รีเซต

[US Box Office] บินไม่สูง..แบบใครเขา "Supergirl" โฉบทำเงินด้วยท่วงท่าที่ได้แค่เป็นรอง

[US Box Office] บินไม่สูง..แบบใครเขา "Supergirl" โฉบทำเงินด้วยท่วงท่าที่ได้แค่เป็นรอง
Jeaneration
29 มิถุนายน 2569 ( 09:00 )
72

Box Office Toy Story 5

บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 26-28 มิถุนายน 2026 - สุดสัปดาห์นี้น่าจะเป็นสัปดาห์ที่เทรนด์หนังฮีโร่กลับมายี่งใหญ่อีกครั้ง แต่กลายเป็นว่า..ในปี 2026 เราน่าจะเน้นย้ำได้อย่างแน่ชัดแล้วว่า หนังฮีโร่ไม่ใช่คอนเทนต์หลักและเป็นประเภทหนังที่ตอบโจทย์บนบ็อกซ์ออฟฟิศได้ทุกเรื่องอีกต่อไป นี่คือการตอกย้ำว่าหนังซูเปอร์ฮีโร่ยังอยู่ในช่วงอิ่มตัวและผู้ชมไม่ได้เหลียวแลหนังประเภทนี้สักเท่าไหร่ ถ้าไม่ดีจริงและไม่สามารถตอบโจทย์ได้เพียงพอ..ภาวะอาการเจ็บตัวก็เกิดขึ้น นั่นทำให้สัปดาห์นี้แชมป์หนังยังคงเป็นเฟรนไชส์หนังการ์ตูนขวัญใจผู้ชมตลอดกาลต่อไปอีกวีค

"Supergirl" บินโฉบเข้าสู่บ็อกซ์ออฟฟิศกับผลลัพธ์ที่ทำได้ดีที่สุดในฐานะรองแชมป์เท่านั้น หนังเปิดตัวได้ในอันดับที่ 2 กับตัวเลข 3 วันแรกที่ 38 ล้านเหรียญ จาก 3,602 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงที่ประมาณหมื่นเหรียญนิด ๆ แน่นอนว่าออกสตาร์ทในระดับนี้...สถานการณ์ไม่ค่อยสู้ดีแน่ ๆ เพราะสตูดิโอหนังคาดหวังด้วยตัวเลขเปิดตัวเอาไว้ราว ๆ 45-55 ล้านเหรียญ แต่นับว่าหนังเดบิวต์ได้ผิดฟอร์มไปไม่น้อย น่าจะทำให้ดีซีกำลังกุมขมับกับการยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้นในเวลานี้อยู่แน่ ๆ

นี่คือผลงานลำดับที่ 2 ของจักรวาลหนังดีซียุคใหม่ ภายใต้การดูแลของ เจมส์ กันน์ กับ ปีเตอร์ ซาฟราน ที่มาถึงเรื่องนี้ก็เริ่มส่งสัญญาณไม่สู้ดีแล้ว เพราะเมื่อปีก่อนเคยเปิดตัวไว้กับ Superman ที่ทำผลลัพธ์เอาไว้ค่อนข้างน่าพอใจมาก แต่สำหรับ Supergirl ผลลัพธ์ออกมาค่อนข้างน่าผิดหวังในหลายด้าน โดยเฉพาะในแง่คุณภาพของตัวหนัง ที่เก็บคำวิจารณ์ได้แค่ระดับกลาง ๆ จากคะแนนเฉลี่ยที่ 56% บน Rotten Tomatoes ขณะที่ผู้ชมตัดเกรดให้ B- ที่หน้าโรงหนัง ทำให้เห็นชัดว่าหนังเรื่องนี้ยังไม่ใช่เรื่องโปรดปรานของแฟน ๆ และนักรีวิว

ทั้งนี้ Supergirl เปิดตัวรายได้ทั่วโลกในสุดสัปดาห์แรกที่ 68 ล้านเหรียญ ที่นับว่าเป็นการออกสตาร์ทที่ค่อนข้างซอฟต์ไปนิด เพราะหนังเรื่องนี้มีรายงานว่าใช้ทุนสร้างระดับ 170 ล้านเหรียญเลยทีเดียว นั่นเท่ากับว่าหนังจะต้องกวาดยอดเงินทั่วโลกให้ได้อย่างน้อย 375 ล้านเหรียญขึ้นไป ถึงจะผ่านเส้นจุดคุ้มทุนสร้าง แต่เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในตอนนี้ เอารายได้ให้ผ่านหลักร้อยล้านเหรียญไปได้ก่อนก็น่าจะท้าทายไม่น้อย และผลลัพธ์ครั้งนี้ก็น่าจะส่งผลต่อโครงการผลงานเรื่องต่อ ๆ ไปของดีซี แม้ว่าพวกเขาจะใช้สูตรช้า ๆ ได้พร้าเล่มงาม เน้นคุณภาพของบทหนัง ไม่ดีไม่ให้สร้าง แต่ดูเหมือนว่า Supergirl จะหลุด QC มาอะไรทำนองนั้น?

แชมป์หนังวีคนี้ยังคงเป็นของ "Toy Story 5" หลังจากที่เปิดตัวได้อย่างเรืองรองและดีที่สุดในรอบปีนี้ ทำให้สัปดาห์นี้ก็ดร็อปลงมาพอประมาณตามที่คาดไว้ เก็บไปอีก 70 ล้านเหรียญ ลดลงมาราว ๆ -56% พร้อมกับสะสมยอดในบ้านได้เกือบจะแตะ 300 ล้านเหรียญในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า โดยที่สถานการณ์รายได้ทั่วโลกล่าสุด ทะยานไปแตะที่ 585 ล้านเหรียญ จากการเข้าฉายแค่ 12 วันแรกเท่านั้น มีสิทธิ์สูงมาก ๆ ที่เราจะได้เห็นหนังพันล้านเรื่องต่อไป

เปิดตัวใหม่อีกเรื่องในวีคนี้คือหนังตำนานคนห่าม "Jackass: Best and Last" จากจักรวาลหนังแจ็คแอสแกล้งคน ที่มาพร้อมกับคำสร้อยสัญญาว่าจะเป็นครั้งสุดท้าย (แต่ไม่รู้ว่าจะจริงหรือไม่) แฟน ๆ ยังแห่กันมาอุดหนุนให้ชื่นใจ เพราะเปิดตัว 3 วันแรก ทำเงินไปได้ 8.2 ล้านเหรียญ จาก 2,855 โรงฉาย แม้ว่าจะไม่ใช่ตัวเลขที่น่าประทับใจอะไรเท่าไหร่ เพราะเมื่อเทียบกับภาคที่แล้วที่เคยออกสตาร์ทได้ระดับ 23 ล้านเหรียญในปี 2022 ถือว่าความนิยมของหนังเรื่องนี้ดร็อปลงไปตามกาลเวลาจริง ๆ

แต่ใด ๆ แล้ว Jackass: Best and Last ก็ยังได้รับการต้อนรับจากนักรีวิวไม่น้อย เพราะกวาดคำชมไปด้วยคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 87% และยังได้เกรด A- จากแฟน ๆ เดนตายที่หน้าโรงหนังด้วย หนังภาคนี้ใช้ทุนสร้างไปแค่ 10 ล้านเหรียญ ถือว่าอาจจะไม่เจ็บตัวในแง่การคืนกำไรสักเท่าไหร่ แต่ก็ยังเป็นหนังกึ่งสารคดีเจ็บตัวที่ยังมีแฟนหนังตัวจริงเฝ้ารอดูอย่างต่อเนื่อง ไม่เช่นนั้นคงจะไม่สร้างออกมายาว ๆ จนถึงภาคที่ 5 อย่างในวันนี้

"Obsession" แรงขันแข็งไม่หนีจาก Top 5 ไปเลย สัปดาห์นี้เก็บอีก 9.8 ล้านเหรียญ ลดลงไปแค่ -27% ยังรั้งอยู่ในอันดับที่ 3 ของตาราง เข้าสู่สุดสัปดาห์ที่ 7 แล้ว หนังยังไม่ยอมดร็อปกระแสลงไปง่าย ๆ ทะยานสะสมรายได้ไปไม่แผ่ว ทำไปได้แล้ว 234 ล้านเหรียญในบ้าน ขณะที่ตัวเลขรอบโลกตอนนี้ก็เฮี้ยนจัด ๆ พุ่งทะลุ 370 ล้านเหรียญไปแบบฉุดไม่อยู่ ใครจะไปเชื่อว่าหนังที่ใช้เงินสร้างไม่ถึงหลักล้าน จะคืนกำไรได้ยิ่งใหญ่ได้เพียงนี้

"BLEACH: Thousand-Year Blood War — The Calamity" เปิดตัวแทรกเข้ามาในอันดับที่ 8 กับรายได้ 1.95 ล้านเหรียญ จาก 943 โรงฉาย อาจจะไม่ใช่ตัวเลขรายได้ที่หวือหวาอะไรเท่าไหร่ แต่ก็ยังมีแฟน ๆ อนิเมะชุดนี้มาให้การต้อนรับและตอบรับสู่อีกบทสำคัญของอนิเมะเรื่องนี้กันพอหอมปากหอมคอ

ทางด้านหนังนอกกระแสที่เข้าฉายแบบวงจำกัดในวีคนี้ เกิดกระแสร้อนแรงของหนังตลกรวมพลังดารา อย่าง "The Invite" จากค่าย A24 ที่กวาดคะแนนรีวิวได้สูงถึง 93% เป็นขวัญใจนักวิจารณ์เรื่องล่าสุด เปิดตัวกับรายได้ 379,000 เหรียญ จากการเข้าฉายแค่ 7 โรงทั่วอเมริกา ฟันรายได้เฉลี่ยต่อโรงไปสูงถึงระดับ 54,000 เหรียญ นี่คือผลงานการกำกับหนังเรื่องล่าสุดของดาราสาว โอลิเวีย ไวลด์ ที่ร่วมนำแสดงในเรื่องนี้กับ เซ็ธ โรแกน, เพเนโลปี ครูซ และ เอ็ดเวิร์ด นอร์ตัน หนังมีแผนจะขยายโรงฉายให้กว้างขึ้นต่อจากนี้ด้วย

ขณะที่ "Conture" หนังดรามาสายแฟชันของตัวแม่ แองเจลินา โจลี เปิดตัวได้ค่อนข้างน่าผิดหวังสอดคล้องกับไปกระแสรีวิวที่ไม่สู้ดี เพราะทำเงิน 3 วันแรกไปได้แค่ 135,000 เหรียญ จากการฉาย 235 โรงฉายทั่วประเทศ เรียกได้ว่าแทบไม่มีใครใส่ใจดูผลงานเรื่องนี้ของเธอสักเท่าไหร่ กับคะแนนรีวิวที่โกยมาได้แค่ระดับกลาง ๆ 51% เท่านั้น ถือว่าเป็นอีกหนึ่งผลงานการแสดงของโจลีที่ถูกมองข้ามและไม่ประสบความสำเร็จอีกเรื่อง

โปรแกรมถัดไปเตรียมเข้าสู่สัปดาห์เฉลิมฉลองวันชาติอเมริกา มาพร้อมกับความปั่นป่วนครั้งใหม่ของแก๊งตัวเหลือง "Minions & Monsters" ที่จะออกอาละวาดใส่ทุกคน ร่วมด้วยหนังปลุกเลือดรักชาติ "Young Washiongton" สดุดีตำนานประธานาธิบดีคนแรกของอเมริกาช่วงวัยหนุ่ม

Source: TheNumbers

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa