"มาย ภาคภูมิ" เปิดใจจากเด็กเรียนกาฬสินธุ์ สู่นักแสดงที่คุณหลงรัก The Celebrities EP.16
The Celebrities EP.16 : พาไปรู้จัก "มาย ภาคภูมิ ร่มไทรทอง" ผ่านบทสนทนาที่เปิดเผยมุมมองการใช้ชีวิต จากเด็กเรียนกาฬสินธุ์ สู่นักแสดงสุดฮอตที่คุณหลงรัก ไปจนถึงการเปิดใจรับโอกาสใหม่ ๆ พร้อมพูดถึงพาร์ตเนอร์สุดปัง "อาโป ณัฐวิญญ์" ที่มีเสน่ห์เกินห้ามใจและยากคาดเดา ติดตามชมได้ ในรายการ The Celebrities EP.16 โดย พิธีกรมากฝีมือ "กตัญญู สว่างศรี" ซึ่งมายเปิดเผยตัวตนที่ถูกฟูมฟักมาจากครอบครัวที่แสนอบอุ่นด้วย Positive Thinking
The Celebrities EP.16 มาย ภาคภูมิ
กตัญญู กล่าวต้อนรับ "มาย ภาคภูมิ" เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นสตู เจ้าตัวทักทายแฟนคลับอมยิ้มเลย ซึ่งมายมาในลุคสดใส หล่อออร่ามาเลย
อัปเดตชีวิตแบบง่าย ๆ สบายดีมั้ยช่วงนี้?
"ช่วงนี้สบายดี มีความสุขมาก ๆ ครับ"
Bio ของคุณมีหลาย ๆ อย่างมาก Life Sharing Family Musical Passion พวกนี้ ถ้าถามทีละอย่าง ทำไมคุณถึงตั้งแบบนี้?
"อย่างแรกที่ตั้งเยอะคือ 300 คำ อย่างที่เขากำหนด ก็เอามาวาง ว่าเกิดมาทำอะไรวะ Life เกิดมาก็ถามกันว่าทำอะไรวะ คุณคิดอะไรอยู่ เกิดมาทำไมวะ ผมย้ายมาเรียนกรุงเทพ เป็นเด็กกาฬสินธุ์แล้วก็ย้ายไปมหาสารคาม แล้วก็ย้ายไปที่กรุงเทพ ตั้งคำถามกับชีวิตว่าเกิดมาทำไม นั่งที่ป้ายรถเมล์ เห็นมีคนหลากหลาย มีคนมากมาย ทำกิจกรรมเดิม ๆ ที่เดิมเลย"
ไปดูผู้คนแล้วได้คำตอบมั้ย?
"ตอบตัวเองว่าไม่มีอะไรเลย เกิดมาใช้ชีวิตในทุกวัน แค่นั้นเอง"
Sharing ล่ะ?
"ความสุขที่ง่ายที่สุดคือการต่อมาจากเรื่องแรก มันคือการส่งมอบ การให้แบ้งปันให้คนอื่น คือการให้ บางคนก็ชอบทำบุญทำทานเนาะ บางคนก็อาจจะให้รอยยิ้มกันแบบง่าย ๆ ผมลงมาเจอยามหน้าบ้าน เราก็มีความสุขนะ การที่เราได้ให้ คือการที่เรามีความุสุข การให้มันคือความสุขแล้วที่ง่าย ๆ ในใจเรา"
เขามีความสุขจริง ๆ นะ แล้วก็รู้สึกได้เพราะเคยร่วมงานกับเค้า
"มาแล้วก็สดใส มาด้วยบรรยากาศดี ๆ แฮปปี้ด้วย"
Family ล่ะ?
"ครอบครัวคือรากฐานของชีวิตผม แค่นั้นเลย ผมรู้สึกว่าครอบครัวคือสิ่งที่ดี เรามีวันนี้ได้เพราะครอบครัว"
Musical Passion ทำไมอันนี้ดูเฉพาะเจาะจง?
"มันคือแพชชั่นทำให้เรามีความสุข เร่าร้อนคือเรื่องดนตรี เรามีความฝันในนั้น"
ไปเจอตรงไหนอย่างไรในวัยเด็ก ถึงชอบดนตรี?
"ถ้าจำความได้ เรื่องดนตรี ไม่รู้ว่าใครทันเพลง 9999 ดอก ...(ฮัมเพลง ...บ่งบอกความจริงที่ยิ่งใหญ่ บ่งบอกว่าใจฉันยังคงมั่น) มันคือเพลงแรกที่ผมนึกได้ ในตอนเด็ก"
มันมีมีอิทธิพลจากตรงไหน?
"ตอนนั้นนั่งรถจากขอนแก่นไปกาฬสินธู์กับแม่ แม่ชอบเปิดเพลงแนว ๆ แบบนี้ เราก็ถูกบังคับให้ฟัง เอาใหม่ถูกซึมซับให้ฟัง จริง ๆ มีเพลงหลายเพลงที่เพราะ แต่เพลงนี้เป็นเพลงที่เพราะ และเป็นเพลงแรก ๆ เลย มันทำให้เราเห็นบรรยากาศที่มันดีเหลือเกิน"
คุณไปเชอร์ไพรส์กับพี่เสกได้อย่างไร?
"ตอนนั้น 28 ปี LOSO ตื่นเต้น ๆ มันเริ่มจาก ...มีเวลามั้ย? เริ่มจากย้อนไปเป็นเด็กที่ชอบดนตรี มีโอกาสมาเรียนสายนิเทศฯ มาเรียนต้องทำงานไปเป็นดีเจ และลองไปเป็นศิลปินฝึกหัดแกรมมี่ ก็ไปอยู่ค่ายพี่กานต์ วันหนึ่งไม่อยากเป็นต่อแล้ว อยากลองอะไรใหม่ ๆ ไปยู่ค่ายพี่กานต์ ภรรยาพี่เสก แล้วก็มีโอกาสรู้จัก รวมทั้งพี่เสกด้วยในช่วง ๆ นั้น พอช่วงที่เรามีคอนเสิร์ตตัวเองด้วยพี่กานต์ก็ทักมา พี่เสกก็บอกลองไปทำอะไรที่สนุก ๆ กันมั้ย มีความสุขมาก ไม่ติ่นเต้น ไม่เกร็ง แต่เรามีความสุขมาก เราเป็นสเด็ปเจน Z กับเจน Y ไม่รู้สึกว่าเด็กคนนั้นชอบเล่นดนตรี พี่เสกสำหรับเราคืออัจฉริยะของคนที่เล่นกีตาร์ ร็อกแเอนด์โรล ได้อยู่กับคิงออฟร็อกแอนด์โรล ที่อิมแพคอารีน่า ยิ่งใหญ่มาก"
เป็นเด็กแบบไหน เป็นคนอย่างไร?
"ภาพที่นึกได้คือเด็กอ้วนอย่างเดียวเลยครับ" (ไม่่ต้องผายมือมาทางนี้ก็ได้) (หัวเราะ)
ทรานฟอร์มมาอย่างไรร่างนี้?
"เด็กอ้วนคือเด็กที่มีความสุข กินอร่อย"
เป็นเด็กกิจกรรมมั้ย?
"ไม่เลย อินโทรเวิร์ตที่ชอบเรียนหนังสือชอบเรียนคณิตศาสตร์ ตอนเด็ก ก็อยู่ห้องคิง ห้อง 1 เมื่อก่อนก็เกรด 3.97 ตอนเด็กนะ ถามต่อมั้ยตอนโต"
อยากเป็นอะไรตอนเด็ก?
"ประถามอยากเป็นวิศวกรโยธา อยากสร้างฝาย ผมอยู่กาฬสินธุ์สมัยก่อนไม่ได้แบบเจริญมาก มีคุณอาคนหนึ่่งเขารับเหมาทำถนน ทำฝาย ชอบไปเที่ยวกับเขา เขาทำแล้ว 2-3 เดือน ไม่มีอะไรวันนี้มีอะไรมาใหม่แล้ว เจริญขึ้นในกาฬสินธุ์ เก่งจังเลย ฝายก็เย็นดีครับ"
แล้วมีอย่างอื่นอีกมั้ย เปลี่ยนมาตอนไหน?
"อยากเป็นแค่นั้นเลย อีกอย่างหนึ่งคือที่บ้านเราทำห้างกาฬสินธุ์พลาซ่าที่นั่น เราไปทุกวันแหละ มีนั่นมีนี่ เมื่อก่อนที่ไปซื้อของที่บ้านเรา เขาดูไม่มีใครตีกันในห้าง สดชื่น สนุก เราก็เลยรู้สึกว่าอยากมาสานต่อห้าง อยากทำบุญ คิดว่าอย่างงั้น"
ได้ทำมั้ย?
"ไม่เลย แต่ที่เหมือนกันคือเราได้ทำความสุขให้คน ตอนเด็กอยากเป็นวิศวโยธาคงก็มีความสุข พอมาเห็นกาฬสินธุ์พลาซ่าก็เออคนก็มีความสุข งานอะไร ที่ทำให้คนก็มีความสุข การสร้างความสุขให้คน"
มันตรงกับปรัชญาชีวิต ทำไมมันถึงเข้ามามีอิทธิพลคุณเยอะ?
"ไม่เคยหาคำตอบ แค่รู้สึกว่ามีความสุข เหมือนผมชอบฟังเพลงเศร้า ผมก็มีความสุขกับมัน ขนลุก เอนจอยกับมัน ฟีลลิ่งจะคล้าย ๆ กับกระชุ่มกระชวยหัวใจ"
ใครมีอิทธิพลกับคุณ ใครส่งผลกับคุณมาย?
"ถ้าตอนเด็ก ๆ เลย ใช่มั้ยฮะ ผมว่าคนที่เป็นแสงไฟนำทางชีวิตก็คือแม่ และพ่อ แม่เขามาจัดการสิ่งต่าง ๆ นานา ทั้งได้เร็กชันและแอ็กชัน มายต้องแบบนั้นแบบนี้นะ"
เรื่องไหนที่สำคัญและได้มารับมา?
"ทุกเรื่องนะ มันคือสิ่งที่สำคัญ สิ่งที่เขาทำมาจากความรัก ความรู้สึกที่ถูกรักจากทั้งครอบครัว"
ได้เรียนรู้ คำแนะนำไหนมาจากเขา?
"เขาเป็นคนที่ขยัน คิดดีกับคนอื่นตลอดเวลา เป็นคนที่เหตุผลและความรู้สึกในการใช้ชีวิตไปพร้อม ๆ กัน เลยซึมซับมาก มาจากตัวแม่เยอะ"
แม่คิดดีกับคนอื่นตลอดเวลามันดีกับคนอย่างไร?
"จริง ๆ แล้ว การคิดบวกหรือลบเป็นเรื่องที่เกิดขุึ้นได้ตลอด คิดลบก็ไม่ผิด แต่แค่ตอนเด็ก ๆ แม่พ่อจะชอบพาไปขับรถเล่นในกาฬสินธุ์ขับวนอยู่แบบนั้น คุยเรื่องอะไรเยอะแยะ แต่ทุกครั้งที่เขาวิเคราะหฺ์มันคือการวิเคราะห์ในเชิงบวก ทั้งที่เราเองเป็นเด็ก นี่แหละคือคนที่เป็น Positive Thinking สุดท้ายแล้วในทางกลับกันที่เราเจอลบ ๆ มาก ๆ มันยังมีเรื่องดี ๆ"
ชอบตั้งคำถามชอบอะไรกับชีวิต อ่านการ์ตูน หรือ ดูหนังอะไรมั้ย?
"มันมีอิทธิพลซึ่งผมดูบ่อยคือง้องแง้งกับเงอะงะ เจ้าง้องแง้งเงอะงะมันทำให้เราว่ามีคนที่คิดบวกหรือลบตลอดเวลา เสียงเค้าแหลม ๆ ง้องแง้งมาแล้วครับ เงอะแงะก็เสียงอีกแบบ คนคิดบวกคิดลบ ไม่ถูกใจตลอดเวลา"
"เรื่องที่ 2 encourage หมาน้อยผู้กล้าหาญ หมาสีม่วง ๆ แล้วแบบชาวนากับภรรยาของชาวนา มันจะทำให้ทุกตอนจะมีอะไรแปลก ๆ ก็ขี้กลัว ภายใต้ความหลังก็ทำให้คนที่มันรักปลอดภัยที่สุด อะไรที่ไม่กล้าทำแต่ก็ต้องจัดการ เพื่อสิ่งที่เรารัก"
มันพลิกมาได้อย่างไร?
"ช่วงที่บ้ายมาที่เตรียมอุดมฯ พี่ม.4 ตั้งใจเรียนเลยมั้ยเรียกว่าเอาตัวรอดได้ Home sick คิดถึงบ้าน ช่างมีความสุขเหลือเกิน ก็เลยกลับมาอินโทรเวิร์ต ตั้งคำถามกับสิ่งที่ไกลตัวในเวลานั้น ไม่ได้สนใจวิศวโยธา และในเชิงตั้งใจเรียนแล้ว ทำไมมันไม่มีความสุขวะ เราก็อยากเข้าเตรียมฯให้แม่ พี่ชายเราก็มา ทุกอย่างก็ดี ทำไมไม่มีความุสขวะ ติดอะไร"
ผ่านมาได้อย่างไร?
"ตั้งคำถามมันไม่มีอะไรก็ใช้ชีวิตไป แล้วก็แชร์ไป เปลี่ยนมายเซ็ตมากกว่าการใช้ชีวิตให้มีความสุขก็แชร์ให้คนอื่นบ้าง รับผิดชอบก็กลับมาเรียน ตั้งใจเรียน เข้ามหาวิทยาลัยให้ได้ พ่อแม่น่าจะแฮปปี้ไดเรกชันที่น่าจะได้ทำ อะไรที่เราไม่ได้มีส่วนร่วมแต่จะกลับไปมันทำไม่ได้ พยายามกลับไปเรียนก็ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว ต่อให้เข้าใจการเรียนแต่เพื่อนก็จะงง ไม่เป็นส่วนหนึ่งของเรา ก็เรียนรู้จากสิ่งที่เราทำ"
ทุกวันนี้แฮปปี้มั้ยกับการเนักแสดง ศิลปิน?
"กลายเป็นว่าเราแฮปปี้ การที่เราไม่ได้โกหกก็มีความสุข อยากช่วยที่บ้านแต่เรามีอย่างอื่นก็ต้องมีเวลา ว่างก็ลงไป แฮปปี้ดี"
เป้าหมายตัวเอง ชาเลนจ์อย่างไร?
"สมัยก่อนจะวางตามคอนเซ็ปต์ 1 ปี 3 ปี 5 ปี การใช้ชีวิตของทุกวันนี้มันคือภาพของตัวเองจริง ๆ สักอย่างจากสิ่งที่เป็นปัจจุบัน เห็นเป็นเรื่อง ๆ ไป งานเกี่ยวกับบันเทิงก็ต้องมีผลงานแบบจั๊กจี้ คินพอร์ชฯคือเรื่องหนึ่งที่เราทำ อายุเท่านี้ก็ยังทำได้ ในงานเพลง"
อะไรคือเคล็ดลับของคุณ อะไรคือทีเด็ดของคุณ?
"ซื่อตรงกับความรู้สึกตัวเอง เปิดและปิดโอกาสให้ตัวเอง สมัยก่อนเปิดตลอด บางอย่างไม่อยากทำ ก็ลองดู ออกนอกคอมฟอร์ตโซน ทุกวันนี้มีการปิดบ้างบางอย่างไม่ใช่ก็ไม่ต้องทำ เลือกทำเคล็ดลับในการไปในที่ต่าง ๆ ที่เราอยากจะไปได้อย่างมีความสุขและถูกต้องกับตัวเรา"
คินพอร์ช พูดถึงพาร์ตเนอร์คุณหน่อย อาโป เติบโตกันอย่างไรบ้างตัวคุณด้วย?
"โตขึ้นมาก โตชึ้นในสิ่งที่เขาการวางตัว ตัวตนของเขาเหมือนเดิมสิ่งที่เราเห็นภายนอก เปลี่ยนไป ในมุมที่ดีและโตชึ้น ตัวผมก็คล้าย ๆ กันนะ โตขึ้น คำว่าวางตัวมันไม่ใช่ห่วงการทำตัวนะ เราไม่ได้อยากทำก็ต้องปฏิเสธ เรามาอยู่ตรงนี้การเป็นตัวเองก็ไม่ผิดอะไร ทำไปถ้าเราไม่ได้ทำร้ายใคร นั่นคือการวางตัว ถ้าไม่ทำร้ายใครนะ"
ทำงานกับอาโปเรียนรู้อะไร?
"เขาเป็นคนที่เก่ง แล้วเป็นตัวของตัวเองสูงมาก การเป็นตัวของตัวเองเขามีมาก ๆ เราก็เรียนรู้จากเขามันก็ดีมาก ๆ การที่เราเห็นเขาอีกสเปกหนึ่งมันคือสี่งที่เจ๋งดีว่ะ"
จะมีงานอีกมั้ยกับอาโป?
"มีโอกาสนะ ผมเปิดโอกาสนะ กับโปมันชาเลนจ์ตลอดเวลา เขาเป็นคนที่เป็นตัวของตัวเอง คนที่ร่วมงาน คาดเดาสิ่งที่เกิดขึ้นได้ไม่ตลอดเวลา มันคือสิ่งที่ดีการคาดเดาไม่ได้ เกินคาดเดาได้ คือมีการจัดการเราแต่คาดไม่ได้ว่าจะเปลี่ยนไปแบบไหน สมมติเล่นกันแล้วพี่เป็นอาโป สมมติคือบทเราต้องทะเลาะกัน เขาจะไม่ถามว่าทะเลาะเบอร์ไหน เขาจะถามว่าทำไมถึงทะเลาะกัน จะมีโครงสร้างละเอียดมาก เกิดอะไรขึ้นบ้างวะ ความหมายอาจจะคล้ายเดิม เป็นสี่งที่ดี คนทำบทผู้กำกับก็รังสรรค์มา"
เจอแบบนี้มันท้าทายเราด้วย?
"ท้าทาย ก็กูท่องบทมาตั้งเยอะ (หัวเราะ) (บ่นมั้ย?) มันมาทำให้ดีขึ้นและเมคเซนส์ดีชึ้นในหลายพาร์ต เขาทำให้มันดีขึ้น"
บทไหนที่คิดเล่น ๆ ว่าอยากเล่นร่วมกับอาโป?
"อยากได้บทที่ผมและอาโปเล่นแบบเดียวกันแล้วสลับกัน สมัยก่อนชอบดูหนังเรื่องเฟซออฟ คือนิโคลัส เคจ กับ จอห์น ทราโวลตา มันได้เห็นเล่นสองแบบกับอาโปในแบบเดียวกัน วอนผู้จัด"
งานแบบไหนที่อยากทำอีก?
"อยากกลับไปทำที่เราที่ผมบอกไว้ในไอจี ในเสี้ยววินาทีเราโฟกัสได้แค่อย่างเดียว ทีละอย่าง ดันทะลึ่งเป็นคนตั้งใจทำ แค่พักและจบ ๆ ไป เราทำการบ้านเยอะมาก เสียเวลาที่ต้องไปทำ การสร้างศิลปะบางอย่างใช้พลังเยอะมาก"
เลือกทำหรือเลือกไม่ทำ เรียนรู้สิ่งนี้มาจากไหน?
"ก็น่าจะมาจากการที่เราเปิดโอกาสให้สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมา อะไรใช่ ไม่ใช่ก็ยังไม่ตอบโจทย์ไดเรกชันเรา บางอันไม่ใช่เรานี่หว่า"
เสี้ยววินาทีไดเรกชันของคุณ เปลี่ยนไปมั้ยแต่ละปี?
"มันเป็นแบบนี้ ถึงปลายทางแต่ระหว่างทางมันมีโอกาส มีขอร้องให้ช่วยเหลือ ใครก็ตาม ก็ลองทำก็ดีนะ อยากจั๊กจี้ก็ดีนะ"
ปลายทาง คือ ความสุขของคุณ?
"อยากมีงานที่โอเคอย่างแรกพออายุ 50-60-70 มองงานแล้วดีจังเลย ดีเหลือเกิน ถ้าเราคิดว่าดีแล้ว คนทีได้ดูก็คิดว่ามันดี ไม่มากก็น้อย มันคือคุณภาพที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานั้น"
มีแฟนคลับมาชื่นชอบมากมาย อยากรู้ว่าคุณได้รับการซัปพอร์ตคุณรู้สีกอย่างไร?
"ก็รู้สึกดีซิครับ (หะวเราะ) ผมว่ามันคือสิ่งที่มันเกิดขึ้นจากการที่ผมว่ามันคือสิง่ที่มันเกิดขึ้น ไม่อยากใช้คำว่าแฟนคลับเลย มันเหมือนเราเป็นครอบครัว มีใครก็ตามที่มาเป็นส่วนร่วมกับสิ่งต่าง ๆ ทีเกิดขึ้นกับเรา ไม่ใช่คำว่าแฟนคลับนะ ผมรู้สึกมาตั้งแต่ 5-6 ปีก่อนแล้ว เวลาพูดเรื่องนี้แล้วมันจะงง ๆ ใช้คำว่าแฟน ๆ ก็ได้ ผมอบอุ่นกับการที่เรามีความรู้สึกบแบบครอบครัววันแรก มีโอกาสมีแฟนคลับมาสิบกว่าปี วันนึงที่มันใหญ่ขึ้น รู้สึกว่าเป็นอะไรที่แปลกใหม่ รู้สึกว่าการที่เราเป็นคนที่ถูกรักหลายแบบ มันเป็นอะไรที่ดี ทำให้เรารู้สึกดี หลายเหตุผล"
ช่วงแฟนอาร์ค
มีงานอะไรในวงการที่อยากทำ แต่ยังไม่ได้ทำบ้างคะ?
"จริง ๆ มีความฝันหนึ่งไม่ใช่เร็ว ๆ นี้แน่นอน อยากเป็นพิธีกร คล้าย ๆ พี่เนี่ยแต่เราไม่ใช่สายตลก ผมเคยบอกพี่แล้วตั้งแต่แรกที่เจอ (ลองสลับที่นั่งกันทำพิธีกรชั่วคราว)
มาย : รู้สึกอย่างไรที่บริษัทที่กำลังทำอยู่ติดลบครับ
กตัญญู : มันมีคำถามนั้นด้วยเหรอ พิธีกรชั่วคราว
มาย : อยากเป็นพิธีกรไม่ต้องเอิ๊กอ้ากมาก เจาะใจสมัยก่อนชอบมาก พี่เปอร์ สุวิกรม การที่เราไปเห็นคนที่หลากหลาย
พี่มายตอนอายุ 60 จะอยู่ที่ไหน ทำอะไรอยู่?
"60 อะนะ ถ้ายังไม่ตายก็น่าจะอยู่แถวนี้ ในเมืองไทย อยู่กรุงเทพนะ พระโขนง เปิดบริษัททำรายการที่เอาคนมาสัมภาษณ์ สาขาสองสามย่านมิตรทาวน์ ตอนนี้ผมอายุ 34"
คุณคิดว่าอะไรทำให้คุณมีครอบครัวเพิ่มเติม และชอบมาย?
"คิดว่าน่าจะเป็นตัวของตัวเองแหละ ในเวย์ที่เราก็มีมายเซ็ตว่าไม่ได้ทำร้ายใคร ไมได้ทำให้คนที่เสพความเป็นตัวตนของเราไปทำอะไรที่ negative เราคิดเองนะ ต้องไปถามน้อง ๆ เขา"
การเป็นตัวเองสอนคุณอย่างไร?
"เราจะอยากทำมันเต็มที่ เมื่อเราเป็นธรรมชาติ ไม่พะวงหน้า พะวงหลัง มันเหมือนคู่ชีวิตอะครับ การทำอะไรก็ตามเอาใจลงไปทำก็ไม่ต่างกับการสร้างคู่ชีวิต มันคือการยอมปรับเข้าหากัน"
จากนั้นเล่นเกมสุดฮาอิ่มเอมด้วยความภูมิใจ
ร่วมฟังเรื่องราวและมุมคิดของ มาย ภาคภูมิ พร้อมชวนตัวเองกลับมาทบทวนว่า วันนี้เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้มีความสุขในแบบของตัวเอง ติดตามในรายการ The Celebrities EP.16 รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น กด >> ล็อกอินรอชมได้เลย << ได้แล้ววันนี้ ทาง TrueID และติดตามตอนใหม่ ๆ ของ The Celebrities ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. ที่ TrueID เท่านั้น
อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :
- The Celebrities EP.12 : เจมีไนน์-โฟร์ท เล่าเส้นทางจากเพื่อนสู่พาร์ตเนอร์
- The Celebrities EP.11 : น้ำตาล-ฟิล์ม ชวนรู้จักตัวตน ผ่านเรื่องราวและ มิตรภาพ
- The Celebrities EP.10 : เซียนหรั่ง จากวิถีบ้านๆ สู่ฝันที่ไกลเกินคาด
- The Celebrities EP.9 : เต-นิว x โพก้าซัง การเติบโต ความฝัน และกำลังใจ
- The Celebrities EP.7 : พีพี กฤษฏ์ เปิดเบื้องหลัง ความสำเร็จที่ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์
- The Celebrities EP.4 : บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ย้อนเส้นทางสู่ความสำเร็จ พร้อมเผยเรื่องราวในชีวิต
- The Celebrities EP.3 : "หมอตังค์-ฟาโรห์" จากนักเล่าเรื่อง สู่วันที่กลายเป็นแรงบันดาลใจ
- The Celebrities EP.2 : ต้าห์อู๋ เปิดใจความฝันในวัยเด็ก พร้อมเผยมุมสุดอบอุ่น
- เปิดใจ "คัลแลน" จากหนุ่มเกาหลีอินโทรเวิร์ต สู่ยูทูบเบอร์ท่องเที่ยวขวัญใจคนไทย The Celebrities EP.1
- รวมลิงค์ดู The Celebrities ทุกตอน ทาง TrueID
- ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้
>> สมัครแพ็กเกจ TrueID+ สมัครเลย <<
คืนนี้...มีเรื่องมาเล่า ดูได้เลยกับ ทรูไอดีพลัส ในราคาพิเศษ
ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ตุลาคม - 5 พฤศจิกายน 2569 เท่านั้น