รีเซต

"เจฟ ซาเตอร์" เล่าความพยายามไม่เคยสูญเปล่า ท้อแต่ไม่แพ้ สู้จนดัง ใน The Celebrities EP.8

"เจฟ ซาเตอร์" เล่าความพยายามไม่เคยสูญเปล่า ท้อแต่ไม่แพ้ สู้จนดัง ใน The Celebrities EP.8
Waterbee
5 กันยายน 2569 ( 09:00 )
46

The Celebrities EP.8 : "เจฟ ซาเตอร์" ศิลปิน คนดัง ที่กว่าจะมีชื่อเสียงอย่างวันนี้ เส้นทางชีวิตไม่ได้มาแบบง่าย ๆ ความสำเร็จที่ได้มาเกิดจากความพยายามแทบทั้งสิ้น ท้อแล้วท้ออีก จนวนออกไปในวงการอื่นอยู่หลายครั้ง จากเด็กที่เรียนหนังสือไม่เก่ง สู่ศิลปินในใจของแฟน ๆ รับฟังเรื่องราวของเขาในรายการ The Celebrities EP.8 โดย พิธีกรมากฝีมือ "กตัญญู สว่างศรี" ผ่านบทสนทนาสบาย ๆ ที่เต็มไปด้วยความจริงใจ

 

The Celebrities EP.8 เจฟ ซาเตอร์

เสียงกรี๊ดสนั่นสตูฯ เมื่อ "เจฟ ซาเตอร์" บุกมาในรายการ ลีลาท่าทางสุภาพอ่อนน้อม "กตัญญู" พิธีกร ถึงกับแซว

อยูู่ต่อหน้าผู้คนมาเยอะแล้ว แต่ทำไมดูยังทำตัวไม่ถูก?
"ผมค่อนข้างอินโทรเวิร์ตมาก แต่ว่าก็โอเคนี่ก็เป็นแฟนคลับของเราเอง มีคนคอยช่วย"

มันจริงมั้ยคนอินโทรเวิร์ต เวลาอยู่ต่อหน้าคนเยอะ ๆ ต้องจูน ๆ หน่อย?
"มันจะมีโหมตเหี่ยว เหมือนอุลตราแมนเลย" 

ผ่านคอนเสิร์ตมาเยอะมั้ย? 
"โชกโชนในเดือนที่ผ่านมา ทำงานเหมือนเเป็นหนี้อะ มีไททัน  มีมูฟออน มี CLUB 30 CONCERT มี GDH ส่วนวันธรรมดาถ่ายซีรีส์ เรียกว่าตารางแบบแน่น"

ซีรีส์ผลไม้มั้ย?
"ไม่ใช่ เกมรักคฤหาสน์ตลาดไท (คุณเป็นแก้วมังกรเหรอ?) เรื่องนี้หนักสุดแล้ว มันมีบทให้กูจำมั้ย ทุกเรื่องนนท์มัน Improvise ทั้งนั้นเลย คือไปเล่นกับเพื่อน จบ CLUB 30 CONCERT ไม่ได้อะไรเลยนอกจากรู้ว่ากล้วยเคยมีเม็ด แล้วมาจากนนท์ที่มันคิดแบบนี้ มันเสพอะไรบ้าง"

ผมเคยเจอนนท์ เจอละครจีน AI นนท์เป็นอย่างไรบ้าง?
"ผมรู้สึก Algorithm เขาน่ากลัวมาก  ส่งอะไรมาแต่ละอย่าง ทำไมเราไม่เคยเจอสิ่งนี้ในโลกอินเทอร์เน็ต คลังศัพท์เยอะมากเป็นคนไม่ค่อยดี"

CLUB 30 CONCERT คิดเห้นเรื่องนี้อย่างไร
"เมื่อก่อนคิดว่าแก่มาก ตอนนี้รู้สึกคิดว่าเด็กมาก พอถึงช่วงวัยนี้ ก็ไมได้คิดว่าโตมาก ยังรู้สึกถึงเด็กคนนั้นอยู่เลย ชอบเล่นเกม ก็ยังโตมาแบบนั้นเหมือนเป็นคนเดิมเลย ที่ไม่ได้ต่างอะไรไปมาก" 

ตอนเด็ก ๆ คุณเป็นเด็กแบบไหน?
"ผมเป็นเด็กเงียบ ๆ อาจารย์รักมาก ไม่ตั้งใจเรียนเลยแค่ครูชอบ เพราะเอาใจผู้ใหญ่เก่ง ครูชอบ แล้วรู้วิธีการคุย ทำข้อสอบไม่ได้แต่ว่าช่วยหน่อยแบบนั้น เข้าหาอย่างไรก็เน้นพูดสุภาพ 
มีให้ทำบันทึกการอ่าน ตอนนี้ไม่น่ามีแล้วมั้ง ยังมีเหรอ คนวัยใกล้กันมั้ยนี่ รู้ได้ไงครับเนี่ย คือต้องส่งทุกอาทิตย์ ว่าเราอ่านอะไรบ้าง ไม่เคยส่งเลยสำหรับผม เลือกอ่านเอง อ่านวันเดียวทำให้เสร็จแล้ว คืนเดียว จินตนาการหนังสือขึ้นมาเอง เมื่อก่อนกูเกิ้ลเสิร์ชไม่เจอ พระอาทิตย์ในทะเลสาบสีคราม แบบนี้ เขียนโดย ชนินทร์ นามสกุลบลา ๆ จินตนาการก็มีเนื้อหาสักเล็กน้อย"

สร้างเรื่องเลย?
"20 กว่าเล่ม หนังสือในจินตนาการ"

เสกในวันเดียว คุณไม่ดีนะ เส้นระระหว่างคนไม่ดีและศิลปินนะ? (หัวเราะ)
"ใช่ มันคือวิธีการเอาตัวรอดของเด็กคนหนึ่ง พอช่วงมหาวิทยาลัยจะมีอาจารย์สอนเป็นข้อสอบข้อเขียน แล้วหนังสือเล่มหนามาก แล้วเมื่อก่อน ชอบคนเขียนเยอะ ผมขอเล่ม 2 มาเขียนเลย เขียนจบเล่มแรก เขียนต่อเล่ม 2 เลย น้ำ 99 เปอร์เซ้นต์ เนือ้มีอยุ่ 1 เปอร์เซ้นต์ ไม่น่าเชื่อว่าผมได้ A"

มันต้องมีอะไรในนั้น?
"ไม่มีเลยผมเชื่อ"

พอส่งบันทึกการอ่านอาจารย์ว่าไง?
"อาจารย์อ่านแล้วถามทำไมไม่ส่งการหน้านี้ล่ะ อ๋อผมอยากให้อาจารย์ได้ตรวจรอบเดียวเครับจะได้ไม่ได้เหนื่อยมาก" 

ชอบอ่านหนังสืออยุ่แล้วมั้ย?
"อ่านหนังสือแต่ว่า เป็นหนังสือที่ไม่ใช่หนังสือเรียน" 

อ่านอะไร?
"ประว้ติศาสตร์ อ่านนะ แต่ไม่ใช่เรื่องที่เขาสอน อยากรู้ในสิ่งที่เราอยากรู้ เรื่องที่เขาสอนเราไม่อยากรู้ เราจะเอาตามที่เราอยากรู้"

ประวัติศาสตร์ไหนที่คุณสนใจเป็นพิเศษ? 
"จริง ๆ ชอบทุกที่แต่ชอบเกี่ยวความรู้ เช่น เมื่อก่อนกระดาษเกิดขึ้นมาได้อย่างไร ยุคเซเปียนส์ทำไมมนุษย์ถึงยืนตรง เพราะต้องเดินข้ามทะเลทราย ร้อนหลังเลยยืนตัวตรงดีกว่า" 

ความรู้เอามาประยุกต์ใช้อย่างไร?
"ไม่ได้เลยครับ ร้อนหลังก็ไม่ได้ เราไม่เดินสี่เท้า" 

มีความเนิร์ดสูงมาก
"ทุกวันนี้ก็เนิร์ดอยู่เหมือนกัน  แต่อาจจะมีเวลาอ่านหนังสืออยู่บ้าง" 

ช่วงอ่านหนังสือคุณทำอะไร?
"ช่วงนั้นอยากเป็นสัตวแพทย์ คือต้องเรียนสายวิทย์ แล้วเราบันทึกการอ่านก็ส่งวันสุดท้ายก็ไม่ใช่ทางแล้ว พยายามแล้วแต่ไม่ได้จริง ๆ ใช้วิธีการ ไปเรียนอินเตอร์ดีกว่าแล้วไปต่อมหาวิทยาลัยดีกว่า แต่พอเจอเพื่อน ชวนเล่นดนตรีก่อน ชอบดนตรีมากกว่า"

เพื่อนชวนเล่นดนตรีเล่าหน่อยเรื่องนี้
"เพื่อนอยากทำดนตรี ตอนม.2 เพื่อนเล่นกีตาร์มา โรงเรียนอินเตอร์แบบนี้ อยากทำวง slip knot ว้าก! แล้วให้ผมเป็นมือกีตาร์อีกคน ว้าก ก็นึกออกโบกี้ตอน CLUB 30 CONCERT"

คอสตูมร็อกมั้ย?
"ไม่เลย ติ๋มมาก ใส่กางเกงขาสั้น ๆ เสื้อนักเรียนแล้วเป็นเด็กแบบมีสองคน แล้วค่อยไปหาฟอร์มวง เหมือนหนังเรื่อง Suck seed ตอนนั้นกำลังมา ชวนมือเบส มือกลอง ไม่มีใครมีพิ้นฐาน เลือกเพื่อนก่อนแล้วให้เพื่อนไปเรียนต่ออีกที เอ็งเล่นเบสได้นะ ดูโหงวเฮ้ง หน้าเมืหอนมือเบสไปเรียนเบส ของผมกีตาร์ ดูหน้าเอา แข็งแรงหน่อยก็ตีกลอง ดูทรงเอา ทุกคนก็อยากย้ายไปเรียนตามคลาสแต่ว่าไม่มีนักร้อง เราก็เลยรับอาสา ไปเรียน เป็นมือกีต้าร์ด้วย นักร้องด้วย" 

มีชื่อวงมั้ย?
"ตอนนั้นชื่อ Syndicate ที่แปลว่าสมาคม สักพักนึง เปลี่ยนไปเป็น วงบริการอาบน้ำ"

วงคุณชื่อวงบริการอาบน้ำ สวัสดีครับพบกับวงบริการอาบน้ำ ทำไมงี้อะ Syndicate  ไม่โอเคเหรอ?
"พี่คิดว่าผมตั้งมั้ยล่ะ ผมไม่ได้ตั้ง ทุกคนไปเรียนกันจริงจัง ทุกเสาร์ อาทิตย์ไปเรียน เป็นการฟอร์มวงครั้งแรก 

เล่นครั้งแรกที่ฟอร์มวงเป็นอย่างไรบ้าง?
"โห ไม่เข้ากันเลย (หัวเราะ) กลองเล่นไปทาง เบสเล่นไปทาง เล่นไปคนละทิศละทาง"

ตอนนั้นรู้สึกอย่างไร?
"รู้สึกว่าดีนะ เปิดโปรเจกเตอร์อันใหญ่อวดเพื่อนเลย เพื่อนก็ดู แล้วก็เงียบ ๆ ไป ก็บอก ดีเพื่อน พยายามต่อไป"

Syndicate หรือ วงบริการอาบน้ำ ได้ไปขึ้นคอนเสิร์ตหรืออะไรมั้ย? 
"มีที่โรงเรียน เล่นมาหมดแล้ววงไอดอลอะ สลอตแมชชีน บอดี้สแลมงี้ แต่เล่นได้10 เปอร์เซ็นต์ของปัจจุบัน ผมเคยขึ้น ร้องไปอีกค๊ย์หนึ่งเลย หูมันเพี้ยน" 

คุณเคยมีช่วงเวลาแบบนั้นด้วย?
"ผมถึงบอกว่าเราไม่เก่งแต่เราสามารถเรียนรู้และทำให้เราเก่งขึ้นมาได้ เพราะผมเคยร้องเพลงเพี้ยนร้องไม่ดีมาก ๆ มันคือการฝึกฝนและประสบการณ์แหละ" 

ตอนนั้นคิดว่าเดี๋ยวก็ดีขึ้น หรือ คิดว่าล้มเลิกมั้ย?
"ไม่รุ้ตัวเลย บริการอย่างอื่นมั้ย ตัดขนสัตว์มั้ย ตอนนั้น พอ ม.4 ก็มีสาขาใหม่ มีดนตรีด้วย ตอน ม.3 ก็ต้องตีนิ้งหน่อง เขาบังคับให่้ตีตอนนั้น มีเกรดด้วย ตีไปไม่ชอบ ไม่ชอบบังคับ เกรดต่ำมาก พอขึ้นม.4 หัวหน้าสาขาคือคนที่บังคับให้เราตีนิ้งหน่องนั่นแหละ เราเอากีตาร์ไปออดิชัน เขาปัดเราตกเลย เพราะตีนิ้งหน่องไม่ดี" 

ชีวิตคุณแปลกเนาะ
"ก็เราไม่ชอบตีนิ้งหน่อง อยากเล่นกีตาร์ เสร็จพอไปสอบก็ไม่ผ่านไม่ให้เข้า ก็อิจฉาเขา เพราะเพื่อนมีไม่กี่คนทีได้เรียนคลาสนั้น ตอนนั้นมี 7 คนเองมั้ง ตอนหลังก็แยกไปเรียนตามที่เลือกได้ ผมเรียนศิลป์-ญี่ปุ่น ก็แยกไปเรียนดนตรีบ้าง ก็เรียนจนจบก็ไม่ได้ย้ายไมได้เรียนเลย ไปตอบอีกทีตอนมหาวิทลัยเลย"

ทำไมเลือกเรียนศิลป์-ญี่ปุ่น ชอบเหรอ?
"คือตอนนั้น ชอบดูอนิเมะ จำได้หมด ใครยังไง ตัวอักษรนะ เรียนจนจบม.6 แต่แปลไม่ได้เลยสักอัน แต่จำได้แต่เรียนเพิ่มไม่ได้เลย" 

ชอบอนิเมะ ขอบเรื่องอะไร?
"ก็มีแบบนารูโตะ เบอร์เซิร์ก จุนจิอีโต้ พวกการ์ตุนสยองขวัญ ที่แบบชอบ เหมือนพยายามจะไปดูแล้วจำวิธีการเขา  นารูโตะทุกกลางวันอะ วิ่งผ่านสนามฟุตบอลกับเพื่อน ถ้าไต่กำแพงแล้วไต่แล้วแหละ"

เข้ามหาวิทยาลัยไปไงต่อ?
"เราชอบร้องเพลงเราก็ไปเรียนเพื่อจะสอบเข้า เรียนทุกอย่างเลย ยกเว้นการอ่านโน้ต ตบมือตามจังหวะ เชื่อมั้ยตบไม่ได้เลย แต่ผ่านแบบร้องมันเหมือนแจ๊สอะ เขาขอบเสียงเราก็เลยผ่าน ชอบเสียง อันอื่นไม่ค่อยดี ตบมือตามจังหวะไม่ดี เสียงโอเค เรียนไปสักพัก ไม่ไหว เหมือนมันมีบางวิชาที่เราไม่ได้ชอบ นิสัยเดิมกลับมา ไม่ชอบทำในสิ่งที่เค้าบังคับ ไปเรียนการเงินการลงทุน ซึ่งต่างจากที่เรียนมาตลอดมาก ตอนนั้นก็รู้สึกว่าเราเลือกเองก็ทำได้ดี จบไฟแนนซ์ ทำได้ดีด้วย จาดเกรดเฉลี่ยสมัยมัธยมที่เคยได้คือ 0.91 

พูดเต็มเสียงเลย ดีใจเหรอ?
"กลับไปบอกแม่เรียนได้ 0.91 แม่ขำ โอเคอย่างน้อยเราก็มีเกรด ไม่ 0.4 ก็ดีแล้ว แล้วก็เรียนมาตอนมัธยมก็ไม่เคยเกิน 2.0 แต่พอเรียนไฟแนนซ์เกรดได้ 3.67 

ตอนไปเรียนเรื่องนักร้อง ดนตรี ไม่ทำแล้วเหรอ? 
"ตอนนั้นพังทลายแล้ว ทำนักร้องมาสักพักแล้วไม่ค่อยเวิร์กก็เลยจะไปทำธุรกิจแทน"

จุดที่บอกว่าพังทลายคือยังไง?
"เหมือนปล่อยเพลงไปเรื่อย ๆ ก็ไม่มีอะไรเพิ่ม พอไปโชว์ก็ไม่มีคนดู 4-5 เพลงแล้ว ไม่มีคนมาดู ไม่มีเอนเกจ ของห้าง ๆ นั้น หรือที่ที่นั้นพอไม่มีก็ไม่่ต้องไป ปล่อยเพลงไปเรื่อยๆ ไม่มีอนาคต แล้วก็ค่ายก็ปิดลงไปเรื่อย ๆ ไปอยู่กามิฯก็ปิด การ์เด้นก็ปิด อาร์เอสก็เหมือนจะปิดของมิวสิคไป เปลี่ยนโมเดลไป"  

คือเราไปอยู่ทีไหนก็ปิด แต่ที่นี่ยังอยู่ไปเรื่อย ๆ นะ (หัวเราะ)
"ใช่ ผมจับอะไรพังหมดแล้วไง" 

ยากนะตอนนั้นพังทลาย?
"ย้ายไปอยู่แกรมมี่ แล้วเราก็ไปอยู่ค่ายเล็ก ๆ ในนั้นมีโปรเจ็กต์ ปล่อยเพลงไป 2-3 เพลง ค่ายปิดอีก แล้วตอนนั้นรู้สึกว่าไม่เวิร์กแล้ว แล้วก็เลยมาทำธุรกิจขายน้ำ ทำเกี่ยวกับน้ำสมุนไพร ทำเอง ไปยื่น ม.เกษตรฯ ได้ทุนเริ่มทำ ทำคนเดียวเลย ทำเอง ออกบูธไปถึงจีน กวางโจว ทำเองขายเอง ทำโลโก้ทำเองกินเอง (หัวเราะ) มันยังไมได้เริ่มขาย มันต้องใช้เงินจำนนวนเยอะมาก  เดี๋ยวเราลองทำไปเรื่อย ๆ มันมีออฟเฟอรืให้เราทำ ให้เล่นหนังสั้น ให้ทำเพลง ทำหมดเลย พอเริ่มมีงานทำเพลงไม่มีสตูฯ ก็ขายของที่มีมูลค่า เลยขายเปียโน กีตาร์ที่แม่ซื้อให้ ขายไปก่อน ครึ่งราคาก็เอามาก่อน เพราะว่าเอามาทำสตูฯ ทุกวันนี้ของที่ใช้ยังใช้อันเดิมอยู่เลย หน้าจอคอมเพึ่งเปลี่ยนเอง"

อะไรคือจุดพลิกของคุณ?
"ผมว่าคินพอร์ช เดอะซีรีส์นะ ตอนนั้นคินพอร์ชพอเราประกวดเข้าไปแล้ว มันเข้าไปเป็นแคสต์ ออกมาไพรอทแล้ว ตอนแรกจะปิดอีกรอบ ก็เกิดการรีแคสต์ขึ้นมา ผมอะนั่งอยู่บริษัทแล้วทุกคนมานั่งด้วยกันหมดเลย แล้วเหมือนเข้าไปหมด แต่ละคน มีแค่ 3 กรณี คือ 1.ได้ไปต่อ 2.ไม่ได้ไปต่อ 3.รีแคสต์ ขอแคสต์ใหม่ คนแรกขึ้นไป วิ่งร้องไห้ลงมา ใจเสียแล้ว วิ่งร้องสามสี่คน มาร้องข้าง ๆ ผม ไม่ออกไปข้างหน้าสักนิดมั้ย เหมือนมีบางคนก็ผ่านได้เลย เราขึ้นไป แล้วก็นั่งคุยกัน นักเขียนแล้วก็ทีมงาน เขาชอบเราแต่ไม่แน่ใจว่าอย่างเราจะโอเคมั้ย กับบทบาทนี้ ลุคนี้ เขาขอการรีแคสต์ ในหัวคือแบบ อีกแล้ว ไม่ชัวร์ ทำอีกรอบ ก็ไปรีแคสต์ จำได้ว่าคินพอร์ขก็หยิบกี่ตาร์ปทั้งสองรอบ มันคือคอมฟอร์ดโซนเรา เขาเลือกเราเพราะร้องเพลงนี่แหละ คือเขาบอกน่าเอามาประกอบ เลยบอกเพลงงนี้ประกอบเรื่องอื่นไปแล้วครับ เดี๋ยวผมแต่งให้ใหม่ ถ้าพี่อยากทำ เกิดเป็นเพลง "แค่เธอ" ขึ้นมา" 

ชีวิตคุณผ่านอะไรยาก ๆ เยอะมาก เหมือนรับทุกโอกาส 
"คือเหมือนว่าหลังชนฝา พอมันมีงานแล้วหายไปช่วงโควิด เห็นในบัญชีเหลือ 6 พันกว่าบาท ไม่กล้าบอกพ่อแม่เกรงใจเค้า อะไรก็ตามที่เค้าให้ก็ทำหมด บางเรื่องได้ออน บางเรื่องไม่ได้ออน อย่างน้อยก็ได้เงินมาแล้ว มีเงินใช้ชีวิต มันยังไม่รู้ว่าต้องทำเงินยังไง เดือนชนเดือนไปเรื่อย ๆ ตอนนั้น" 

ตัดภาพมาวันนี้คอนเสิร์ตนี่นั่น คิดมั้ยว่าเหตุการณวันนั้นจะพาคุณมาถึงวันนี้? 
"ไกลมากเหมือนกันที่คนคนหนึ่งจะพาตัวเองมาถึงตรงนี้ มันก็ผ่านมาแป๊บเดียวเอง" 

อะไรที่พาคุณมา นอกจากเสียงร้อง? 
"ผมว่ามันหลายประเด็น ผมเชื่อว่าเรื่องยาก ๆ ในวันนี้ คือการที่เราผ่านเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ รวมๆกัน เช่นคินพอร์ช เช่น ลืมไปแล้ว มันค่อย ๆ ระหว่างทางไม่ได้มาตั้งแต่วันแรก ทุกคนมาเจอกันระหว่างทางพวกนี้แหละ ที่มันค่อย ๆ ถักทอผืนฟ้าที่สวยงามจัง คือดายเส้นเล็ก ๆ ที่ตั้งใจถักทอ เราต้องออกไปให้ได้มากที่สุด เท่าที่จะเป็นไปได้ ฉะนั้นที่ออกไปเล่นคอนเสิร์ตก็ต้องยินดีที่ได้รู้จัก จะทำให้ดู เจฟ ซาเตอร์เป็นอย่างไร ก็เลยมีคอนเสิร์ต 4 อาทิตย์ติด"

มันมีวันที่พังทลาย มันมีวันที่กลับมาแล้วมั้ย มันมีวันแบบนั้นมั้ย วันไหน?
"มันมีวันนั้นมีวันที่ประกาศว่าเราได้แคสต์ในคินพอร์ชอีกรอบ จำได้ว่าผมกินเนื้ออยู่ สเต็กหั่นเต๋า ย่างแบบมีเดียม A5 วากิว ที่นั่งสองที่" 

เต๋ากี่ชิ้น? (หัวเราะ) ละเอียดมาก?
"16 ชิ้น เหลือประมาณ 7 ชิ้น (เหนื่อยว่ะ) แล้วพอคิดว่าเฮ้ย! ไฟนอลลี่เรามีบางโปรเจ็กต์มันไม่ได้แล้ว เนื้อสเต็กที่อร่อยที่สุดเลย"

ไปอเมริกาทำไม?
"ไป global spin ที่แกรมมี่มิวเซียม แกรมมี่เราก็รู้ว่าเขาจะเอาคนที่ได้รางวัลแกรมมี่อวอร์ดมา เราเป็นศิลปินไทยที่ไปเล่นที่นั่น 

ประสบการณ์ที่นั่น เป็นอย่างไรบ้าง?
"หนาวครับ ไปดูแรคคูนก็ไม่ได้ดู หนาวมาก มีไปแอลเอกับนิวยอร์ก ไปดูสิ่งต่าง ๆ ที่เราเคยดูในหนัง เช่นฉากต่าง ๆ ซูเปอร์ฮีโร่ สไปเดอร์แมน เคยอยุ่ตรงนี้ เราอยากไปแรคคูน ในวิดีโอต่าง ๆ ไปดู แต่ว่ามันหนาวมาก แรคคูนสั่น" 

ไปออกรายการอะไรนะ?
"Good Day New York รายการตอนเช้าฟีลแบบเรื่องเล่าเช้านี้ ไปเล่นดนตรี ไปก็คือนักร้องตายหมด เพราะเช้ามาก ตอนนั้นไปเจ็ดโมงจำได้ นักร้องก็คือแบบไม่ใช่เวลาจะร้องแล้วเสียงเราจะมาได้ ตื่นตั้งแต่ตีสอง มาวอร์มเสียง ลำบากคนที่นอนข้างห้องโรงแรมมมาก ตีสอง สงสารเลย ไม่มีใครคอมเพลน เราก็แบบซ้อมทั้งคืน เพื่อให้ตอนเช้ามันโอเค พอไปออกรายการจริงยิ่งใหญ่ไม่่มีคนดูสด แต่ฟีดแบ็กในไทยดีมาก"

คุณมีศิลปินที่มีอิทธิพลกับคุณมั้ย เซเลบที่เป็นไอดอลคุณ?
"ล่าสุดดู MJ ไมเคิล แจ็กสัน คือดูเขาตั้งแต่เด็ก ๆ อยู่แล้ว แต่พอไปดูหนังเขา อินมาก เหมือนแบบไปเจอ โคลมนี โดมินโก คนที่เล่นเป็นพ่อของไมเคิล ในเรื่องใจนี่อยากไปดูเขา ไปดูเขาเล่นเขาเรื่องนี้ รอบพรีเมียร์เลยอยากไปดู แต่ไปเบอร์ลิน จะชวนเราไป แหมเหมือนอยู่ทองหล่อเนาะ อยากไปนะ แต่ขอตารางแต่ไม่ว่าง" 

ได้คุยอะไรกับเขาบ้าง?
"เหมือนแบบว่ามีเรื่องนี้ออนนะ เขาไปเพรสที่ต่าง ๆ มันดีนะ เป็นโปรเจ็กต์ที่ใหญ่มาก พอไปดูสนุกจริง ๆ ได้อะไรจาก MJ เยอะเลย"

ได้อะไรจาก MJ?
"เขามั่นใจในความเป็นตัวเอง เขาต้องการอะไร เพลงเขา ถ้าอยากได้เพลงเขาจะบีชบ๊อกแล้วสร้างทุกอย่างขึ้นมา ก่อน ซึ่งเขามีทุกอย่างในหัวอยู่แล้ว มันก็ยาก เขาแค่บอกออกมา บางเราต้องมั่นใจในสิ่งที่เรามี ถ้าเราชอบก็โอเค" 

ถามวิธีการทำเพลงวิธีคิดของคุณ?
"วิธีคิดของผมคือส่วนมากจะเป็นการที่เราเสพสิ่งต่าง ๆ พอย่อยด้วยตัวเองก็จะวนคำออกมา เหมือนวิวาห์ เราคิดเมโลดี้ ก่อนส่งเดดไลน์วันสุดท้าย ก็คิดขึ้นมา มันก็ออกมาเอง ในหัวมันย่อยสิ่งเหล่านั้นแล้วคายออกมา มันก็จะออกมา ส่วนใหญ่ใกล้เดดไลน์ไม่เกินอาทิตย์หนึ่ง เนี่ยและจากบันทึกการอ่าน เรียกว่ารีบ บ่มออกมา อย่างเพลงล่าสุดในอัลบั้มใหม่เสพหนังเรื่องหนึ่งมา เราชอบคำนี้แล้วมันค่อย ๆ ผุดขึ้นมา วิธีการมันน่ะ แล้วแต่เป็นคำ เป็นชื่อคอนเเซ็ปต์ก็มี เช่นซ่อนไม่หา โจทย์มาก่อน เป็นโจทย์มาเลยแล้วมาหา ค่อยตีความกับมัน"

รู้จักว่า Song Camp มั้ย?
"ทำตอนไปสวีเดน สำหรับผมคือเหนื่อย มันเค้นทุกอย่าง และไม่รู้ว่าคนอื่นเป็นมั้ย ผมชอบอยู่กับตัวเอง คิดคนเดียว เค้นเมโลดี้ออกมา" 

กตัญญู เล่น Song Camp ร้องเพลงกับเจฟ เรียกเสียงกรั๊ดลั่นสตู

ทุกวันนี้แต่งเพลงมากน้อยแค่ไหนวันหนึ่ง วิธีการอยู่เรื่องพวกนี้?
"จริง ๆ อยู่นั่งเล่น ช่วงเวลาว่าง ๆ อยากทำเพลงช่วงถอนฟันคุด ก็อ้าปากไม่ขึ้น ตอนนี้ดีแล้ว ใช้เวลากับมันค่อนข้างเยอะ มีทำอะไรบ้าง ไม่เดดไลน์มาก นั่งคิดในช่วงเวลาแพลนอื่น"

Alter Ego การสร้างตัวตนอีกคนหนึ่งขึ้นมาเวลาอยู่บนเวที ชื่อว่าสัญชัย หรือ ซันไชน์?
"ใช้ พี่สัญชัย หรือ ซันไชน์นั่นแหละ มันเกิดตอนช่วงเด็ก ๆ เราชอบคุยกับตัวเอง อยู่ในหัวตัวเองส่วนมาก แฟน ๆ น่าจะรู้ว่าเหม่อลอย ๆ อยู่ในหัวตัวเอง" 

คุยอะไรกับเขา?
"กลัวก็คุยกับเขา อีกคนก็เทคโอเวอร์กัน มันเบียวมาก แต่มันคือเซฟโซนเรา พอไม่ปลอดถัยก็เอาคนนี้ออกมา มันคือตัวเราอีกคนที่เก่งและกล้าในพาร์ทพาร์ทนึง"

มันมีวิธีเรียกมั้ย ดีดนิ้วเหรอ?
"ไม่ได้แบบนั้นน่ะ มันหลายอย่าง เหมือนเขาออกมาเองในช่วงที่เขาต้องมา และไปเองในช่วงที่เขาต้องไป ไม่ได้ชัดเจนขนาดนั้น เราจะรู้เองว่าใช่หรือไม่ใช่" 

มาทุกครั้งมั้ย?
"ไม่มาทุกครั้ง มาบางเพลงที่แต่งมาจากเขา เพลงมันจะมามีเพลงดาร์ก พาร์ทผมก็กวีอ่อนโยนหน่อย มันเห็นชัดว่ามันมีสองบุคลิก มันมีซันไชน์มาเลย ฟีลลิ่งมันมาแบบนั้น"

งานมันต่างกัน?
"ก็ต่างกัน คนละแบบ" 

อินพุชยังไง ไปดูหนัง อ่านหนังสือ ตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?
"หลายอย่างเลย ทุกอย่างมัน inspiration ได้หมด ดูหนัง ฟังเพลงอ่านหนังสือนิยายต่างประเทศ Red Rising นิยายไซไฟแฟนตาซี ชอบอ่านก็อ่านจนจบก็ชอบมาก DM ไปหานักเขียน ผมชอบเป็นงานที่ดี เขาตอบกลับมาว่า เฮ้ยขอบคุณมากที่อ่าน อ่านถึงไหนแล้วล่ะ มันมี 6 เล่ม เพิ่งจบเล่มแรก หวังว่าคุณจะเอาชีวิตรอดจากเล่มที่ 3 ได้นะ" 

คุณดูยุ่งมากแต่มีเวลาอ่านหนังสือ?
"ก็เวลาไปกอง แต่งหน้าก่อนเข้าเซ็ต มีเวลาอ่านได้บ้าง" 

การอ่านมันให้อะไร?
"มันเหมือนว่าพาเราออกไปจากจุดที่เราอยู่ เราไม่อยากจะเป็นตัวเราบ้าง การอ่านจะพาไปที่นั่นที่นี่" 

รู้สึกอย่างไรมีคนชื่นชอบ แต่ต้องไปขายน้ำสมุนไพรบ้าง แล้วพลิกมามีแฟน ๆ ไปทั่วโลก?
"กดดันมากนะตอยต่อหน้าแฟน ๆ เลย ก็รู้สึกอบอุ่น ต่อให้ผมจะไปไกลแค่ไหน แต่ระยะห่าง จะเท่าเดิมเสมอ ไม่ใช่เพราะไปไกลแล้วเขาอยู่ที่เดิม แต่เราเดินไปด้วยกันระยะทางจะเท่ากันตลอด เราซ้อนไหล่กันไปเลย ใกล้กันเสมอคือไม่ว่าจะไกลแค่ไหนผมจะทำให้มันใกล้กันเสมอ ไม่ได้มองว่าเป็นแฟนคลับ แล้วไกลตัวนะ เราเป็นแฟมิลี่ มาเจอกันในอีเวนต์ มาใช้เวลาดีๆด้วยกัน แฟมิลี่มีตตี้ง ก่อนที่ไปทำความฝันกันใหม่ แล้วมาเติมกันใหม่" 

ก่อนที่จะมีคำถามจากแฟน ๆ ของเขา ที่ทำเอาคำตอบอมยิ้มตาม

ฝากให้กำลังใจคนที่จะไปผ่าฟันคุดหน่อยค่ะ 
"มีฟิล์มเอ็กซเรย์มั้ย ผมให้กำลังใจคือมันจะจบ แต่เจ็บไม่มาก ถ้าเราดูแลมันดี อย่าไปหาทำแบบแต่งเพลงช่วงนั้นอย่าไปทำ"

ตอนนี้มีอะไรที่อยากทำ แล้วยังไม่ได้่ทำ?
"อยากพากย์เสียง เมื่อก่อนเคยออดิชันแคสต์เสียงเยอะ แคสต์หนังแต่ไม่เคยติดเลย" 

ทำไมคุณคิดว่า คุณถึงเป็นที่รัก คุณคิดว่าอะไรที่คนถึงรักเจฟ ซาเตอร์?
"ตอบยาก เลยต้องถามแฟน ๆ น่าจะเป็นเรื่องถ้าใครคนหนึ่งจะรักคนคนหนึ่งได้ เหมือนมีบางอย่างที่อีกฝ่ายรู้สึกจริงใจมั้ง พูดจริง ๆ ทำจริง ๆ มากกว่า ต้องประมาณนี้ ปลอดภัยเวลาอยู่ใกล้กัน ผมพยายามที่จะโอเวอร์แชร์ พูดหมดในเรื่องที่เราพูดได้ ฟันคุดก็บอก บางทีไม่พูดก็ได้ แต่ผมรู้สึกว่าการที่เรามองว่าแฟมิลี่กัน แชร์กันได้หมดก็เป็นเวย์ของผมที่สื่อสารกับแฟน ๆ ว่าเจฟซาเตอร์แบบนี้ 

พร้อมทั้งปิดท้ายรายการด้วยเสียงพากย์ "คนเล็กหมัดเทวดา" ที่ฮาและอบอุ่นมากจริง ๆ  ร่วมทำความรู้จัก “เจฟ ซาเตอร์” ในมุมที่ลึกกว่าเดิม และค้นพบเรื่องราวเบื้องหลังตัวตนของศิลปินคนนี้ได้ใน The Celebrities EP.8 รับชมได้ที่ TrueID เท่านั้น กด >> ล็อกอินรอชมได้เลย << ได้แล้ววันนี้ ทาง TrueID และติดตามตอนใหม่ๆ ของ The Celebrities ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. ที่ TrueID เท่านั้น

อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :

>> สมัครแพ็กเกจ TrueID+ สมัครเลย <<

ปลดล็อกพลังงานความสุขให้เต็มแมกซ์! กับแพ็กเกจทรูไอดีพลัส ในราคาพิเศษ
ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น