บทละครโทรทัศน์ หนึ่งด้าวฟ้าเดียว ตอนที่ 18 หน้า 16
มุมหนึ่งในป่า เจ้าจอมเพ็ญกำลังทะเลาะกับจมื่นศรีสรรักษ์ ทั้งๆที่ปกติจมื่นศรีสรรักษ์จะทั้งรักและยำเกรงพี่สาวมาก จมื่นศรีสรรักษ์โมโหสุดๆ “คุณพี่เคยบอกกระผม ว่าจะไม่ทุรยศต่อบ้านเมือง แล้วนี่กระไร เป็นไส้ศึกให้อ้ายพวกอังวะเข้าตีอโยธยาเสียเอง อย่าถามหายางอายกันเลยขอรับ ถามหาความเป็นคนจะดีกว่า”
เจ้าจอมเพ็ญโมโหมาก “หยุดประเดี๋ยวนี้นะคุณพระนาย นี่พี่เป็นพี่นะ ลืมไปแล้วรึ”
จมื่นศรีสรรักษ์โมโหสุดๆ “ก็เพราะไม่ลืมน่ะสิขอรับ กระผมถึงได้เสียใจแลเจ็บแค้นถึงเพียงนี้ หากเป็นคนอื่น กระผมจะฆ่าทิ้งไม่ให้เป็นเสนียดแผ่นดินสืบไปเลย” ขาดคำ เจ้าจอมเพ็ญก็ตบหน้าจมื่นศรีสรรักษ์อย่างแรง
เจ้าจอมเพ็ญเจ็บใจจนน้ำตาคลอ “ผู้อื่นจะด่าว่าพี่อย่างไรก็ได้ แต่คุณพระนายทำไม่ได้ เพราะพี่ทำเพื่อคุณพระนายมาตลอด นับแต่พ่อแม่ท่านสิ้นเราก็เหลือกันสองคนพี่น้อง จำได้หรือไม่ว่าพี่ต้องลำบากสาหัสเพียงใดกว่าจะพาทั้งตัวเองแลคุณพระนายให้สุขสบายอย่างวันนี้ได้”
จมื่นศรีสรรักษ์น้ำตาคลอเบ้า “กระผมรู้ว่าคุณพี่เสียสละเพื่อกระผมมากมายเหลือเกิน เทียบพระคุณแล้ว ก็เสมอด้วยพ่อแม่ท่าน แต่คุณพี่กลับใจเสียเถิดขอรับ อย่าทุรยศต่อบ้านเมืองเลย”
“พี่ไม่ได้ทุรยศ พี่เพียงแต่เอาตัวรอดเท่านั้น อังวะเปิดศึกกับอโยธยาหาใช่เพราะพี่ไม่ ความอ่อนแอของอโยธยาก็หาใช่เพราะพี่ไม่ เมื่อการจวนตัวจะให้พี่งอมืองอเท้ารอความตายกระนั้นรึ”
จมื่นศรีสรรักษ์น้ำตาคลอ “แต่คุณพี่ หวังว่าจะได้เป็นแม่หยั่วเมืองไม่ใช่หรือขอรับ หากเราสิ้นแผ่นดินเสียแล้ว คุณพี่จะได้เป็นแม่หยั่วเมืองได้อย่างไร”
“เพียงแต่เป็นเมืองขึ้นเมืองออกเท่านั้นดอก ใช่ว่าอโยธยาจะสูญหายไปเสียเมื่อใด ขรัวตาท่านบอกว่าอโยธยาสิ้นบุญแล้ว จึงจำต้องอ่อนน้อมต่ออังวะ เมื่อพี่ช่วยเหลืออังวะ ก็จะได้สถาปนาเป็นแม่หยั่วเมือง จากนั้นลูกชายของพี่จะเป็นคนกู้อโยธยาให้คืนกลับมา เหมือนครั้งสมเด็จพระนเรศเป็นเจ้าเอง เจ้าอย่ากังวลไปเลย”
จมื่นศรีสรรักษ์โมโหสุดขีด ลุกขึ้นยืน “อ้ายอลัชชี สมีเถื่อนนั่นอีกแล้วรึ คุณพี่เป็นคนเฉลียวฉลาด เหตุใดปล่อยให้ความโลภเข้าบังตา จนดูไม่ออกว่าถูกมันหลอก กระผมจะไปฆ่ามันประเดี๋ยวนี้ จะได้สิ้นเรื่องสิ้นราวกันไป”
จมื่นศรีสรรักษ์หันหลังจะเดินเลี่ยงไป เจ้าจอมเพ็ญพูดตามหลัง “ฆ่าเลย ฆ่าขรัวตาเสีย แล้วก็ไปฟ้องร้องว่าพี่
ร่วมมือกับอังวะ พี่จะได้ตายด้วยโทษยี่สิบเอ็ดประการ สมใจคุณพระนายอย่างไรเล่า”
จมื่นศรีสรรักษ์หยุดทันที รู้ว่าประชด แต่ก็อดกังวลถึงโทษยี่สิบเอ็ดประการที่โหดเหี้ยมไม่ได้
“ว่าอย่างไรไม่ไปเล่า คุณพระนายก็รู้ว่าขรัวตาสำคัญกับพี่นัก เจ้าฆ่าขรัวตาก็เหมือนควักตาพี่ให้บอด ไม่มีคนชี้แนะพี่อีก เป็นเช่นนั้น ก็สู้ฆ่าพี่ไปด้วยเสียเลยจะดีกว่า” เจ้าจอมเพ็ญยิ้มเยาะ “อย่างน้อย ถ้าพี่ตายก็จะเป็นบำเหน็จให้คุณพระนายได้ คงได้เป็นพระยานาหมื่นก็ครานี้”
จมื่นศรีสรรักษ์ขบกรามแน่น หันกลับไปพูดกับพี่ “คุณพี่ก็รู้ว่ากระผมทำร้ายคุณพี่ไม่ได้ จะประชดประชันไปเพื่อกระไร”