รีวิวหนัง "28 Years Later: The Bone Temple" สืบสานไร้รอยต่อ..จดจ่อเข้มข้นไปทั้งจอ
พอเฟรนไชส์กลับมาจุดติด ก็ต้องเติมเชื้อร้อน ๆ ให้ต่อเนื่อง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ภาคต่อของหนังจักรวาลเชื้อเขมือบคนแห่งเกาะอังกฤษ สามารถปรุงร้อนเสิร์ฟภาคต่อถึงผู้ชมได้แบบไม่รีรอ เป็นการกลับมาสานต่ออีกครั้งใน "28 Years Later: The Bone Temple 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน: วิหารซากกะโหลก" ลำนำถัดไปของตำนานเมืองซอมบี้ที่พร้อมจะสานต่อเรื่องราวการผจญภัยสุดดิบเถื่อนบนโลกใบนี้อีกครั้ง
ดร.เคลสัน ผู้โดดเดี่ยวแห่งวิหารซากกะโหลก ได้ค้นพบบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะเปลี่ยนแปลงโลกที่ผุพังไปตลอดกาล ในขณะที่ สไปก์ ก็ต้องเผชิญหน้ากับผู้ทรงทรงอิทธิพลที่เขาไม่อาจเลี่ยงได้ อย่าง จิมมี่ คริสตัล ที่นำพาเขาออกมาเดินทางไปยังพื้นที่รกร้างที่เต็มไปด้วยภัยอันตราย เพื่อมุ่งหน้ามายังวิหารซากกะโหลกที่กลายเป็นฝันร้ายที่หนีไม่พ้น และดูเหมือนว่าเหล่าผู้ติดเชื้อจะไม่ใช่ภัยคุกคามเดียวต่อการอยู่รอดบนโลกใบเดิมอีกต่อไป
เดิมทีแล้วนั้น 28 Years Later เรื่องนี้ได้วางแผนจะสร้างออกมาเป็นลักษณะหนังที่แยกเล่าเรื่องออกมาเป็นพาร์ท 1 กับพาร์ท 2 แต่ผู้สร้างได้ตัดสินใจหั่นแบ่งเรื่องราวออกมาให้มีความเป็นเอกเขนกยิ่งขึ้น และนับว่าเป็นภาคต่อเรื่องถัดไปในทันที โดยหนังภาคนี้ได้ผู้กำกับยอดฝีมือ "เนีย ดาคอสต้า" มารับหน้าที่ดูแลงานสร้าง สืบสานงานจากตำนาน "แดนนี่ บอยล์" ที่ได้ปูทางเอาไว้ให้จากภาคก่อน พร้อมกับยังมี "อเล็กซ์ การ์แลนด์" ดูแลเรื่องบทหนังให้
แล้วก็ต้องปรบมือให้กับ เนีย ดาคอสต้า จริง ๆ เพราะการก้าวเข้ามารับหน้าที่สานต่อจากผู้กำกับผู้ริเริ่มเฟรนไชส์นี้มาตั้งแต่ต้น เธอได้ทำ 28 Years Later: The Bone Temple ออกมาเป็นภาคที่แทบจะไม่มีรอยต่อและรอยสะดุดใด ๆ เลยสักระเบียบนิ้วเดียว องค์ประกอบทุกอย่างไหลลื่นและราบลื่น ราวกับว่ามีผู้สร้างคนเดียวกันกลับมาสานต่อ ต้องขอบคุณความใส่ใจในรายละเอียดงานสร้างของเธอโดยแท้
และถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่รับช่วงต่อ แต่ผู้กำกับหญิงคนนี้ก็ยังรักษาโทนและบรรยากาศ รวมทั้งอารมณ์ของหนังที่คงเอาไว้ซึ่งเสน่ห์หลัก ๆ ของหนังชุดเอาไว้ได้อย่างเหนี่ยวแน่น เรียกได้ว่าลำนำเรื่องราวในภาคต่อที่มีความยาวราว ๆ ชั่วโมงเศษเรื่องนี้ อัดแน่นไปด้วยเนื้อหาที่หนักแน่นและกัดกินห้วงอารมณ์ ผนวกเข้าการเปล่งประกายแห่งความหวัง ซึ่งจุดนี้ก็ต้องขอบคุณวิสัยทัศน์ในการปรุงแต่งบทหนังของอเล็กซ์ การ์แลนด์ ที่ยังคงปรุงเรื่องออกมาได้ชวนติดตามและเปี่ยมไปด้วยมิติดี
ในแง่สร้างของ 28 Years Later: The Bone Temple ก็ยังคงรักษามาตรฐานจากสิ่งที่แดนนี่ บอยล์ กรุยทางเอาไว้ให้ได้อย่างมั่งคง แน่นอนว่าโปรดักชันหนังเรื่องนี้ก็เป็นการถ่ายทำต่อเนื่องมาจากภาคที่แล้ว ทำให้เซ็ตฉากต่าง ๆ ก็ยังสามารถกลับมาใช้ของเดิมในการทำงานต่อได้ทันที งานดีไซน์และสร้างบรรยากาศต่าง ๆ ในหนังยังทำได้น่าพอใจ ฝีมือการตัดต่อของ "เจค โรเบิร์คส์" กับงานถ่ายภาพของ "ชอว์น บ็อบบิตต์" ยังเลอค่า พ่วงด้วยงานประพันธ์เพลงที่ยังทรงพลังดีของ "ฮิลดูร์ กุดนาดอตตีร์"
"เรล์ฟ ไฟนส์" ก้าวขึ้นมารับบทนำแสดงในหนังภาคนี้ แน่นอนว่าพลังดาราและความเป็นนักแสดงมืออาชีพของเขา สามารถรับมือกับบทบาทได้อย่างหนักแน่น ซึ่งเขาเองก็ทำเอาไว้ได้ค่อนข้างดีมากอยู่แล้วจากภาคที่แล้ว กลายเป็นจังหวะการแสดงที่น้อยแต่มาก แฝงไปด้วยอินเนอร์แห่งความโดดเดี่ยว ที่ต้องมืออาชีพจริง ๆ ถึงจะถ่ายทอดออกมาได้เด็ดเดี่ยวขนาดนี้ ราวกับว่าบทนี้เกิดมาเพื่อเขาจริง ๆ
ตัวใหม่เสริมที่โดดเด่นขึ้นมาในภาคนี้ก็คือ "แจ็ค โอคอนเนล" ที่ขอสารภาพตรง ๆ ว่าในแง่ความทะเยอทะยานและพร่ำเพ้อเรืองอำนาจของตัวละครของเขาที่หลงระเริงนั้น ไม่ค่อยจูนติดกับอารมณ์ในฐานะคนดูสักเท่าไหร่ แต่พอตกผลึกดูดี ๆ ก็พบว่าเขาสามารถปล่อยอินเนอร์ให้คนดูรู้สึกหมั่นไส้และขยะแขยงในแนวคิดสุดโต่งของคนคนนี้ได้อย่างเหลือเชื่อ ที่อินได้ขนาดนี้ก็ต้องยกเครดิตให้กับฝีมือของนักแสดงล้วน ๆ ที่เล่นออกมาได้อยากจะปล่อยให้ถูกกัดกิน
"อัลฟี วิลเลียมส์" ดาราเด็กดาวรุ่งจากภาคที่แล้ว ก็ยังหวนกลับมารับบทเดิมของเขาอีกครั้งในภาคต่อ ที่ยังคงเปล่งประกายความสามารถในฐานะหน้าใหม่ที่ซ่อนฝีมือได้ดี ภาคนี้อาจจะไม่ดารารุ่นพี่มาเป็นเมนเทอร์ให้แล้ว แต่เขาก็ประคับประคองบทบาทของตัวเอง ร่วมกับเพื่อน ๆ นักแสดงดาวรุ่งรุ่นคราวเดียวกัน ที่ต้องยอมรับว่าหลายคนค่อนข้างทำออกมาได้เปล่งประกาย แม้ว่ามิติในบทบาทของพวกเขาจะไม่ได้มีพื้นที่ได้ขยายความในตัวหนังมากเท่าไหร่
ดังนั้นก็คงจะต้องบอกว่า 28 Years Later: The Bone Temple คือหนังภาคต่อที่ยังรักษาระดับมาตรฐานของตัวเองเอาไว้ได้อย่างเป็นมั่นเป็นเหมาะ งานสร้างทุกมิติยังเปี่ยมไปด้วยอินเนอร์ที่น่าพอใจเป็นอย่างยิ่ง ออกมาเป็นการสืบสานเรื่องราวต่อเนื่องแบบที่แทบไม่เห็นรอยต่อเลยสักนิดเดียว พล็อตและบทหนังยังปรุงแต่งออกมาได้ลุ้นชวนสนุกตลอดทาง นี่คือกำไรของคนดูโดยแท้ ที่ได้ซึมซับผลงานดี ๆ ของทีมผู้สร้างปัง ๆ ชุดนี้ และเราก็รอไม่ไหวแล้ว..ที่จะได้เห็นเรื่องราวต่อไป ซึ่งหนังก็ได้ปูทางเอาไว้ได้ชวนกระตุ้นต่อมอยากเลยทีเดียว
ข้อมูลเกี่ยวกับหนัง 28 Years Later: The Bone Temple 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน: วิหารซากกะโหลก
- ประเภท: สยองขวัญ / ระทึกขวัญ
- ผู้กำกับ: เนีย ดาคอสต้า
- นำแสดงโดย: เรล์ฟ ไฟนส์, แจ๊ค โอคอนเนล, อัลฟี วิลเลียมส์
- ความยาว: 109 นาที
- กำหนดฉายในไทย: 5 กุมภาพันธ์ 2026
Movie.TrueID METRIC: 28 Years Later: The Bone Temple 28 ปีให้หลัง เชื้อเขมือบคน: วิหารซากกะโหลก
- ภาพรวม
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.4/10) - การเล่าเรื่อง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.5/10) - การแสดง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.7/10) - เทคนิคงานสร้าง
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.5/10) - บทภาพยนตร์
⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐⭐✰✰ (8.2/10)
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa