเหลือกัน

ถ้ามองย้อนกลับไปชอบตัวเองในเวอร์ชั่นที่ยังไม่มีลูกหรือเวอร์ชั่นตอนนี้มากกว่ากัน ?
แพทริเซีย : เราว่าเราชอบเวอร์ชั่นตอนนี้ คือทุกอย่างที่มันผ่านมาจะดีจะไม่ดีคือเรารู้สึกเห็นคุณค่ามันมากนะ มันทำให้เราโตขึ้น 

รู้สึกว่าความสวยเราเปลี่ยนไปไหม มีนอยด์อะไรกับร่างกายไหม ?
แพทริเซีย : เอาจริง ๆ นะเราแค่อยากแข็งแรง คือถ้าเป็นเรื่องรูปลักษณ์ภายนอกอาจจะมองข้าม อยากแข็งแรง อาจจะไปดูที่มวลกล้ามเนื้อด้วยซ้ำ อยากมีมวลกล้ามเนื้อ อยากแก่ไปอย่างมีคุณภาพ ไม่อยากเจ็บไม่อยากป่วย 

มีอะไรในชีวิตที่อยากทำแล้วยังไม่ได้ ?
แพทริเซีย : ด้วยความที่เหมือนเข้าวงการตั้งแต่เด็ก ได้ทำงานเร็ว มีลูกก็เร็ว มันเหมือนเราได้ทำทุกอย่างที่เราอยากทำแล้ว ที่เราใฝ่ฝันมาอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น ณ ตอนนี้ก็ยังนะ อาจจะมี midlife crisis (วิกฤตวัยกลางคน) เดี๋ยวรอสักอายุ 35 ลูกเริ่มโตมาถามกันใหม่ คือตอนมีความสุข รู้สึกว่าเราสนุกกับทุกอย่างที่เราได้ทำมาตลอดเลยไม่ได้เสียใจอะไร แต่ว่าก็คิดอยู่เหมือนกันว่าลูกเริ่มโตแล้วน่าจะมีจังหวะ midlife crisis นิดหนึ่ง เราว่าเราแค่มีความสุขกับปัจจุบันที่มันเป็นอยู่ตอนนี้ แต่ว่าไม่รู้นะถ้าสมมติมีปัจจัยงานเข้ามาแล้วฉันต้องออกกองเยอะ ๆ อันนี้เวลากับลูกก็จะลดลงแล้ว เวลาออกกำลังกายก็ไม่มี แต่ว่าเอาจริง ๆ นะเราไม่คิดมากนะ เรารู้สึกว่าทุกอย่างในชีวิตมันก็จะต้องมีช่วงที่มันมีความสุขแล้วมันก็จะมีช่วงที่ก็ต้องกัดฟันสู้หน่อย 

สามารถติดตาม "PrimeCast" ได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot  วันพฤหัสบดี เวลา 18.00 น. และสามารถรับชมย้อนหลัง ได้ที่นี่ สามารถติดตามและอัปเดตข่าวสารได้ที่ช่องทาง Facebook : Alive Dot, Youtube : Alive Dot, IG : alivedotlife, TikTok : alivedotlife 

 

อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :