รีเซต

บอย ถกลเกียรติ น้ำตาซึมเล่าวินาทีควักเงินเก็บทั้งชีวิต ลุยเพื่ออนาคตช่อง ONE! (มีคลิป)

บอย ถกลเกียรติ น้ำตาซึมเล่าวินาทีควักเงินเก็บทั้งชีวิต ลุยเพื่ออนาคตช่อง ONE! (มีคลิป)
Entertainment Report_3
18 มกราคม 2565 ( 14:30 )
94

ข่าวบันเทิงวันนี้

เผยมุมมองความสำเร็จผู้คร่ำหวอดในแวดวงบันเทิงอย่าง บอย ถกลเกียรติ วีรวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท เดอะ วันฯ เจ้าพ่อสื่อโทรทัศน์ของเมืองไทย การปรับตัวให้ทันโลก โดยไม่ยึดติด กลยุทธ์ความต่างและเปิดกว้าง ที่ทำให้วันนี้ช่องวันสามารถคว้าเรตติ้งไต่อันดับต้น ๆ ของประเทศมาครอง โดยเบื้องหลังความสำเร็จนั้น บอย ถกลเกียรติ เปิดใจเล่าทั้งน้ำตาวินาทีตัดสินใจวางเดิมพันอนาคต ช่อง ONE ทุ่มเงินเก็บทั้งชีวิต เทหมดหน้าตักเพื่อไปต่อแพ้ไม่ได้ เรื่องราวทั้งหมดนี้ในรายการ WOODY FM 

บอย ถกลเกียรติ น้ำตาซึมเล่าวินาทีควักเงินเก็บทั้งชีวิต ลุยเพื่ออนาคตช่อง ONE! 

ปรากฎการณ์ละคร Exact ตั้งแต่ทำละครมาก็ต้องยอมรับว่ามีความเข้าถึงยากนิดนึงสำหรับแมสในวันนั้น แต่พอวันหนึ่ง ช่อง ONE ขึ้นมาแซงช่องอื่น ๆ ?
บอย ถกลเกียรติ : จะบอกง่าย ๆ ว่าเราไม่ยึดติด เพราะโลกมันเปลี่ยนไป เราต้องทำละครให้คนสมัยนี้ดู ตัวละครที่จะ Attractive กับเขา นางเอกโง่ไม่ได้แล้วไงในสมัยนี้ ถ้าละครไทยสมัยนี้นางเอกโง่คนดูเปลี่ยนช่อง คือคุณอย่าลืมว่าละครมันคือ Reflection ของสังคมในแต่ละยุคนะ เพราะฉะนั้น Logic ตัวละครจะเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อน ถ้าเป็นเมื่อก่อนพระเอกต้องยอม เพราะฉันเป็นคนดี ฉันไม่สู้ พ.ศ นี้คนบอกโง่ 

วิธีการทำงาน เห็นอะไรในตัวเองที่เปลี่ยนไปบ้าง ในเรื่องของการบริหารงาน บริหารชีวิต ?
บอย ถกลเกียรติ : ไม่ยึดติด เปิดกว้าง ไม่เสียเวลากับเรื่องไม่เป็นเรื่อง อะไรผ่าน ๆ ไปได้บ้าง ก็ผ่านไป Secret to Success คือ รู้ว่าคุณรู้อะไร และรู้ด้วยว่าคุณไม่รู้อะไร แต่ถ้าเกิดคุณต้องทำในสิ่งที่คุณไม่รู้ไปหาคนอื่นมาทำ มันไม่ต้องรู้ทุกอย่างนิชีวิตคนเรา มันไม่ต้องทำเป็นทั้งหมดป่ะ ไปหาคนที่เก่ง ๆ ที่เขามีประวัติที่ดีเข้ามาทำกับเราสิ แต่ในขณะเดียวกันในความเปิดกว้าง เราก็ต้องกลับมา QC แล้วก็ดูว่า Target หรือ Community ของเราเขารับไหม มันต้องกลับมาดู ไม่ใช่เปิดกว้างไปหมดสุดท้ายอะไรก็ไม่รู้ อันนี้ก็ไม่ใช่ เพราะฉะนั้นมันคือการบาลานซ์ 

ขอบคุณคลิปจากรายการ Woody FM

การเข้าตลาดหลักทรัพย์ของ ONEE เป็นอย่างไรบ้าง ?
บอย ถกลเกียรติ : ดีครับ แต่หนักขึ้นมาหน่อยเพราะความรับผิดชอบมันมากขึ้น วันแรกที่เข้าตลาด หลาย ๆ คนก็จะบอกว่างานที่ทำมาเรียบร้อยแล้วจบลง ต้องบอกว่าไม่จบหรอกครับมันเริ่มต้นใหม่ครับ เพราะว่าเมื่อก่อนนายผมคือผู้ถือหุ้นไม่กี่คน แต่ตอนนี้นายผมมีผู้ถือหุ้นเป็นพัน เพราะฉะนั้นมีอะไรแบบนี้ขึ้นความรับผิดชอบมันมากขึ้นอยู่แล้ว 

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว เรานึกถึงภาพนี้ไหม ?
บอย ถกลเกียรติ : ชีวิตนี้ไม่เคยคิดว่าจะต้องทำบริษัทที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์ แต่ว่าในวันที่เราต้องมาร่วมลงทุนใน ONEE ยังไงก็ต้องเข้า ถ้าย้อนไปเมื่อเวลาปี 2014-2015 พอได้ช่องมาไม่กี่เดือนมั้งก็จะกลายเป็นดิจิตอลดิสรัปชั่น คนก็จะบอกว่าพวกที่ได้ช่องมาแย่แล้ว เจ๊งแน่ 

ยอมรับไหมว่าตอนนั้นแอบหวั่น ๆ บ้าง ?
บอย ถกลเกียรติ : แน่นอนสิ แน่นอนคนดูน้อยลงแหล่ะ แต่เราก็มีความเชื่อมั่นว่าทีวีก็ยังอยู่ แต่เราจะหารายได้อะไรเพิ่มเข้ามา ทำให้เราย้อนกลับไปดูตัวเองว่าจริง ๆ เราเป็นใคร เราเป็นคนทำคอนเทนส์ไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นชาแนลต่าง ๆ ที่มีเพิ่มมากขึ้นในโลกออนไลน์ แปลว่ามันมีโอกาสเพิ่มขึ้น ก็เลยเป็นการหาอย่างอื่นมาเพิ่มมาเสริมไม่ใช่แค่ช่องทีวี และนั้นคือ เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ เราไม่ใช่แค่ช่องทีวี

จะมีอะไรสนุก ๆ เกิดขึ้นบ้าง มีอะไรที่ยิ่งใหญ่ เพราะแต่ละอย่างที่บอยจัดมันค่อนข้างที่จะเปลี่ยนแปลงวงการเสมอ ?
บอย ถกลเกียรติ : พอมันมีโอกาสมากขึ้น เอื้อให้เราสามารถทำอะไรได้แตกต่างมากขึ้น จากที่เมื่อก่อนเวลาเราจะทำละครโทรทัศน์สักเรื่อง เราก็ต้องดูแล้วว่าจะได้เรตติ้งไหม แล้วถ้าจะได้เรตติ้งต้องทำยังไง พอมันมีการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี ยิ่งจอเล็กลงเขายิ่ง Concentrate เพราะฉะนั้นความธรรมชาติของการแสดงมันมีเพิ่มมากขึ้น แปลว่าอะไร แปลว่ามันมีความสากลได้มากขึ้นหรือเปล่า มีความออนไลน์เข้ามา เราเป็นคอนเทนต์ครีเอเตอร์ไม่ใช่แค่ช่องทีวี เราก็เลยสามารถที่จะผลิตคอนเทนส์ที่คิดว่ามันจะไปเข้าตาต่างชาติได้มากขึ้น ถ้าพูดกันภาษาบ้าน ๆ คือเราโกอินเตอร์ได้ง่ายขึ้น แล้วเราก็ทำมาแล้ว อย่าง Girl From Nowhere แนนโน๊ะ ก็ได้รางวัลต่าง ๆ มากมายในปีที่ผ่านมา เป็นนิมิตหมายที่ดี และอีกอันหนึ่งพูดตรง ๆ เลยว่าขอบคุณเกาหลีใต้นะ ที่มีทั้ง Squid Game หรือว่า BTS อะไรต่าง ๆ ที่เขาเปิดตลาดเอเชียให้กับชาวโลกได้เห็น และทำให้คนหันมามองเอเชีย ถ้าพูดกันตรง ๆ จากเกาหลีใต้ Next Step เขาก็มองมาที่ไทย เพราะเราก็ทำคอนเทนส์ที่เข้าตาคนนอกประเทศได้อยู่พอสมควร 

ย้อนกลับไปใน วันที่เปี่ยมสุขที่สุดในชีวิต พี่บอยจะนึกถึงช่วงเวลาไหน ? 
บอย ถกลเกียรติ : อาจจะก่อนที่จะประมูลช่องทีวีด้วยซ้ำ ตอนนั้นผมดูแล บริษัท เอ็กแซ็กท์ (Exact) และบริษัทซีเนริโอ (Scenario) ณ ตอนนั้นผมคิดว่าเราก็มีความสุขกับการผลิตคอนเทนส์ ทำละคร ทำซีรีส์ ทำละครเวที ทำซิทคอม ทำคอนเสิร์ต เราสนุกอ่ะ พอมันเกิดดิจิตอลดิสรัปชั่นขึ้น ตรงนี้มันก็กลายเป็นโอ๊ยตายแล้วฝุ่นตลบ อันนั้นเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญมากในชีวิต มันเป็นจังหวะการตัดสินใจที่มันหนักมากนะ ก็มีการพูดคุยกับทาง GMM ผมบอกว่ามันต้องลงแล้วครับ ไม่งั้นตกรถไฟนะ มันเสี่ยงมากนะ มันลงทุนสูงมากนะ ทางแกรมมี่ก็ยังมีความกล้า ๆ กลัว ๆ จนมีคำถามที่แบบมาร่วมลงทุนกันไหมล่ะ ผมก็บอกเอา แต่ว่ามันก็ลงทุนสูงจริง ๆ นะ มันก็ต้องกู้หนี้ยืมสินนะ ต้องไปกู้แบงค์นะ มีผู้ใหญ่ที่เป็นทางการเงินเขาก็บอกว่าคุณแน่ในเหรอ นี่มัน Your life saving ผมก็ตัดสินใจหนักมากตอนนั้น คือการที่เราเป็น Production Company มีทีมงานเต็มไปหมดเลย แล้วเรามีความเชื่อว่าเราลงทุนแล้วมันจะดี แต่โอกาสมันก็ไม่ได้เยอะ ณ ตอนนั้น แต่ถ้าเราไม่ลงทุนมันจะเกิดอะไรขึ้น เราจะไปต่อในวงการนี้ได้ไหม ไม่ใช่แค่เราลูกน้องอีกทั้งไม่รู้เท่าไหร่ ผมมีออฟชั่นอยู่ 2 ออฟชั่น ผมลงทุนแล้วก็ไปกันต่อ กับอีกออฟชั่นหนึ่งก็คือแยกย้ายดีใจที่รู้จักกัน เพราะมันไม่รู้จะเกิดอะไรขึ้น ผมก็เลยเลือกออฟชั่นที่ว่ามาทำกันต่อ มาอยู่ด้วยกัน 

บอยทำไมเสียน้ำตาเวลาพูดถึงเรื่องนี้ ?
บอย ถกลเกียรติ :  มันคือเงินเก็บทั้งชีวิตวู้ดดี้ 

มีคิดไหมว่ามันอาจจะไม่เหลืออะไรเลยหลังจากนี้ ?
บอย ถกลเกียรติ : Yes แน่นอน 

ดีใจที่พี่ยังนั่งอยู่หน้าผมตรงนี้ ดีใจที่ ถกลเกียรติ ยังอยู่กับเรา พลังที่เราจะต้องตัดสินใจ จะต้องเตรียมตัวอย่างไร ?
บอย ถกลเกียรติ : คือผมยังเชื่อในพลังในการทำงานของผมและทีม ผมยังเชื่อในวิสัยทัศน์ ยังเชื่อในวิธีคิด และผมยังเชื่อในแพชชั่น เชื่อในพลังที่จะเดินต่อ ศักยภาพและความสามารถของคนที่อยู่ในทีมทุกคนที่จะไปต่อด้วยกัน 

พูดถึงเรื่องของทีมในการทำงาน โดยเฉพาะเรื่องของอารมณ์พี่ มันปรับไปเยอะมาก อยากให้พูดถึงอารมณ์ของมนุษย์ในการทำงาน ?  
บอย ถกลเกียรติ : นิ่งมากขึ้นนะ แต่ถามว่ามันมีระเบิดลงอยู่ประปรายบ้างไหมก็คงมีบ้าง มันเป็นปกติอยู่แล้ว แต่คงไม่ได้บ่อยเท่าเมื่อก่อน เป็นคนพูดเสียงดังด้วยไง คนบางทีก็จะกลัว อย่างเช่น บอกไปแล้ว คุยไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมไม่มีอะไรกลับมา อันนี้เป็นอะไรที่น่ารำคาญมาก ตกลงกันแล้ว ทำไมต้องมาตอบกันอีก 

ถ้าจะต้องสรุปความรู้สึกของ บอย ถกลเกียรติ ในวันนี้ในการเป็นพ่อของลูก ในการเป็นหัวหน้าขององค์กร ในการเป็นครีเอเตอร์คนหนึ่ง สรุปให้ผมฟังได้ไหมครับในความเป็น บอย ถกลเกียรติ คืออะไร ?
บอย ถกลเกียรติ : ยังเป็นคนที่เรียนรู้ไม่รู้จบ ใช้สิ่งที่เราได้เรียนรู้มาตลอดให้เป็นประโยชน์ต่อปัจจุบันและก็อนาคต มีทั้งแพชชั่นที่จะปรับเปลี่ยน และมีทั้งความเข้าใจที่จะยอมรับ สิ่งสำคัญที่สุดคือการบาลานซ์ ทุกสิ่งที่พูดมาเราต้องบาลานซ์ให้ได้
 
สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันจันทร์ที่ 2 และ 4 ของเดือน เวลา 18.00 น. 

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

กดเลย >> community แห่งความบันเทิง 📸เมาท์ข่าวดารา กับเจ๊รุงรังขังรวม
ทั้งข่าว หนัง ซีรีส์ 🍿ละคร ดนตรี และศิลปินไอดอล 😍ที่คุณชื่นชอบ บนแอปทรูไอดี