"Digger" หนังใหม่ของทอม ครูซ เสี่ยงขาดทุนประมาณ 150 ล้าน หลังเปิดตัวได้ล้มเหลวไปทั่วโลก
ตราบาปล่าสุดในผลงานของซุปตาร์ตัวพ่อ "ทอม ครูซ" ได้บังเกิดขึ้นในปี 2026 กับผลงานที่คาดหวังว่าจะผลักดันส่งเขาไปสู่เวทีรางวัล แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับล้มระเนระนาดอย่างผิดหวัง "Digger" การร่วมงานกันครั้งแรกกับผู้กำกับ "อาเลฆันโดร กอนซาเลซ อินญาร์ริตู" ที่สามารถเปิดตัวในอเมริกาได้่ไม่ถึง 8 ล้านเหรียญ กับยอดสะสมทั่วโลกแค่เพียง 20 ล้านเหรียญ พร้อมกับได้เกรด C+ มาจากผู้ชมอย่างขมขื่น กลายเป็นหนึ่งในผลงานที่สร้างความอัปยศทางด้านรายได้ของนักแสดงแถวหน้าที่แทบไม่เคยมีงานแป้กมาก่อน
Deadline รายงานว่า Digger มีโอกาสที่จะขาดทุนสร้างไม่ต่ำกว่า 150 ล้านเหรียญ ถ้าหากว่าหนังเรื่องนี้โชคดีทำรายได้ทั่วโลกในท้ายที่สุดถึงระดับ 50 ล้านเหรียญได้ กลายเป็นอีกหนึ่งความผิดหวังที่น่าอดสู คล้าย ๆ กับที่เคยเกิดขึ้นกับ The Smashing Machine หนังดรามาหวังรางวัลของ ดเวย์น จอห์นสัน เมื่อปีที่แล้ว ที่ไปไม่ถึงฝั่งฝันเช่นกัน ด้วยการทำเงินทั่วโลกไปแค่ระดับ 20 ล้านเหรียญเท่านั้น และยังไร้โอกาสที่จะมีชื่อประดับอยู่บนเวทีรางวัลต่าง ๆ ด้วย
วอร์เนอร์ฯ หวังจะใช้จังหวะการฉายในช่วงต้นเดือนตุลาคมในการเดินตามรอย "One Battle After Another" หนังรางวัลออสการ์เมื่อปีที่แล้ว ที่ก็เคยเปิดตัวฉายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ แต่ทิศทางหลาย ๆ อย่างไม่เอื้ออำนวยให้หนังประสบความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นกระแสรีวิวหนังที่ค่อนข้างตกต่ำกว่าที่คิดเอาไว้ ได้คะแนนเฉลี่ยมาได้แค่ 52% บน Rotten Tomatoes และยังต้องมาเผชิญหน้ากับข่าวใหญ่ควบรวมกิจการกับพาราเมาท์ ที่จะกลายเป็น Skydance ในอนาคตอันใกล้ ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนขึ้นมาในช่วงหนังออกฉายพอดี
แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะมีรายงานว่าใช้ทุนสร้างค่อนข้างสูงระดับ 150-180 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่รวมงบประมาณโปรโมตหนัง แต่ใด ๆ คนใกล้ชิดของ ทอม ครูซ ก็อ้างว่าแม้ว่าหนังจะไม่ประสบความสำเร็จ แต่ก็ญังสามารถเพิ่มมูลค่าและรายได้ในเครดิตการแสดงของทอมได้อย่างต่อเนื่อง ที่ปัจจุบันสะสมอยู่ที่ 1.4 พันล้านเหรียญ จากผลงาน 53 เรื่อง ซึ่งข้ออ้างนี้เป็นเคยถูกนำมาใช้แล้วเมื่อปีก่อน ที่ Mission: Impossible-Final Reckoning ไม่สามารถทำรายได้ได้เข้าเป้าจากบรรดาทุก ๆ ภาคที่ผ่านมา
ทั้งนี้ นักวิเคราะห์มองว่า Digger น่าจะขาดทุนสะสมราว ๆ 150 ล้านเหรียญ ที่มาจากงบการเช่าโรงฉาย และการตลาดการโฆษณาให้กับหนังเรื่องนี้ไปทั่วโลก โดยคาดการณ์ว่าวอร์เนอร์ฯ น่าจะปล่อยฉายหนังในรูปแบบ PVOD หรือ หนังเช่าชมรูปแบบพรีเมียม ในเร็ว ๆ วันนี้ที่ถือว่าเร็วกว่าปกติ และหนังอาจจะทำให้รายได้ได้ดีเทียบเท่ากับที่ผลลัพธ์บนบ็อกซ์ออฟฟิศ เพราะผู้ชมก็ต่างอยากรู้ถึงเนื้อหาและการแสดงของทอม ครูซ เพียงแค่พวกเขาเลือกที่จะไม่ใช่เวลา 2 ชั่วโมงกว่า ๆ ไปกับการตีตั๋วดูในโรงหนังเท่านั้นเอง
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa