รีเซต

[US Box Office] ยิ่งเยอะภาค ยิ่งมากทรัพย์ "Toy Story 5" ผงาดเปิดตัวแรงที่สุดในรอบปีนี้

[US Box Office] ยิ่งเยอะภาค ยิ่งมากทรัพย์ "Toy Story 5" ผงาดเปิดตัวแรงที่สุดในรอบปีนี้
Jeaneration
22 มิถุนายน 2569 ( 08:00 )
92

Box Office Toy Story 5

บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 19-21 มิถุนายน 2026 - การกลับมาของอาณาจักรโลกของเล่นในยุคปี 2026 ได้ทำการพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า...ความวินเทจยังคงอยู่ตลอดไป เพราะเป็นอีกครั้งที่ยังสามารถตอกย้ำความสำเร็จของเฟรนไชส์หนังที่มีอายุเรืองรองไม่ต่ำกว่า 20 ปีขึ้นไปอีกครั้ง การกลับมาเติมเต็มความรู้สึกของผู้ชมให้หัวใจพองฟูในยุคนี้ ยิ่งเป็นการถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นเข้าไป ย่อมเป็นคอนเทนต์หนังที่สามารถกอบโกยและเจาะกลุ่มผู้ชมได้กว้างขวางยิ่งขึ้น ทำให้กลายเป็นอีกหนึ่งผลงานที่ดิสนีย์สามารถยิ้มกว้าง ๆ ได้อีกครั้งในปีนี้

เพราะการมาของ "Toy Story 5" หนังที่บางคนมองว่าหมดอายุและหมดความหมายไปตั้งแต่ภาคที่ 3 แล้ว แต่กลับมอบผลลัพธ์ออกมาได้มหึมาสมใจนึก เพราะหนังแอนิเมชันภาคที่ 5 ของเฟรนไชส์นี้ ทำรายได้เปิดตัวได้บึ้มมาก ๆ ระดับ 160 ล้านเหรียญ จาก 4,425 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงสูงกว่า 36,000 เหรียญ ตอกย้ำการเป็นหนังชุดที่ยังเพิ่มพูนฐานแฟนหนังได้ยิ่งขึ้นเรื่อย ๆ ตามห้วงอายุของเฟรนไชส์ ที่ยิ่งมากขึ้นก็โกยคนรุ่นใหม่ ๆ ได้มากขึ้น และยังมัดใจคนรุ่นดั้งเดิมได้อยู่เสมอ

รายได้เปิดตัวของ Toy Story 5 ได้สร้างสถิติใหม่ ๆ ในปี 2026 เอาไว้มากมาย กลายเป็นหนังที่ทำรายได้เปิดตัวในอเมริกาแรงที่สุดในรอบปีนี้ แซงหน้าสถิติเดิมของ Super Mario Galaxy Movie ที่เคยเปิดไว้ 131.7 ล้านเหรียญ เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา พร้อมกับขึ้นแท่นเป็นหนังการ์ตูนภาคต่อที่เปิดตัวทรงพลังมาก ๆ ล้ำหน้า Toy Story 4 ที่เคยเปิดที่ 120 ล้านเหรียญ เมื่อ 7 ปีก่อน แต่ยังคงเปิดตัวไล่ตามหลัง Incredibles 2 ในปี 2018 ที่เคยทำเอาไว้ได้สตรองมาก ๆ ถึง 182.7 ล้านเหรียญ

ไม่เพียงเท่านั้น เหล่าของเล่นกลับมาครั้งนี้ยังครองใจคนดูทั่วโลก เพราะหนังสามารถทำเงินในตลาดนอกอเมริกาไปได้อีกถึง 152 ล้านเหรียญ ทำให้สรุปรวมในสุดสัปดาห์แรกหนังฟันรายได้ถล่มทลายไปถึง 312 ล้านเหรียญแล้ว ดูทรงเราอาจจะได้เห็นหนังพันล้านเรื่องถัดไปของปีนี้ในอีกไม่กี่อึดใจ Toy Story 5 ยังคงได้กระแสตอบรับจากผู้ชมและนักวิจารณ์ที่ดีงาม เห็นได้จากเกรด A ที่ให้หน้าโรง และคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 94% ในภาคนี้ หลายฝ่ายมองว่าเพราะการตลาดที่แข็งแรงของดิสนีย์ และความแข็งแรงของเฟรนไชส์หนัง ที่แทบจะไม่ต้องพยายามอะไรมากก็ปังแล้ว

ขยับลงมาเป็นรองแชมป์ "Disclosure Day" หนังไซไฟเรื่องล่าสุดของสตีเวน สปีลเบิร์ก ที่แน่นอนว่าทำเงินดร็อปลงพอประมาณตามที่คาดเอาไว้ เก็บเงินไปเพิ่มอีก 17 ล้านเหรียญ ลดลงไป -62% ทำให้สะสมยอดรายได้ 10 วันแรกไปได้แล้วราว ๆ 78 ล้านเหรียญ กับยอดรวมทั่วโลกที่ตอนนี้ขยับไปแตะ 160 ล้านเหรียญ ยังเป็นชาเลนจ์ที่หนักหนาพอสมควรของหนังเรื่องนี้ เพราะทุนสร้างระดับร้อยล้านอัป ที่อย่างน้อย ๆ หนังต้องการรายได้เบ็ดเสร็จทั้งดาวโลกให้ได้มากกว่า 300 ล้านเหรียญ ถึงจะผ่านฉลุยได้

ส่วนที่ยังสตรองไปยอมหลุดไปจาก Top 5 จริง ๆ ก็คือ "Obsession" กระแสแรงต่อเนื่องไม่มีแผ่ว วีคนี้เก็บเงินลดลงไปแค่ -25% ได้ไปเพิ่มอีก 14.2 ล้านเหรียญ สะสมยอดรายได้หลังจากเข้าฉายมา 6 สัปดาห์เต็มแล้ว ทะยานเงินไปได้กว่า 215 ล้านเหรียญ โดยที่ตัวเลขทั่วโลกก็มหึมาระดับ 333 ล้านเหรียญ นี่คือหนังที่สร้างปรากฏการณ์ได้ยิ่งใหญ่ในโปรแกรมหนังซัมเมอร์ปีนี้อย่างถ่องแท้จริง ๆ

อีกหนึ่งความสยองขวัญใจคนรุ่นใหม่ "Backrooms" ก็ยังรั้งอันดับที่ 4 ไว้ได้แน่น ๆ ทำเงินลดลงมาแค่ -37% กับกระแสปากต่อปากที่ยังทำหน้าที่ได้ดี วีคนี้เก็บไปอีก 7.3 ล้านเหรียญ กับยอดรวมที่ทะยานไปถึง 175 ล้านเหรียญ ขณะที่ตัวเลขทั่วโลกก็สะสมถึง 300 ล้านเหรียญอย่างเบ็ดเสร็จพอดี ส่วนทางด้าน "Scary Movie 6" รั้งในอันดับที่ 5 กับรายได้ดร็อปลงมาอีกครั้ง เก็บไปอีก 6.7 ล้านเหรียญ สะสมยอดรวมได้เกือบจะแตะร้อยล้านเหรียญแล้วอีกนิดเดียว

นอกจากนี้ในช่วงท้ายตาราง Top 10 วีคนี้ ยังเสริมด้วยหนังเข้าใหม่ อย่าง "Leviticus" หนังลึกลับเขย่าขวัญกระแสดีจากออสเตรเลีย ที่ไม่ได้ฉายวงกว้างมากนัก เปิดตัวได้เบาะ ๆ ที่ 2.7 ล้านเหรียญ จาก 1,076 โรงฉาย ถือว่าเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างเรียบเฉยไปหน่อย แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะถูกจับตามองเป็นพิเศษ และโกยคะแนนรีวิวได้ดีงามระดับ 93% บนเว็บไซต์ Rotten Tomatoes เลยทีเดียว

อีกเรื่องคือบทชีวิตบั้นปลายของจอมโจร อย่าง "The Death of Robin Hood" ทำได้ดีที่สุดรั้งอยู่ในอันดับที่ 9 กับรายได้เปิดตัว 3 วันแรกที่ 2.6 ล้านเหรียญ จาก 1,762 โรงฉาย ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ได้น่าอภิรมย์เท่าไหร่ ก็เป็นไปตามรูปการณ์จากกระแสรีวิวของหนังที่กึ่ง ๆ กลาง ๆ และเห็นว่าผู้ชมตัดเกรดหน้าโรงให้แค่ C+ เท่านั้น โดยหนังเรื่องนี้ในอเมริกาได้ค่าย A24 เป็นผู้ซื้อลิขสิทธิ์มารับหน้าที่ขายหนังให้ทั่วโลก

ส่วนกลุ่มหนังนอกกระแสก็มี "Girl Like Girls" หนังรอมคอม LGBTQ+ เปิดตัวน่าพอใจที่ 1.6 ล้านเหรียญ จากการเข้าฉายแค่ 504 โรงฉาย ได้จากระแสปากต่อปากที่รีวิวค่อนข้างน่าพอใจ ถัดมาก็ยังมี "Maddie’s Secret" หนังตลก LGBTQ+ ของดาวตลกเกย์ทาเลนต์ จอห์น เออร์ลี ที่เปิดตัวได้ 58,200 เหรียญ ค่อนข้างใช้ได้จากการฉายแค่ 1 โรงเท่านั้น และ "Rose of Nevada" หนังดรามาลึกลับคะแนนรีวิวเต็ม 100% กับการจับคู่แสดงของ จอร์จ แม็คเคย์ และ คาลลัม เทอร์เนอร์ เปิดตัวได้กลมกล่อมเกือบ 25,000 เหรียญ จากการฉายแค่ 3 โรงในอเมริกา

ถัดไปกับการส่งท้ายเดือนมิถุนายนและเตรียมต้อนรับวันชาติอเมริกา ยังมาพร้อมกับกองทัพหนังใหญ่ ๆ เพียบ นำมาด้วยการเปิดตัวฮีโร่พันธุ์น้องสาว "Supergirl" เตรียมออกอาละวาดสู้ไม่ยั้งสั่นสะท้านกาแลคซี ร่วมด้วยการปิดตำนานและปิดฉากของแก๊งชายแท้สุดเสี่ยง "Jackass: Best and Last" ความห่ามของพวกเขาจะถูกจารึกไปตลอดกาล พร้อมด้วยหนังแอคชันสงคราม "Lucky Strike" เตรียมมาเสิร์ฟเป็นทางเลือก ควบคู่กับ "BLEACH: Thousand-Year Blood War - The Calamity" อีกบทเข้มข้นของอนิเมะดัง และเรื่องที่จะเข้าฉายวงจำกัดก็คือ "The Invite" หนังตลกร้ายรวมดาราเบอร์เป้ง ๆ ที่ต้องจับตามองให้ดี

Source: TheNumbers

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa