[US Box Office] "Moana" ฉบับไลฟ์แอคชัน เผชิญหน้าลมมรสุม ลอยโคลงเคลงยังไม่ถึงฝั่งฝัน
Box Office Moana
บ็อกซ์ออฟฟิศอเมริกา รายงานอันดับหนังทำเงินประจำสุดสัปดาห์วันที่ 10-12 กรกฎาคม 2026 - ครึ่งแรกของซัมเมอร์ปี 2026 ทำเอาไว้ได้ค่อนข้างทรงดีกว่ามาตรฐาน แต่ดูเหมือนว่าครึ่งหลังของซัมเมอร์ปีนี้ เริ่มออกทรงกระท่อนกระแท่นเประปรายกันออกมาแล้ว เพราะสุดสัปดาห์นี้ที่เคยเต็มไปด้วยอีกความคาดหวังประจำฤดูร้อน การละเลงสร้างสรรค์แต่งเติมจินตนการอีกครั้งในฉบับไลฟ์แอคชันจากหนังการ์ตูนเรื่องดังของดิสนีย์ ที่ถูกมองว่าเป็นบล็อกบัสเตอร์ที่ต้องเฝ้าจับตาดูให้ดี ๆ แต่สถานการณ์ตอนนี้อาจจะไม่ใช่แล้ว ไม่ต่างกับการเผชิญหน้าลมมรสุม ถาโถมยิ่งกว่าพลังของไต้ฝุ่นบาหวี่จากฝั่งเอเชีย การออกเดินเรือครั้งใหม่ ในรูปแบบใหม่นี้ ไม่ราบรื่นสักเท่าไหร่เลย
ถึงแม้ว่าจะเป็นตัวเป็นแชมป์หนังเรื่องใหม่ แต่ยังค่อนข้างอ่อนแรงกว่าที่คิดเอาไว้ สำหรับเวอร์ชันคนแสดงของ "Moana" ที่รีเมคสร้างมาจากแอนิเมชันเรื่องดังของดิสนีย์ในปี 2016 ที่ผลลัพธ์สุดสัปดาห์แรกออกมาที่ 43 ล้านเหรียญ จาก 3,875 โรงฉายทั่วอเมริกา คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงราว ๆ 11,000 เหรียญ กลายเป็นหนังไลฟ์แอคชันดิสนีย์ที่เข้าทำเนียบเปิดตัวได้ต่ำกว่ามาตรฐานปกติ อยู่ในระดับเดียวกับ Dumbo และ Snow White เมื่อปีที่แล้ว
ไม่ใช่แค่ในอเมริกาที่เรือพายไม่ออก ในตลาดหนังทั่วโลกก็ไม่ค่อยมีคลื่นลมผลักดันเท่าที่ควร เพราะหนังเปิดตัวนอกอเมริกาไปได้ตัวเลข 52 ล้านเหรียญ เท่ากับว่าสัปดาห์แรก Moana โฉมใหม่เรื่องนี้เปิดตัวทั่วโลกไปไม่ถึงหลักร้อยล้ายตามที่คิดเอาไว้ ได้อยู่ที่ 95 ล้านเหรียญ ท่ามกลางสถานการณ์์ที่พลิกขั้ว เพราะหนังเรื่องนี้ลงทุนสร้างด้วยทุนสูงถึง 250 ล้านเหรียญ โดยที่ยังไม่รวมงบประชาสัมพันธ์หนัง ผู้เชี่ยวชาญมองว่าหนังน่าจะทำให้เงินทั่วโลกให้ได้ทะลุ 400 ล้านเหรียญขึ้นไป ถึงจะผ่านจุดคุ้มทุนในระดับหนึ่ง แต่ดูจากแรงในการออกสตาร์ทแล้ว...ค่อนข้างยาก
Moana ถือว่าเปิดตัวในอเมริกาได้ค่อนข้างต่ำกว่าที่ดิสนีย์คาดการณ์เอาไว้ ที่ 60-65 ล้านเหรียญในอเมริกาสุดสัปดาห์แรก และเคยหวังว่าจะโกยเงินเปิดตัวได้ทั่วโลกได้ที่ 140 ล้านเหรียญขึ้นไป แต่ความฟุ้งฝันนั้นไม่บังเกิดขึ้นเสียแล้ว ทำให้ตอนนี้หนังถูกจัดให้อยู่เรตเดียวกับ Snow White 2025 และ The Little Mermaid ฉบับคนแสดง ปัจจัยหลัก ๆ ที่ทำให้รายได้หนังสั่นคลอนก็คือคำวิจารณ์ที่เละเทะของหนัง นักรีวิวมอบคะแนนให้แค่ 33% เท่านั้น แม้ว่าฝั่งผู้ชมจะเทให้ถึง 90% และ A- ที่หน้าโรงหนัง อีกปัจจัยที่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า Moana ไม่ค่อยประสบความสำเร็จเท่าที่ควร เพราะหนังไร้ความคลาสสิก เนื่องจากเป็นการรีเมคใหม่จากหนังที่มีอายุไม่ครบ 10 ปีพอดีด้วยซ้ำ
ขณะที่อันดับที่ 2 กับที่ 3 ก็ล้วนแต่เป็นหนังครอบครัวทั้งคู่ ทำให้ Top 3 หนังทำเงินในอเมริกาวีคนี้มาในแนวใส ๆ "Minions & Monsters" ก็แผ่วแรงลงมาอีก -45% เก็บไปเพิ่ม 20.5 ล้านเหรียญ โดยที่หนังสะสมยอด 12 วันแรกไปได้ที่ 108 ล้านเหรียญ ตามมาไม่ห่างก็คือ "Toy Story 5" ดร็อปลงมาอีกแค่ -39% เพิ่มอีก 18.5 ล้านเหรียญ ตอกย้ำการเป็นอีกคอนเทนต์สุดปังในซัมเมอร์ปีนี้ เพราะหนังเพิ่งจะทะยานรายได้ทะลุ 403 ล้านเหรียญไปสด ๆ ร้อน ๆ ขณะที่รายได้รวมทั่วโลกก็ขยับไปถึง 880 ล้านเหรียญ ยังมีโอกาสอีกนิดหน่อยที่น่าจะไปถึงพันล้าน
เปิดตัวใหม่แทรกเข้ามาให้อันดับที่ 4 ก็คือ "Evil Dead Burn" ภาคล่าสุดของจักรวาลผีอมตะ ที่กลับมาหลอกหลอนผู้ชมอีกครั้ง กับรายได้เปิดตัว 3 วันแรกที่ 13.7 ล้านเหรียญ จาก 3,004 โรงฉาย คิดเป็นรายได้เฉลี่ยต่อโรงประมาณ 4,500 เหรียญ นับว่าเป็นการกลับมาที่เหมือนจะดูดีแต่กระแสค่อนข้างเงียบกริบ ท่ามกลางกระแสหนังสยองขวัญเมื่อ 1-2 เดือนเคยร้อนแรงมาก ๆ แต่กระแสเหล่านั้นไม่บังเกิดขึ้นกับหนังเรื่องนี้ และยังถือว่าเป็นการเปิดตัวได้น้อยกว่าที่สตูดิโอคาดการณ์เอาไว้ กว่าน่าจะอยู่ในระดับ 20 ล้านเหรียญในวีคแรก
แต่ใด ๆ Evil Dead Burn ก็เป็นหนังที่นักวิจารณ์อ้าแขนต้อนรับอีกครั้ง เพราะได้คะแนนรีวิวน่าพอใจที่ 72% แม้ว่าจะออกสตาร์ทได้คนละชั้นกับภาคที่แล้ว เมื่อ 3 ปีก่อน แต่ไม่ต้องกังวล เพราะหนังชุดนี้มักจะไม่ใช้ทุนสร้างที่สูงอะไร และน่าจะคุ้มทุนสร้างได้ไม่ยากเย็น ยังคงเดินหน้าเสิร์ฟแฟน ๆ จักรวาลนี้อยู่ต่อไป เพราะในอีก 2 ปีข้างหน้าต่อจากนี้ ก็มีภาคใหม่จดจ่อรอฉายอยู่ในปี 2028 แล้ว ผีตนนี้ยังอมตะสมชื่อ
หนังอินดี้กระแสแรงในฤดูร้อนปีนี้ อย่าง "The Invite" จากค่าย A24 ได้ฤกษ์ฉายเป็นวงกว้างแล้ว ทำให้ขยับขึ้นมาอยู่ในอันดับที่ 6 ของตาราง กับรายได้เพิ่ม 5.7 ล้านเหรียญ จาก 1,610 โรงฉายทั่วอเมริกา นี่คือหนังตลกร้ายรวมดาราที่เป็นผลงานล่าสุดจากฝีมือการกำกับของดาราสาว โอลิเวีย ไวลด์ ที่หลังจากฉายมาสู่สัปดาห์ที่ 3 ก็ได้กระแสปากต่อปากสนับสนุนเป็นอย่างดี วีคนี้ก็เข็นรายได้มาอยู๋ 7.4 ล้านเหรียญ
ส่วนอันดับอื่น ๆ ที่น่าสนใจก็มี "Young Washington" วีคที่ 2 ของการฉายทำเงินดร็อปลงมาแรงถึง -67% สะสมยอด 10 วันแรกในบ้านไปได้ 33 ล้านเหรียญ ทางด้าน "Obsession" ที่กำลังจะย้ายไปเริ่มฉายแบบออนไลน์แล้ว แต่รายได้ก็ยังทรงตัวต่อเนื่อง วีคนี้ทำเงินลดลงไปแค่ -27% เท่านั้น กระตุ้นยอดล่าสุดขยับไปที่ 253 ล้านเหรียญ ขณะที่ฮีโร่พันธุ์น้องสาวก็ไม่ไหวแล้วจริง ๆ "Supergirl" ทำเงินลดลงไปอีก -59% ในวีคที่ 3 สะสมยอดล่าสุดในอเมริกาไปได้แค่ 66 ล้านเหรียญ กับยอดทั่วโลกที่ยังไม่ถึง 115 ล้านเหรียญเลย จอดสนิทนะหนู
และในอันดับที่ 11 วีคนี้เป็นการเปิดตัวเบา ๆ ของหนังตลกรวมดารานอกกระแสอีกเรื่อง "Gail Daughtry and the Celebrity Sex Pass" ที่ออกสตาร์ทได้แบบกรุบกริบ ตัวเลขไม่ถึงหลักล้านที่ 875,000 เหรียญ จาก 1,000 โรงฉาย เป็นตัวเลขที่อาจจะไม่ได้มีอนาคตยืนยาวบนบ็อกซ์ออฟฟิศมากนัก แม้ว่าหนังเรื่องนี้จะได้กระแสจากคำวิจารณ์ค่อนข้างน่าพอใจ เพราะเห็นได้คะแนนระดับ 79% เลยทีเดียว
มาลุ้นกันต่อในสัปดาห์ถัดไป การกลับมาของเสด็จพ่อ คริสโตเฟอร โนแลน ในหนังมหากาพย์ฟอร์มใหญ่ "The Odyssey" ที่แรก ๆ ก็ดูทรงมั่นใจว่าน่าเกรงขามและกวาดเงินได้แน่ ๆ แต่กระแสดรามาที่กระทบกระเทือนตัวหนังแบบฉ่ำ ๆ ตอนนี้ เริ่มทำให้สถานการณ์บนบ็อกซ์ออฟฟิศของหนังเรื่องนี้เอาแน่เอานอนไม่ได้เสียแล้ว มาถึงกันว่าหนังเบอร์ใหญ่ที่จะเข้าฉายเด็ดเดี่ยวในวีคถัดไปนี้ จะทำผลลัพธ์ออกมาได้สมราคาการเป็นหนังของเสด็จพ่อหรือไม่
Source: TheNumbers
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- [US Box Office] ฉลองวันชาติอเมริกา "Minions & Monsters" ยึดแชมป์แต่..แผ่วแรงที่สุดในเฟรนไชส์
- [US Box Office] บินไม่สูง..แบบใครเขา "Supergirl" โฉบทำเงินด้วยท่วงท่าที่ได้แค่เป็นรอง
- [US Box Office] ยิ่งเยอะภาค ยิ่งมากทรัพย์ "Toy Story 5" ผงาดเปิดตัวแรงที่สุดในรอบปีนี้
- [US Box Office] ไซไฟฉบับสปีลเบิร์กยังใช้ได้ "Disclosure Day" ออกสตาร์ทไม่มาก แต่ก็ไม่น้อย
- [US Box Office] ตำนานยำจี้หวนบัลลังก์ "Scary Movie" ประกาศศักดาว่า...ยังแจ่ม!
------------------------------------
>> ดูหนังออนไลน์ได้ที่ Movie.TrueID <<
หากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับทรูไอดีสามารถเข้าไปได้ที่ TrueID Help Center เป็นช่องทางใหม่ที่ให้ข้อมูลและการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเกี่ยวกับทรูไอดี คลิกเลย >> https://bit.ly/3xEgdAa