บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.4 : ชูหลุน-ข้าวโพด ก่อนจะยืนได้ ก็เคยล้มมาก่อน
"บันทึกนักล่าฝัน TrueAF 2026 EP.4" กฎธรรมชาติอย่างหนึ่งที่มนุษย์เราไม่สามารถปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยงได้ คือทุกคนต้องเผชิญกับความไม่แน่นอน “ชูหลุน – ข้าวโพด” สองนักล่าฝันมากความสามารถจาก True AF 2026 ต่างก็เคยหกล้มก่อนพาตัวเองก้าวผ่านจุดพลิกผัน จนวันนี้ทั้งคู่กลับยืนหยัดได้อีกครั้งอย่างสง่างาม
บทที่ 8: ฝันร้ายของชูหลุน
หลายคนอาจคุ้นหน้าหนุ่มคนนี้มาแล้วจากการเป็นหนึ่งในสมาชิกอดีตบอยแบนด์อนาคตไกล PRIMETIME เจ้าของซิงเกิ้ลเปิดตัวสุดฮิตอย่าง ชั่วโมงพิเศษ (TIME TO LOVE), ถ้าเขาไม่ดี และไม่ใช่แค่โฆษณา แต่กลับมีเหตุสุดวิสัยให้ต้องแยกย้ายกันกับเพื่อนร่วมวงไปท่ามกลางความเสียดายของแฟนเพลง
หลังจากปล่อยตัวเองจ่อมจมอยู่กับความรู้สึกผิดหวังครั้งนั้นมานานเกือบ 2 ปี วันนี้ ชูหลุน อภิวัฒน์ บริบูรณ์ทรัพย์ นักร้องหนุ่มเสียงดีกลับมาอีกครั้ง เพื่อทำตามความฝันที่ไม่เคยเลือนหายบนเวที TrueAF 2026 ที่เขาพร้อมงัดทุกทักษะและความสามารถมาโชว์ให้ทุกคนได้ประจักษ์
“ต้องบอกว่า AF นี่แหละครับเป็นเวทีที่ทำให้ผมอยากเป็นนักร้อง” ชายหนุ่มยิ้ม “ผมเคยดู AF2 ตั้งแต่เด็กๆ และได้เห็นว่า เฮ้ย! การร้องเพลงมันคือแบบนี้นะ การเข้า AF เลยเป็นความฝันแรกของผมตั้งแต่ยังเด็ก แล้วผมเคยมาออดิชั่นแล้วครั้งหนึ่งตอนอายุประมาณ 15-16 ปี ตอนนั้นน่าจะ AF8 หรือ 9 ผมจำไม่ได้ หัวยังเกรียนเรียน รด. อยู่เลย (หัวเราะ) ดังนั้นพอได้กลับมารอบนี้แล้วเข้ารอบถึง 100 คน มันเลยเหมือนฝันมากๆ ครับ”
แม้จะผ่านประสบการณ์การโชว์บนเวทีมาอย่างโชกโชน แต่ชายหนุ่มกลับยืนยันว่าการกลับมาครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่แตกต่างออกไป เพราะนี่คือครั้งแรกที่เขาต้องบินเดี่ยวทำทุกอย่างโดยลำพัง
“มันคนละฟีลเลยครับ อย่างตอนเป็นบอยกรุ๊ปเนี่ยมันเหมือนทุกอย่างถูกหารหมด เราไม่สามารถดีคนเดียวได้ทุกอย่างต้องไปพร้อม ๆ กันทั้งหมดทุกคน แล้วมันจะมี Element บางอย่าง เช่น ผมอ่ะเต้นไม่เก่ง ก็มีคนเต้นเก่งแทน คนหนึ่งเขาร้องไม่เก่ง ผมร้องได้อะไรแบบนี้ แต่พอมาตรงนี้ปุ๊บมันเหมือนเราต้องพร้อมทุกอย่างเลย ไม่ว่าจะเป็นร้องเล่นเต้น ทุกอย่างครับ”
หนุ่มหล่อยอมรับว่าถึงจะทำใจมาบ้างแล้ว แต่เมื่อถึงวันออดิชั่นก็ยังอดตื่นเต้นไม่ไหวอยู่ดี โดยเฉพาะความรู้สึกกดดันที่ต้องการทำโชว์ออกมาให้สมบูรณ์แบบ
“ระหว่างทางก่อนที่ผมจะเดบิวต์เนี่ย ผมเป็นเทรนนีมาประมาณ 3 ปีครึ่งครับ ซึ่งมักจะมีคนอยู่ข้างกายตลอดเวลา แล้วหลังเดบิวต์เป็นบอยกรุ๊ปก็ยังมีเพื่อนมีน้องอยู่ในเวทีตลอดเวลา แต่พอมาเป็นเดี่ยวแล้วเนี่ย มันเหมือนเริ่มต้นใหม่เลย ทุกอย่างเหมือนนับหนึ่งใหม่หมด อย่างเมื่อวานมี Workshop เต้น ปกติผมเต้นไม่เก่งเลย ก็ต้องใช้สกิลทุกอย่างสู้แบบที่เราเคยแบบร่ำเรียนมา เมื่อวานก็ใส่สุดครับ วันนี้ก็เต็มที่ครับ ร้อง เล่น เต้น แร็ป ใส่ให้สุด”
ภายนอกชูหลุนอาจดูเป็นนักสู้ที่พร้อมพิชิตทุกสิ่งกีดขวางเพื่อให้บรรลุถึงจุดหมาย แต่ลึกๆ แล้วชายหนุ่มคนนี้กลับเต็มไปด้วยความอ่อนไหว จากฝันร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่าที่ปลุกให้เขาต้องตื่นขึ้นมากลางคัน
“ตั้งแต่วงยุบไป ผมก็สู้เหมือนกัน สู้สุดใจเลย ไปทุกที่ทุกค่าย พยายามให้เรายังได้ยืนบนเวที ได้เป็นศิลปินอยู่ครับ หลายๆ ครั้งมันก็ท้อ แบบท้อมาก มันผิดหวังมาเสมอ การมา AF นี่ตอนแรกผมก็ไม่กล้ามาแม้จะดีใจมากที่เขากลับมาทำ แต่ก็ไม่กล้ามา” ชายหนุ่มหยุดนิ่ง แววตาสะท้อนความเศร้าออกมาเล็กน้อย
“กลัวผิดหวังครับ กลัวผิดหวังเพิ่ม คุณแม่ตอนแรกทราบก็แบบจะไปเหรอลูก แม่เขากลัวเราเสียใจ แต่สุดท้ายผมก็ … ขอโทษที่พูดคำหยาบครับ … ช่างแม่ง! ผมคิดแบบนั้นจริงๆ ผมใช้หัวใจมาแบบได้ก็ได้ ไม่ได้ก็ไม่เป็นไรอะไร แล้วสุดท้ายมันก็มีวันนี้ที่มายืนตรงนี้ สรุปก็คือว่าเราต้องไม่หมดหวังครับ อดทน พยายามตั้งใจ เชื่อว่าสักวันมันจะเป็นจังหวะของเรา เหมือนครั้งนี้ที่ผมก็อยากให้เป็นจังหวะของผมเหมือนกัน”
ถึงหนทางข้างหน้าจะคดเคี้ยวหรืออีกยาวไกลแค่ไหน ชูหลุนมั่นใจว่าเขาจะไม่ยอมปล่อยให้ความรู้สึกท้อมาขัดขวาง จนกว่าวันหนึ่งจะเดินทางถึงฝั่งฝันอันสวยงาม “ผมอยากเป็นเหมือนพี่มอส เขาเป็นเหมือนดาวค้างฟ้า ผมรู้สึกว่าทั้งชีวิตผมอุทิศให้กับความฝันนี้มาตลอด ผมอยากอยู่ตรงนี้ให้ได้นานที่สุด อยากจะอยู่ในที่ที่เหมาะสม และมีโอกาสได้แบบทำงานในวงการบันเทิงไปยาวๆ ครับ”
บทที่ 9: ไฟที่ไม่เคยมอดดับของข้าวโพด
สาวสวยเจ้าของตำแหน่งมิสแกรนด์มุกดาหารคนนี้เคยผ่านการออดิชั่น AF จนได้เป็นตัวแทนภาคมาแล้วในซีซั่นที่ 10 แต่เส้นทางชีวิตขีดให้เธอต้องทิ้งความฝันเพื่ออนาคตที่มั่นคง
ผ่านมา 13 ปี ข้าวโพด ณัฏฐา อินต๊ะซาว คุณหมอคนเก่งคนนี้หวนคืนสู่เวที TrueAF 2026 อีกครั้ง เพื่อทวงคืนความฝันที่ครั้งหนึ่งเคยวางทิ้งไว้และปลดปล่อยหัวใจให้พบกับความสุขที่แท้จริง
ข้าวโพดเล่าว่าเธอเติบโตมาด้วยความเคยชินกับการทำในสิ่งที่คุณพ่อกับคุณแม่ชี้แนะ แม้กระทั่งการเลือกเรียนหมอเพราะคืออาชีพที่ผู้ใหญ่มองว่ามั่นคง ทำให้ความฝันในการเป็นศิลปินไม่เคยมีในหัวมาตั้งแต่เด็ก แถมตัวเองยังเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง ทำให้กลายเป็นคนไม่ค่อยแสดงความรู้สึกที่แท้จริงออกมา
แม้จะถูกเลี้ยงดูในกรอบแต่ครอบครัวของเธอก็รักในเสียงดนตรี คุณพ่อกับคุณแม่ฟังเพลงหลากแนวหลายสไตล์ แถมยังสนับสนุนให้ลูกสาวฟังและร้องตามจนซึมซับเป็นความชอบโดยอัตโนมัติ เด็กหญิงข้าวโพดมักจะหยิบเพลงขึ้นมาร้องยามว่างจากการเรียนเป็นประจำ จนผูกพันกลายเป็นเซฟโซนที่ช่วยปลดเปลื้องความเหนื่อยล้าและความทุกข์ใจของตัวเอง โดยไม่เคยคิดฝันว่าวันหนึ่งโอกาสจะพาให้เธอขึ้นโชว์เสียงบนเวที
หลังจากเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย สาวเก่งคนนี้ตัดสินใจขอที่บ้านลองสมัครออดิชั่น AF ซีซั่น 10 “ตอนนั้นรู้สึกว่ายังไงๆ ก็ต้องมา AF ให้ได้ เพราะเราโตมากับการดู AF นั่งดูเขาขึ้นโชว์มาตลอด ก็เลยไปลองค่ะ” คุณหมอสาวสวยเล่าด้วยน้ำเสียงสดใส “หนูโชคดีได้เป็นตัวแทนภาคด้วยค่ะตอนนั้น แต่ว่าไม่ได้มาเก็บตัวทำกิจกรรม แล้วก็ไม่ได้ไปคัดเลือกต่อ เพราะพอเข้ามหาวิทยาลัยแล้วเราลาเรียนไม่ได้ คุณพ่อคุณแม่ก็คอนเซิร์นว่าไม่อยากให้ลาหรือว่าดรอปเรียนค่ะ ก็เลยตัดสินใจว่า โอเค เราเชื่อผู้ใหญ่”
หลังจากนั้นแม้จะหาโอกาสไปประกวดร้องเพลงอีกหลายรายการ แต่เสน่ห์ของ AF ก็ยังตราตรึงในความทรงจำอยู่ดี
“หนูว่า AF เป็นการรวมของทั้งพาร์ทที่เป็นเรียลลิตี้แล้วก็เอนเตอร์เทนเมนต์ เราได้เห็นความสามารถของน้องๆ อยู่แล้ว แต่อีกอย่างที่คนดูได้เห็นแล้วตกหลุมรักจริงๆ คือการที่เราได้รู้จักตัวตนของนักล่าฝันแต่ละคนค่ะ ได้เห็นว่าเขาใช้ชีวิตอยู่กับเพื่อนยังไง ความตั้งใจ ความมุ่งมั่นที่เขามาทำตามความฝันของเขา ตรงนี้แหละค่ะที่เป็นแรงบันดาลใจให้ทุกๆ คนที่ได้ดู แฟนๆ รายการ แม้กระทั่งนักล่าฝันทุกๆ คนที่มาประกวดก็รู้สึกอยากจะเป็นแบบนั้นให้ได้ อยากยืนอยู่ตรงนั้นให้ได้เหมือนกัน”
แล้วเธอก็ได้ลิ้มรสความผิดหวังเป็นครั้งแรก เมื่อผลการแข่งขันไม่เป็นดังที่ตั้งใจ หญิงแกร่งคนนี้กลับสู้ไม่ถอย เดินหน้าสมัครแข่งขันโชว์พลังเสียงในเวทีต่างๆ มากมาย กระทั่งวันหนึ่งเกิดเรื่องราวสะเทือนใจ ชีวิตข้าวโพดในช่วงวัยรุ่นปลายแหลกสลายเหมือนโลกพัง เธอตัดสินใจลาออกจากมหาวิทยาลัย หนีไปฮีลใจตามลำพังไกลถึงนิวซีแลนด์
ข้าวโพดใช้เวลาอยู่กับตัวเองพักใหญ่ในการตกตะกอนความคิด จึงเริ่มตระหนักได้ว่าการเรียนหมอก็ทำให้มีความสุขได้เช่นกัน คิดได้ดังนั้นก็ไม่รอช้ารีบบอกข่าวกับที่บ้านและติดต่ออาจารย์ที่มหาวิทยาลัยเพื่อหาทางกลับมาเรียนใหม่ โดยตั้งเป้าอยากเรียนจิตแพทย์ เพื่อผันประสบการณ์อันเลวร้ายที่ตนเคยผ่าน มาช่วยเหลือคนที่กำลังทุกข์ใจและมองหาที่พึ่ง
“อาจารย์แนะนำให้ไปเรียนต่อที่จีน เพราะสามารถทรานเฟอร์หน่วยกิตไปได้ เราก็ไม่ต้องไปเริ่มใหม่ด้วย จะได้ไม่เสียเวลาฟรีค่ะ” คุณหมอสาวเล่าอย่างมีความสุข “บังเอิญเวลานั้นมีมหาวิทยาลัยในปักกิ่งที่เปิดให้สอบชิงทุนได้ ซึ่งการชิงทุนเราจะต้องอยู่กับเขาครบ 6 ปี หนูก็เลยตัดสินใจลองชิงดูก่อน เพราะมันก็เหมือนเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ หนูตั้งใจว่าวันนี้เราอยากเป็นคนใหม่แล้ว อยากเป็นคนใหม่ที่มีความสุขมากขึ้น เข้มแข็งมากขึ้น ก็เลยตัดสินใจไปสอบชิงทุนแล้วได้ ก็เลยเรียนใหม่เลย 6 ปี”
เวลาผ่านไปความตั้งใจในการเป็นหมอก็ยิ่งแจ่มชัดขึ้น หลังเรียนจบข้าวโพดกลับไทยและเข้าฝึกงานในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ขณะมุ่งมั่นเพื่อสอบใบประกอบโรคศิลป์ การได้มองเห็นสัจธรรมของชีวิตในทุกวันกลับทำให้เธอได้ตกตะกอนความคิดตัวเองอีกครั้ง
“ช่วงที่ใกล้จะฝึกจบ พอเราอยู่ในโรงพยาบาลเราเห็นคนเกิดใหม่ ป่วย แก่ ตาย อะไรอย่างงี้ทุกๆ วันค่ะ สิ่งหนึ่งที่รู้สึกในใจคือ มันยังมีอีกหลายอย่างมากเลยที่หนูยังอยากทำแล้วไม่ได้ทำ แล้วหนูไม่รู้เลยว่าวันพรุ่งนี้หนูจะยังอยู่ ยังแข็งแรงอยู่ตรงนี้อีกไหม หนูรู้สึกว่าหนูยังอยากทำตามความฝันอีกอย่างหนึ่งที่พักมันไปนานแล้ว เพราะเราแค่กลัว กลัวการถูกตัดสินจากคนดูอะไรแบบนี้ค่ะ”
สาวสวยไม่รอช้ารีบปรึกษาทางบ้านเพื่อขอลองอีกสักตั้ง แม้ใจลึกๆ จะผวาทุกครั้งเมื่อคิดถึงการประกวดร้องเพลง ประจวบเหมาะกับชื่อเสียงของเวทีมิสแกรนด์กำลังโด่งดัง เวทีที่มีความหมายมากกว่าแค่ความงาม จึงทำให้เธอตัดสินใจลงประกวดท่ามกลางกำลังใจที่หลั่งไหลจากกลุ่มแฟนคลับที่ติดตามมาตั้งแต่ The Voice
“หนูหายไป 8 ปี กลับมาเขาก็ยังรออยู่ตรงนั้น ยังอยากซัพพอร์ตเรา วันที่เรียนจบก็มาแสดงความยินดี หนูรู้สึกว่าอยากตอบแทนความรักของพวกเขาค่ะ ก็เลยตัดสินใจว่าเอาวะ! เราลองขึ้นเวทีอีกสักครั้งหนึ่งให้เขาได้ภูมิใจ ก็เลยไปประกวดนางงาม”
เวลาแห่งความสุขมักสั้นเสมอ หลังมิสแกรนด์หมดสัญญา ไฟในตัวก็ใกล้ริบหรี่เต็มทน หญิงสาวรู้สึกอิ่มตัวในการตามหาความฝัน จึงตัดสินใจบอกลาแฟนคลับท่ามกลางงานแฟนมีตที่จัดขึ้นเพียงไม่กี่วันก่อนเริ่มออดิชั่น AF ที่ภาคกลาง
“แล้วอยู่ๆ มันก็แบบคิดอะไรก็ไม่รู้ว่า เออ…หรือว่าปีนี้จะลองทิ้งทวนดูอีกสักครั้ง ถ้ามันจะเป็นฝันสุดท้ายที่เราจะตาม อยากไปที่ไหน” ข้าวโพดหยุดนิ่งชั่วครู่ก่อนพูดต่อว่า “หนูรู้สึกว่าหนูเริ่มจาก AF ถ้าจะมีเวทีสุดท้ายที่จะไปประกวด ไปตามฝันอีกครั้ง หนูคิดว่าอยากได้คำตอบนั้นจาก AF”
ในที่สุดสาวเก่งคนนี้ก็ทนเสียงในหัวตัวเองไม่ไหว เดินทางมาออดิชั่นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นในวันที่สองที่เปิดรับสมัคร ความสุขที่ครั้งหนึ่งเคยมีและถูกปิดผนึกไว้ก็ถูกปลดล็อกในที่สุด
“จากวันนี้ไปการร้องเพลงของเรามันจะมีความสุขจากข้างในจริงๆ ไม่ต้องมาคอยกังวลอีกต่อไปว่าคนนั้นคนนี้จะพูดถึงเราว่ายังไง แล้วการที่ได้เห็นน้องๆ รุ่นใหม่ๆ เขามาทำตามความฝัน มันจุดประกายไฟให้หนูด้วยเหมือนกัน ว่าครั้งหนึ่งเราก็เป็นแบบนั้น เราก็เป็นคนหนึ่งที่ฝันแล้วก็รักในสิ่งที่ทำมากๆ ไฟที่มันกำลังจะมอดมันเลยรู้สึกเหมือนถูกเติมขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งค่ะ” ข้าวโพดกล่าวด้วยน้ำเสียงเข้มแข็ง
“ตอนแรกกลัวมากว่าเราจะเข้ากับคนอื่นได้ไหม เพราะอายุเยอะจังเลยอะไรอย่างงี้ค่ะ (หัวเราะ) กลัวมากกับสิ่งที่เรียกว่า Generation Gap เขาคุยอะไรกันนะ เอ๊ะ แล้วเราจะเข้าใจไหม … เราโตมากับจ๊ะทิงจาแต่เด็กสมัยนี้ดู Ben 10 อะไรแบบนี้ค่ะ แต่สุดท้ายแล้วพอมาเจอกันจริงๆ มันกลายเป็นว่าเราคุยภาษาเดียวกันทั้งหมด ทุกคนน่ารักมาก ไนซ์มาก แล้วพอมีโอกาสได้มาทำกิจกรรมกลายเป็นว่าน้องๆ ก็มาช่วยกัน แบบตรงนี้เต้นไม่ได้เดี๋ยวพี่เต้นตามนะ อะไรแบบนี้ หนูเลยรู้สึกว่าเฮ้ย! มันมีความสุขจังเลย มันไม่ได้น่ากลัวอย่างที่เราคิดเลยค่ะ”
การกลับมาของข้าวโพดในวันนี้นอกจากมุมมองความคิดและทัศนคติที่เติบโตขึ้น ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและความมั่นใจ ไฟที่เคยใกล้มอดดับกลับลุกโชติช่วงอีกครั้ง ส่องสว่างให้เธอผ่านเข้าสู่รอบไฟนอลออดิชั่นได้อย่างสวยงาม แถมแอบเผยความลับว่าหากได้เข้ารอบลึกๆ โชว์ที่กำลังสนใจและอยากทำมากที่สุดไม่ใช่เพลงโชว์พลังเสียงสไตล์ดีว่า หากแต่เป็นเพลงลูกทุ่งที่ถูกจริต ตรงเทสต์ตัวเองเอามากๆ
“หนูว่าหนูจะจอยค่ะ จะทำได้ดีไหมไม่รู้ แต่หนูจะมีความสุขมาก เพราะหนูชอบ หลังๆ มาหนูฟังพี่ก้านตองทุกวัน” คุณหมอคนสวยหัวเราะทิ้งท้ายอย่างมีความสุข
อยากให้เราเปิดบันทึกนักล่าฝันคนไหน ฝากคอมเมนต์ที่เฟซบุ๊ก TrueVisions หรือ TrueAF Thailand ได้เลยตอนนี้! อย่าลืมติดตามว่าครั้งหน้าจะเป็นคิวของใคร ติดตามที่เว็บไซต์ truevisions.co.th/Showtime
ห้ามพลาด! ส่งกำลังใจเชียร์นักล่าฝันทั้ง 98 คน พร้อมลุ้นประกาศ 12 นักล่าฝันที่จะได้ไปต่อ ในรายการ “ถ่ายทอดสด การประกาศผล 12 นักล่าฝัน TRUE AF2026” จันทร์ที่ 11 พฤษภาคม เริ่ม 17.00 น. ดูฟรีที่ช่อง AF Reality (334) และที่แอปทรูวิชั่นส์ นาว
อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :
- ดูถ่ายทอดสด ประกาศผล 12 นักล่าฝัน TrueAF 2026 ทาง TrueVisions NOW ช่อง AF Reality 334
- TrueAF 2026 คิดถึง "อาต้อย เศรษฐา" พิธีกรในตำนาน เคยรู้หรือไม่ อยากเลิกทำตั้งแต่ซีซันแรกจบ รอลุ้นใครทำหน้าที่พิธีกรปีนี้
- แอบส่องบรรยากาศวันที่ 2 TrueAF 2026 Workshop & Final Audition สุดคึกคัก 11 พฤษภาคมนี้ รู้กันใครได้เข้าบ้าน!
- ประเดิมวันแรกสุดคึกคัก TrueAF 2026 Workshop & Final Audition สู่การเป็นนักล่าฝันตัวจริง
- ส่องบ้าน TrueAF 2026 ครั้งแรก บนผืนป่าใหญ่กลางเมือง รอต้อนรับ 12 นักล่าฝันตัวจริง