บทละครโทรทัศน์ ลมซ่อนรัก ตอนที่ 22 หน้า 9
อีกห้องภัทรินก็ตอบคำถามเดียวกัน “ชั้นไม่ทราบ”
ปราณนต์ก็ตอบเหมือนกัน “ผมไม่ทราบ!”
นักอ่านภาษากายแย้งขึ้น “คุณโกหก”
“ชั้นไม่ได้โกหก!!” ภัทรินปรี๊ด
นักอ่านภาษากายสวนขึ้น “กอดอก เชิดหน้า กัดริมฝีปาก มันบ่งบอกว่าคุณกำลังมีอะไรปิดบังอยู่ และไม่แน่ใจว่าควรพูดดีหรือไม่..และคุณเหลือบมองประตูทางออก เพราะคุณกำลังโกหกและอยากจะออกไปจากสถานการณ์นี้เต็มทีแล้ว”
ปราณนต์ทิ้งหลังพิงพนัก เซ็ง
“คุณสงสัยใคร”
“ผมบอกไม่ได้”
“ทำไม” กรรมการถามย้ำ
ภัทรินเครียด อึดอัด โวย พาล ปรี๊ดแตก “ที่ชั้นมองประตูเพราะชั้นเบื่อ ชั้นไม่อยากเสียเวลากับพวกคุณที่นี่อีกแล้ว ชั้นเบื่อหน้าคุณ เบื่อพวกคุณทุกคน เบื่อบริษัทนี้ เบื่อคนที่นี่ เบื่อที่ต้องมาพูดซ้ำๆซากๆให้คนที่ไม่คิดจะรับฟังอะไรฟัง!!..ชั้นอยากกลับบ้านไปหาแม่ คุณเข้าใจมั้ย ชั้นอยากกลับบ้าน!!!”
“กรุณาอยู่ในความสงบด้วย” กรรมการเอ่ยเตือนหญิงสาว
ภัทรินหันมาแหวใสนักอ่านภาษากาย “อ่านชั้นสิ แล้วบอกเขาไปสิว่าชั้นกำลังคลั่งเล่นๆ คลั่งเพื่อกลบเกลื่อนความจริงที่ชั้นก็ไม่รู้ว่ามันคืออะไร!!! บอกสิ!!!” หญิงสาวเครียด ทิ้งตัวลงนั่ง กุมหน้าอย่างอึดอัด
ปราณนต์ตัดสินใจจะบอกบางอย่าง ”ผมบอกได้แค่ว่า..ผมเป็นหมอ เพราะผมอยากช่วยคน ผมไม่ได้มาเป็นหมอเพราะอยากรวย หรืออยากให้มีคนนับหน้าถือตา สิ่งเดียวที่ผมอยากได้ก็คือความสุขของคนไข้ ให้เขาหายเจ็บป่วยและกลับไปใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับครอบครัว..และที่ผมมาบริหารจีแอลเอสก็เหมือนกัน ผมพยายามจะทำให้จีแอลเอสเป็นที่พึ่งของคนยากจน เป็นคำตอบของคนหาเช้ากินค่ำที่ไม่มีปัญญาจ่ายค่ารักษาที่แพงเกินจริง ทำให้ระบบสาธารณสุขเป็นประโยชน์ต่อคนไข้จริงๆ ไม่ใช่สร้างประโยชน์ให้กับคนบางกลุ่ม..พวกที่กินดีอยู่ดี มีชีวิตสุขสมบูรณ์บนความเจ็บป่วยล้มตายของคนยากคนจน..พวกคุณเข้าใจที่ผมพูดใช่มั้ย” เขาย้อนถามพวกกรรมการ
พวกกรรมการพยักหน้าว่าเข้าใจแต่หน้าเสีย รู้สึกเหมือนโดนด่า
ปราณนต์หันไปเอ่ยกับนักอ่านภาษากาย “อาการหลบตา ไม่สู้หน้า เป็นอาการของคนที่กำลังโกหกอยู่ใช่มั้ยครับ”