"เต-นิว" พาเติม "โพก้าซัง" ทำอมยิ้มทั้งรายการ ครอบครัวนี้น่ารักจัง ใน The Celebrities EP.9
The Celebrities EP.9 กรี๊ดกร๊าดเลย! เมื่อ "กตัญญู สวางศรี" พาไปพูดคุยกับ 2 หนุ่มและ 1 ทายาท "เต ตะวัน วิหครัตน์" และ "นิว ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ" ที่มาพร้อมลูกชายมาสคอตลูกรัก "โพก้าซัง" มาพูดคุยเรื่องราวกว่าจะมีวันนี้ ซึ่งใช้เวลาหลายปี ทุกเรื่องที่ผ่านมาไม่มีเรื่องไหนง่ายบนเส้นทางบันเทิง พร้อมทายาทสุดน่ารัก โพก้าซัง ที่มาแจกรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ ตลอดรายการบ้านนี้น่ารักและอบอุ่นอย่างบอกไม่ถูกเลยทีเดียว
The Celebrities EP.9 เต-นิว x โพก้าซัง
เตกับนิว สองคนทักทายสวัสดี เสียงกรี๊ดสนั่นสตูฯ สองหนุ่มฮอตคู่พาร์ทเนอร์สุดน่ารัก ที่ "กตัญญู สวางศรี" พิธีกรกล่าวต้อนรับอย่างอบอุ่นและอารมณ์ดี
เล่ามิตรภาพให้ฟังหน่อย?
นิว : เราเรียนด้วยกันตั้งแต่เด็ก
เต : ช่วงที่เรารู้จักกันตอนแรกใช่ปะ ตอนเนอร์สเซอรี พ่อแม่มาฝากไว้
ไม่เคยเล่าที่ไหนเลย?
เต : ไม่เคย เล่าอีกที่ ที่เล่ามันจะซ้ำแล้วไง
คุณทักเขาว่าอะไรตอนเนอร์สเซอรี?
เต : อ่าวนายกินนมช็อกโกแลตเหรอ เรากินนมสตรอว์เบอร์รีนะ
เจอกันตอนแปรงฟันเหรอ?
นิว : นึ่วุ้นแปลภาษาแล้วนะ (หัวเราะ)
เอาเรื่องจริง ๆ แล้วค่อยเติมเอาเนอะ?
เต : เอาเรื่องจริงใช่มั้ย เราเจอกันตอนมหาวิทยาลัย วัยเดียวกัน แต่ตอนนั้นไม่รู้จักกัน เจอกันที่อ็อกฟอร์ดฟอร์ด เราแข่งเรือพายข้าง ๆ กัน
วันนี้ผมไม่ใช่สคริปต์อะไรแล้วงั้นอะ?
เต : เจอกันที่มหาวbทยาลัย คิวต์ ๆ สีชมพู ขอไม่เอ่ยชื่อ เผื่อมีงานพรีเซนเตอร์จะมาจ้าง เผื่อไว้
คุณจบเกรดเฉลี่ยกันมาเท่าไหร่?
เต : 1.5 มั้งครับ (หัวเราะ)
ตอนมหาวิทยาลัย ตอนเป็นวัยรุ่น คุณเป็นเด็กอย่างไรกัน เติบโตมาอย่างไร อย่างผม ผมเป็นตัวหล่อในแก๊ง?
นิว : จุดเปลี่ยนมันอยู่ตรงไหนครับ? (ยิ้ม)
เต : เมื่อคุณจะพูดสิ่งที่แรง แต่มีคนพูดสิ่งที่แรงกว่าไปแล้ว อย่าคิดว่าคุณแรง ถ้าคุณยังไม่ฟังเพื่อนของคุณพูด (หัวเราะ)
เป็นคนแบบไหน ม.ปลาย ช่วงเวลานั้น?
เต : นั่งเรียนอยู่ในห้องจะนั่งตรงแถวหลัง ๆ ริม ๆ ชื่อโรงเรียนดอกไม้สีชมพูหวาน ๆ รร.ชายล้วน นั่งเล่นเกม
นิว : มันต้องใช้สองจอ
เต : เล่นเกม คุกกิ้ง พี่ทำอะไร?
กตัญญ : ทำกับข้าว
นิว : ตอนม.ปลายก็เรียน ผมเลขที่ 10 ผมสอบเป็นเด็กทุนเข้าไป
ทุนอะไรครับ?
เต : ทุนพ่อแม่ไงครับ (ยิ้ม)
นิวเป็นเด็กเรียนมั้ย?
นิว : ผมไม่ชอบเรียน ค่อนข้างที่จะโดดเรียน
เต : ผมไม่โดดเลย เขาสายกล้าโดด แต่ผมไม่ตั้งใจในห้องมาก ใจคงกบฎแหละ แต่กายมันอยู่ในกรอบ
โดดเรียนไปไหน?
นิว : ตีปิงปอง
เต : เขาไม่มาจับเหรอ
กตัญญู : แสดงว่าชื่นขอบการเล่นปิงปองมาก
นิว : กีฬาอื่นมันเต็ม
ความฝันตอนเด็ก ๆ คุณอยากเป็นอะไร?
นิว : ผมอยากไปอยู่นาซ่าครับ
เต : ตอนเด็กเคยอยากเป็นนักบินอวกาศเหมือนกัน เราอาจจะได้เจอกันข้างนอกโลกก็ได้นะ เราอยากจะเจอกันในโลกดาราศาสตร์
นิว : โตมาได้เป็นดาราก็พอ ศาสตร์ไม่เอา
งานที่ทำอยู่ เป็นความฝันวัยเด็กคุณมั้ย?
เต: ถ้าย้อนตรง ๆ เลยมันไม่ใช่ความฝันในวัยเด็กของเราสองคนเลย ออกไปข้างนอกยังขาสั่นอยุู่เลย ไม่ชอบให้คนมาโฟกัสเรา
ตอนนี้หายหรือยัง?
เต : ดีขึ้นแต่ไม่หาย มันอาจจะไม่ใช่คอมฟอร์ต
นิว : 2 ยี่ห้อแล้วนะ
เต : เราไม่ชอบให้คนมองแล้วแอทแทคแล้ว 3 ยี่ห้อแล้วนะ หมายถึงเราไม่ชอบฟีลลิ่งที่ทุกคนเพ่งสายตามาที่เรา เราก็ชอบสมอลกรุ๊ปอยู่ดี ๆ ถ้าคนกลุ่มน้อย ๆ ยังโอเค พอคุยแบบเยอะ ๆ เขาเรียกว่าไม่สบายตัว แต่ถ้า 10-20-30 เราจะสบายตัวตอนไม่ถูกแอทแทค
นิวล่ะ?
นิว : เป็นหนักกว่า เขากลุ่มเล็กอยู่ได้ แต่ผมนี่กลุ่มเล็กบางทีก็ไม่อยากไป อยากอยู่เงียบ ๆ คนเดียว เขาไปเรียน เราก็สายแบบเงียบ ๆ บางคนเขาโดดเรียนไปโน่นไปนี่กัน แต่เราไม่รู้จะไปไหน ไปตีปิงปองก็ไปหาเพื่อนเอาด้านหน้า ไม่กล้วคนแปลกหน้า
เต : แต่ไม่เกรงใจคนแปลกหน้า
นิว : เกรงใจเพื่อน ๆ แต่คนแปลกหน้าไม่เกรงใจเท่าไหร่ กล้าชวนคุย
งานแสดงล่ะ มันมาอย่างไร ?
นิว : ของผมตอนจบปีสี่ มันต้องเลือกแล้วว่าจะไปสายที่เราเรียนมา หรือมาด้านนี้ ซึ่งตอนนั้นเราก็ไม่ได้มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป้นอัน รู้สึกมันต้องเลือกแล้วว่าเราต้องไปทำงานอะไร โตมามันถูกปลูกฝังว่าพอจบปีสี่มันต้องทำงาน พอเราเลือกวงการบันเทิงก็เท่ากับว่าคืออาชีพเราแล้ว ทางสายอาชีพเราอาจจะเรียนหนังสือ มีพื้นฐานใด ๆ มา ทางนี้เราต้องไปทำพื้นฐานให้แน่นก่อน
ตอนนั้นทำอะไรครับ?
นิว : ตอนนั้นผมเรียนวิศวะมา แต่ว่าจะไปเป็นคุณครู ตอนนั้นก็มีไปสมัครงานตามแบงก์ต่าง ๆ
เต : นิวไปสมัครเดินไปแถวชิดลมเป็นตอนที่จะไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วเดินธนาคารใดธนาคารหนึ่ง รอไปสมัครธนาคารนี้ ไปยื่นกัน ฟีลตอนนั้นรายการไฟว์ไลฟิจะปิด เราจะไปต่างประเทศกัน ยังจำภาพนั้นในได้มั้ยข้างถนนที่คุยกัน จำไม่ได้หรอก
นิว : จำได้ ๆ
เต: นิวก็บอกว่าเลือกไม่ไปสัมภาษณ์
นิว : เขาเรียกไปสัมภาษณ์ แต่เราไม่ได้เปิดโรมมิ่งไว้ เราเปิดแค่เน็ตไม่เปิดโทรศัพท์ เจ้านายที่มาสัมภาษณ์เขาบินมาจากสิงคโปร์ เขาไม่ได้มาทุกวัน แล้วติดต่อไม่ได้ พอกลับมาคิดว่าไม่เรียก โทร.ไปแล้วไม่รับ เลยอดทำงาน
เต : คิดว่าเป็นข้ออ้าง เพราะกลัวไปสัมภาษณ์แล้วกลัวออฟ เต ออฟ นิว สามคน ออฟซื้อชุดนอนหลากสีไว้แล้ว ธีมดิสนีย์ ไปดิสนีย์แลนด์ด้วยกัน ฟีลจับฉลากใครได้สีไหน ก็ใส่
นิว : สีอะไรเยอะไปหมด น้ำเงินเขียว น้ำตาล
จุดที่เข้ามาของคือมาตอนไหน อย่างไร?
เต : เรียนมหาวิทยาลัยอยู่แล้วไปงานของมหาวิทยาลัยกับส่วนกลางเจอพี่เบิร์ด พี่ที่ดูแล เป็นงานส่วนกลาง เขาชวนมาออดิชันรายการ ไฟว์ไลฟ์ มาเป็นเจนสุดท้าย รายการเขามีมา 12 ปี
ในฐานะเคยทำงานพิธีกรมาก่อน คุณมีอะไรแนะนำผมมั้ย?
เต : ผมพึ่งบอกไปว่ามันจบที่รุ่นผม อยากให้ผมแนะนำเหรอ
การเป็นพิธีกรเปลี่ยนไปมั้ย?
นิว : มันเปลี่ยนคือจากการเป็นพิธีกร คือไม่มีแล้ว
เต : เพราะเราสร้างตำนานไว้เยอะ
ตำนานของพวกคุณคือ?
เต : สวัสดีครับพี่ KLEAR วง KLEAR
กตัญญู : (หัวเราะ) กดดันเนอะ
เต : ต้ั้งแต่ทำงานมา หลากหลายมาก สิบกว่าปี งานแรกคือไฟว์ไลฟ์รายการสด มันยากมากรายการสด เพราะแก้ตัวไม่ได้ พูดอะไรผิดพลาดไม่ได้ งานลูกค้า มันสดเหมือนละครเวที งานแรกของเราที่ไม่มีพื้นฐานทั้งคู่ แต่เราก็ผ่านมาได้ เดี๋ยวนี้พอถ่ายรายการพูดผิดก็เอาใหม่
มีอะไรที่พูดผิดบ้าง?
นิว : งานนี้มีศิลปินหลากหลายครับ มีทั้งพี่แพท วงKLEAR และวงคาร่า พูด ๆ ไป ไม่มีเซนส์
เต : นั่นนี่และวงคาร่า
นิว : ซึ่งป้ายเขียนว่า KALA คาร่าอะไร มันคือ วงกะลา
เต : เราเนิร์ดมาก
นิว : บางทีมองไกล ๆ พี่แหนม ณเดชน์เงี้ยะ
เต : (หัวเราะ) จำได้แม่นเลย มันต้องแหนม รณเดชไง มันไม่ใช่แค่ของตัวเอง ส่วนใหญ่คนที่ช่วยคือออฟ จุมพล วัน ๆ เค้าอ่าน Sanook Kapook ของเค้า เต นิว ไม่เสพพวกนี้ น้อยมาก ความรู้น้อย แต่ก่อนเครียดมาก ต้องสตริกซ์กับสคริปต์มาก พิธีกรสามคนต้องถามเมื่อคนนี้จบ นั่งไล่เลย พอเจอคนที่แบบชิลก็เครียดแล้ว ถึงตาเรายัง
นิว : เมื่อไหร่จะได้พูดของเรา
เต : คนก่อนเราก็คุยเพลินสอยไปแล้ว เราไม่รู้ตัว เค้าตอบไป แล้วเราถามใหม่อีกที เราเด็กเรียนชอบอยู่ในกรอบบางอย่าง
นิว : รายการสดอันตรายมากจริง ๆ ผมชอบซอย โดนตรวจสอบความรู้ดู MV จบ เพลงนี้ดีมาก ดีตรงไหน ชอบตรงไหนคะ ใส่ชุดอะไร ชอบตรงไหน
เต : รายการสดที่เขาเปิดเพลงต้องดูว่าทำอะไร เราอ่านไป ศิลปินคนนั้นเขาเห็นแววตาเรา ดวงตาเคราะห์แคระมาก เชาเลยมาแอทแทคเรา
นิว : เราโชคดีดูที่บ้านมาแล้ว ชุดสวยมาก รอดมาได้
ได้พัฒนามั้ย?
เต : ก็ไม่ได้พัฒนาอะไรหรอก ก็แค่ผ่านช่วงนั้นมา พอผ่านุจดนั้นมาก็สกิลนั้นอัปเวลขึ้น
พอมางานแสดงล่ะ?
เต : อัลตราสมูธเลยล่ะ เรายุคมาเปลี่ยนผ่านจากรายการมาทำซีรีส์ ก็ยังลองผิดลองถูก
เล่นบทแรกแข็งมั้ย?
นิว : ตอนนั้นใส่แว่น
เต : เวลาหินมันพูดมันจำไม่ได้หรอก ครับว่าหินพูดว่าอะไร มันไม่มีความทรงจำ เรื่องอะไรนะที่มีหนัง
นิว : เรื่องนี้ดีมาก ผมร้องไห้เลย หินคุยกันผมชอบมาก
เต : มีซีนที่ไปคุยกันหลังโรงงานแอคสตูดิโอ เราสลับบทกันท่องบทมาแบบหนึ่งแล้วไปเล่นจริง สลับบทกันหน้างาน
นิว : ของผมอีกตัวหนึ่งพอมาเจอหน้างานให้สลับเพราะคนดูร้ายกว่า สลับบทกัน งงเลย
นิว : ตอนนั้นเราเป็นชาวบ้าน 8 ตอนนั้นร้อนมาก
เต : พระอาทิตย์ทำมุมจะตรงหน้วแล้ว
พอทำแล้วชอบมั้ย?
