รีเซต

[US Box Office] พลังรักร้อนเร่า "Wuthering Heights" แชมป์วาเลนไทน์ ถึงจะไม่แรงอย่างที่คิด

[US Box Office] พลังรักร้อนเร่า "Wuthering Heights" แชมป์วาเลนไทน์ ถึงจะไม่แรงอย่างที่คิด
Jeaneration
16 กุมภาพันธ์ 2569 ( 09:00 )
54

Box Office Wuthering Heights

บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 13-15 กุมภาพันธ์ 2026 - ตัวเลขบนบ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกาได้กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นอีกครั้ง ในสุดสัปดาห์สุดพิเศษที่เป็นทั้งวันหยุดยาว President’s Day และยังตรงกับวันวาเลนไทน์พอดี ทำให้ส่วนหัวตารางในวีคนี้คึกคักไปด้วยกองทัพหนังเข้าใหม่ที่เข้ามากอบโกยเงินจากคนดู หลังจากที่ปล่อยให้ซบเซามายาว ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นปี ดูเหมือนว่าสัปดาห์นี้จะเริ่มกระปรี่กระเป่าขึ้นมาแล้ว

เพราะการมาของหนังรัก..กลิ่นน้ำเน่าที่มาพอดีจังหวะกับช่วงเทศกาลวันแห่งความรัก "Wuthering Heights" ที่ถูกหมายตาว่าจะเป็นหนังฮิตเรื่องแรกของปี 2026 แต่ว่าดูทรงผลลัพธ์ที่ออกมานั้น ก็จัดได้ว่ายังไม่ร้อนแรงได้อย่างที่คิดเอาไว้ เพราะหนังทำเงินเปิดตัว 3 วันแรกที่ 34.8 ล้านเหรียญ จาก 3,682 โรงฉาย คิดเห็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงประมาณ 9,500 เหรียญ เป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน้อยกว่าที่หลาย ๆ ฝ่ายเคยคาดการณ์กันเอาไว้ว่าหนังน่าจะออกสตาร์ทแรงในระดับ 40 ล้านเหรียญขึ้นไป

แต่กระนั้นนักวิเคราะห์เชื่อว่า Wuthering Heights จะสะสมรายได้ถึง 40 ล้านเหรียญพอดี เมื่อรวมยอดในวันหยุดวันจันทร์นี้ ถึงจะไม่ได้เปิดตัวได้ร้อนเร่าอย่างที่คิด แต่หนังเรื่องนี้ก็กลายเป็นหนังเรื่องแรกในปี 2026 ที่เปิดตัวได้แรงที่สุดนับตั้งแต่เปิดปีนี้มา ตัวแปรสำคัญที่ทำให้รายได้หนังไม่ค่อยพุ่ง ก็น่าจะเป็นกระแสรีวิวของหนัง ที่ได้ผลลัพธ์ในทิศทางค่อนข้างเสียแตกไม่น้อย เพราะมีทั้งฝั่งที่ชอบและฝั่งที่ไม่ชอบปะปนกันไป คะแนนเฉลี่ยจากนักวิจารณ์ล่าสุดอยู่ที่ 63% ขณะที่ผู้ชมตัดให้แค่เกรด B กับหนังเรื่องนี้

อย่างไรก็ตาม Wuthering Heights ฉบับนี้ที่อาจจะดูฟอร์มใหญ่เป็นพิเศษ แต่หนังก็ใช้ทุนสร้างไปราว ๆ 80 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่ได้รวมงบประมาณการโปรโมตหนัง จัดได้ว่าหนังเป็นเพียงแค่หนังทุนสร้างกลาง ๆ และหนังก็ทำเงินเปิดตัวในตลาดทั่วโลกไปได้ที่ 42 ล้านเหรียญ นั่นจึงหมายความว่าหนังสะสมรายได้เอาไว้ที่ราว ๆ 80 ล้านเหรียญได้พอดี หลังจากนี้คงจะต้องมาติดตามดูว่า หนังจะยังยืนโรงฉายได้ยาว ๆ หรือต้องเจอกับภาวะคนดูเท

รองแชมป์วีคนี้เป็นหนังแอนิเมชันกีฬา "GOAT" ที่ออกสตาร์ทรายได้ 3 วันแรกได้น่าประทับใจไม่แพ้กัน ที่ 26 ล้านเหรียญ จาก 3,863 โรงฉาย คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงที่ 6,700 เหรียญโดยประมาณ คาดว่าหนังจะเก็บรายได้ 4 วันแรกรวมช่วงวันหยุดไปที่ 32 ล้านเหรียญ ต้องขอบคุณช่วงเวลาฉายที่เหมาะเจาะ เพราะก่อนหน้านี้ก็แทบจะไม่มีหนังการ์ตูนเสิร์ฟเลยนับตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่ชาเลนจ์ใหญ่ ๆ ของหนังก็คือการทำเงินให้ถึงจุดคุ้มทุนสร้าง เพราะใช้เงินลงทุนไปถึง 80 ล้านเหรียญ ก็หวังว่าหนังจะยืนโรงฉายได้ในระยะยาว

เปิดตัวใหม่ตามมาอีกเรื่องก็คือ "Crime 101" หนังอาชญากรรมรวมดาราตัวเป้ง ๆ ที่แทรกตัวเข้ามาอยู่ในอันดับที่ 3 กับรายได้เปิดตัว 15.1 ล้านเหรียญ จาก 3,161 โรงฉาย คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงเกือบ 4,800 เหรียญ ถือว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ดีแต่ก็ไม่ได้แย่นัก เพราะอย่างน้อย ๆ หนังก็โกยเสียงรีวิวไว้ค่อนข้างดี เห็นได้จากคะแนนเฉลี่ยถึง 87% แต่เป้าหมายที่ดูจะสาหัสสุด ๆ ก็คงจะเป็นทุนสร้างระดับ 90 ล้านเหรียญของหนังเรื่องนี้ มองไปทางไหนก็สัมผัสได้ว่าหนทางหนักหนาเหลือเกิน

น่าประหลาดใจที่สุดสัปดาห์นี้พบว่าหนังเก่าค้างโปรแกรมฉายบนบ็อกซ์ออฟฟิศหลายเรื่อง ต่างทำเงินลดลงต่อสัปดาห์ในปริมาณที่น้อยนิดทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น "Send Help" ที่ตกมาจากแชมป์ แต่รายได้แทบไม่เปลี่ยนแปลง เก็บไปอีก 8.9 ล้านเหรียญ ทางด้านหนังรัก "Solo Milo" ก็ดึงดูดสาว ๆ เป็นคอนเทนท์หนังรักในปีนี้ ทำเงินไปอีก 6.8 ล้านเหรียญ ลดลงมาแค่ -3% เท่านั้น และ "Zootopia 2" ที่แม้จะมีการ์ตูนใหม่มาแย่งซีนแล้ว แต่วีคนี้ก็ยังทำเงินลดลงไปแค่ -6% เท่านั้น เก็บไปเพิ่มอีก 3.7 ล้านเหรียญ ตามลำดับ

ขณะที่หนังในอันดับอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็ยังมี "Good Luck, Have Fun, Don’t Die" หนังไซไฟตลกร้ายเรื่องใหม่ของผู้กำกับ แมทธิว โรบินสัน เป็นหนังขวัญใจนักวิจารณ์ แต่อาจจะทำเงินได้เรื่อย ๆ บนบ็อกซ์ออฟฟิศ เปิดตัวที่ 3.6 ล้านเหรียญ จาก 1,610 โรงฉาย ที่ถือว่าไม่มากไม่น้อยเท่าไหร่ ทางด้านหนังคอนเสิร์ตตำนานเพลงร็อก "Nirvanna the Band the Show the Movie" ก็เรียกแฟน ๆ มาตีตั๋วได้อยู่ เปิดตัวที่ 1.25 ล้านเหรียญ จากการฉายแค่ 365 โรงฉายทั่วอเมริกา

สำหรับสัปดาห์ถัดไปก็น่าจะเป็นช่วงเบรกอีกรอบ เพราะไม่ได้มีโปรแกรมหนังเข้าใหม่ที่น่าดึงดูดใจมากนัก นำมาด้วยหนังตลกร้ายเรื่องใหมของ เกลน โพเวลล์ ใน "How to Make a Killing" ตามมาด้วยความสะพรึงสุดจิต "Psycho Killer" ร่วมด้วยภาคต่อหนังดรามาอิงศานา "I Can Only Imagine 2" พร้อมด้วยหนังฟีลกู้ดรุ่นใหญ่ "Midwinter Break" โดยที่หนัง LGBTQ+ สุดฮอต "Pillion" ก็จะได้ฤกษ์ฉายวงกว้างอย่างเป็นทางการ

Source: TheNumbers

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

-------------------------------------

>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<

หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa