รีเซต

บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.2 : มอส-ใบตอง กับความหวังที่ต้องไขว่ขว้า

บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.2 : มอส-ใบตอง กับความหวังที่ต้องไขว่ขว้า
Kipkay
6 พฤษภาคม 2569 ( 22:35 )
17

"บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.2" การประกวดแข่งขันอาจสร้างชื่อเสียงเงินทองและเส้นทางอาชีพให้ใครมาแล้วมากมาย หลายคนจึงไขว่คว้าด้วยหวังในความโด่งดัง แต่กับสองนักล่าฝัน "มอส-ใบตอง" การเดินเข้ามาสู่เวที True AF 2026 ของทั้งคู่คือการออกตามหาบางสิ่งที่มีความหมายยิ่งใหญ่กว่านั้น

บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.2 : มอส-ใบตอง

 

บทที่ 3 : AF001 มอส - บางอย่างที่ขาดหาย

กลางเมืองเชียงใหม่เช้าตรู่วันที่ 21 มีนาคม 2569 คนมีฝันหลายร้อยคนกำลังเร่งรีบเดินทางไปสมัครออดิชั่น TrueAF 2026 บาริสต้าหนุ่มวัย 23 คนหนึ่งเหม่อมองผู้คนที่ผ่านไปมา ภายใต้สีหน้านิ่งเฉยนั้นในใจของเขากำลังร้อนระอุ "ขอเถอะ ขยายเวลาทีจะไปให้ได้" ซึ่ง "มอส กนกพล เริงจักร์" ภาวนาในใจ เขารู้สึกหงุดหงิดที่วันสำคัญแบบนี้ดันต้องมายืนขาแข็งทำงาน แต่เพราะชีวิตไม่มีทางเลือกมากนัก เขาจำใจต้องวางความต้องการของตนไว้เพื่อปัจจัยในการดำรงชีวิตที่สำคัญกว่า

ชายหนุ่มย้อนอดีตให้ฟังว่าเขารักเสียงเพลงมาตั้งแต่เด็ก อาศัยวิธีครูพักลักจำจนได้มีโอกาสเรียนกับอาจารย์ท่านหนึ่งที่สอนให้เขารู้จักแกะเพลง "อย่างเพลงภาษาอังกฤษ มอสพูดไม่ได้เลย แต่เน้นจำเอาครับ ถ้าถามว่าโน้ตนี้รู้จักไหม ไม่รู้จักครับ แต่เน้นปฏิบัติเอา" มอสเล่าอย่างอารมณ์ดี 

ไม่ว่าสิ่งนั้นจะเรียกว่าพรสวรรค์ได้หรือไม่ แต่หนุ่มมอสก็พาตัวเองเดินสายประกวดจนได้เข้ารอบชิงมาหลายเวที ทั้งยังสามารถคว้าแชมป์รายการจันทร์พันดาวร้องสู้ฝัน รายการเพลงด่วนชิงทุน และอีกมากมาย ประสบการณ์การประกวดนี้ค่อย ๆ เติมเต็มความฝันของเขาทีละน้อย
มอส : มอสเคยไปรายการหนึ่งแล้วได้เข้ารอบชิง เขาบอกว่าคนได้เข้ารอบชิงจะได้ไปทัวร์คอนเสิร์ตกับวง T-Pop วงหนึ่งของเมืองไทย รู้สึกฟูลฟิลมาก ๆ ครับ ได้ร้องเพลง มีคนฟังเยอะ ๆ ได้เป็นตัวของตัวเองบนเวทีสยาม ผมนั่งรถไฟออกจากเชียงใหม่ พอถึงสยามเห็นคนรอเต็มไปหมดเลย แม้เขาจะมารอวงนั้น แต่เขาเทคแคร์เราดี เราเลยรู้สึกว่าที่นี่ควรจะเป็นที่ของเราจริง ๆ

เวลาหมุนไปความสุขในการวิ่งตามฝันก็เลือนหายไปพร้อมกัน ฝันที่เห็นตัวเองเป็น "ศิลปิน" ในวันนี้กลับห่างไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง
มอส : ความฝันมันมีระยะเวลาครับ ความฝันในการร้องเพลงมันก็ต้องใช้งบประมาณเยอะมาก ๆ

มอสยอมจำนน เขานั่งนิ่งชั่วครู่ก่อนสารภาพถึงความหวังหนึ่งเดียวที่เขากอดไว้แน่นในตอนนี้ ความหวังที่รอคอยการเติมเต็มบางอย่างที่ขาดหายไป
มอส : พอเราโตขึ้นก็ต้องแบ่งเวลาระหว่างไปทำงานจริง ๆ กับเวลาที่เป็นความฝันที่อาจจะต้องหยุดไว้ พี่สาวของมอสแยกไปทำงานต่างประเทศ พ่อก็อยู่ตัวคนเดียวที่บ้าน ความฝันของมอสตอนนี้คือการได้เข้าบ้าน AF แล้วอาจจะมีชาเลนจ์บางอย่างที่ทำให้เราชนะ แล้วได้รวมคนที่บ้าน พี่สาวกับพ่อได้มาเจอกัน อยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตาสักวันหนึ่งครับ

ราวกับสวรรค์มีตา สี่โมงเย็นขณะเตรียมเลิกงาน มอสได้ข่าวว่าออดิชั่นขยายออกไป มีเวลาเหลือไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงชายหนุ่มไม่รอช้ารีบบึ่งรถไปยังจุดหมายด้วยใจที่ไวกว่าแสง ยื่นใบสมัครเกือบเป็นคนสุดท้าย ได้ออดิชั่นต่อหน้ากรรมการ และผ่านเข้ารอบ 100 คนสมความตั้งใจ แม้จะเดินทางมาออดิชั่นด้วยความมุ่งมั่น แต่การห่างจากการจับไมค์ขึ้นเวทีมานานกลับกลายเป็นความรู้สึกกดดันที่โถมเข้ามาจนแทบยืนไม่อยู่
มอส : มอสไม่ได้กดดันเรื่องประสบการณ์ที่ผ่านมา แต่เพราะเราไม่ได้ร้องเพลงมานานมาก พอมาประกวดอีกครั้งความที่ไม่ได้ทำมานานกลับมากดดันเราแทน ออดิชั่นวันแรกมอสมีความสุขมาก แต่พออีกวัน (รอบเปียโน) ได้เห็นทุกคนที่ซ้อมกันมาเป็นเดือน มอสอยู่เลขสุดท้ายมันเลยรู้สึกเหมือนถูกบีบอัดเรื่อย ๆ พอขึ้นเวทีปุ๊บ ระเบิดแล้วหายไปเลย ยืนร้องไห้อยู่บนเวทีเลยครับ

ความรู้สึกจุกอกที่ถูกยกทิ้งไปหลังได้รับแจ้งว่าผ่านออดิชั่น เขาดีใจเนื้อเต้นรีบซื้อตั๋วรถทัวร์กลับบ้านเพื่อนำข่าวไปบอกพ่อที่อยู่ในอีกอำเภอ โดยไม่รู้ว่าการเดินทางสั้น ๆ ในครั้งนั้นจะทำให้เขาต้องนั่งตระหนักถึงความน่าสังเวชของชีวิต
มอส : ผมนั่งรถทัวร์กลับมาแล้วเขาไล่ให้ลงข้างทาง อ้างว่าตั๋วที่ผมซื้อไม่ใช่คันเดียวกัน ทั้งที่มันเป็นตั๋วคันเดียวกัน ผมลงรถยืนอยู่คนเดียวที่ข้างทาง ถามตัวเองว่าชีวิตเราจะอยู่แบบไม่แน่นอนแบบนี้เหรอ แม้วันนั้นผมจะหาทางกลับถึงเชียงใหม่ได้ ก็ยังรู้สึกว่าไม่อยากให้ชีวิตเราไม่แน่นอนแบบนี้อีกแล้ว ถ้าอยากมั่นคงก็อย่ากลับมาจุดนี้ ต้องสู้ต่อไป ถ้าท้อเหรอ ก็ต้องทำทุกอย่างให้ไม่กลับมาอยู่ตรงนี้อีก

คิดได้ดังนั้นมอสก็กลับมาตั้งใจฝึกซ้อม ควบคุมอาหาร และออกกำลังกายอย่างหนักตามคำแนะนำที่ได้รับ เขาลดน้ำหนักลงไปถึง 10 กิโลกรัมในเวลาไม่ถึงเดือน ทั้งยังตั้งใจว่าจะดูแลตัวเองต่อไปไม่ว่าผลไฟนอลออดิชั่นจะออกมาอย่างหวังหรือไม่ เพราะสุดท้ายผลประโยชน์ของมันก็ตกเป็นของตัวเขาเองทั้งนั้น
มอส : มอสเชื่อว่าทุกคนมีโอกาส อย่าเพิ่งตัดโอกาสตัวเองคิดว่า ฉันไม่ได้หรอก ถ้าเรากอดความฝันและความตั้งใจไว้ สุดท้ายคนที่แฮปปี้ที่สุดก็คือตัวเรา เราทำดีที่สุดแล้ว เรามีความสุขแล้ว ทำด้วยใจ ไม่มีใครได้อะไรนอกจากตัวเรา

 

บทที่ 4 : AF 021 ใบตอง - หัวใจไม่จนตรอก

เช้าตรู่วันที่ 3 เมษายน ดวงตะวันสีทองกำลังค่อย ๆ สาดแสงพ้นแนวขอบฟ้า พาดผ่านเงาของมอเตอร์ไซค์ฮอนด้าเวฟเก่า ๆ คันหนึ่งที่กำลังมุ่งหน้าสู่กรุงเทพฯ บนถนนสายเอเชียด้วยความเร่งรีบ เด็กสาววัย 18 ปีร่างบางคนหนึ่งนั่งซ้อนท้ายแฟนหนุ่มที่กำลังบิดด้วยใจจดจ่อ หอบหิ้วกระเป๋าใส่เอกสารและความฝันมาเต็มเปี่ยมจากพิจิตร เพื่อยื่นสมัครออดิชั่น AF ที่เปิดรับสมัครเป็นรอบสุดท้าย "ใบตอง ชลิตา ศรีสังข์" สาวน้อยดีกรีช่างกล เป็นอีกคนที่ต้องการท้าทายตัวเอง และใช้เวทีประกวดเพื่อวัดว่าฝีมือการร้องเพลงพัฒนาไปไกลแค่ไหน สาวเสียงดีคนนี้รักในการขับร้องมาตั้งแต่เด็ก ได้มีโอกาสเรียนเปียโนช่วงสั้น ๆ กับครูดนตรีไทย และฝึกร้องเพลงลูกทุ่งด้วยตนเองจากคลื่นวิทยุที่คุณย่าชอบเปิดทุกวัน

จนเริ่มมีมือถือของตัวเองก็อาศัยดูยูทูปฝึกฝนเรื่อยมา โดยใช้เสียงเพลงจากศิลปินสายพลังเสียงที่ชื่นชอบ ตั้งแต่ แพท วง Klear, ดา เอ็นโดรฟิน, วี วิโอเลต จนถึงโบกี้ไลอ้อน และ เจฟ ซาเตอร์ ที่ใบตองทั้งฝึกฟังและร้องตามทุกคืนจนหลับคาโทรศัพท์ไป เธอเล่าว่าช่วงหนึ่งระหว่างฝึกร้องเพลง "หยดน้ำตา" ด้วยความที่อยากขึ้นไฮโน้ตให้ได้ จึงลองหลายวิธีจนเสียงหายไปถึง 3 เดือน ต้องพักยาวก่อนกลับมาฝึกใหม่จนร้องได้ กลายเป็นความภาคภูมิใจครั้งยิ่งใหญ่ของตัวเอง

ใบตองยืดอกยอมรับว่าไม่เคยรู้จัก AF มาก่อน แม้จะเคยได้ยินผ่าน ๆ จากคนรอบข้างแต่ก็ยังไม่มีภาพในหัว กระทั่งวันหนึ่งบังเอิญเลื่อนเจอโฆษณาในมือถือ ด้วยความตื่นเต้นจึงออกปากชวนแฟนหนุ่มนักดนตรีที่คบกันมานานกว่า 3 ปี ให้ลองสมัครออดิชั่น "เฮ้ยพี่ ลองไปไหม ได้ไม่ได้ไม่รู้ ลองไป" เลือดนักสู้เริ่มสูบฉีดอีกครั้ง แต่เมื่อหยิบกระเป๋าเงินมาเปิดดู ฝันหวานของทั้งคู่พลันสลายไปในชั่วพริบตา "ตอนนั้นหนูกับแฟนมีเงินรวมกันแค่พันเดียวเองค่ะ" ใบตองเล่าให้ฟังอย่างเปิดอก "พี่ที่ร้านหมีทองที่ให้โอกาสหนูเล่นดนตรีรู้เข้าก็ช่วยสนับสนุนมาเพิ่ม 2,000 บาท บอกว่าได้ไม่ได้ไม่เป็นไร ถือว่าพี่ช่วยซัพพอร์ต"

อาจจะเป็นเพราะตื่นเต้นหรืออากาศร้อนไม่ทราบได้ หลังจากเช็คอินเข้าโรงแรมในกรุงเทพฯ แล้ว จู่ ๆ ใบตองกลับรู้สึกว่าชีวิตนี้ช่างว่างเปล่า จึงชักชวนแฟนหนุ่มบิดมอเตอร์ไซค์หิ้วลำโพงคู่ใจออกไปเปิดหมวกร้องเพลงที่แถวสวนลุมพินี
ใบตอง : ไหน ๆ ก็เข้ากรุงมาแล้ว ก็แอบมีความฝันว่าอยากร้องเพลงให้คนในกรุงฟังบ้างค่ะ เคยร้องแต่ต่างจังหวัด ได้เงินหรือไม่ได้ก็ไม่เป็นไร แค่อยากให้เขาได้ยินเสียงเราเท่านั้นเองค่ะ

ออดิชั่นวันแรกผ่านไปอย่างราบรื่น แม้จะแอบหวังแต่ก็ต้องปลอบใจแฟนหนุ่มหลังจากเห็นสีหน้าที่กังวล ทั้งคู่กลับเข้าห้องพักรอคอยเสียงโทรศัพท์อย่างใจจดจ่อ หนึ่งคืนผ่านไปโทรศัพท์ยังคงเงียบกริบ ใบตองถอดใจเตรียมเช็คเอาท์กลับบ้าน ทันใดนั้นเอง 
ใบตอง : มันเหมือนกับโชคชะตาฟ้าลิขิตค่ะ เพราะส่วนตัวหนูชอบกินอาหารทะเล หนูเลยบอกว่าแฟนหนูไปว่าอยากกินหอยช็อต เลยพากันขี่มอเตอร์ไซค์ไปเรื่อย ๆ กินลมชมวิวไปถึงบางแสน (หัวเราะ) แต่พอไปถึงร้านเค้าปิด ก็เลยตัดสินใจกันว่าจะขี่ย้อนกลับกรุงเทพฯ แล้วยิงยาวไปพิจิตรเลย

แผนการของทั้งคู่สะดุดลงอีกครั้ง เมื่อรถมอเตอร์ไซค์เจ้ากรรมดันเครื่องดับกลางดึกระหว่างกลับเข้ากรุงเทพฯ ทั้งคู่พยายามแก้ไขปัญหาอยู่นานจนถอดใจ ระหว่างนั้นเองปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น ทีมงาน AF โทรไปแจ้งข่าวดีว่าเธอผ่านออดิชั่นรอบคัดเลือกแล้ว ใบตองดีใจมากรีบวิ่งไปกอดแฟนร้องไห้โฮจนคนผ่านไปผ่านมาตกใจ รวมถึงช่างซ่อมรถคนหนึ่งที่ผ่านมาเห็นเหตุการณ์ จึงอาสาซ่อมรถให้ทั้งคู่ฟรี แลกกับเสียงเพลงเพราะ ๆ จากสาวน้อยหนึ่งเพลง วันรุ่งขึ้นระหว่างออดิชั่นรอบเปียโนแม้ข้างในจะตื่นเต้นแต่ใบตองก็เก็บอาการอยู่ เธอฮึดสู้จน มาย-ภาคภูมิ ร่มไทรทอง หนึ่งในคณะกรรมการต้องออกปากชม "พี่มายบอกว่าชอบที่หนูเป็นคนตรง ๆ ซื่อสัตย์กับตัวเอง เขาถามว่าหนูคิดว่าตัวเองสวยไหม พอหนูตอบไปว่า ก็คิดว่าสวยค่ะ คนในฮอลล์ก็ฮือฮากันนิดนึง (หัวเราะ) หนูเลยเอ๊ะ เราไม่สวยเหรอ (หัวเราะ) หลังจากพี่เค้าบอกว่าเลือกเราแล้ว เดินออกมาน้ำตาซึม กระโดดกอดแฟนเลย"

เมื่อกลับถึงพิจิตรรอยยิ้มที่เคยสดใสต้องหายไปอีกครั้ง ใบตองได้รับข่าวร้ายว่างานร้องเพลงถูกระงับไม่มีกำหนด รายได้หลักที่เธอจะนำมาใช้ทำตามฝันหายวับไปกับตา เจ้าของร้านหมีทองรู้เข้าจึงเสนอไอเดียให้ระดมทุนเพื่อส่งเธอมาร่วมไฟนอลออดิชั่น โดยยื่นข้อแม้ว่าใบตองจะต้องเก็บตัว ดูแลสุขภาพเสียงของตัวเองให้ดี ซึ่งใบตองก็ทำตามอย่างเคร่งครัดจนได้เดินทางมาเข้าร่วมเวิร์คช็อปและโชว์เพลง Titanium บนเวทีไฟนอลออดิชั่นได้อย่างทรงพลัง เธอสารภาพว่าหากปาฏิหาริย์มีจริง อยากย้อนเวลาให้แฟนหนุ่มลงสมัครและเข้าร่วมทุกคลาสของเวิร์คช็อปด้วยกัน เพราะความฝันหนึ่งเดียวของทั้งคู่คือการได้ยืนบนเวทีเคียงข้างกัน และเขาคือลมใต้ปีกหนึ่งเดียวที่คอยพยุงให้เธอได้มาเจอประสบการณ์อันยอดเยี่ยมในวันนี้

"หนูต้องขอบคุณพี่เต พี่ออย กับพี่ปรางค์จากร้านหมีทอง พี่ช่างซ่อมรถคืนนั้น และคนทั้งจังหวัดพิจิตรที่ช่วยสนับสนุนหนูค่ะ" ใบตองกล่าวด้วยความตื้นตันใจ ก่อนทิ้งท้ายว่า "หน้าตาหนูอาจจะสู้คนอื่นไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งที่หนูสู้คนอื่นได้คือใจหนู เพราะหนูไม่เคยยอมแพ้อะไรเลย"

อยากให้เราเปิดบันทึกนักล่าฝันคนไหน ฝากคอมเมนต์ที่เฟซบุ๊ก TrueVisions หรือ TrueAF Thailand ได้เลยตอนนี้ อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้าจะเป็นคิวของใคร ติดตามที่เว็บไซต์ truevisions.co.th/Showtime

ห้ามพลาด! ส่งกำลังใจเชียร์นักล่าฝันทั้ง 98 คน พร้อมลุ้นประกาศ 12 นักล่าฝันที่จะได้ไปต่อ ในรายการ ถ่ายทอดสด การประกาศผล 12 นักล่าฝัน "TrueAF 2026" วันจันทร์ที่ 11 พฤษภาคม นี้ เริ่ม 17.00 น. ดูฟรีที่ช่อง AF Reality (334) และที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว

 

อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :