รีเซต

รีวิว START-UP สตาร์ทอัพ ตอนแรก : "เบลล์-ก้อย-เกรท" เปิดปมชีวิตในอดีต สุข เศร้า เคล้าน้ำตา

รีวิว START-UP สตาร์ทอัพ ตอนแรก : "เบลล์-ก้อย-เกรท" เปิดปมชีวิตในอดีต สุข เศร้า เคล้าน้ำตา
EntertainmentReport2
12 มกราคม 2567 ( 21:00 )
207

รีวิว START-UP ตอนแรก  : พ่อแม่แยกทางกันทำให้พี่น้อง พาฝัน (เบลล์ เขมิศรา) กับ อลิส หรือ อลิสา ในอดีต (ก้อย อรัชพร) ได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง อลิสมีชีวิตสุขสบาย ส่วนพาฝันยังย่ำอยู่กับที่ เลยเกทับรีวิวว่าชีวิตดีมีธุรกิจมีแฟน แต่อลิสรู้ทัน พาฝัน เจ็บใจที่โดนดูถูก เลยประกาศจะพาแฟน กรณ์ ไปเปิดตัวในงานวันเกิดอลิส แต่นั่นกลับทำให้เรื่องวุ่นหนักกว่าเดิม เพราะกรณ์ที่พาฝันโม้ไว้ไม่มีตัวตน! เป็นแค่กรณ์ที่อยู่ในจดหมายตอนเด็ก คือ จิรภัทร (เกรท สพล) เด็กกำพร้าใฝ่ดี ที่หนีมาหลบฝนที่ร้านโตเกียวของย่า บุษบา (นีรนุช ปัทมสูต) ดราม่า รันทด มีน้ำตากันตั้งแต่ตอนแรกกับปมชีวิตของทุกตัวละคร ที่สุดเข้มข้น

 

กดดูเลย  START-UP ตอนแรก 


พาฝัน (เบลล์ เขมิศรา) หญิงสาวที่สดใสร่าเริงและเชื่อมั่นในตัวเอง ไปช่วยเพื่อนขายไอ่อุ่นหุ่นยนต์อัจฉริยะในงานอีเวนต์ของแซนบ๊อกซ์ ทำให้ได้พบกับ อลิส (ก้อย อรัชพร) พี่สาวที่ไม่ได้เจอกัน15 ปี เนื่องจากพ่อแม่แยกทางกัน พาฝันก็ตัดสินใจเลือกที่จะอยู่ กับ พ่อ (อิงค์ อชิตะ) ในขณะที่พี่สาวเลือกที่จะอยู่กับ แม่ (เข็ม กฤตธีรา) ที่แต่งงานใหม่กับ บัณฑูรเจ้าของมอร์นิ่งกรุ๊ปผู้ร่ำรวย อลิสถูกเชิญมาในฐานะนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จ โดยการบรรยายมี โรสลิน (ต่าย เพ็ญพักตร์) และ จิรภัทร (เกรท สพล) เข้าร่วม

ในงานสนทนานักธุรกิจหน้าใหม่ อลิส เจอคำถามว่าทำไมถึงเติบโต และแข็งแรงมาจากพ่อที่ร่ำรวยอยู่แล้ว เธอตอบคำถามกลัยว่า พ่อเหมือนกระบะทรายที่รองรับให้ ซึ่งใครที่เมาท์เธอ เธอบอกว่าไม่สามารถทำให้ใครพอใจได้ คนแรกถามเสร็จ คนต่อไปคือ "พาฝัน" หรือ "ดรีม" ที่ลุกขึ้นถามพี่สาวที่ไม่ได้เจอกันมานานกว่า 15 ปี พาฝันถามว่าเลือกเส้นทางที่เห็นแก่ตัว เพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จบ้างมั้ย อลิสจำได้ทันทีว่านี่คือ ดรีม หรือ "พาฝัน" น้องสาวเธอ ซึ่งดรีมเรียกอลิส ว่า อลิสา เป็นชื่อเดิมเมื่อสมัยยังอยู่ในครอบครัวเดียวกัน

ในวัยเด็ก พาฝันอยู่กับย่า บุษบา (นีรนุช ปัทมสูต) ขายโตเกียว ซึ่งอลิสาไม่ได้ช่วยน้องเพราะอ่านหนังสือสอบ หลังเลิกงาน พ่อ (อิงค์ อชิตะ) เลิกงานก็กลับบ้านมารับลูกสาว พาฝัน หรือ ดรีม ก็กลับบ้านพร้อมพ่อ พอกลับมาบ้านเจอแม่ (เข็ม กฤตธีรา)  พ่อกับแม่ทะเลาะกัน เพราะเห็นสามีอยากลาออก มาทำธุรกิจเอง แต่ภรรยาก็กลัวครอบครัวจะลำบากอยากให้ทำควบคู่กันไปก่อน ทั้งสองทะเลาะกันหนัก 

พาฝันมาฟ้องย่าว่าพ่อจะลาออก ซึ่งพาฝันเข้าใจพ่อ ส่วนอลิสา เข้าใจแม่ และอลิสาได้ของขวัญ ดอกไม้จากหนุ่ม ๆ ทุกวัน อลิสาจะไม่ยอมเรียนพิเศษ เพื่อให้แม่เก็บเงินไว้แม่เอาแหวนไปจำนำ และสอนให้ลูกอยู่กับความเป็นจริงเหตุผลไม่ใช่ความฝัน ดรีมลงมาดื่มน้ำเจอพ่อนั่งทำงานอยู่ ทั้งสองส่งกำลังใจให้กัน ดรีมบอกแม่ว่าเห็นพ่อทำงานหนัก ดรีมไม่อยากเป็นพ่อทำงานหนัก แต่แม่บอกว่าคนเป็นผู้นำครอบครัวต้องช่วยกันดูแล หน้าที่ของลูก ๆ ต้องตั้งใจเรียนให้เก่ง ๆ จะได้สบาย ซึ่งแม่มองว่าพ่อเป็นพ่อ เป็นผู้นำครอบครัวที่ต้องดูแลทุกคนให้ได้ ซึ่งพ่อได้ยินทุกอย่าง ทั้งคู่ตัดสินใจเลิกรากันและหย่าร้าง แม่ให้ลูกเลือกว่าจะไปกับใคร 

พาฝัน วิ่งร้องไห้มาหาย่า อลิสาเลือกอยู่กับแม่ ดรีมเลือกอยู่กับพ่อ พาฝันถามพี่สาวตัวเอง เลือกสมองมากกว่าหัวใจ แต่สมองเป็นเรื่องเหตุผล หัวใจเป็นเรื่องอารมณ์ ใครที่ใช้อารมณ์มากกว่าเหตุผลส่วนใหญ่เสียใจทีหลังเสมอ ซึ่ง จิรภัทร (เกรท สพล) คุ้นหน้าพาฝันอย่างมาก ทำให้เขาย้อนคิดถึงชีวิตในวัยเด็ก ซึ่ง จิรภัทร เป็นเด็กกำพร้าที่เรียนที่เรียนเก่งมาก เป็นนักเรียนดีเด่นแทบทุกปี แต่โดนเขม่นทำร้าย จนต้องหนีมานอนที่ร้านขายโตเกียวของบุษบา ย่าของพาฝัน ในคืนที่ฝนตกหนัก ซึ่งบุษบาดูแลเขาอย่างดี และย่าเองก็อยากให้ดรีมมีเพื่อน ก็เลยให้จิรภัทร เขียนจดหมายหาดรีม โดยให้เป็นเพื่อนกับดรีมทางจดหมาย ในนามของ "กรณ์" ดรีมดีใจที่มีเพื่อนทางจดหมายชื่อกรณ์ ซึ่งย่าเป็นคนเขียนบทให้จิรภัทรเขียน ซึ่งเขียนแล้วทั้งสองคนจะเอาไปใส่ไว้ในตู้กระรอกที่ร้านขายโตเกียวของยาย พ่อรู้ทันทีว่าย่าทำให้หลานยิ้มได้ เขาสัญญากับแม่ว่าจะทำธุรกิจให้สำเร็จ แม่สอนว่าทำให้ได้ พูดแล้วทำให้ได้ ดรีมโตมากับพ่อที่ทำงานแล้วมารับกลับบ้าน อลิสาบอกว่าแม่แต่งงานใหม่แล้ว และจะย้ายไปอยู่อเมริกาแล้ว อลิสาบอกไม่อยากลำบากแล้ว ดีใจที่จะได้ไปเรียนต่อเมืองนอก อลิสามาชวนน้อง แต่พาฝันไม่ทิ้งพ่อ ซึ่งอลิสาจะไปกับแม่ ดรีมเสียใจมากที่ถูกทิ้งไป 

พอมาเจอกันอีกครั้ง อลิส สองพี่น้องคุยกัน อลิสบอกน้องดูโตขึ้น เธอถามถึงย่า ซึ่งย่ายังขายโตเกียวแก้เบื่ออยู่ พาฝันจำต้องบอกพี่สาวว่าทำสตาร์ทอัปอยู่ ซึ่งพี่สาวบอกว่ายากนะ จะไหวเหรอ พาฝันบอกว่ากรณ์คือพาร์ทเนอร์ของเธอ ซึ่งอลิสาจะได้ว่าเป็นเพื่อนทางจดหมายของดรีม พาฝันเกทับว่ากรณ์เป็นพาร์ทเนอร์ทุกด้านในชีวิต อลิสจึงชวนน้องสาวมางานวันเกิด เผื่อว่าจะมีพาร์ทเนอร์มากมายและให้พากรณ์มาด้วย อลิสบอกดีใจที่คิดไม่ผิด ที่เลือกไปกับแม่ 
และรู้ว่าว่าพาฝันโกหกทุกเรื่อง พาฝันโดนพี่สาวตอกย้ำความล้มเหลวจึงเสียใจ จึงปณิธานว่าจะพากรณ์มางานวันเกิดนี้ได้ให้

พาฝันกลับมาช่วยย่าเก็บร้านโตเกียว เธอถามว่าย่าเคยเจอกรณ์ตัวจริงหรือไม่ จิรภัทร มาแอบมองเจอพาฝันกับย่าที่ร้านโตเกียวพอดี เขาคือหลานของย่าที่เขาเขียนจดหมายให้นั่นเอง จิรภัทรยังจำเรื่องราวในอดีตได้ดี ย่าที่เลี้ยงดูช่วยเหลือเขาในวันนั้นเปิดบัญชีหุ้นให้เพราะเขายังเด็กปันผลลงทุนหุ้นของจิรภัทร ซึ่งย่าเรียกว่า "เด็กดี" เป็นกอบเป็นกำ ย่าแบ่งเงินตัวเองให้พ่อของพาฝันไปใช้หนี้และสร้างตัว แต่ทันใดนั้นเจ้าหน้าที่สถานเด็กกำพร้าก็มาตามหาตัวจิรภัทร

เด็กดีของย่าเสียใจ และเข้าใจว่าย่าเอาเงินให้พ่อของพาฝัน แต่ความจริงแล้วไม่ใช่ ย่ากดเงินมาคืนให้เด็กดีของย่า และไม่ได้เป็นคนโทร.ให้เจ้าหน้าที่มาพาจิรภัทรกลับไปอยู่ในบ้านเด็กกำพร้า ซึ่งย่าจะดูแลเขาเอง แต่เขาตัดสินใจกลับไปเรียนต่อให้จบ ด้านพ่อของพาฝันเสนอโปรเจ็กต์กับโรสลิน เจอจี้ถามและตอบคำถามได้ดี จนตกลงลงทุนกับพ่อของพาฝัน พอได้งานแล้ว พ่อโทร.หาลูกสาวแจ้งข่าวทันที และยังคาดหวังจะแม่กับพี่กลับมาอยู่ด้วยกัน ซึ่พาฝันรู้ดีว่าแม่กับพี่สาวจะไม่กลับมาแล้ว พาฝันชอบกินข้าวเหนียวมะม่วง ซึ่งเธอจะได้กินในวันนี้ หลังจากที่พ่อมีความหวังเรื่องธุรกิจที่ทำสำเร็จแล้ว ซึ่งแม้ว่าการทำธุรกิจมันยาก แต่เพราะลูกสาวตอนเด็กชอบเล่นชิงช้า ล้มเจ็บ จึงขอให้พ่อเอาทรายมาโรยไว้ ล้มจะได้ไม่เจ็บอีกต่อไป ลูกสาวขอให้พ่อเอาทรายมาเทหน่อยล้มจะได้ไม่เจ็บ ซึ่งพ่อของพาฝันบอกว่า หากโลกของธุรกิจมีพื้นทรายรองรับก็คงดี สำหรับคนมือใหม่ในการทำธุรกิจเช่นกัน 

พ่อของพาฝันเหนื่อยล้าและเริ่มแน่นหน้าอก เขาซื้อข่าวเหนียวมะม่วงติดมือมาให้พาฝัน แต่ไปไม่ถึง พาฝันสูญเสียคุณพ่อในวันนั้น หน้าฝนที่แสนโหดร้ายของเธอ แต่เธอก็มีกรณ์ เพื่อนทางจดหมาย คอยปลอบใจเธอมาตลอด พาฝันเสียใจแต่อยู่ได้เพราะจดหมายของกรณ์ เด็กดีกลับมาหายายในวันที่โตขึ้น ย่าจะได้ทันทีว่านี่คือ "เด็กดี" ของย่า ด้านพาฝันเขียนจดหมายฝากไว้ที่ต้นไม้อีกครั้ง เพราะอยากเจอกรณ์ซักครั้ง ซึ่ง กรณ์(อัพ ภูมิพัฒน์) ตัวจริง เด็กเก่งคณิตศาสตร์ที่เป็นข่าวในอดีต ก็กำลังสร้างตัว ในอีกมุมหนึ่งของวงการธุรกิจ เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามชม ซีรีส์ "START-UP" (TrueID) ทุกวันศุกร์ - เสาร์ เวลา20.00 น. ดูฟรีที่เดียวที่ ทรูไอดี

อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :