[US Box Office] ดลบันดาลมาช่วยแล้ว "Send Help" แชมป์ใหม่ในวีคที่มีแต่เรื่องเซอร์ไพรส์
Box Office Send Help
บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 30 มกราคม - 1 กุมภาพันธ์ 2026 - สู่สุดสัปดาห์ปลายเดือนมกราคม..เดือนแรกของปีได้ปิดฉากลงไปอย่างรวดเร็ว โดยที่สัปดาห์นี้มาพร้อมกับกองทัพหนังเข้าใหม่แบบจุก ๆ และก็กลายเป็นสัปดาห์ที่บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาเต็มไปด้วยความน่าประหลาดใจอยู่หลายประเด็น แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าบรรดาหนังใหม่จะเข้ามาชะล้างภาพเก่า ๆ ออกจากตารางมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นการส่งสัญญาณว่ากลุ่มหนังใหม่ปี 2026 พร้อมที่จะเดินเกมอย่างเต็มกำลังแล้ว
ต้อนรับแชมป์หนังใหม่ในวีคนี้กับหนังระทึกขวัญติดเกาะระหว่างลูกน้องกับเจ้านายคู่ไม้เบื่อไม้เบา "Send Help" ผลงานหนังเขย่าขวัญเรื่องล่าสุดในรอบกว่าสิบปีของ "แซม ไรมี" ออกสตาร์ทรายได้ 3 วันแรกที่ 20 ล้านเหรียญ จาก 3,475 โรงฉายทั่วอเมริกา หรือคิดเป็นรายได้เฉลี่ยที่ราว ๆ 5,700 เหรียญ ถือว่าหนังเปิดตัวได้มากกว่าที่คาดเอาไว้เล็กน้อย และยังเป็นหนังใหม่เรื่องแรกในปีนี้ที่เปิดตัวได้แตะถึงหลัก 20 ล้านขึ้นไป
Send Help เป็นหนังที่มาถ่ายทำในเมืองไทยด้วย สาเหตุที่หนังเปิดตัวได้น่าพอใจก็น่าจะเพราะกระแสปากต่อปากที่ทำงานได้ดี ด้วยคะแนนรีวิวของหนังที่สูงถึง 93% จึงทำให้ดึงดูดคอหนังให้ตีตั๋วมาดูกัน โดยสถิติผู้ชมของหนังเรื่องนี้น่าสนใจตรงนี้สัดส่วนของผู้ชมที่เป็นผู้ชายกับผู้หญิงค่อนข้างเท่า ๆ กัน จึงกลายเป็นข้อดีที่หนังสามารถกวาดกลุ่มผู้ชมได้อย่างทั่วถึง แม้ว่าจะมีข้อจำกัดในการเป็นหนังติดเรท R อยู่ ซึ่งหนังเรื่องนี้ใช้ทุนสร้างไปราว ๆ 40 ล้านเหรียญ ดูทรงแล้วไม่น่าจะเจ็บตัวอะไร
รองแชมป์วีคนี้ก็แทรกตัวเข้ามาเป็นเซอร์ไพรส์อันแรก กับหนังสยองขวัญอินดี้ที่อยู่นอกสายตาคอหนังทั่วโลกมาก ๆ อย่าง "Iron Lung" นี่คือหนังที่ผลิตและสร้างโดยยูทูปเบอร์ชื่อดังของอเมริกา Markiplier ที่หยิบเอาวิดีโอเกมนอกกระแสในปี 2022 มาสร้างเป็นหนัง ที่สร้างเอง ออกทุนเอง ลงเงินไปแค่ 3 ล้านเหรียญ แต่สามารถเปิดตัว 3 วันแรกในอเมริกาได้ถึง 18 ล้านเหรียญ จาก 3,015 โรงฉาย และมีรายได้เฉลี่ยต่อโรงเกือบ 6,000 เหรียญ สูงกว่าหนังที่เป็นแชมป์เสียอีก
ลิว
Iron Lung ออกสตาร์ทได้ดีมาก ๆ จากการออกฉายในวันศุกร์ หนังทะยานเปิดตัวขึ้นแชมป์ได้แบบหักปากกาเซียน แต่รายได้ก็ลดลงหลั่งลงไปตามปกติในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ โดยตัวเลขเปิดตัวระดับนี้ถือว่าไม่มีนักวิเคราะห์สำนักไหนขาดคิด ต้องขอบคุณพลังไวรัลของโซเชียลมีเดียของอเมริกา ที่ช่วยผลักดันและสนับสนุนหนังเรื่องนี้ ให้โกยกำไรได้อู้ฟู่ จากการจัดจำหน่ายเองของนักสร้างอินฟลูเอนเซอร์ตัวเล็ก ๆ เท่านั้น
และเซอร์ไพร์สอันต่อไปก็คือการมาของ "Melania" หนังสารคดีโฟกัสที่สตรีหมายเลข 1 คนปัจจุบันของอเมริกา อย่าง เมลาเนีย ทรัมป์ ที่แน่นอนว่านี่คอนเทนท์ข้องเกี่ยวกับการเมืองแน่ ๆ แต่หนังก็ทำเงินเปิดตัวได้ดีกว่าที่หลายฝ่ายคาดเอาไว้ที่ 7 ล้านเหรียญ จาก 1,778 โรงฉายทั่วอเมริกา หนังเรื่องนี้ Amazon MGM ได้ทุ่มเงินให้ไม่น้อย ด้วยการซื้อลิขสิทธิ์มาฉายด้วยเม็ดเงินถึง 40 ล้านเหรียญ พร้อมกับทุ่มงบโปรโมตอีกไม่น้อย มีรายงานว่าอาจจะต้องทำยอดขายตั๋วให้ได้ 40 ล้านเหรียญขึ้นไป ถึงจะคุ้มทุนสร้างได้
Melania กลายเป็นหนังที่กลุ่มผู้สนับสนุนพรรครีพลับลิกันในอเมริกา แห่มาอุดหนุนตีตั๋วดูกันตามคาด โดยส่วนใหญ่แล้วเป็นกลุ่มผู้ชมผู้หญิงที่มีอายุ 45 ปีขึ้นไป ตามรายงานระบุว่า หนังขายดีตามหัวเมืองใหญ่ ๆ อย่าง นิวยอร์ก, ลอสแองเจลิส, ดัลลัส หรือ เทมป้า เป็นต้น ที่ถือว่าเป็นเมืองที่ได้ชื่อว่าเป็นหัวคะแนนให้กับรีพับลิกันนั่นเอง และแม้ว่าผู้ชมจะได้เกรด A กับหนังเรื่องนี้แบบประทับใจ แต่ตรงกันข้ามกับนักวิจารณ์สิ้นเชิง เพราะหนังถูกสับเละ ได้คะแนนเฉลี่ยมาแค่ 10% เท่านั้น
และอีกหนึ่งเซอร์ไพรส์ที่เกิดขึ้นในวีคนี้ ก็คือการล้มคว่ำอย่างน่าเสียดายของ "เจสัน สเตแธม" กับมุดหมายหนังบู๊สไตล์เฮียเรื่องใหม่ "Shelter" ที่ทำได้ดีที่สุดด้วยการแทรกตัวเข้ามาในอันดับที่ 5 เปิดตัวด้วยรายได้ 5.5 ล้านเหรียญ จาก 2,726 โรงฉาย นับว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดเอาไว้เล็กน้อย ถึงคำวิจารณ์ของหนังเรื่องนี้จะออกมากลาง ๆ ในระดับใช้ได้ แค่กลับไม่สามารถเรียกคนดูได้เท่าที่ควร ท่ามกลางความเฉื่อยชาของกระแสหนังแอคชันในศักราชนี้
Shelter คงอาจจะต้องไปลุ้นกับตัวเลขในตลาดนอกอเมริกาแทนเสียแล้ว เพราะหนังเรื่องนี้ก็ถือว่าใช้งบสร้างสูงไม่เบา ระดับ 50 ล้านเหรียญเลยทีเดียว จากตัวเลขที่หนังเปิดตัวในอเมริกาได้เพียงเท่านั้น ดูทรงแล้วน่าจะไปได้ไกลที่สุดอาจจะไม่ถึงหลัก 15 ล้านเหรียญด้วยซ้ำ ถือว่าเป็นการมาที่ผิดฟอร์มอย่างน่าประหลาดใจของเฮียเจสันในปีนี้ นับว่าปี 2026 ยังคงใจร้ายกับกลุ่มหนังบู๊อยู่ต่อไป
ส่วนอันดับอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็คือ "Zootopia 2" ที่ยังขายดีที่สุดในกลุ่มหนังปังข้ามปี วีคนี้ทำเงินเพิ่มขึ้นมาได้อีก +9% เก็บเพิ่มไป 5.8 ล้านเหรียญ กับยอดรายได้ในอเมริกาที่ทะลุ 400 ล้านเหรียญได้สำเร็จ ทางด้าน "Avatar: Fire and Ash" เก็บไปอีก 5 ล้านเหรียญ ลดลงไปแค่ -14% ที่ยังพยายามกระตุ้นยอดรายได้ทีละเรื่อย ๆ อยู่ ตัวเลขทั่วโลกตอนนี้ก็ขยับไปถึง 1.42 พันล้านเหรียญ หลังจากเข้าฉายสู่สัปดาห์ที่ 7
เจอกระแสเทตามคาด "MERCY" หนังอาชญากรรมแอคชันแชมป์เก่าจากวีคก่อน ร่วงมาแรงอยู่ในอันดับที่ 7 เลยทีเดียว กับรายได้เพิ่มอีก 4.7 ล้านเหรียญ ดร็อปลงถึง -56% โดยสะสมยอด 10 วันแรกไปที่ 19 ล้านเหรียญ ปิดท้ายด้วยหนังสไตล์ Mockumentary ของ Charli XCX อย่าง "The Moment" จากค่าย A24 เปิดตัวแค่ 4 โรงทั่วอเมริกา ทำเงินไปได้ปัง 428,000 เหรียญ กับรายได้เฉลี่ยต่อโรงสูงแตะหลักแสนเหรียญ
ส่วนสัปดาห์เริ่มต้นเดือนกุมภาพันธ์อย่างจริงจัง อาจจะยังไม่มีอะไรที่เปรี้ยงปังให้น่าจับตาสักเท่าไหร่ เพราะมีแค่เพียงบทสรุปของหนังเชือด "The Strangers: Chapter 3" พร้อมปิดตำนานการรีบูตใหม่สุดจะเงียบงัน ร่วมด้วยหนังทางเลือกเป็นหนังรักต้อนรับวาเลนไทน์ "Solo Mio" ตำนานรักผีดูดเลือดเรื่องใหม่จากฝรั่งเศส "Dracula: A Love Tale" พร้อมกับหนังญี่ปุ่นแห่งปี "Kokuho" อนิเมะแฟนตาซีเรื่องดัง "Scarlet" และหนัง LGBTQ+ กระแสปัง "Pillion" จะลงโรงฉายแบบจำกัดโรง
Source: TheNumbers
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- [US Box Office] "MERCY" มาสกัด "Avatar 3" ลงแชมป์ ในสุดสัปดาห์ที่ตัวเลขแสนท้อ
- [US Box Office] "Avatar 3" เผาไหม้ "28 Years Later: The Bone Temple" ขวางทางขึ้นแชมป์
- [US Box Office] "Avatar 3" ทรงพลังเกาะแชมป์ต่อ แต่ "Primate" ลิงจ๋อคลั่งแอบแย่งซีน
- [US Box Office] แกร่งข้ามปี "Avatar: Fire and Ash" ยังยึดบัลลังก์-โกยเงินทะลุพันล้าน!
- TrueID BoxOffice 5 หนัง 5 ซีรีส์ออนไลน์ฮิตจากแอป TrueID
-------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa