รีวิวหนัง “The Odyssey มหากาพย์โอดิสซี” จะมีมหากาพย์ 3 ชั่วโมงเรื่องไหน ที่ทำให้ไม่มีใครลุกไปห้องน้ำเลย
มาถึงผลงานการลำนำรังสรรค์เรื่องที่ 13 ของนักสร้างหนังที่ถูกยกย่องให้เป็น ‘เสด็จพ่อ’ ของวงการ อย่าง “คริสโตเฟอร์ โนแลน” ที่มักจะมาพร้อมกับงานสร้างระดับมหึมาและสร้างบรรทัดฐานกับมาตรฐานใหม่ ๆ ให้กับโลกภาพยนตร์อยู่เสมอ ในปีนี้เขาเสิร์ฟ “The Odyssey มหากาพย์โอดิสซี” อันเป็นครั้งแรกที่เขาหยิบจับสร้างหนังเอพิคย้อนยุคสุดอลังการเช่นนี้ ที่เป็นการหยิบเอากวีระดับตำนานมาละเลงตีความใหม่ ผสมผสานเข้ากับเทคนิคงานสร้างชนิดที่สะกดใจคนดูไม่ให้ลุกไปไหนเลยเกือบ 3 ชั่วโมง..อีกครั้ง
เรื่องราวเส้นทางการกลับบ้านของโอดิสเซียส วีรบุรุษแห่งสงครามเมืองทรอย ที่ต้องเผชิญหน้ากับหนทางที่ยากลำบากและรอนแรมนับสิบปี ที่ทำให้เขาต้องเผชิญหน้ากับหลายสถานการณ์ ได้พบกับโพลิฟีมัส, เซอร์ซี และเหล่าไซเรน เพื่อนำทางกลับมาสู่ดินแดนที่เขาจากมา และความหวังอันสูงสุดที่อยากจะกลับมาพบหน้า เพเนโลนี ภรรยาที่รักของเขกอีกครั้ง พร้อมกับลูกชายที่ไม่เคยได้เห็นอยู่เห็นในช่วงวัยแห่งการเติบโตมาเลย
บอกตรง ๆ เลยว่าคุณไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานหรือทราบถึงเกร็ดใด ๆ เกี่ยวกับต้นฉบับกวีสุดคลาสสิกของปรำปรามของโลกกรีกโบราณของโฮเมอร์ เพราะกลายเป็นยิ่งรู้น้อยเท่าไหร่ก็ยิ่งเป็นจุดที่ชวนให้ตราตรึงใจขึ้นเยอะ และ The Odyssey เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นการละเลงดัดแปลงและตีความฉบับใหม่ที่ออกมาในอีกรูปแบบแนวทางที่เต็มไปด้วยการผจญภัยที่จัดจ้านและตระการตา เป็นอีกหนึ่งที่โนแลนใส่ส่วนผสมที่ค่อนข้างลงตัวด้วยดีในผลงานที่บียอนด์ขีดความสามารถในฐานะผู้กำกับหนังของเขาอีกครั้ง
คริสโตเฟอร์ โนแลน รับหน้าที่ดัดแปลงตีความบทหนังเรื่องนี้เองกับมือ ก็เป็นอีกครั้งที่ต้องปรบมือให้ดัง ๆ เพราะนี่คือการละเลงปั้นเรื่องราวระดับมหากาพย์ที่เต็มไปกลิ่นอายแห่งเทพกรีก ท่ามกลางเส้นบาง ๆ ระหว่างลิเกโรงใหญ่กับมหาศึกสงครามสุดตื่นตา โนแลนสามารถปรุงแต่งบทหนังออกมาได้ค่อนข้างกลมกล่อมและน่าสนใจดี แม้ว่าจะใช้เวลาในการร้อยเรียงด้วยนานเกือบจะ 3 ชั่วโมง พร้อมกับตัวละครชื่อเสียงเรียงนามสะกดอ่าน ๆ สไตล์โบราณเพียบ แต่สามารถเกลี่ยให้ทุก ๆ ตัวละครมีมิติและความสำคัญได้อย่างยอดเยี่ยม
ด้วยระยะเวลา 173 นาทีของ The Odyssey บางคนเห็นแล้วก็ท้อใจ แต่ปรากฏว่าในรอบปฐมทัศน์ที่ผู้เขียนได้นั่งซึบซับประสบการณ์ครั้งนี้ด้วย สังเกตว่าแทบจะไม่มีใครลุกเดินไปเข้าห้องน้ำเลยด้วยซ้ำ เพราะชิ้นงานของโนแลนครั้งนี้..เอาอยู่ ตราตรึงใจคนดูด้วยเนื้อหาที่ไม่อยากจะพลาดเลยสักซีนเดียว ราวกับว่าทุกหย่อมในหนังเรื่องนี้เต็มไปด้วยใจความสำคัญที่ไม่ควรตกลงไปเลย แม้จะเป็นมหากาพย์ที่กินเวลานานกว่าหนังปกติ แต่ก็สมน้ำสมเนื้อสมราคากับงานสร้างที่ต้องยกนิ่วให้
เราสามารถไว้วางใจงานกำกับของ คริสโตเฟอร์ โนแลน ได้สบาย ๆ ครั้งนี้เขาก็สร้างประวัติศาสตร์ใหม่อีกครั้ง ด้วยการใช้กล้องระบบฟิล์ม 70 มม.ของไอแม็กซ์ มาถ่ายทำตลอดทั้งเรื่องเป็นเรื่องแรกของโลก ที่ความหลงใหลและอินเนอร์ในศาสตร์ภาพยนตร์ของเขา ได้ถูกนำมารังสรรค์ถ่ายทอดสู่แผ่นฟิล์มได้อย่างมีมนต์ขลัง ทุก ๆ นาทีของหนังฟุ้งไปด้วยลายเซ็นของโนแลน พร้อมกับทิศทางความเฉียบขาดในงานกำกับที่ละเอียดยิบของเขา ไล่มาตั้งแต่ท้องฟ้าโล่งแจ่งไปยังผืนน้ำสีครามน่าเกรงขาม
ช่างภาพฝีมือฉมัง “ฮอยต์ ฟาน ฮอยเตมา” กลับมาร่วมงานกับโนแลนเป็นครั้งที่ 5 เรียกได้ว่าเป็นช่างภาพคู่บุญที่รู้ใจในทิศทางความต้องการของผู้กำกับอีกคนไปแล้ว เพราะหลังจากที่เคยคว้าออสการ์ไปจาก Oppenheimer ในผลงานเรื่องที่แล้ว มาในครั้งนี้เขาก็ยังบรรจงละเลงตกแต่งมุมภาพและการถ่ายภาพออกมาได้จับใจอีกเช่นเคย สะท้อนประสบการณ์ที่เต็มเปี่ยมและรับมือกับมุมมองในหนังสงครามได้เป็นอย่างดี เป็นอีกสมการที่เหมาะเจาะลงตัวในหนังเรื่องนี้
อีกคนที่กลับมาทำงานกับโนแลนก็คือ “เจนนิเฟอร์ ไลม์” มือตัดต่อหญิงตัวท็อป ๆ ของวงการฮอลลีวูดตอนนี้ นี่เป็นครั้งที่ 3 แล้วที่ได้ร่วมงานกันอีก หลังจากที่ครั้งก่อนก็ทำให้เธอได้รางวัลออสการ์ไปครองจากการตัดต่อหนัง Oppenheimer นั่นเอง ด้วยท่วงท่าและจังหวะการตัดต่อที่ยังเฉียดจัดจ้านในทุก ๆ ซีน แม้ว่าจะเต็มไปด้วยองค์ประกอบที่ต้องนำมาร้อยเรียงสลับไทม์ไลน์กันไปมา แต่สไตล์การตัดหนังของเธอคนนี้แทบไร้รอยต่อ ลงตัวลงจังหวะไปได้ด้วยดี
และอีกองค์ประกอบที่โดดเด่นสะดุดแก้วหูมาไกล ๆ เลยก็คือการประพันธ์เพลงประกอบของ “ลุดวิก โกรันส์สัน” กับครั้งที่ 3 ที่ได้มาทำงานกับโนแลน สมฐานะตัวพ่อคอมโพสเซอร์รุ่นใหม่ เจ้าของ 3 รางวัลออสการ์ ที่มาครั้งนี้ก็ยังสอดแทรกแนวดนตรีผสมผสานที่เด่นชัดอีกครั้ง ด้วยการแต่งเพลงกลิ่นอายกรีกโบราณเข้าไปกับท่วงทำนองยุคใหม่ได้อย่างลงตัว มีซาวด์หลาย ๆ เพลงที่หยอดใส่เข้ามาเพื่อบิ้วต์อารมณ์หนังได้อย่างเหมาะเจาะ
ขณะที่องค์ประกอบงานสร้างอื่น ๆ ใน The Odyssey ก็แทบจะไม่มีที่ติ โดยเฉพาะงานออกแบบโปรดักชันสุดอลังการ ที่ต้องเนรมิตฉากเมืองโบราณต่าง ๆ ที่เก็บรายละเอียดค่อนข้างดี ขณะที่คิวบู๊และซีนสตันท์ต่าง ๆ ก็ลงล็อกลงคิวได้เกือบจะสมบูรณ์แบบ เป็นอีกครั้งที่ได้สัมผัสกับฉากต่อสู้และฉากสู้รบสงครามที่เร้าใจ ยิ่งได้ลีลาการออกแบบเสียงและซาวด์ต่าง ๆ ที่เป็นอีกหนึ่งจุดเด่นของหนังโนแลนเข้ามาเสริม ก็เป็นอีกส่วนที่ช่วยเร้าอารมณ์ได้อย่างถึงแก่น รวมไปถึงงานออกแบบเสื้อผ้าและแต่งหน้าทำผมในหนังเรื่องนี้ ไม่มีจุดไหนหลุดรอดให้คอมเมนต์ตำหนิได้
มาถึงพาร์ททางการแสดงที่เรียกได้ว่าดารามาแน่น ๆ เช่นเดียวกับตัวละครก็หนาแน่นมากเช่นกัน แต่กลับกลายเป็นว่าทุกบทบาทในหนังเรื่องนี้มีซีนที่น่าจดจำได้อย่างประทับใจ “แมตต์ เดมอน” กลับมาเล่นหนังของโนแลนอีกครั้ง ที่ครั้งนี้ได้ขึ้นนำอย่างเด็ดเดี่ยว งัดความเป็นมืออาชีพออกมาเหนี่ยวรั้งบทบาทนี้ได้อยู่หมัดและประทับใจ โดยที่หนังยังมี “ทอม ฮอลแลนด์”, “แอน แฮทธาเวย์” มาช่วยแบ่งเบาเกลี่ยความโดดเด่นหลักได้อย่างสมส่วน และพลังการแสดงของพวกเขา..ก็เอาถึงตายได้เลย
“โรเบิร์ต แพททินสัน” มาในบทบาทที่น่าหมั่นไส้สุด ๆ ถึงแม้ว่าโดยส่วนตัวแล้วจะมองว่าบทนี้ค่อนข้างตื้นเขินไปนิด กับเส้นทางสู่บทสรุปที่ง่ายเกินไปหน่อย แต่ร็อบก็ถ่ายทอดออกได้ชวนอินดี รวมไปถึงทีมดาราสมทบอีกมากมาย “ลูพิต้า เอนยอโง”, “เซนเดย์อา”, “ชาร์ลีซ เธียรอน”, “จอน เบิร์นธอล” หรือ “เบนนี ซาฟดี้” ที่แม้ว่าจะออกมาเสริมประปราย แต่พวกเขาทุกคนกลับสร้างความโดดเด่นในทุก ๆ ตัวละครได้อย่างน่าทึ่ง เป็นการคืนกำไรให้กับคนดูโดยแท้
ส่วนประเด็นที่ว่า The Odyssey ไม่ได้มีบทบาทสำเนียงแบบย้อนยุคโบราณ ก็มองว่าไม่ใช่ปัญหาใด ๆ เพราะการพูดด้วยสำเนียงภาษาปัจจุบัน กลับกลายเป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่ช่วยทำให้หนังมีอาการย่อยได้ง่ายและย่อยได้ดีมากขึ้น เพราะในสัดส่วนอื่น ๆ ของหนังก็เต็มไปด้วยเส้นเรื่องที่หนักแน่นอยู่แล้ว เป็นอีกหนึ่งการตัดสินใจที่ชาญฉลาดของผู้สร้าง ที่กล้าเสี่ยงไม่เดินตามรอยขนบเดิม แต่เลือกที่จะเกลี่ยสมดุลให้เกิดขึ้นระหว่างการเชื่อมโยงสื่อสารไปถึงคนดู
ดังนั้นก็ดูเหมือนว่าเราจะได้ค้นพบอีกหนึ่งสุดยอดหนังประจำปี 2026 เรื่องล่าสุดแล้ว เพราะต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาเลยว่า The Odyssey คือหนังฟอร์มใหญ่ยักษ์ระดับมหากาพย์ที่เต็มไปด้วยการรังสรรค์และงานสร้างที่ครบเครื่อง โดดเด่นด้วยดีไซน์งานกำกับจากฝีมือผู้นำที่เต็มไปด้วยวิสัยนำทางได้อย่างแข็งแกร่ง หนังแทบจะหาอะไรมาติไม่ได้เลย และยังทำให้เราไม่อาจจะละสายตาไปจากจอ แม้ว่าจะมีความยาวเกือบ 3 ชั่วโมงก็ตาม ไม่มีอะไรที่ คริสโตเฟอร์ โนแลน ทำไม่ได้ในโลกภาพยนตร์แล้วจริง ๆ ก็เหลือแค่หนังผีกับหนังโรแมนซ์ที่โนแลนอาจจะกำลังเล็ง ๆ เซ็ตมาตรฐานใหม่ในรูปแบบของเขาอยู่..ได้โปรด
ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง The Odyssey มหากาพย์โอดิสซี
- ประเภท: แอคชัน / ผจญภัย / ดรามา / แฟนตาซี
- ผู้กำกับ: คริสโตเฟอร์ โนแลน
- นำแสดงโดย: แมตต์ เดมอน, ทอม ฮอลแลนด์, แอน แฮทธาเวย์, โรเบิร์ต แพททินสัน
- ความยาว: 173 นาที
- กำหนดฉายในไทย: 16 กรกฎาคม 2026
Movie.TrueID METRIC: The Odyssey มหากาพย์โอดิสซี
- ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.7/10) - การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.8/10) - การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.4/10) - การกำกับ
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐ (10/10) - เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.9/10) - บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰ (9.5/10)
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa