"เซียนหรั่ง" เผยวิธีมัดใจแฟน ๆ เชื่อคอนเทนต์กับคนทำต้องจริงใจ คนดูถึงจะรัก ใน The Celebrities EP.10
The Celebrities EP.10 : ติดตามความปังของ “โน่ ภูวเนตร สีชมภู” หรือ “เซียนหรั่ง” เจ้าของคอนเทนต์อีสานสไตล์คิดถึงบ้าน คอนเทนต์บ้าน ๆ ที่จริงใจ เอาชนะใจคนดูและได้คลุกคลีกับผู้คนทุกวงการ พิธีกรมากฝีมือ "กตัญญู สว่างศรี" เปิดบทสนทนาที่นอกจากความฮาในการไปบวชที่อินเดียแล้ว แน่นอนว่าคนคอนเทนต์อย่างเขายังมีทริคดี ๆ มาแจก นั่นคือหัวใจของการทำคอนเทนต์ที่ต้องใช้ความจริงใจเข้าสู้ นอกจากความฮาบอกเลยว่า เซียนหรั่งยังเป็นเซียนอีกหลายเรื่องสมชื่อจริง ๆ และใช้ความเป็นบ้าน ๆ เอาใจชนะคนดูได้ทุกกลุ่มในเวลานี้
The Celebrities EP.10 เซียนหรั่ง
ไม่ได้เห็น "เซียนหรั่ง" หรือ "โน่" ใส่สูทไปรายการไหนบ่อย ๆ นอกใจเสื้อปุ๋ยตัวเก่งเท่านั้น มานั่งให้ "กตัญญู" พิธีกร สัมภาษณ์ ติดเล่นสุดฮา กันในรายการ ทั้งสาระ ความบันเทิง ครบเครื่อง และเรียกเสียงฮาได้ตลอด บวกแง่คิดมากมาย คำทักทายที่ว่าใส่สูททุกวันเวลาอยู่บ้านทำเอาอมยิ้มตั้งแต่เริ่มเข้าคำถาม
เรียกโน่นะ คุณสนใจเรื่องอะไร อินกับอะไรเป็นพิเศษ ในตอนนี้?
"เท่าที่อินเป็นวันเลย ต้องเปิดดูทุกครั้ง มีมอเตอร์ไซค์ กับพระเครื่อง"
ทีมงานผมบอกว่าคุณมีสิ่งใหม่คือเต้นใน TikTok
"ใช่ครับ ผมเไม่มีพรสวรรรค์ และพรแสวงติดลบด้วยครับพี่ เรื่องเต้นเนี่ย ไม่เป็นเลย"
แล้วเกิดอะไรขึ้น?
"รู้สึกอยากสนุกกับร่างกาย ได้ลองแล้วก็ ไม่สนิทเหมือนเดิม"
ท่าเต้นอะไรที่เริ่มต้นของคุณ?
"บราซิลเลี่ยนยากนะครับพี่ มันยาก ถ้ามือไปทางขาไปทาง ไม่ได้เลย ที่ทำได้คือโยกไปมา ซ้อมมา 2 ปีนะ ท่านี้เลย"
โตมาอย่างไร เล่าชีวิตวัยเด็กหน่อย ?
"ชีวิตมันจะมี 2 ซ่วงนะครับ ช่วงแรก ช่วงที่อยู่กับพ่อ ต่างประเทศ ฟีลแบบเด็กต่างประเทศเลย ตกปลา พาตกปลาตั้งแต่เด็ก เรียนประถมอยู่ ก็เสาร์ อาทิตย์ก็จะปล่อยไปตกปลาเลย เด็ก7-8 ขวบเลย ไปเรียนที่สิงคโปร์ ไปกันเองเลยกับพี่ชาย"
พ่อเป็นคนอย่างไร ใจดี ดุ หรือสอนอะไร?
"ดุแต่เขาจะไม่ค่อยพูด ให้คิดเอง ถ้าสมมติว่าจะไปตกปลาแต่เขาไม่อยากให้ไป เขาก็จะตอบว่า ไปทำนี้ให้เสร็จก่อนค่อยไป ที่ให้ไปทำนานมาก ฉาบผนังอยู่ตอนนั้น นานจนไมได้ไป ซ่อมชักโครกค่อยไปตกปลา ตอนนั้นทำวันศุกร์ได้ไปตกวันอาทิตย์ (หัวเราะ) พอกลับมาอยู่ที่ไทย คุณพ่อต้องไปทำงานที่เบลเยี่ยม ตอนนั้นก็มีแฟนใหม่เป็นคนฟิลิปปินส์ ก็แยกย้ายกันไป พอกลับมาอยู่กับแม่ ตอนนั้นจำได้อยู่ดอนเมือง พ่อบอกรออีก 60 คืน พ่อจะกลับมารับ ตอนนี้ 6,000 กว่าวันแล้ว น่าจะไม่มาแล้วแหละ ก็กลับมาอยู่ที่ไทย ชีวิตอีกแบบหนึ่งเลย จากที่ไม่เคยถูกสปอยล์ โดนสปอลย์มาก จากยาย ตามใจมาก ตื่นสายก็ไม่เคยว่าเลยพี่ เป็นอีสานเลย ผมไมได้เตังคืไปโรงเรียนตั้งแต่ป.3 หาเงินที่ไทยเรียนเอง"
หาอย่างไร?
"รับจ้างทั่วไปเลย สารพัดเลย ไถนาแล้วตอน 9 ขวบ ดำนา ถอนกล้า จับมัดละบาทนึง ถอนกล้ารวมมัด"
เยอะสุดที่ได้คือเท่าไหร่?
"คือ 7 บาท ถือว่าเยอะนะ ดeนาคือมัดละ 50 สตางค์ เด็กก็ทำได้แค่นั้นแหละ 20-30 มัดนี่แหละ ก็เยอะแล้ว ไปกับน้าแก ชื่อว่าน้าชัย คนนี้คือ inspiration ของเซียนหรั่งเลย มาจากผู้ชายคนนี้เลย"
เขาสอนอะไรคุณบ้าง?
"สอนทุกอย่าง ทีเกี่ยวกับวิถีชีวิต ตั้งแต่หากิน ยันเกษตร ผมไถนา ทำมาหากินเป็น เพราะแกเลย"
เขาสอนอย่างไร?
"เขาก็ไม่ค่อยพูด ทำให้ดูเลย เรียนรู้ผ่านแก สมมติแกสอนให้เผาถ่านขายแกก็จะไม่สอน แกก็จะเดินไปทำ พอเห็นแกทำเราก็อยากทำด้วย เขาจะเป็นผู้ชายประมาณแบบนั้น เสื้อปุ๋ยตัวแรกที่ผมใส่ ที่เขียนว่า ไร่อ้อยสีชมภูก็เสื้อของแกของน้าชัย"
เขาสำคัญกับคุณมาก?
"สำคัญมาก ๆ ครับ ถ้าเรื่องของการใช้ชีวิตเขาที่สอนผม ถ้าเรื่องอาหารคือยาย ไม่ได้สอนแต่จำเป็นต้องทำ เพราะอยุู่กันแค่นั้น จันทร์-ศุกร์ อยู่กับยาย แล้วก็คืนวันศุกร์-อาทิตย์ ผมจะไปอยู่กับน้าชัย ชีวิตก็จะวนลูปแบบนี้"
ตอนเด็กคุณฝันอยากเป็นอะไร?
"ตอนเด็ก ๆ ผมฝันไกลมาก อยากเปHนนักบินอวกาศ มันเท่"
คุณไปเห็นมาจากไหน?
"หนังอพอลโล่ 11 อะครับ ที่เขาไปเหยียบดวงจันทร์ของอเมริกา เราดูหนังเรื่องนั้นแล้วเราก็อยากเป็นนักบินอวกาศ มีความฝันเล็ก ๆ อยากจะไปเหยียบดวงจันทร์ ก็ไม่เล็กเนาะ (หัวเราะ)"
แต่สุดท้ายแล้วไม่ได้ไปในทิศทางนั้น
"อยากเป็นนักถ่ายทำสารคดี สตีฟ เออร์วิน (Steve Irwin) ดูแล้วชอบครับ มีใครดูสารคดีของ สตีฟ เออร์วิน มั้ย น่าจะเคยดูกันทุกคนนะ ผู้ชายผมยาวสีทอง ใส่ชุดลูกเสือ กางเกงขาสั้น ไปสู้กับจระเข้ ถ่ายทำสารคดีจนซื้อที่ดินในออสเตรเลียเป็นอุทยาน ซื้อพื้นที่ของตัวเอง อุดมสมบูรณ์ เขาชอบมาก ๆ และเก่งมาก ๆ รัศมี 5 เมตร เขากระโดดลงไปคุยได้เลย"
ชอบอะไรในเตัวเขา?
"เขาดูเก่ง ดูเกินมนุษย์ เวลาเล่นกับสัตว์ตัวเล็ก ๆ เขาไม่เล่น ต้องมีพิษ ต้องอันตราย เหมือนชีวิตที่9hv'เอาไปเสี่ยงทุกนาที ผมอยากเป็นเขามาก เคยทำอยู่นะกิจกรรมแบบนั้น"
คุณไปทำอะไร?
"คุยกับปลาช่อนก็มีครับ"
เขาจระเข้ คุณคุยกับปลาช่อน?
"ก็จับปลาช่อนขึ้นมาได้ ก็นี่ล่ะครับท่านผู้ชม เราจะพบได้ในเขตอีสานนะครับ ทำเล่น ๆ กับเพื่อน ไม่ได้มีกล้อง เพื่อนบอกประหลาด เล่นกันมันมีแค่นั้น"
ร่องรอยคุณคือมาแบบนั้นนะ คอนเทนต์น่ะ
"เลิกทำไปช่วงหนึ่ง เลิกอยากทำไปช่วงหนึ่งเพราะ สตีฟ เออร์วิน เขาโดนปลากระเบน ทำให้ปวด สตีฟ เออร์วิน คือปักเข้าหวัใจเลย เราเสียใจมาก ไอดอลนะ ตอนเขาเสีย ร้องไห้เลย"
คุณเคยไปถ่ายสารคดีที่อินเดียด้วย
"เรื่องนี้มันมาก ทำก่อนหน้าจะมาทำคอนเทนต์เซียนหรั่ง ซักอายุ 19 ลองไปดู ไปกับคณะธุดงค์ของวัดพระนอนจักร์สี สิงห์บุรี ตอนน้้นไปกับเจ้าอาวาส พระเทพปริยัติสุธี ตอนนี้ท่านปรับยศแล้ว ท่านมีความชอบว่าไปเดินธุดงค์ตามเส้นทางชมพูทวีป จากเส้นทางที่พระพุทธเจ้าเดินจากเนปาลไปเจดีพุทธคยา เราเดินธุดงค์จากพุทธคยาไปเนปาล คือย้อนกลับไป"
ไกลมั้ย?
"ไกลมากพี่ ใช้เวลาเดินประมาณ 45 วัน"
เดินอย่างเดียวเลยเหรอ?
"แต่ผมขึ้นรถตู้ (ยิ้ม)"
เราทีมงานไง?
"ไม่ได้ไง มีแอ๊บ ๆ อยู่ มีอยู่มีถ่ายอรูปอยู่ แต่จำได้ว่า 40 กว่าวัน เจอทุกสภาพอากาศ จากนิวเดลีจนถึงลาดัก ทุกสภาพอากาศ ดารัมซาร่า มีหิมะ เส้นถนนโรตังก็มีหิมะภูเขาดินอีก ไม่มีต้นไม้เลย ดินล้วน ๆ ยอดเป็นหิมะ มันเป็นเทือกเขา เลาะไปเรื่อย ๆ อินเดียเป็นอะไรที่ชอบมาก ๆ มันคือประสบการณ์อีกครั้งหนึ่ง"
เข้าวงการศิลปิน พิธีกร คุณเข้ามาได้อย่างไร?
"อินเดียนี่แหละ สนุกมากนะอินเดีย เริ่มจากตรงนี้แหละ อินเดียที่ผมไปเป็นโซนเหนือ สิ่งที่ประทับใจมาก ๆ คือเข้ามีตลาดเช้า ไม่ใช้ตลาดขายของนะ เป็นตลาดขี้ ทุกเช้าทุกคนจะนั่งแบบนี้ ทุกเช้าเลย ไปด้วยกัน ชาร์จด้วย สิ่งที่หายากมาก ๆ ในอินเดีย ห้องน้่ำส่วนกลางพี่ไม่อยากเข้าหรอก เหมือนไปดูสโตนเฮนจ์ เวลาเดินที่อินเดียเดินแบบแคตวอล์กไม่ได้นะ (ทำท่าเดินไปมาหลบหลุม) ไม่งั้นพลาด ตูมแน่!"
แล้วคุณไปปล่อยกับเขาด้วยเหรอ คุณไม่เขินเหรอ ?
"อินเดียทำให้ผมรู้ว่าการเปิดตูดเป็นเรื่องปกติ เพราะมันมีอยู่ครั้งหนึ่ง ห้องน้ำมันหายากมากพี่ตอนนั้นขึ้นไปลาดัก มันมีห้องน้ำริมทางเลย ไม่มีหมู่บ้านเลย มีกล่องสี่เหลี่ยมตั้งริมทาง แล้วเขียนว่า toilet มีบันไดนะ สูง ๆ ต้องขึ้นไป เราก็งงว่าเออทำไมเราต้องขึ้นไปนะ มันจะมีที่สูง ๆ มันต้องสูงแหละ ลองส่องลงไปว้าว!สโตนเฮนต์ ผมชอบที่สุดคือ แม่น้ำจำชื่อไม่ได้ มันมาจากการละลายจากเทือกเขาหิมาลัย น้ำมันเย็นมาก คุณไม่สามารถใช้น้ำนี้ล้างตูดได้ เหมือนเอามีดมากรีดเลย"
ทำไมคุณถึงรุู้ล่ะ?
"ผมลองดูแล้ว แค่จุ่มมือยังบาดเลยพี่ พี่เคยนั่งฝาชักโครกแตกมั้ย ถ้านั่งก็คือโอ๊ย! อะแหละ แต่เราก็ต้องมีไอเทมเริ่มเก่ง ชำนาญ ข้างแม่น้ำวิวดี ทีนี่เหมาะสม ถ้าในหนังซีนนี้ได้เลย ไปพร้อมชวดน้ำไปล้างตูด นั่งลงข้างแม่น้ำ นั่งมองฟิน ๆ แม่น้ำไม่ได้กว้าง แค่ 7 เมตร ชมเทือกเขาหิมาลัย ฝั่งตรงข้ามเหมือนส่องกระจก อีกคนถือขวด เหมือนเราเลย (หัวเราะ) ทำอะไรไม่ถูก เหมือนส่องกระจก พี่รู้มั้ยผมทำยังไง (เชียร์ส) ยกขวดน้ำขี้ไปพร้อมกันดีกว่า"
มันนะ?
"ไปบวชที่นุ่นด้วย ถ้ารวมกันบวชที่อินเดีย10 เกือบ 20 วัน แล้วมาบวชที่ไทยด้วย เกือบ 2 เดือน"
ช่วงไหน ช่วงที่ไปทำสารคดีแล้วบวช?
"ไปถึงลาดักแล้ว โบสถ์เขาพึ่งสร้างใหม่ เราก็ไหน ๆ แล้ว ก็ไม่เคยบวชพระเลยนี่หว่า ก็เลยถามว่าอายุ 19 บวชได้เหรอครับ เขาบอกว่า การบวชเป็นพระต้องอายุ 20 แต่ 20 นับเดือนในครรภ์ด้วย ถ้านับในครรภ์เรา 20 แล้ว ก็เลยได้บวชใชชีวิตที่นั่น แล้วมาจำวัดอยู่ที่ดารัมซาร่า เป็นวัดของหลวงพ่อนีแหละครับ"
บวชที่อินเดียกับที่ไทยต่างกันมั้ย?
"ต่างพี่ สนุกมากบวชที่อินเดีย อินเดียคือจุดกำเนิดของพุทธ จริงครับ แต่ว่ามีคนที่นับถือพุทธในอินเดีย น้อยมาก เพราะหลัก ๆ ของเขาคือพราหมณ์ ฮินดู มุสลิม พุทธคือน้อยมาก แล้วน้อยไม่พอ แบ่งเป็นสองนิกายอีก แล้วโดนแบ่งเป็น แล้วกลายเป็นว่าคนอินเดียเขาไม่เข้าใจวัฒนธรรมของพุทธ แล้วเวลาเราไปบิณฑบาต สนุกเลย คือเข้าใจมั้ยไปบิณฑบาตกับคนที่เขาไม่เข้าใจมั้ย มันเหมือนการเผยแผ่ เดินอุ้มบาตรไปหยุดหน้าบ้านเขา แล้วเขาก็มอง (เขาก็ไม่รู้ว่ามาทำอะไร) เขาก็คงแบบ อะไร มาทำไม บ้านหลังใหม่ ๆ ด้วย ผมก็ไปกับเณร เลิ่กลั่ก ไงต่อล่ะเณร"
แล้วคุณใช้ภาษาอะไร?
"ภาษาไทย เพราะว่าเณรเป็นคนไทย"
แล้วคนแถวนั้นคืออินเดีย?
"ใช่คนอินเดีย แต่ไม่ได้คุยกับเขา แค่ไปยืน วันแรกไม่ได้ กลับมาแห้ว บาตรสะอาดกริ๊บเลย ซีนนี้ไม่ค่อยดี ถ้าเล่นหุ้นก็ขาดทุนอะพี่ วันแรกติดดอย"
วันที่ 2 เกิดอะไรขึ้น?
"วันแรกผมได้ยางมัดถุงแกง เขาเอามาใส่ให้ แปลกมั้ย ถ้าตามหลักธรรมคือเราไม่สามารถปฏฺิเสธของที่เขาใส่บาตรได้ และไม่สามารถปฏิเสธการฉันได้"
คุณต้องกินยางเหรอ?
"ตอนแรกผมคิดแบบนั้นเลย ต้องกินมั้ยเณร ไม่ต้อง พอวันที่ 3 ได้แผ่นปาจาตี นี่แหละรสพระธรรม ซาบซึ้ง"
พระเข้าห้องน้ำที่ไหน?
"ในวัดมี เคยปวดท้องก็มี"
เป็นพระก็...ตรงนั้นได้เลยเหรอ?
"ก็ถกสบงแล้วทรงพลังพี่ ฝาบาตรปิดหน้าไม่มีใครรู้แล้ว แต่จำได้ว่ามีบ้าน 2-3 หลังที่แปลก ๆ คือเขาให้นะ แต่ดูไม่ค่อยพอใจ คือบิณฑบาตที่ไทยทุกคนเดินมาถอดรองเท้า นั่งใส่บาตร นี่ปาจาตีบินอะ หน้าเตาเลย เราก็อายุวัณโณสุขังพลัง โคตรดีเลย เณรข้าง ๆ ผมโคตรเก่ง ชำนาญมาก ตบบาตรรับได้เลย โคตรเก่ง"
คุณได้อะไรจากการบวชช่วงนั้นบ้าง?
"ได้แหละ ได้ผ่อนคลายมากพี่ โทรศัพท์ไม่จับเลย อยู่โน่นเลย อินเดียสนุกจริง ๆ"
คิดถึงอะไรที่นั่นที่สุด?
"ไปบวชนี่แหละ เพราะเป็นศูนย์รวมความเชื่อจริง ๆ มันมีทุกอย่าง ความเชื่อมันพาคนมาไกลขนาดนี้เลยเหรอวะ"
เห็นอะไรหลากหลาย มีความเชื่อของตัวเอง หรือสิ่งที่เรายึดมั่นมั้ย คำคมมีมั้ย?
"ผมชอบเดินทางสายกลาง ง่าย ๆ ไม่ตึงเกินไป ไม่หย่อนเกินไป แต่ว่าตั้งแต่ใช้ชีวิตมาก็ตึงเปรี๊ยะ แล้วหย่อนฮวบเลยนะ คือเราชอบแบบอะไรก็ได้ง่าย ๆ สายกลาง แต่ที่รู้สึกที่ใช้ชีวิตมาไม่มีอะไรสายกลางเลย ตึงเลย ตึงมาก ๆ ทำงานเยอะ กินก็กินสุด ทำงานก็สุด ทำให้ตึงไปเลย ขี้เกียจก็ยขี้เกียจให้สุดไปเลย"
ขี้เกียจสุดคืออย่างไรนะ?
"นอนลืมตาแบบทั้งวัน ไม่จับอะไรทั้งวันได้เลย"
ตึงสุดที่ทำงาน มาคือ?
"คือทำทุกวันเลย เนี่ยช่วง 2-3 ปีนี้ ทำทุกวันเลย ปีปีหนึ่งแล้วมานั่งรวมวันหยุดอะพี่ ตกประมาณเดือนละวันอะครับ วันหยุด ใน 1 ปี ของผมไม่เกิน 20 วัน"
2-3 ปีที่ผ่านมาคุณใช้ทั้งวันที่ว่างทำอะไร?
"นี่ไง นั่งทั้งวัน"
แฮปปี้มั้ย งานเยอะคนรู้จักภาพฝันนี้เคยคิดมั้ย เป็นพิธีกร?
"แฮปปี้ ๆ ครับพี่ ไกลเกินกว่าที่คิดไว้ เพราะว่าสุดท้ายแล้วผมมองว่าผมก็คงทำเกษตร farmer อยู่แล้วครับ ทำสวนทำอะไรอยู่แล้ว คือถ้าไม่ได้ทำแบบนี้ ก็คงไม่เปิดร้านมอเตอร์ไซค์ก็ทำสวน"
พอได้มาทำแบบนี้คุณรู้สึกดีมั้ย?
"รู้สึกดีนะพี่ การเป็นที่รักมันทำให้ทุกคนรู้สึกดีอยู่แล้ว เป็นที่รัก มักที่เกลียด อะไรนะ นี่จะพูดอะไรเนี่ย นึกไม่ออก จะคิดคำพูดเท่ ๆ นึกไม่ออกอีก"
คุณได้คอมเมนต์อะไรจากคนที่รักคุณบ้าง?
"มีนะ โจทย์แรกที่ทำคือบรรเทาความคิดถึง เราตั้งมาเลย รู้สึกว่าเราเหนื่อยจากการทำงานในกรุงเทพ เราอยากกลับบ้าน ก่อนทำเซียนหรั่งนะครับ ตอนนั้นทำเบื้องหลังทั่วไป เก็บตังค์ช่วงนั้นมันมีโควิด พอโควิด เศร้า ล็อกดาวน์งานในวงการบัเนทิงก็พักไป เราทำงานในวงการบันเทิงก็เก็บตังค์ ใช้หมดเลย ใช้อาทิตย์เดียวเองมั้ง เก็บได้ 8,000 บาท ตอนนั้นน่ะ ตอนนั้นนั่งอยู่กับสิงโต เพื่อนอีกคน"
คุยอะไรกันตอนนั้น?
"เมาแล้วฟุ้งพี่ ตอนนั้นรายการเซียนหรั่งมันมาจาก รายการหนึ่งมันคือสารคดีนะ เราจะไปหาวัตถุดิบมาเพื่อทำอาหาร สมมติจะเล่าเรื่องจิโป่ม (เป็นแมลงในวงศ์ จิ้งหรีดที่มีขนาดใหญ่ที่สุด) แล้วพาร์ทหนึ่งที่ต้องไปล่ามันแล้วมาทำอาหาร เพื่อทำอาหารห้าดาวอีกทีหนึ่่ง คิดไปคิดมามันถ่ายยาก ก็เอาช่วงนั้นไปหาแล้วทำกินเลยแล้วกัน ฟีลดีด้วย คิดถึงบ้าน ยังไม่่มีชื่อรายการด้วย นั่งคิดกันกับสิงโต ตอนนั้นคือชื่อ อีสาน 5 Star อีสานห้าดาว ถ่ายแบบโลคอล พอไปคุยกับอีกคนหนึ่งคือพี่จ๊อบ เขาถ่ายให้ได้มั้ย คิดไปคิดมาก็เออเป็นเซียนหรั่ง"
เซียนหรั่งได้มาจากไหน?
"มันมาจาก ถ้าสมมติว่าใครเก่งอะไรเขาจะเอาคำว่าเซียนมาตั้ง เซีวนพระ เซียนไก่ เซียนนั่นเซียนนี่ เราก็อุปโลกน์ให้เราเก่งทุกอย่างไปเลย ก็เลยเป็นเซียนแล้วก็ตามชื่อเลย มาดิ เราเก่งทุกอย่าง เราอุปโลกน์ตัวเองเลย ก็เลยคิดว่าเออเซียนหรั่งน่าสนใจ มีความเป็นเซียน วิถีมีความฝรั่ง ซึ่ง Contrast มาก"
มีแขกรับเขิญเกาหลีก็มี แบมแบมก็มี
"เกินที่คิดไว้เยอะมาก กลับไปที่โจทย์แรก เราแค่ทำให้คนหายคิดถึง คนอีสานที่ไปทำงานต่างจังหวัดแล้วไม่มีโอกาสได้กลับบ้าน อย่างน้อยดูเราเพื่อบรรเทาความคิดถึง เรากลับบ้าน ทำเพราะโจทย์นี้ เราคิดถึงบ้านเราอยากใช้ชีวิตแบบนี้ มันเลยได้ทำทุกวัน เลยไม่เบื่อ มันคือกำไร คนดูก็กำไร เราก็อยากใช้ชีวิตแบบนี้อยู่แล้ว พอทำเสร็จก็มีคอมเมนต์ดูแล้วหายคิดถึงบ้าน อันนี้คือที่เราอ่านแล้วชอบมากที่สุด"
คุณอ่านหนังสือ สามก๊ก ด้วย
"ใช่ครับ เขาบอกว่าเขาบอกว่าอ่านสามก๊กจบสามรอบคบไมได้ พี่รู้มั้ยทำไม มันอ่านนาน ไม่มีเวลาคบกันแล้ว"
ชอบตัวละครไหนในนั้น?
"สุมาอี้"
แล้วถ้าสุมาอี้ต้องสู้กับจิงโจ้ 14 ตัว
"สุมาอี้แพ้อยู่แล้ว"
ทำไมชอบสุมาอี้?
"ผมว่าเขาฉลาดมาก เขาไม่เคยตายในก๊กไหนเลย เขาเป็นคนอยู่รอดปลอดภัยในทุก ๆ สถานการณ์ ชอบครับ ผมว่ามันใช้ได้ในชีวิตจริง ถ้าคุณเป็นขงเบ้งก็คงอยู่ได้ไม่นาน ถ้าเป็นโจโฉก็ยิ่งใหญ่ได้ซักพัก ตงฮินเกินไปก็อาจทำให้ใครไม่ชอบ ก็เลยชอบสุมาอี้นี่แหละชอบสุดเลยครับพี่"
จากนั้นก็เล่นเกมทายคำและทำเสียงใบ้กันสนุกสนานและต่อด้วยช่วงตอบคำถามจากแฟน ๆ
คำถามแรก ปรัชญาในการทำงานของพี่โน่ค่ะ มีมั้ยคะ?
"ขอบคุณสำหรับคำถามครับ ผมเป็น Extrovert สายแบบชอบเจอคนใหม่ ๆ กำไรของชีวิตสำหรับผมนะ คื่อการได้รู้จักคนใหม่ ๆ เราได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ ทัศนคติอะไรใหม่ ๆ บางสิ่งบางอย่างใข่ว่าเดิมจะดี บางส่งบางอย่างทำให่้ชีวิตไม่มีสีสัน ชอบเจออะไรใหม่ ๆ ชอบที่จะได้พบเจอ ผมรู้สึกว่ามันคาดเดายาก สดใหม่ แล้วมันทำให้เราปรับตัวเข้ากับอะไรใหม่ ๆ ได้"
คำถามที่ 2 ในจุดที่คนเมืองโหยหาความเรียบง่ายนั้น พี่โน่คิดว่า คำว่า ไม่ขาด ไม่เกิน สไตล์ไทบ้านคืออะไร?
"คำถามดีครับ อะไรนะ (หัวเราะ) ผมว่าทุกคนน่าจะชอบสิ่งที่ตัวเองขาด ผมว่าพื้นฐานเลยนะ ไม่ว่าจะคนเมืองหรือคนต่างจังหวัดก็ตาม คนที่ไม่มีล้านหนึ่งก็อยากไอล้านหนึ่ง คนที่ทมีล้านหนึ่งก็อยกาได้สิบล้าน (คนที่มีตึกก็อยากได้เรือสำราญ) ใช่พี่ เหมือนกับแบบมันหลายอย่าง เพื่อนผมบางคน อ่านหนังสือมีชีวิตทุกวัน มีเวลาพักก่อนทุกวัน อ่านหนังสือทุกวัน เขาก็ยังโหยหาอิสรภาพเลย เพราะเขาอยู่ในคุก (หัวเราะ) คนเราต้องการในสิ่งที่ตัวเองขาดอยู่แล้ว มนุษย์ถููกสร้างมาแปลกมาก ถ้าเราก็ไม่อยากให้ชีวิตมันชิลเกินไป คำถามคืออะไรนะ เสน่ห์ของความขาด ๆ เกิน ๆ ผมว่าไทบ้าน คือความจริงใจ ที่เราไม่โกหก เราไม่เลือกที่จะหลอกคนดูเราเป็นยังไงก็ได้โปรด จะตัดสินก็ตัดสินเราทีเราเป็นเรา ไม่พยายามเป็นคนอื่น เราจะเป็นเราในแบบของเราแบบนี้แหละ พอจริงใจไปเสร็จปุ๊บก็เลยน่ารักมั้ง ความจริงใจมันเลยนำพาไปซึ่งความขาด ๆ เกิน ๆ เพราะไม่มีอะไรนำพาไปได้ ไม่มีอะไรในชีวิตที่พาเราไปเป๊ะ ร้อยเปอร์เซ็นต์อยู่แล้ว น่าจะเป็นรายการแรก ๆ ที่ไม่ได้ก็บอกตรง ๆ ว่าถ้าไมได้ก็บอกตรง ๆ ว่าไปซื้อตลาด ซื่อตรงเราไม่ใช่คนดี ไม่ใช่คนน่ารัก ก็ทำเลยตั้งแต่แรก ได้โกรธอย่าคาดหวังกับผม แค่สนุกกับงานที่เราทำก็พอแล้ว"
คำถามสุดท้าย ไม่ใช่คำถาม เป็นขอกำลังใจให้กับคนมาเรียนไกลบ้าน ทำงานไกลบ้านหน่อย
"แน่นอนครับการออกมาเจอสิ่งใหม่ สำหรับหลาย ๆ คนอาจน่ากลัวแต่สำหรับผมชอบสิ่งใหม่ ๆ บางคนชินกับสภาพแวดล้อมเดิม ๆ อยู่บ้านพออะไรที่แปลกใหม่ก็น่ากลัว สำหรับหลายคน เข้าใจว่าชีวิตมันน่ากลัว แต่เราต้องเจออะไรใหม่ ๆ ก็ต้องบอกว่า "อดเอา" (สำเนียงอีสาน) ก็ชีวิตสุดท้ายคุณเลือกทางเดินชีวิตได้อยู่แล้ว สุดท้ายมันคือชีวิตของคุณ จะกลับตอนไหนก็ได้ ทางเดินเราอาจจะไม่ได้เยอะ แต่เราสามารถเลือกทางเดินตัวเองได้ เมื่อไหร่คิดที่คิดถึงบ้านกัน บ้าน เมื่อ่ไหร่ทื่ถ็รู้สึกว่าอยากกลับบ้านพอแล้ว ก็ไปหาพื้นที่ ที่มันสบายใจอยู่ วิธีการที่จัดการตัวเองให้ง่ายที่่สุดคือ จบที่เราเบาที่สุด เราเลือกได้รับและเป็นกำลังใจให้ ทำงานให้เต็มที่ คิดถึงบ้านก็แค่กลับบ้าน มันง่าย ๆ Simple ครับ เราเลือกได้ ชีวิตเราแต่ไม่มีใครกำหนดเราได้ ถามว่ามีผลกับชีวิตมั้ย มี เขาชี้นำเราไม่ได้ แต่เราอะเลือกเองได้ เราอยากเลือกทางนี้เราก็แอบไปทำ ไม่ต้องบอก ไม่มีใครฟังคุณหรอก จนกว่าไอเดียนั้นมันจะสำเร็จนั้นจริง ๆ ตอนแรกถ้ามานั่งเล่าจะมีรายการแบบนี้ แบบนี้นะ เมื่อ ไปเมื่อสิบปีที่แล้ว เขาก็มองว่าผมเพ้อเจ้อ เล่าอยู่บ้านก็เพ้อเจ้อ ไปเรียนเหอะ ไม่มีใครมองเห็นความสำเร็จของตัวคุณได้ นอกจากตัวคุณเอง ถ้ามั่นใจก็ทำเลย ถ้าบอกใครไม่ได้ก็ไม่่ต้องบอก แต่สิ่งเดียวที่คุณต้องบอกคือต้องบอกตัวเอง ไม่บอกตัวเองแล้วก็ไม่ทำก็ได้ครับ แค่บอก (หัวเราะ) ปล่อยค้าง คา ๆ งั้นแหละ ต้องลองนะ ต้องลองทำ ถ้าไม่ลองทำก็ไม่ได้ไม่ได้ ทุกคนคิดได้หมด ทำได้มั้ย อีกเรื่องหนึ่ง สำเร็จไม่สำเร็จนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง อย่ากำไรคือได้ทำ ทำแล้วขาดทุนก็มี เพราะฉะนั้นก่อนทำก็คำนวณดูดี ๆ"
ทำรายการมาเยอะ คุยกับคนเยอะเจอคนเยอะ สิ่งที่ได้เรียนรู้จากซูเปอร์สตาร์ เจอคนทำงานเก่ง ๆ เรียนรู้อะไรจากคนเหล่านั้นที่ได้มา
"เยอะนะ มีช่วงนึ่งที่ผมเกือบจะเป็นไม่น่ารัก ไม่ใช่ว่าหยิ่งนะ มันเหมือนเคยเห็น Extrovert ที่เหนื่อยมั้ย เราไม่ได้เป็น Introvert นะแค่เป็น Extrovert ที่เหนื่อย มันเหนื่อย มันเอ๋อ มันกลัวคน มันมีช่วงหนึ่งที่กลัวคน ไม่เอาแล้ว เวลามีคนมาชอบมาก ๆ มาหา ก็กลัว พอกลัวก็ดูไม่น่ารัก เราก็น่าเกลียดนะ เรากำลังทำตัวน่าเกลียดอยู่นะ ไปเจอคำพูดหนึ่งของพี่มาริโอ้ เดี๋ยวมีคนมาขอถ่ายรูป พี่โอ้ไม่เคยปฏิเสธใครเลย แล้วเขาจะใช้คำพูดนึงตลอดเวลาว่า เราไม่ค่อยได้มาทางนี้บ่อย เขาไม่ค่อยได้เจอเราหรอก ถ่ายรุปกับเขาไปเถอะ มันแบบคำพูดของแกทำให้ดูเขามองโลกในแง่ดี ๆ จัด ๆ เลยอะ เป็นคนที่ทัศนคติดีมาก ๆ ไม่ได้มองถึงเรื่องตัวเองเลยอะ ไปมองถึงเรื่องว่าแฟนคลับคนนี้ เขาไม่ได้มีโอกาสได้จได้เจอบ่อยนะ ถายรูปกับเขาเลย ก็จะพยายามจะทำให้ได้ครับ"
แฟนคลับมาชื่นชอบ ชอบมั้ย?
"ชอบหยอกแฟนคลับ เวลาแaนคลับเล่นตลกอะไรมา ผมก็ขำ ติดเล่นไป ยิงมุกมา ก็ทำให้เสียความมั่นใจเลย หยอกแบบติดแซะ รักแหละ หยอกแบบรัก"
คำถามสุดท้าย คุณเซเลบริตีมีคนชื่นชอบมากมาย คิดว่าอะไรที่ทำให้แฟนชื่นชอบรักคุณ?
"Simple จริงใจครับ เลือกที่จะไม่โกหก มันง่ายมาก ไม่ใช่แค่แฟนคลับ คนไทยทุกคนเกลียดคนโกหก ทำอะไรก็ตามดีแค่ไหนก็ตาม ถ้าเลือกโกหกสักครั้ง คนไทยเป็นคนไว้ใจคน เชื่อใจกัน ถ้าเป็นการโกหก คนไทยให้อภัยยาก มันเหมือนโดนทำร้ายจิตใจ โดนต่อยครั้งหนึ่ง ยังไม่เท่ากับโดนโกหกครั้งหนึ่ง (จริงมั้ยเนี่ย) ไม่จริงพี่ เราลองดูแค่ทีเป็นข่าวต่าง ๆ นานาอะไรทีเป็นการโกหก ไม่ถูกยอมรับ เลยเลือกที่จะ...ไม่พูดความจริง (หัวเราะ) ผมนี่โกหกปลิ้นปล้อน ผมว่านั่นแหละทำตัวให้น่ารักครับ แค่นั้นเลย คนไทยชอบคนน่ารัก"
ติดตามชม ในรายการ The Celebrities EP.10 ในวันศุกร์ที่ 18 กันยายน เวลา 20.00 น. และรับชมได้ที่ TrueID และติดตามตอนใหม่ ๆ ของ The Celebrities ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. ที่ TrueID เท่านั้น!
อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :
- The Celebrities EP.9 : เต-นิว x โพก้าซัง การเติบโต ความฝัน และกำลังใจ
- The Celebrities EP.7 : พีพี กฤษฏ์ เปิดเบื้องหลัง ความสำเร็จที่ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์
- The Celebrities EP.4 : บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ย้อนเส้นทางสู่ความสำเร็จ พร้อมเผยเรื่องราวในชีวิต
- The Celebrities EP.3 : "หมอตังค์-ฟาโรห์" จากนักเล่าเรื่อง สู่วันที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ
- The Celebrities EP.2 : ต้าห์อู๋ เปิดใจความฝันในวัยเด็ก พร้อมเผยมุมสุดอบอุ่น
- เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1
- รวมลิงค์ดู The Celebrities ทุกตอน ทาง TrueID
- ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้
>> สมัครแพ็กเกจ TrueID+ สมัครเลย <<
เรื่องเด็ด ครีเอเตอร์คัดให้ ดูได้เลยกับ ทรูไอดีพลัส ในราคาพิเศษ
ได้ตั้งแต่วันที่ 17 กันยายน - 8 ตุลาคม 2569 เท่านั้น