เต : ไม่ใช่ทางเลย ไม่ถนัดอะไรแบบนี้เลย คือเราไม่มีความชอบ สองคือไม่ถูกเทรนมาด้วย ไม่มีความมั่นใจด้วย เลยเครียดไปหมดทุกอย่าง
นิว : ผมอาจจะเครียดอีกอยางหนึ่งเพราะการแสดงผมอาจจะมีความสนุกในการเล่น ตอนนั้นการเดินทางเราไม่มีรถส่วนตัวกันนะ เราต้องเดินทางไปที่สตูดิโอนั่นครับ ค่ารถแพงมากไปไกล ไปด้วยกันเรียกว่าเหนื่อยเลยเรียกพรีเมียม ได้ตัวโฟลวิวไดร์ฟมา จ่ายแพงกว่าเดิมด้วย ล้มละลายนั่งรถแพงไป 700-800 บาท มันไกลมาก
เรียนรู้และรู้จักในการทำงาน ตั้งแต่เป็นพิธีกรจนถึงการแสดงเรียนรู้อะไรจากเต?
นิว : เวลาทำงานนะ เขาเป็นคนซีเรียสกับการทำงาน เราก็คุยกันก่อนมา เนี่ยรายการพี่เค้าไม่ซีเรียสหรอกนะ เขาก็ถึงจะไม่ซีเรียสแต่เราต้องใส่เนื้อหาที่จริงจังเข้าไปนะ
เต : ผมเรียนรู้จากนิวเหรอ เคยเล่าให้แฟน ๆ ฟังแล้ว ผมเรียนรู้จากเอาแบบธรรมดาหรือจริง ๆ จริงแค่ไหน (มันมีกี่เบอร์) จะไปเครียดห่าเหวอะไรมาก ชีวิตกันก็แค่นั้น
นิว : ชิวิตพอใกล้ความตายชีวิตมันไม่มีอะไรเลย
เต : ตั้งแต่ก่อนใกล้ความตายแล้ว ผจก.ยังเห็นด้วยเลย อีนี่ซีเรียสเกิน อีนี่ก็ชิลเกินเราเรียนรู้ เราเติบโตมาทุกคนต่างกัน เราทำงานอยู่ในสังคมจะเจอคนที่ไม่เหมือนเราเสมอ เราต้องปรับจูนกันให้ได้ เรียนรู้และปล่อย ๆ จากเขา
นิว : นี่ดีขึ้นมาก แล้วเมื่อก่อนเขาไม่กล้าปฎิเสธคน ไปดิ ไปได้ แต่เอาจริงซ้อนกันหมดแล้วนะ สี่โมงครึ่งมีแล้ว ห้าโมงครึ่งมีนัดแล้ว อ่าววนไปสี่ครึ่งก็มีอีก แต่บอกได้ ๆ
เต : บางทีเราไม่อยากทรอก นิวเก่ง เรียนรู้จากเขา ทำไม่ได้ร้อยแต่ทำให้มากขึ้น เมื่อก่อนผมเบิร์นเอาต์ เราทำอะไรเยอะ และทำมานาน บางทีเราก็ต้องแสดงออกในสิ่งที่เราไมได้รู้สึกจริง ๆ เพื่อให้รายการดีขึ้นแต่ไม่ใช่ตอนนี้นะ ตอนนี้รายการสนุก คือเหมือนเราทำงานตรงนี้ด้วยคาแรกเตอร์คนนี้ต้องการอะไรจากเรา เขาเลือกเราเพราะสิ่งนี้ แต่เราเป็นสิ่งนี้ตลอดไม่ได้หรอก ด้านนี้ของเตมันออกมาจากตามอารมณ์เราใช้ฟีลลิ่งเยอะ แต่เราต้องฝืน คนจะซื้อเราในด้านสีเหลือง แต่ผมก็จะฟอลให้คนมองเราเป็นสีเหลืองตลอดเวลา
กำลังคุยสนุก กตัญญู เชิญแขกรับเชิญพิเศษ "โพก้าซัง" ออกมา เรียกเสียงกรี๊ดสนั่น เดินดุ๊กดิ๊กออกมา
โพก้าซัง : สวัสดีค่ะคุณอาญู โพก้าซังลูกปะป๊าเต กับพ่อพ่อนิว ซังอายุ 3 ขวบ
เต : ซังอายุ 3 ขวบ รร.อนุบาลสีฟ้า กินอะไรลูกตอนนั้นมีเพื่อนเยอะมั้ยครับ ?
โพก้าซัง : ใช่ครับปะป๊า น้อง ๆ เต็มไปหมดเลย
โตขึ้นอยากเป็นอะไร?
โพกาซัง : อยากเป็นเหมือนปะป๊ากับพ่อพ่อ
นิว : เป็นคนบ้าเหรอลูก
ซัง : เป็นแบบนั้นเลยอยากเป็นพ่อพ่อ
เล่นเกมตอบคำถามเกี่ยวกับ ปะป๊าและ พ่อพ่อ เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นในความน่ารัก
โพก้าซังอะไรที่รู้สึกว่าพ่อพ่อน่ารักในมุมของแฟน ๆ ?
โพกาซัง : เข้ากันได้กับทุกคน เพราะเป็นพี่ใหญ่ของตึก
ภูมิใจในตัวพ่อพ่อใช่มั้ย?
โพก้าซัง : ถูกใจทุก ๆ เรื่องเพราะเขาเก่งทุก ๆ ด้านเลย แล้วก็การแสดงก็เก่งด้วย ร้องเพลงก็เก่งทั้งสองคน ว้าวววว
กว่าจะเป็นโพก้าซังที่เป็นที่รักยากมั้ย?
นิว : เราผลักดันช่วงแรก ๆ ให้เป็นที่รักของทุกคน
เต : ฟีลพ่อแม่ดารา ลองให้แกทำหน่อย แกแสดงได้
นิว : แกเป็นทำให้แม่ ๆ ย่า ๆ อุนยาย ๆ เจ่เจ้ ทำให้มีความสุข ผลักดันต่อไป
อะไรคือเสน่ห์ของโพก้าซัง?
เต : ความเป็นตัวตนเขาเลย ดูรวม ๆ แล้วมีเสน่ห์ ความสดใสร่าเริง เนื้อแท้เขาเอนเตอร์เทนคน ทำให้คุณยาย เจ่เจ้มีความสุข
โพก้าซังขอบคุณแฟน ๆ หน่อย ที่รักเรา
โพก้่าซัง : ซังขอบคุณปะป๊าและพ่อพ่อ ที่คลอดซังออกมา กว่าปาป๊าจะคลอดออกมาต้องอยู่หลายวันเลย ไหนจะต้องป้อนนมทุกวันอีก ขอบคุณอุนยาย เจ่เจ้ทุกคนเลย ที่เป็นกำลังใจ และคอยซัปพอร์ตและครอบครัวโพก้าของเรามาโดยตลอด ขอบคุณทุกคนเลย ที่รักและเอ็นดูซังและน้องทุกคนเลย
และช่วงคำถามของแฟน ๆ ถ้าเปรียบตัวเองเป็นแมวจะเป็นแมวสีอะไร?
โพก้าซัง : เป็นแมวสีเทาได้มั้ย เพราะขาวดำรวมกันเป็นสีเทา แมวหวาด ๆ ฮะ
เต : หนูเป็นดำกับเทานะลูก
โพก้าซัง : ไม่เทาแล้วเหรอ อ๋อเหรอ แมวหลาย ๆ สีได้มั้ย
นิว : ผมเป็นแมว แมวสีสวาด เพราะแมวสีสวาดคือเงินติดล้อ
เต : นั่นศรีสวัสดิ์ เงินติดล้อ ของผมผมถนัดหมามากกว่า ไม่ถนัดแมว ถ้าแมวก็คงสีน้ำเงิน
นิว : อยากเป็นโดเรม่อนเหรอ
เต : มันไม่ค่อยมีจริงไง สีน้ำเงิน
ถ้า GMMTV ทำซีรีส์ มีโพก้าซังด้วย อยากเล่นกับบ้านไหน เรื่องอะไร
เต : ขึ้นอยู่กับเป็นหนังอะไร
แนวอวกาศมั้ย ไซไฟ ซังอยากเล่นกับใคร?
โพก้าซัง : ซังเอาท่านเพิ่มพูน ลูกของปอนด์ ภูวินทร์
เต : ท่านเพิ่มน้องคนประมาณไหน
โพก้าซัง : เหมือนเบียว ๆ เลย แล้วก็อีกคนเป็นเบบี๋ อีกคนเป็นน้องสนิทก็มีลูกคุณหนู เล่นหลายคน
เต : นางสิบสองเวอร์ชันไซไฟ
นิว : น้องสิบสอง
เต : น้องสิบสองอวกาศ
ปะป๊ากับพ่อพ่อ มองคู่ชีวิตในอนาคตไว้มั้ยคะ คิดว่าเป็นใคร ?
เต : เราจะไม่ปล่อยให้คลุมถุงชนเกิดขึ้นแบบคู่เราอีกครับ เรารู้สึกว่า ยุคนี้แล้วอะนะ คลุมถุงชนคงไม่ใช่ เลือกเองเลยดีกว่า เมต้าเหมาะสมกับแกมาก แต่ให้แกเลือกเอง เขาคล้าย ๆ กัน เลือกเองดีกว่า
นิว : ก็แล้วแต่เค้า แต่เมต้าเหมาะสม
ที่ว่าผ่านความตายมา มองชีวิตแบบไหน?
นิว : มันแค่กล้าใช้ชีวิตมากขึ้น มันเรื่องจริงแต่ไม่เต็มที่กับวันนั้นไปเลย อย่าผัดวันประกันพรุ่ง ทำให้เต็มที่ไปเลย วันนั้นคือคิดเลยลงมือเต็มที่ไปเลยดีกว่า มันเปลี่ยนไปเลย ปกติขี้เกียจทำ เดี๋ยวนี้อยากทำอะไรทำเลย
แฮปปี้มั้ยตอนนี้ช่วงเวลานี้?
นิว : ถ้าถามว่าแฮปปี้ แฮปปี้อยู่แล้วครับ อยากมีอะไรใหม่ ๆ เพิ่มเติมให้ชาเลนจ์ ท้าทายตัวเอง มีเล่นละครทำนั่นทำนี่ มีโพก้าซังมาด้วย เคมีใหม่ ๆ สมัยก่อนมีอะไรคุยกันแค่สองคน วันนี้ก็มีเค้า มีโพก้าซังก็ดีครับ
คุณมีไอดอลหรือเซเลบริตีที่ชื่นชอบมั้ย ถามโพก้าซังด้วย?
โพก้าซัง :ไอดอลของซังก็มี ซังมีสองคนเลย ซังพูดได้เหรอ คุณตาถา (สถาพร พานิชรักษาพงศ์ ผู้บริหาร GMMTV) แล้วก็ปะป๊ากับพ่อพ่อ มีสามคนนี่นา (หัวเราะ)
ของเตกับนิวล่ะ?
เต : เป็นคนเลยผมนึกไม่ออก แต่ตัวเองเป็นคนให้คุณค่าจริง ๆ กับสิ่งที่เราเชื่อมั่น ได้ทำสิ่งที่มีคุณค่ากับสังคมบ้าง ได้ทำที่เราอยากทำแล้วให้ค่ากับมัน หลัง ๆ เริ่มทำมากขึ้น ทำสิ่งที่เราอยากทำจริง ๆ
นิว : ไม่ค่อยได้เสพสื่อเท่าไหร่ สมัยก่อนมีไอดอลมั้ย ผมไม่มีเป็นชิ้นเป็นอัน เลือกแนวทางการดำเนินชีวิตทำอะไรก็ได้ที่ไม่เดือดร้อนคนอื่น อยู่ด้วยระบบของเรา ไม่รบกวนคนอื่น
คิดว่าอะไร หรือ อันไหนที่ทำเจ่เจ้รักพวกคุณ?
เต : คงเป็นความหล่อมั้งครับ (ทำหน้ามั่นใจ)
ไม่ต้องมีคำว่า "คง" หรอก ถ้าตอบด้วยน้ำเสียงสีหน้าแบบนั้น?
เต : พูดเล่นแต่คิดจริง ผมรู้สึกว่าเซเลบริตีก็มองว่าสมัยก่อนดูอีกแบบ คือคนที่อยากติดตามและสนใจในชีวิตเรา
นิว : ว่าเค้าเหรอ
เต : ไม่ได้คิดแบบนั้นเลย อย่างที่บอกว่าต้องยอมรับว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมองเราในทุกมิติที่เราเป็น คนที่ติดตามเรามานาน จะรู้จักเราทุกมิติ พอเรามีพาร์ทนึงที่มองเราไม่ครบ และคาดหวังไม่เหมือนกัน เราต้องยอมรับความคิดเห็นที่แตกต่างจากสังคมนี้ ถ้าจะเป็นเซเลบริตี
นิว : นิวว่ารู้จักจากซีรีส์ ชอบในตัวของตัวละครก่อน พอมาดูชีวิตจริงเราก็มาชอบในไลฟ์สไตล์ส่วนตัวของเรา กลายเป็นพี่น้อง ครอบครัว ทำไมเขาต้องมาตาม ทำไมต้องมีแบบนี้ ถ้ามองในแง่มุลค่า เขามาตามที่สูญเสียเวลากับครอบครัวมานะ แต่มันมีวันหนึ่งที่ลงมาที่ตึก เขามองเราเป็นคนในครอบครัวเป็นเพื่อนพี่น้อง หลัง ๆ มองเราเป็นลูกละ ถึงเขาจะอยู่ ม.1 มองเราเป็นลูก มันคือก็หนึ่งคือความครอบครัวแหละ มัมหมี มายเซ็ตมันคือแบบนี้นี่เอง
เต : เหมือนพื้นที่ที่เขามี ทำให้เราดูเป็นครอบครัวใหญ่ เรามอบความสุข และต้องยอมรับในหลาย ๆ จุด เราต้องทำความเข้าใจกับมัน
เติม "เต-นิว" และ "โพก้าซัง" ในรายการ The Celebrities EP.9 ได้แล้ววันนี้ และติดตามตอนใหม่ ๆ ของ The Celebrities ได้ทุกวันศุกร์ เวลา 20.00 น. ที่ TrueID เท่านั้น!
อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :
- The Celebrities EP.8 : เจฟ ซาเตอร์ ย้อนวันถอดใจ กว่าจะมีวันนี้
- The Celebrities EP.7 : พีพี กฤษฏ์ เปิดเบื้องหลัง ความสำเร็จที่ไม่ได้มีแค่พรสวรรค์
- The Celebrities EP.4 : บิวกิ้น พุฒิพงศ์ ย้อนเส้นทางสู่ความสำเร็จ พร้อมเผยเรื่องราวในชีวิต
- รวมลิงค์ดู The Celebrities ทุกตอน ทาง TrueID
- ทรูไอดี เปิดทุกเรื่องคนดังกับมุมที่ไม่เคยรู้ใน "The Celebrities" เริ่ม 17 ก.ค.นี้
>> สมัครแพ็กเกจ TrueID+ สมัครเลย <<
ปลดล็อกพลังงานความสุขให้เต็มแมกซ์! กับแพ็กเกจทรูไอดีพลัส ในราคาพิเศษ
ได้ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม – 31 ตุลาคม 2569 เท่านั้น