รีเซต

เปิดใจ "วิลเลี่ยม-เอส" ไม่มีความพยายามไหนที่ง่าย กว่าจะมีวันนี้ ใน The Celebrities EP.15

เปิดใจ "วิลเลี่ยม-เอส" ไม่มีความพยายามไหนที่ง่าย กว่าจะมีวันนี้ ใน The Celebrities EP.15
Waterbee
24 ตุลาคม 2569 ( 09:00 )
46

The Celebrities EP.15 : ชวนไปรู้จัก "วิลเลี่ยม จักรภัทร แก้วพันธุ์พงษ์" และ "เอส ศุภ สง่าวรวงศ์" คู่พาร์ตเนอร์จาก GMMTV เปิดใจตลอดเส้นทางที่ผ่านมา ทั้งความทรงจำ มิตรภาพ และประสบการณ์ที่มีความหมายสำหรับทั้งคู่ และยืนยันว่ากว่าจะมีวันนี้ ทั้งคู่ไม่มีคำว่า "ง่าย" ขอบคุณทุกคนที่รักและซัปพอร์ต ไม่เคยคิดว่าเกิดมาจะมีคนไม่รู้จักรักได้ขนาดนี้ "กตัญญู สว่างศรี" พิธีกรสุดฮา เปิดหัวใจสองหนุ่มฮอต ทั้งสนุกสนานและได้แง่คิดมากมาย แถมอมยิ้มไปด้วยในหลายโมเมนต์ 

The Celebrities EP.15 “วิลเลี่ยม-เอส”

เสียงกรี๊ดสนั่นหวั่นไหว สตูฯ เมื่อกตัญญูถึงกับแซวแฟน ๆ หลังจาก "วิลเลี่ยม-เอส" มาเป็นแขกรับเชิญในรายการ ความน่ารักกระจายไปทั่วอณูในวันนี้ 

สบายดีมั้ยครับช่วงนี้?
วิลเลี่ยม : สบายดีครับ งานยุ่งนิดนึงเลยแหละ 

มีเวลาได้พักผ่อนมั้ยครับ? 
วิลเลี่ยม : มีน้อยครับ

แล้วเวลาพักผ่อนทำอะไรกัน ?
วิลเลี่ยม : นอนครับ ฟังเพลง 
เอส : นอนกอดหมอน นอนหาว
วิลเลี่ยม : กอดหมอนนอนหนาว

อยากย้อนไปวัยเด็ก วิลเลี่ยม-เอสเป็นคนอย่างไร ใช้ชีวิตแบบไหน เอาช่วงประถมแล้วกัน?
เอส: เป็นเด็กร่าเริงกล้าแสดงออก เป็นเด็กสดใส เป็นเด็กเรียนจนถึงม.1-2 ก็สอบเพชรยอดมุงกุฏประมาณนั้น
วิลเลี่ยม : เพชรยอดมงกูฏฯ คืออะไร

เอส : สอบภาษาไทย ของตอนป. 6 วัดระดับ ไปแข่ง เข้ารอบไป  พอขึ้นม.1-2 ก็โฟกัสว่ายน้ำมากขึ้น ว่ายน้ำนานแล้วแหละ พอมาจริงจังก็มาโฟกัสว่ายน้ำ ไม่ทิ้งเรียน สดใสมาก ก็เป็นเด็กร่าเริงกล้าแสดงออกคนหนึ่ง


อะไรคือความสดใส?
เอส : หัวหน้าห้องแล้วพอขึ้นประถมมาก็ส่งการบ้านก่อน พอมัธยมก็คนปกติ ไม่เนิร์ดมาก 

หัวหน้าห้องทำหน้าที่อะไร?
เอส : เป็นแบบประถมต้น จดชื่อคนคุย รวบรวมการบ้าน ฟีลแบบขอไปเอาเอกสาร คอยดูเพื่อน ประมาณนั้น 

วิลเลี่ยมล่ะ?
วิลเลี่ยม : พูดหลังแล้วดูแย่เลย ผมโดนหัวหน้าห้องจดชื่อ อย่างนั้นเลย 
เอส : ดีนะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกัน
วิลเลี่ยม  : ชีวิตส่วนใหญ่มตอนนั้นเป็นเด็กเรียนไม่เก่ง กิจกรรมเลิศเลย ผมเล่นหมด ฟุตบอลก็เล่น เล่นก็บอลพลาสติก ฟุตบอลเบา ๆ คือขี้อาย มีช่วงที่เป็นงานโรงเรียนที่ขึ้นไปเต้น เราต้องหาคนที่มาในห้อง วิลเลี่ยมนะต้องไปเต้นเราไม่อยากเต้นเลย ผมเป็นฝ่ายไปเลยจำได้ว่าไปเต้นตอนนั้น 6-7 คน โสดกะปริบกระปรอย เหมือนผมก็ไม่อยากโชว์เลย อายคนมาก ๆ เราไม่เคยเต้น มันขยับร่างกายอย่างไร ไปขอครูว่าทำอย่างไรได้บ้าง ไม่อยากเห็นคน ไม่อยากให้คนดู อย่างไรก็ต้องขึ้น แต่ครูเขาบอกมีอะไรให้ช่วย เขาไปเอาแว่นดำมาให้ ตอนเราโชว์อยู่ที่เดิม หลับตาเต้นไป นั่นคือจุดเริ่มต้นของการเป็นไอดอลเลย 

ครูติดเล่นเหรอ มันใช่เหรอ หรือเราก็บอกว่าได้?
วิลเลี่ยม : ก็คิดว่ามันต้องขึ้นแล้ว เพื่อนก็เร้า ใส่แว่นดำขึ้นเวที แว่นดำอยู่ตรงกลาง เราก็บอกไม่เป็นไรอยู่ มันมีเสาบังพอดี ให้เขาไปอยู่ด้านข้าง เพื่อนไม่คุยด้วยเลยตอนนั้น ก็มีแว่นคนเดียวตอนนั้น

เอสล่ะมีอะไรแบบนี้มั้ย?
เอส : มีครับ ผมฟีลแบบงานลอยกระทง ขึ้นไปเต้น ได้รับมอบหมายมาแก๊งเราไป เราก็ไปด้ว โตหน่อยก็โดนบังคับเรียนเต้นรำ ลีลาศ งานโรงเรียนก็มีไปโชว์ แต่ลีลาศลืมไปหมดแล้วพี่ 

ครอบครัวเป็นอย่างไรกันบ้าง?
วิลเลี่ยม : ผมอยู่กันสามคน มีพ่อ แม่ ผม ข้าง ๆ ก็จะเป็นบ้านคุณปู่ บรรยากาศก็เป็นวัยเด็กที่แบบ พ่อแม่ก็ไม่ให้เล่นเกม ถ้าจะเล่นก็มาเล่นบ้านปู่ เพราะพี่อยู่ที่นั่น พอพี่เล่นเสร็จเราก็เล่นตาม ฝั่งบ้านปู่ไม่ชอบให้ผมเล่นดนตรี กลัวว่าจบมาจะลำบาก เพราะฝั่งนั้นเขาเรียนเก่งหมด เขาไม่ได้บอกว่าอยากให้เป็นอะไร แต่อยากให้เรียนเก่ง ๆ คะแนนดี ๆ ช่วงประถม จะมีวิชาหนึ่งทีได้เกรดสี่ตลอด สมมติมี 100 ข้อ ได้ 98-99 ตลอด นั่นคือวิชาวิทยาศาสตร์ ฝันแรกอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ ฝันที่ 2 อยากเป็นนักบินอวกาศ คิดว่าจะได้เป็นนักวิทยาศาสตร์ พอมา ม.1 ผมไม่ชอบคณิตศาสตร์ แต่วิทยาศาสตร์กับมาอยู่คณิตศาสตร์นั่นแหละ จะเริ่มต้นของการไมได้ไปอวกาศได้อยู่พื้นดินไปไม่ได้ไปแล้วอวกาศ เป็นเด็กเรียนไป

เอสละครับ?
เอส : ผมว่าตอนเด็ก มันจะมีพาร์ตที่เราสามารถออกมาวิ่งเล่นไล่จับกัน กระต่ายขาเดียว แต่พอเลยเวลานั้นมา นั้นมาก็เริ่มว่ายน้ำ ตอนนั้นอะเครียด พ่อผมค่อนข้าง strict ค่อนข้าง conservative พ่อบอกไม่ให้ว่ายน้ำ แต่แม่ชอบ ตอนแรกไม่ลงตัว ก็เลยทำทั้งสองอย่างให้ดี เรียนด้วย เพราะพ่อเป็นวิศวะ แต่แม่ก็อยากให้มีกิจกรรมให้ว่ายน้ำด้วย ตอนกลางวันอยู่ในห้องเรียนก็ต้องตั้งใจ อยู่ในสระก็ต้องตั้งใจ ผมเป็นเด็กเนิร์ด ๆ หน่อยในช่วงหนึ่ง ผมเป็นลูกแม่ หม่าม้าบอย 

อ้อนมั้ย ?
เอส : เราเข้าข้างแม่ เราก็จะแบบปกป้องแม่ เหมือนของวิลเลี่ยมก็ conservative  เรียนสำคัญสุด พอเราทำอะไรที่นอกเหนือจากการเรียน เขาจะมองว่ามันจะกระทบหรือเปล่า มองกลับไปก็เข้าใจครับ ถ้าเราอยู่ใน Position นั้นเราก็น่าจะ strict กับลูกเราเหมือนกัน

วิลเลี่ยมไม่ได้ไปอวกาศ ความฝันมาเส้นทางศิลปินจากไหน?
วิลเลี่ยม : พอเข้าม.1 มีรายการ The Mask Singer  ตอนนั้นไปบ้านเพื่อน แล้วก็เปิดอยู่พอดี หน้ากากทุเรียน ร้องเพลงเพราะจังเลย ก็ฮัมเพลงไปเรื่อย ๆ ใส่หูฟังร้องไปจนเดือนหนึ่ง พ่อบอกว่าไปเรียนร้องเพลงมั้ย 

ฟีลแบบว่าเขาอยากให้ตั้งใจ แล้วเกิดอะไรขึ้นเขาถึงถามแบบนั้น?
วิลเลี่ยม : ช่วงนั้นมันคือแบบว่า ผมเป็นนักกีฬาเทควันโดมาก่อน ผมรู้สึกว่าการต่อสู้ไม่ใช่เวย์ของผม ผมไม่ได้ต้องการการแข่งขัน ผมเป็นคนที่โดนเตะแล้วแต้มนำทิ้งห่างก็ใจฝ่อ ก็อยากออกไปจากตรงนั้น กัดฟันหลายปีมาก คนอื่นเขาได้ใช้ชีวิต แต่ผมไม่ ไปฝึก ไปแข่งตลอด ผมว่าไม่ใช่แล้ว แต่พ่อก็รู้ว่าไม่อยากทำ ก็เลยหาเวย์ให้เราลองว่าชอบมั้ย ตอนนั้นไม่กล้าเล่า ผมอยู่ชั้นสองพ่อแม่อยู่ชั้น 4 เขาคงได้ยิน เสียงสูงไปถึงนั่น ก็เลยส่งไปเรียน ก็ค้นพบว่ารู้สึกว่าดนตรีมีผลต่อการใช้ชีวิตของเรา ฟังเพลงอยู่ไม่สนใจเนื้อเพลงแต่พอฟังมู้ดมันก็ร้องไห้ออกมา  

วิลเลี่ยม เนื้อมันเศร้ามั้ยเพลงนั้น?
เอส : ไม่ เพลงนั้นไม่เศร้า ทำให้รู้สึกว่าตอน ม.4 มีความทรงจำ คิดถึงความทรงจำตอนนั้น 

เอสล่ะมีความฝันแบบนั้นมั้ย ระหว่างทางแตกต่างไปจากว่ายน้ำมั้ย มันฝันอื่นมั้ย?
เอส เมือ่ก่อนตอนเด็ก ๆ ผมอยากเป็นนักบินเหมือนกัน คือเป็นอาชีพที่แบบว่าเห็นตัวเอง แล้วก็เข้าสายวิทย์ตอนนั้น ไปสอบทุนเผื่อตอนนั้น 

มาจากไหน ความฝันนี้?
เอส : เหมือนก็เคยดูหนัง รู้สึกว่าเป็นนักบินเท่ เคยคุยกับแม่ แม่ก็อยากให้เป็นนักบินนะ เป็นสิ่งที่เราเห็นตัวเองไปตรงนั้น พอจริงจังกับว่ายน้ำเยอะ ๆ ความฝันเราก็มาอยู่ตรงนี้

ทุ่มเทให้กับการเป็นนักกีฬา
เอส : ใช่ครับ ตอนแรกที่เลือกว่ายน้ำ ไม่คิดว่าตัวเองต้องติดทีมชาติ ลงมือทำไปก่อน อยากว่ายเร็วขึ้น แต่มีวันหนึ่งตอนปีนั้นไปแข่งตอนอายุ 13 อ่าว! ได้เป็นเยาวชนแล้ว งง ความฝันสูงสุดก็คืออยากไปโอลิมปิก มันก็คือความฝันในตอนนั้น

ฝันอื่น ๆ มีมั้ย?
เอส : ไม่มีเลย มุ่งมั่นเรื่องนี้เลย แอยเสียดายเหมือนกัน จริงจังเกินไป เราไม่ได่้ใช้ชีวิตวัยรุ่นเลย ไม่ได้ใช้ชีวิตด้านอื่นเลย 

คุ้มมั้ย เสียดายมั้ย?
เอส : ต้องแลกครับก็เลือกอะไรต้องแลก เสียอย่างอื่นไปก็ได้บางอย่างกลับมา ตอนนั้นที่อยู่ภูเก็ต เหนื่อยมาก ย้อนกลับไปก็ไปอยู่ดี มันทำให้เราพัฒนาตัวเอง ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม เพราะว่ายน้ำ มันก็ได้ ในสิ่งที่เราเสียไป 

คนที่มีอิทธิพลกับพวกคุณมากที่สุด ในการลงมือทำคือใคร?
วิลเลี่ยม  : ผมว่าน่าจะเป็นตัวเอง ที่แบบอยากดีให้ได้สักอย่าง กำลังจะเข้าม.4 มันคือช่วงที่ต้องหยุดเทควันโดจริง ๆ ต้องเรียนมหิดล สอบเข้าดนตรี มันดีตรงที่เขาไม่ใช่เกรด เราก็สอบปฎิบัติ สอบฟัง สอบร้องเพลง คนสอบเยอะมาก การสอบดูยากไปหมดเลย ไปเรียนเพื่มเยอะ พอกลับบ้านมา ต้องให้ครูสอนพิเศษมา เรียนแล้วก็ตื่นเช้าไปโรงเรียนก็เอาการบ้านที่โรงเรียน และที่โรงเรียนมาทำ ขยันมาก ทำไปเรื่อย ๆ จนถึงวันสอบ ผม trauma เรื่องการสอบเข้าโรงเรียนช่วงป.5 จะสอบเข้า จปร. ปู่อยากให้เป็นทหาร เพราะญาติเป็นทหาร ตอนนั้นเทรนนิ่งมาเรียบร้อย นักกีฬาเทควันโดด้วย ร่างกายพร้อมมาก พอแต่ไปถึงวันนั้นเขาขอดูเกรด เกรดผมไม่ผ่าน แล้วพ่อไปบอกว่าเตรียมตัวมาแล้ว ให้ได้สอบได้มั้ย ปฎิบัติให้ดูได้มั้ย มันไม่ได้ ก็ฝังใจเรา พอม.1 ก็เรื่องเกรดเช่นกัน ตอนนั้นต้องเข้ารร.ดังของหาดใหญ่ ที่ต้องใช้เกรด พอสอบปุ๊บ กลายเป็นเราที่ไม่เข้าใจ ไม่เข้าหัวทั้งที่ติวแล้ว เราก็คิดว่าไม่ติดแน่นอนก็เลยไปเรียนอีกที สองครั้งเลย มันคือแรงผลักดันให้ตัวเองตั้งใจมาก ๆ พอตอนสอบ 100 คน ผมได้ที่ 2  ก็เลยแบบพ่อเป็นคนบอกว่า ป้าเขาแนะนำโรงเรียนนี้ ก็ไปมหิดล ลูกน่าจะเข้าไม่ได้หรอก พ่อพูดก่อน เรามีตราบาปมาก่อน พอได้ ก็ดีใจมาก ก็มีพ่อแม่ ปู่ที่จ่ายค่าเทอมแพงนะ ปู่บอกมึงให้มันเรียนไป เดี๋ยวส่งมันเรียนเองจนจบ แต่ปู่ไปแล้ว ปู่เป็นคนเดียวที่ส่งเรียน เชื่อมั่น ซัปพอร์ตผม

กลับมาที่เอส คนที่มีอิทธืพล ของเอสล่ะ แม่หรือใคร?
เอส : ผมว่าแม่นะ เพราะว่ารู้สึกว่าคือก่อนที่เราจะได้สู้ ในเส้นทางนี้ แต่แม่อะสู้มาก่อนเส้นทางนี้ เหมือนแบบเราไม่อยากทำให้ผิดหวัง ก็อย่างที่บอก พ่ออยากให้เรียน แม่อยากให้ว่ายน้ำ แต่แม่ไม่ได้ทำงานแล้ว 

การเป็นศิลปิน ใน GMMTV มาอย่างไร?
วิลเลี่ยม : เข้าเรียนดนตรีแล้วคลาสมันแบบครูไม่มา แล้วก็นั่งในห้องกับเพื่อนแล้วก็ครูสอนร้องลงก็ขึ้นไปที่ห้อง อาจารย์คนนี้จากภาควิชานี้ไปออดิชันดูก็ไป ก้อนหน้านั้นก็มีหลายแคสติ้งที่อยากให้ไป แต่เหมือนเรากลัว อาย ช่วงนี้เรามีภาพที่ว่างเยอะ ทำไปเรื่อย ๆ ผมเป็นตัวเอง ผมไม่ได้อยากเป็นนักแสดงศิลปิน แต่อยากเป็นศิลปิน อยากมีความสุข อยากเป็นร้องเพลง ก็เล่นตัวเองเต็มที่ ก็เต้น TikTok ได้หมด เรียนทุกวันมันเลยช่วงนั้นแข็งแรง ร้องได้หมด จนผ่าน ก็ทำมาเรื่อย ๆ จนวันที่กำลังละอ่อน มาจากเขาชนไก่ ก็เลยเจอมาแคสติ้ง เส้นทางนี้มันเริ่มผุดขึ้นเรื่อย ๆ มาเวิร์คช็อปก็เป็นศิลปินเริ่มขึ้นก็ต่อด้วยนักแสดงต่อเลย จริง ๆ แล้ว ผมมีความรู้สึกไม่ดีกับแอคติ้งคลาสมาก ๆ เพราะตอนเรียนม.ปลาย เขาให้เป็นหมู หมา ม้า สิงโต เสือ 

หลากหลายบทบาทเหมือนกันนะตอนนั้น
วิลเลี่ยม : ให้เป็นงูด้วย ก็ทำไปเถอะไม่ต้องมีคำถามกับมัน เวิร์คช็อปแรกมายด์เซ็ตคือทำไป เราแค่เปลี่ยนมุมมองที่ Positive ขึ้น ลงมือทำไปเอะรู้สึกอะไรก็ทำไป ผลที่ได้กลับมาคือเราได้อะไรบางอย่างที่เราไม่เคยได้ เราได้เช้าไปอยู่ให้มีความสุขมาก ๆ ได้รีแลกซ์ เชื่อในแอคติ้งมากขึ้น เปิดรับพอดี สกิลการจำบทจากพี่เอสแล้ว พัฒนาตัวเองไปเรื่อย ๆ อุปสรรคเยอะมากในกองแต่มันผ่านมาได้ ก็เล่นกับพี่เอสมา 3 เรื่อง มันเลยสบายใจมากกว่า ปรึกษาเขาก็ให้คำปรึกษาตลอด

เอสเจอความยากแบบไหนบ้าง?
เอส : เล่นซีรีส์มาเกือบจะ 2 ปีแล้ว ยังว่ายน้ำจริงจังไปแข่งเก็บตัวอยู่ แล้วก็ไม่ได้ทำตรงนี้เป็นหลัก ทำแค่พาร์ทไทม์  จันทร์-ศุกร์ อยู่ในแคมป์ซีเกมส์ เสาร์ อาทิตย์ไปถ่ายซีส์ ผิวผมไม่ Continue เลย มืดลงเรื่อย ๆ ไป ตอนนั้นคือแบบว่า เป้นสิ่งที่ต้องทำทั้งสองอย่าง ซีรีส์ก็อยากเล่น เก็บตัวก็ต้องเก็บ อยากแข่ง เรียนด้วย เก็บตัวที่จุฬาฯ นอนหอ แต่ก็มันคือความยากในเวอร์ชันที่โอเค รู้ว่าหน้าที่เราคืออะไรบ้าง พอเหมือนเรียนจบปุ๊บก็เริ่มเคว้ง มันจะไปสิ้นสุดที่ตรงไหน ประกอบกับการเรียนตอนแรกอาจไปเก็บตัวต่างประเทศอีกปีหนึ่งไปโอลิมปิก ตอนแรกจะไปอเมริกาเก็บตัวซ้อม แต่ไม่เกิดขึ้น ประกบกับกับช่วงมีโปรดิวซ์เขาทักมามาแคสต์เทมโป้ ก็มาแคสต์ 

เลือกอย่างไร?
เอส : มันต้องไปต้นปี พอแพลนล่มก็จะยังไงต่อดี ตอนแรกรู้สึกว่าเรายังไม่ได้ไปเอเชียนเกมส์เลย เรายังไม่ได้ไปในที่ที่อัปเลเวลเลย เราไปซีเกมส์กับชิงแชมป์โลก มีเอเชียนส์เกมกับโอลิมปิกก็ยังไม่ได้ไปเลย ก็เลยพุชตัวเองมาแข่งซีเกมส์ ไปว่ายผ่านเกณฑ์ก็เลยไปแข่งเอเชียนส์เกม ก็เลยไปเอเชียนส์ไปซ้อม ก็มีแคสติ้งเทมโป้ขึ้นมาตอนนั้น ไม่เคยง่ายเลยนะ ผมไปสมัครงานแล้วด้วยนะ พอแคสต์ผ่านเข้ามา เหมือนจะได้ที่แล้ว ก็มีความลำบากในอีกแง่หนึ่งในการทำงาน มาทำเต็มตัวแล้วก็ยากในอีกรูปแบบหนึ่ง 

คุณผ่านมันมาได้อย่างไร? 
เอส : คือตอนปี 2023 ก็มีโปรเจ็กต์มา ผมมาแข่งเอเชียนเกมส์ก็สิ้นสุดการว่ายน้ำที่ตรงนั้นว่ายน้ำกับเรียนจบแล้วก็เหลือการแสดง มาเริ่มต้นใหม่กับวิลเลี่ยม ในการเป็นพาร์ตเนอร์ ในการเป็นพาร์ตเนอร์กัน โปรเจ็กต์เทมโป้ ในGMMTV มันไม่ง่ายง่ายเลย เกียรตินิยมนักกีฬาทีมชาติ ได้เข้า GMMTV ซีรีส์ประสบความสำเร็จ มันไม่ง่ายเลย มันยากมาก 

ข้างในคุณมีอะไรเยอะมาก? 
เอส : ก็ทำงานกับวิลเลี่ยมก็มากันต่อจนถึงตอนนี้

ทำงานด้วยกัน มีส่วนช่วยพวกคุณอย่างไร?
เอส : เอาจริง ๆ ตอนที่พาร์ตเนอร์อัป ผมก็โนไอเดียกันมา ไม่เข้าใจวงการนี้ขนาดนั้นการมาอยู่ตรงนี้มันต้องทำอะไรบ้าง เราเริ่มจาก 0 ไปด้วยกันดีอย่างไรก็ในเส้นทางที่ลำบากเราไม่ได้ลำบากคนเดียว เหมือนว่ายน้ำซ้อมหนักมาก บางคนเราเหนื่อย ก็เหนื่อยไปกับเรา ว่ายดีก็ดีใจไปกับเรา ว่ายไม่ดีก็ร้องไห้ไปกับเรา อันนี้ก็เหมือนกัน วันไหนเหนื่อยก็เหนื่อยไปด้วยกัน วันไหนไม่เหนื่อยก็มีความสุขกัน ผลงานที่สร้างมา วันไหนดี คนดูเยอะก็แฮปปี้ไปด้วยกัน ถ้ามันพัฒนาได้อีก ก็พัฒนาไปด้วยกัน การมีพาร์ตเนอร์มันไม่ได้ทำให้โดดเดี่ยว เราไม่ได้อยู่ตรงนี้คนเดียว 

ในรายละเอียดเขาเป็นอย่างไร มีความพิเศษแบบไหนถึงผลักดันกันได้?
เอส : การเป็นพาร์ตเนอร์ในการทำงานตรงนี้ มันมากกว่าการทำงาน มันคือคนที่ต้องใช้ชีวิตไปด้วยกันเลยครับ ไม่ใช่แค่ออกกอง ไปอีเวนต์ด้วยกัน นอกเหนือจากนั้นเราไม่ชอบอะไรกันตรงไหน ปรับ เบลนด์กันได้อย่างไร ตอนแรก ๆ ปัญหามันก็เยอะ ตอนแรก ก็เหนื่อยมาก มากพอแล้ว เราไม่อยากเหนื่อยแล้ว แต่เขาก็บอกว่าเชื่อผมซิ เป็นคนที่ทำให้เรามั่นใจ สร้างให้เรายึดเหนี่ยวให้เราที่เราปล่อยมือกัน 

วิลเลี่ยมล่ะ เอสผลักดันคุณยังไง?
วิลเลี่ยม : มันหลายทางก็คือ มันเริ่มจาก 0 จริง ๆ วงการนี้ตอนเด็กนักแสดงเราต้องเจออะไรบ้าง ต้องแต่โปรเจ็กต์เทมโอ้ วิลเลี่ยมเอสเล่นคู่กัน มันหลายอย่างหลายสิ่งเลยล่ะ เรานั่งในรถ เราไปกินข้าว หลังแถลงข่าวเสร็จ จะได้ว่ามีหลายอย่างที่มาทดสอบเรา ซึ่งพูดตามตรงผมใหม่มาก ๆ ตรงนี้มันจะมีเอฟเฟ็กต์อะไรกับเรา พอไปเรื่อย ๆ มันผุดไปเรื่อย ๆ ออนไลน์บ้างเจอเองบ้าง เออ ตอนนั้นผมไม่ได้เป็นคนที่ Positive ขนาดนั้น เราไม่แสดงออกแต่แรก แต่อยู่ข้าง ๆ เขา อาจจะไม่ค่อยได้พูดอะไรขนาดนั้นแต่อีกฝ่ายไม่โอเค ก็จะอยู่ ใจเขว รู้สึกแย่ไปด้วย เมื่อก่อนผมช่วงประมาณ 2-3 ปีแรก ดูไม่ได้สนใจแต่จริงๆ ผมเทคมาตลอด 

เอส : กว่าจะมาตรงนี้ก็เคยอยู่ในจุดที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน ผมถึงบอกว่าโชคดีทีเป็นวิลเลี่ยม ถ้าเขาไม่เปิดรับ ไม่เข้าใจกัน อย่างเรื่องการวางตัว ผมไม่ได้รู้มาก่อนแต่เขาก็เปิดรับ แต่ไม่ใช่วิลเลี่ยมก็ลำบาก ไม่งั้นคงไม่มีวันนี้แล้ว ผมไม่ได้กล้า จะพูดสิ่งที่ตัวเองไม่โอเคขนาดนั้นนะ แต่พอมันมาแบบนี้ พอพูดก็รู้สึกว่าก็ดีอะ อย่างที่บอก ถ้าวันนั้นปล่อยมือก็คงไม่มีวันนี้ วันนี้มันดีมากนะ 


เป็นห่วงอะไรซึ่งกันและกัน?
วิลเลี่ยม : เป็นห่วงความมั่นใจ เรื่องการทำอะไรหลาย ๆ อย่าง เช่น การร้องเพลง ผมก็เห็นเขาตลอดทุกการพัฒนาเขานะ มันจะมีตอนนั้นแฟนมีตเขาร้องท่อนนึงแล้วรู้สึกว่า ทำไมร้องดีจังวะ ร้องจริงปะ หูฝาดเปล่าวะ พอเขาร้องจริงก็รอฟังก็ร้องจริงนะ เขาก็พัฒนาตลอดจริง ๆ เทคคลาสตลอด เขาไม่มั่นใจเลย ตอนนี้ก็มั่นใจมากขึ้น เขามั่นใจมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำได้ดีขึ้นเรื่อย ๆ ได้ยินจากครูสอนเปียโนของเขา ยอมเล่นกีตาร์อยู่ ผมถามว่าพี่เอสเป็นไงบ้าง ครูก็บอกว่าเล่นดีมากนะ มันเป็นดีเทลเล็กน้อย ๆ ก็คือเขาใส่ใจกับมัน 

เอส : สิ่งที่เป็นห่วงเขา ไม่ได้เป็นห่วงพิเศษ เขา handle ได้ ถ้าอยากบอกก็คือไม่อยากให้เปลี่ยนตัวเองเพราะใคร ประมาณนั้นครับ

ตัดภาพมาเป็นศิลปินเนาะ ชีวิตจริงกับสิ่งที่เราเคยคิดไว้ มาทำงานในแวดวงนี้ เหมือนหรือแตกต่างจากสิ่งที่คิด?
วิลเลี่ยม : ไม่เหมือนเลย การปิดจบนักบินอวกาศอะ ก็ไม่มีความฝันอะไรเลย ก็ลงมือทำเพราะยังไม่มีอาชีพที่อยากทำ ไม่ได้คิดว่าจะอยู่จุดไหนของโลกใบนี้ อยากเรียน อยากมีเพื่อน
เอส : ต้องยอมรับว่าไม่เคยวาดภาพตัวเองในวงการ พาร์ตนี้เลย ถามว่าตรงกับภาพที่คิดไว้มั้ย ไม่ แต่พอตัดสินใจเข้ามาเองก็ดีใจทุกครั้งที่คนค้นพบเรา รักเรามากขึ้น ได้เห็นความสุข ชอบในหลายคน เราจไม่ทำให้เคนที่เรารักเสียใจ ประมาณนั้นมากกว่า ตัวเองจะต้องไปตรงนี้มีแบบนี้ ผมรู้สึกว่าเท่าที่ทำให้ดีก็พอ ผมพยายามทำให้ดีที่สุด ซึ่งบางทีมันยากก็ตาม

รู้สึกดีแต่ในรายละเอียดของการที่มีแฟน ๆ มาซัปพอร์ตคุณ มาติดตามคุณรู้สึกอย่างไร?
วิลเลี่ยม : ดีใจมาก ๆ เพราะว่าไม่เคยได้ยินคนที่พูดว่าเรารู้สึกว่าเจอเรื่องแย่ ๆ มาทั้งวัน พอมาเจอหน้าแป๊บเดียวก็มีกำลังใจมาทำงาน ทำทุกอย่าง เรายินดีที่จะอยู่ตรงนี้ พูดตามตรงมันก็ยากมั้ยในการอยู่ตรงนี้ เพราะเราเจอหลายอย่าง เอาตัวลงไปเล่นตรงนั้น เราก็เต็มที่ ด้วยผลงานเราตั้งใจมาก ๆ เราเห็นคนชอบก็ดีใจ ดีใจตลอด มันก็มีคิดเล่น ๆ ถ้าสมมติเราไม่ได้ร้องเพลงต่อ จะเกิดอะไรขึ้น ตอนนั้นก็มีคนบอกว่าอย่าหยุดร้องเพลงเลยนะ เราอยากให้ลูกเราได้ฟังเพลงไปด้วย เราก็อยากเทคแคร์แฟนคลับให้ดีที่สุด แต่ผมไม่ค่อยอ่านอะไรในไอจี มันเด้งตลอดเวลา พอเจอเรื่องแย่ ๆ ก็มาอ่าน มาเทคเอา อ่านรีเควสต์ ผมเลื่อน จากเป็นพันอ่านเกือบหมดอะ อาจจะไม่ได้ตอบแต่มันคือให้กำลังใจ วันนั้นนอนไม่หลับพอมาอ่านก็นอนหลับ คนอ่านจะไม่ได้มองว่าผมเทคใจแฟนคลับขนาดนั้นแต่ผมโคตรใส่ใจเลย ไปอีเวนต์หนึ่งไปไหนแล้วมาเจอผม ผมรู้สึกว่ายินดีจะอยู่ให้เขามองไปตลอด 

เอส : รู้สีกดีครับ มีความสุขเพราะว่าถ้าใครตามผมมาตั้งแต่แรก ๆ ผมเคยทำในจุดที่คนไม่มีคนเห็นมันท้อ เรามาทำจุดที่สว่างขึ้น มีคนซัปพอร์ตมากขึ้นก็มีกำลังใจ เราโชคดีมากที่มีคนมารักเรามากขนาดนี้ ผมไม่เคยรู้เลยว่าไม่จะมารู้จักกัน จะมารักกันได้อย่างไร ผมก็รู้สึกได้ ความรับผิดชอบของผมคืมไม่ทำให้คนที่เรารักเสียใจ เวลามาก็ได้มาเติมพลัง มาเจอแฟนคลับได้พลังกลับไปเหมือนกัน หน้ากล้องไม่มีอะไรมากมายแต่หลังกล้อง หลังบ้าน มันก็ได้เติมพลังเหมือนกันมีแรงไปต่อ ชอบมีคนมาบอกว่าขอบคุณที่เกิดมา มาเติมความสุขให้นะ คำตอบพวกนี้มันจริงใจ เราต้องรักมากขนาดไหนถึงต้องพูดประมาณนี้ได้ก็ขอบคุณที่รักกัน ผมก็จริงใจกับแฟนคลับทุกคนก็ขอให้รักกันไปนาน ๆ 

ช่วงคำถามจากแฟน ๆ แฟนอาร์ค

ชอบซีนไหนที่เล่นด้วยกัน ใน You Maniac เดี๋ยวจะรักซะให้บ้า ?

วิลเลี่ยม : ผมว่ามันเป็นซีนที่ยังไม่ถึงไง มันเป็นซีนที่ยากมาก สำหรับผม จะจำยังไงไหว บล็อกกิ้งอีก บทอีกแต่พอเล่นแล้วไหล รอดูนะ จะจบแล้ว 
เอส : ชอบซีนในห้องก็ยังไม่ถึงเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าเป็นเมจิคโมเมนต์ถ้าทุกคนดูจนจบก็น่าจะรู้ว่าซีนไหน ซีนนี้สวยมาก มันเกิดมาจากธรรมชาติจริง ๆ ไม่ได้ปรุงแต่ง ไม่ได้ใช้อะไรช่วย รู้สึกว่ามันยากที่จะเกิด เป็นเมจิคโมเมนต์ในกองถ่าย

ทริปที่อยากไปด้วยกันคือที่ไหน? ลองตอบพร้อมกันดูนะ
วิลเลี่ยม - เอส : มัลดีฟส์

เอส : จริง ๆ อยากไปหลายที่ ถ้าทะเลอยากไปมัลดีฟส์ อยากขี่เจ็ตสกี 
วิลเลี่ยม : แบล็กเอาต์ผมเลยตอนนี้ 
เอส : ถ้าได้ไปมัลดีฟส์ผมจะให้เขามีส่วนร่วมในการจ่ายตังค์

ในช่วงเด็ก ๆ ของกับวิลเลี่ยมเอส อยากบอกอะไรกับเขา? 
วิลเลี่ยม : ยากจังไปบอกอะไรใช้ชีวิตให้มีความสุข วันนึงเรามีความสุข นอนหลับแล้วตื่นมาใช้ชีวิตก็คือรางวัลชีวิตแล้วล่ะ
เอส : อยากบอกตัวเองตอนนั้นว่า แคร์คนที่รักเราแล้วก็อย่าคิดมาก

ก่อนที่จะมีการเกมเล่นนะ รู้ท่า ต้องรู้ใจ สนุกสนานมากและก่อนจะถึงคำถามสุดท้าย ปิดรายการ 

อะไรที่ทำให้เป็นที่รัก คิดว่าคนอื่นชอบคุณเพราะอะไร?
วิลเลี่ยม : คงจะหนีไม่พ้นหน้าตา ความชอบ (ยิ้ม) ตัวแฟนคลับนิสัยคลิกกัน น่าจะเป็นแหล่งพลังงานของความสุขที่คิดว่าพอท้อมาก็อยากเติมอะไรให้ชีวิตมีสีสันมากขึ้น น่าจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาชอบ 

เอส :น่าจะศีลเสมอกัน นิสัยใจคอ จริตจะก้าน คำพูด เราก็เป็นความสุขให้เขาได้ ความจริงใจอะครับ  

เปิดมุมมองอีกด้านที่อาจทำให้แฟน ๆ ได้รู้จัก“วิลเลี่ยม-เอส” มากยิ่งขึ้น ติดตามชม ในรายการ The Celebrities EP.15 รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น กด >> ล็อกอินรอชมได้เลย << ได้แล้ววันนี้ ทาง TrueID และติดตามตอนใหม่ ๆ ของ The Celebrities ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. ที่ TrueID เท่านั้น

อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :

>> สมัครแพ็กเกจ TrueID+ สมัครเลย <<

คืนนี้...มีเรื่องมาเล่า ดูได้เลยกับ ทรูไอดีพลัส ในราคาพิเศษ
ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2569 เท่านั้น