รีเซต

"ไอซ์-แม่เอ๋" เปิดใจครั้งแรก "น้าค่อม ชวนชื่น" จากไปปีกว่า ลั่นทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้ (มีคลิป)

"ไอซ์-แม่เอ๋" เปิดใจครั้งแรก "น้าค่อม ชวนชื่น" จากไปปีกว่า ลั่นทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้ (มีคลิป)
EntertainmentReport3
15 ตุลาคม 2565 ( 09:00 )
411

ยังอยู่กับครอบครัวตลกชื่อดังผู้ล่วงลับ "น้าค่อม ชวนชื่น" ที่ลูกสาว "ไอซ์ ณพัชรินทร์ ปรีดากุล" และ "คุณแม่เอ๋ ประภาศรี ปรีดากุล" มาเปิดใจครั้งแรกกับชีวิตหลังจากนี้จะทำยังไงกันต่อ พร้อมย้อนเล่าวีรกรรม น้าค่อม ตำนานยืนหนึ่งเรื่องซ่อนเงินเมีย ที่มีมูลค่านับล้านบาท ผ่านทางรายการ "คุยแซ่บShow" ทางช่อง one31 ที่มี "หนิง ปณิตา" และ "เป็กกี้ ศรีธัญญา" เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

"ไอซ์-แม่เอ๋" เปิดใจครั้งแรก "น้าค่อม ชวนชื่น" จากไปปีกว่า ลั่นทุกวันนี้ยังทำใจไม่ได้

ความทรงจำของไอซ์กับพ่อคืออะไร?
ไอซ์ : คือพ่อไม่เคยตีหนูเลยค่ะ ทุกครั้งที่พ่อโดนแม่ดุ โดนแม่ตี พ่อก็จะบังหนูตลอด ยอมเจ็บตัวแทนหนูตลอด เรารู้สึกได้ว่าเขารักหนูมาก เขาจะพูดกับพี่ๆ นักแสดงคนอื่นว่าหนูคือคนที่ลำบากมาก เป็นเด็กต่างจังหวัดที่โตมาลำบากกินน้ำข้าว
แม่เอ๋ : ตอนมีไอซ์ พ่อค่อม เล่นลิเกได้ค่าตัววันละ 200 ก็เก็บเงินเพื่อจะคลอดลูก 3,500 ช่วงเข้าพรรษาลิเกก็จะหยุดเป็นเดือน ฝนตก เล่นไม่ได้ เขาก็เก็บเงิน 3,500 เพื่อคลอดลูก แล้วใช้ชีวิตประจำวันด้วยการหาปลา แกก็เลยบอกว่าไอซ์ลำบากที่สุด พอเราท้องคนที่ 2 เขาเริ่มเข้ามาเล่นตลกแล้ว พี่ค่อมรู้สึกไอซ์ลำบากมาก เขาจะรักมาก

แม่อยู่กับพ่อมากี่ปี?
แม่เอ๋ : 36 ปี

ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อที่เป็นอันดับ1?
แม่เอ๋ : เขาเป็นผัวที่พร้อมให้ เป็นผัวที่พร้อมอภัย เป็นผัวที่ใจดี เมียต้องการอะไร อยากได้อะไร แต่เมียบอกว่าหิว หรือเดินบ่นว่าวันนี้อยากกินราดหน้า แป๊บเดียว ขี่มอเตอร์ไซค์ไปซื้อให้

ขอบคุณคลิปจากรายการ คุยแซ่บShow

น้าค่อมทำแบบนี้มาตั้งแต่แรก?
แม่เอ๋ : ตั้งแต่แรก เสมอต้น เสมอปลาย เป็นผู้เสียสละ เงินถ้ามี 10 บาท ก็ให้เมียกิน 10 บาท ตัวเองเวลาเล่นลิเกได้200 เมื่อก่อน มีผ่อนชุดนอน ผ่อนอะไรต่างๆ ผ่อนไปแล้ว 100 บาท ตอนนั้นมีไอซ์ด้วย เขาบอกเธอกินกับลูกนะ เดี๋ยวฉันกินข้าวงาน คือเขาให้หมด ลูกกับเมียให้บอกว่าอยากได้อะไร เป็นคนน่ารักมาก

เรื่องซ่อนเงินเป็นซิกเนเจอร์ของน้าค่อมนะ ตอนอยู่ว่าดุเดือดแล้ว แต่เมื่อเร็ว ๆ นี้เจอเงิน?
ไอซ์ : เจอ 2 ที่
แม่เอ๋ : เจอเงินในเบาะมอเตอร์ไซค์ มอเตอร์ไซค์แกจะเปลี่ยนทุกไตรมาส ทุกซีซั่นที่ออกมา วันนั้นจะเอาไปข้างนอกหลังจากที่ครบ 2 เดือนกักตัวเสร็จแล้ว อยากออกไปข้างนอกบ้าง ไปทำบุญ ไปซื้อยา บอกลูกชายจะไปเปิดประตูรั้วบอกลูกชายคนเล็กลองเปิดเบาะมอเตอร์ไซค์สิ เผื่อพ่อเอาอะไรไว้ในเบาะมอเตอร์ไซค์ พอเปิดก็เจอซองสีน้ำตาล เงิน 200,000 อยู่ในนั้น

เห็นบอกว่ารอบสองเจอเป็นล้าน?
แม่เอ๋ : รอบสองเจอหลังรถ ประมาณ 3-4 เดือน ลูกชายคนที่ 2 บอกว่าแม่ไม่ดูรถพ่อสักที เผื่อแกเอาอะไรไว้ที่ไหน เราก็บอกยังอะ ยังขี้เกียจ ยังทำใจไม่ได้ว่าจะเจอหรือไม่เจอ วันนั้นลูกก็ไปค้น ๆ ทุกอย่าง แล้วเจอชุดกระเป๋าลิเกแก ลูกชายก็ดึงมาทีละอัน ก็เห็นผ้าม้วนอยู่ทำไมถึบหนักและก้อนใหญ่ขนาดนี้ ก็สะบัดออกมา หนึ่งล้าน

ทำไมแกชอบซ่อนเงิน แกสนุกเหรอ?
แม่เอ๋ : แกเป็นโรคจิต
ไอซ์ : ขำ ๆ นะทุกคน
แม่เอ๋ : แกจะมองว่าแกไม่อยากขอเงินเมีย คือเงินเข้าบ้านแล้วไม่อยากขอเงินออก ไม่ว่าจะขับรถมอเตอร์ไซค์ รถเก๋งเติมน้ำมันเต็ม 1 ถังเป็นเงินประมาณ 1,800-2000 บาท ฉันให้คุณเงินไปทำงานด้วย ฉันให้คุณ 500 ไปทำงาน แต่น้ำมันคุณเต็มไปเต็มกลับ คุณเติมได้ไหม คือฉันรู้อยู่แล้ว แต่ฉันไม่สนใจ

ล่าสุดไม่ใช่แค่เงินนะ แต่ไปเจอเพชร เจอพลอย?
แม่เอ๋ : ตู้เสื้อผ้าของแก ก็จะเป็นสูทของแก ก็พิจารณาว่าตัวไหนควรเก็บเข้ากล่อง ล้วงไปในกระเป๋าก็มีแหวนเพชร 4 วง
ไอซ์ : เขาชอบเพชรมาก
แม่เอ๋ : ล้วงไปอีกตัวนึงเป็นกำไลเพชรมาอีก อีกตัวนึงก็เป็นกำไลเพชรอีก ไม่รู้จะซื้อไว้ทำอะไร

ตอนนี้รื้อบ้านครบทุกมุมยัง?
แม่เอ๋ : ตอนนี้ไม่กล้าให้ใครเข้าบ้านแล้ว ที่นอนแก 3 ฟุตที่แกนอนหน้าทีวี ที่นอนแกตอนที่แกติดโควิด เพราะฉะนั้นเป็นที่นอนแกต้องทิ้ง ทุกวันนี้ยังคิดอยู่เลย น้องที่เอาไปทิ้งมันดูให้หรือเปล่า ทุกวันนี้ดิฉันเข้าไปอยู่ในห้องก็ยังไม่รื้อนะ เป็นตู้ของแก เป็นตู้วางทีวีที่แกชอบเอาอุปกรณ์ เอานาฬิกาไปใส่ ฉันยังไม่กล้านะ ทำใจอยู่พักใหญ่ ๆ เลยที่จะค่อย ๆ รื้อ จะเป็นเงินที่แกแทงสนุ๊ก เป็นแบงค์ 20 เป็นปึก ๆ ห่อถุงพลาสติก ตรงนี้ 20,000 ตรงนี้ 10,000 ตรงนี้อีก 30,000 แบงค์ 20 ไม่ใช่แบงค์ใหม่ด้วย เป็นแบงค์ที่เก็บไว้นาน จนเหลืองแล้ว ทุกวันนี้มีความรู้สึก 2 อย่างมาตีกันเลยนะ 1.ดีใจว่าผัวคืนให้ แต่โกรธที่ว่ามึงขโมยตังกูล้านกว่าเนี่ยนะ ครั้งแรกที่จับได้ว่าแกซ่อนตัง ค่าตัววันละ 200 ตอนนั้นเราอยู่บ้านลิเกที่ต้องอยู่รวมกัน แล้วพี่ค่อมจะเป็นช่างตั้งฉากลิเก หัวแกจะเป็นศิลปะ พอเขาโล๊ะ เราก็จะเป็นตัวต้น ๆ ที่จะเอาฉากลิเกไปทำอะไรก็ได้ แกก็จะเอาไปตั้ง ๆ ทำฉาก ทำห้องที่สวยงามมาก เราเป็นผัว เมียกัน ผัวก็จะนุ่งกางเกงในตัวเดียวนอน ไม่ได้มีกิจกรรมอะไรกัน แต่ความสบายกลับมานอน เราท้องแก่ไอซ์ เราก็นอน ได้ยินเสียง แกรกๆ ตกใจว่าเกิดอะไรขึ้น บ้านไม่มีที่ซ่อน เป็นสี่เหลี่ยม มีแค่ราวแขวนผ้า ผัวซ่อนตังไว้ในกางเกงใน เราก็หันหน้ามาเผชิญกับแกว่าทำอะไร ฉันก็ดึงแล้วกระชากมา

ที่ติดมาคือเงิน?
แม่เอ๋ : ผัวนี่แหละ มันเหมือนทำให้เราโกรธ แต่ในความโกรธเอามาพูดมันเป็นเรื่องขำ เรื่องโจ๊ก

เคยโมโหถึงกับตีกันเลย?
แม่เอ๋ : ชีวิตครอบครัว เราอยู่อีกที่ เขาอยู่อีกที่ พอเรามาอยู่ด้วยกันมันต้องปรับ ต้องจูน สมัยก่อน เราจูนผัวด้วยการตีผัว โชคดีแกเป็นคนไม่ทำร้ายเมีย พูดให้เจ็บช้ำน้ำใจไม่เคย ไม่เคยสู้เมีย วันนั้นที่ทะเลากันมันวิ่งชนประตูออกไปแจ้งตำรวจมาจับฉัน นี่เป็นครั้งแรกใน 1 ปี 9 เดือน ที่แม่ออกมาพูดกับคนแปลกหน้า และที่ยอมมาพูดตรงนี้ ถือว่าเป็นเซฟโซน เป็นที่ที่แม่พูดได้ พูดแล้วสบายใจ พูดแล้วไม่มีอันตรายมาหาแม่ ตัวแม่เอง แม่ไม่ได้อยู่บนโซเชียล ใครจะคอมเมนต์ด่า คอมเมนต์อะไร แม่ไม่สนใจ ทุกวันแม่ใีเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม เอาไว้กดช้อปซื้อเสื้อผ้า ดูคลิปทำอาหาร ใครจะมาคอมเมนต์ด่าอะไร แม่ไม่รู้ แม่ไม่ได้ฟัง แม่ไม่รู้ แต่คนที่รู้คือลูก แม่เลยไม่อยากให้มีอะไรที่มาทำให้ลูกแม่นั้นอีก

ตั้งแต่น้าค่อมเสีย แม่ไม่ไปตลาดเลย ทั้งที่แม่ชอบไปมาก?
แม่เอ๋ : ปกติชอบไปตลอดไปซื้อกับข้าว ในหมู่บ้านเราก็จะมีร้านอาหารตามสั่งประจำของเรา ข้างนอกเราก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวประจำของเรา พวกนี้ไปไม่ได้เลย ไม่ว่าจะไปตรงไหน ทุกคนแบบน้าเอ๋ แม่เอ๋ ร้องไห้แล้ว ร้องไห้ก่อนเราอีกเรารู้ว่าทุกคนรู้สึกดีกับเรา สงสารน้าค่อม ไม่น่าไปอย่างนู้น อย่างงี้ เรารู้ว่าทุกคนรู้สึกดีกับเรา แต่มันทำให้จิตใจเราดิ่งมันแย่
ไอซ์ : ในหมู่บ้านเราเป็นหมู่บ้านใหญ่ เป็นชุมชน มีร้านข้าว พระมารอตักบาตร มีหลายร้านอาหาร ตอนเช้า พ่อจะปั่นจักรยานตอน 6 โมง พ่อจะซื้อของตั้งแต่ร้านแรก ซื้อจนแม่ค้ารัก พอพ่อเสีย เราไปในหมู่บ้านแม่ค้าร้องไห้หนักกว่าเราอีก เวลาเจอแม่ สิ่งที่เขาทักแม่จะเป็นแบบน้าค่อม เสียดาย อย่างนู้นอย่างงี้ ที่แม่เขาไม่อยากไปคือเขาไม่อยากได้ยิน 
แม่เอ๋ : เรารู้ว่าทุกคนหวังดี รู้ว่าทุกคนพร้อมซัพพอร์ต แต่มันทำให้เราดิ่งลงไป เวลาเจอแม่อยากให้ทุกคนถามว่าวันนี้กินอะไร 

น้าเอ๋ฝันถึงน้าค่อมบ้างไหม?
แม่เอ๋ : ก็จะมีฝันถึงแก 2 ครั้ง ฝันว่าแกอยู่อีกบ้านหนึ่ง แต่งตัวไปทำงาน แกใส่เสื้อชีฟอง เราก็ถามทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าตัวเอง เอาเสื้อผ้าฉันไปใส่อีกแล้ว เป็นอะไรของเธอเนี่ย พี่เบิร์ตเขาก็ออกรับให้ว่าใส่เสื้อผ้าผู้หญิงมันสบาย ส่วนพี่ค่อมเวลาเราบ่นแกก็จะยิ้มอย่างเดียวไม่มีดึงหน้า
ไอซ์ : ไอซ์ก็ฝัน แต่ไม่ได้ฝันแบบคุยกัน ฝันว่าเรามาทำงานแล้วเจอเขาเดินผ่านไป ผ่านมา แฟนคลับก็มาถามว่าน้าค่อมชอบทานอะไร งวดนี้น้าค่อมให้เต็มๆ เชื่อไหมว่ามีทุกเดือน จนบางทีไอซ์ไปพูดหน้ารูปพ่อว่าให้แต่คนอื่น ไม่ให้ลูก ให้เมียบ้างเลย คือน่ารักมาก แฟนคลับ

อาหารมื้อสุดท้ายก่อนน้าค่อมไปโรงพยาบาล วันนั้นเขาอยากทานอะไร? 
แม่เอ๋ : ดิฉันทำกระเพราหมูชิ้นไข่ดาวให้แก แกทานอะไรง่าย ๆ แต่หมูต้องเป็นหมูชิ้น แกชอบทานแกงส้ม ต้มขาไก่กระดูกหมูทอดกระเทียม ไม่ได้อวยตัวเอง คืออะไรก็ได้ที่เมียทำ จากวันนั้นถึงวันนี้ถ้าไม่มีธุระคอขาดบาดตายดิฉันใส่บาตรให้ผัวทุกวัน

ภาพความทรงจำภาพสุดท้ายที่อยู่ในใจแม่เอ๋คืออะไร?
แม่เอ๋ : ประทับใจทุกส่วน พูดไม่ถูก เพราะช่วงชีวิตของแก แกเป็นแบบนี้ น่ารักแบบนี้เสมอ
ไอซ์ : คุณพ่อเป็นคุณพ่อใจดีกับลูกกับหลานทุกคน ความประทับใจของหนูคือความใจดีของพ่อ โชคดีของครอบครัวเรา คือเราเป็นครอบครัวที่สนิทกัน พูดคุย ตลก เราไม่ได้เป็นคนอบครัวที่แบบเสียดายจีงพ่อเสียแล้ว เราลืมทำอะไรแบบนี้ เราไม่เสียดาย เพราะเราถือว่าทุกเวลาที่เราอยู่ด้วยกันเราทำมาหมดแล้ว

เรื่องอื่น ๆ ผ่านไปแล้ว เราชาวพุทธ เรารู้อยู่ แรงโน้มถ่วงของกฎแห่งกรรมมันเกิดขึ้นเสมอ อโหสิกรรมเพื่อให้เราพ้นจากห่วงกรรมนั้น แล้วเราก็มูฟของเราไป?
แม่เอ๋ : แม่อโหสิกรรมให้ในส่วนของพ่อ

น้าค่อมจากไปปีกว่าแล้ว สภาพจิตใจเป็นยังไงบ้าง?
แม่เอ๋ : ดีขึ้น ดีกว่าในช่วงปีแรก

ยังร้องไห้บ่อยไหม?
แม่เอ๋ : ยังมีเป็นระยะ ๆ ที่พูดถึงแก

แสดงว่าช่วงแรกแม่ร้องไห้ทั้งวัน?
ไอซ์ : ไม่อยากเห็นแม่เลย พอเวลากลับไปหาแม่ พอเวลาเห็นแม่ ขอโทษนะคะ คุณแม่จะโทรมมาก ดูง่อม ดูแก่กว่าเดิมคือเขาอยู่กับที่ อยู่ที่โต๊ะกินข้าวที่นั่งกับพ่อที่เดิม คือเขาเป็นแม่บ้าน เขาไม่ได้มีกิจกรรมที่จะต้องออกไปไหน ไปทำอะไรเหมือนเราที่ต้องไปเจอคน เขาก็อยู่กับบ้าน ความดิ่ง ความจมแน่นอนมันมาอยู่แล้ว 100% แต่ว่าตัวเขาก็ยังดีค่อยๆพยายามดูแลตัวเอง แม่จะไม่พูดว่าตัวเองรู้สึกยังไง เพราะกลัวลูกสาวเครียด!
แม่เอ๋ : ไม่ ๆ ลูกเครียด ลูกก็ห่วงเรา ถ้าเรายิ่งทำให้ลูกเห็นลูกก็จะยิ่งแย่ ลูกมาถามแม่โอเคไหม เราก็บอกโอเคๆ ที่เราโอเคหรือไม่โอเค แต่เราโอเคตลอด แต่เวลาลูกไปก็เข้าโหมดใจเฉา

มีสื่อติดต่อขอสัมภาษณ์ตลอดเวลาปีกว่า แม่เองไม่เคยออกสื่อเลย?
แม่เอ๋ : ไม่กล้าออกสื่อ ไม่อย่างเดียว

เพราะอะไรอะแม่?
แม่เอ๋ : เราจะออกไปพูดอะไร ไปจะร้องไห้แล้วได้อะไร

ปกติจะไม่ร้องไห้ให้ลูกสาวเห็นเท่าไหร่ ครั้งนี้ร้องให้ลูกเห็นแล้วบอกว่าไม่อยากอยู่เมืองไทยแล้ว?
ไอซ์ : ใช่คือไอซ์ไปเที่ยวเกาหลีกับแบงค์ ลูก กลับมาปุ๊บแวะมาหาเขาที่บ้าน แล้วเขาหันมาหาเราบอกว่าพาแม่ไปอยู่เกาหลีหน่อยสิ พาแม่ไปอยู่ที่อื่นหน่อยสิ แม่ไม่อยากอยู่นี่แล้ว

จะย้ายไปอยู่อเมริกาถาวรจริงหรือเปล่า?
ไอซ์ : ก็มีแพลน คือเขาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว เขาไม่อยากเห็นหรือได้ยินอะไรที่เกี่ยวกับคุณพ่อ บางทีเราอยู่นานๆ ก็มีจุดอิ่มตัว เราก็กลับไปคิดกันกับแบงค์ว่าจะไปไหนกันดี เรารู้สึกว่าประเทศที่เราไปเรารู้สึกคุ้นเคย เราไปก็มีคนนั้น คนนี้ดูแลซัพพอร์ตให้คำแนะนำเราในการใช้ชีวิต ก็คิดว่าน่าจะถึงเวลาแล้วแหละที่จะต้องพาแม่ไปเปลี่ยนที่อยู่บ้าง ไปเปลี่ยนมุมมองใหม่ ๆ บ้าง

จะไปอยู่เลยเหรอ? 
ไอซ์ : คิดว่าจะเอาคุณแม่ไปลองอยู่ก่อน สัก 4-5-6 เดือนว่ากันไป หลังจากพ่อเสีย หนูไปประเทศไหน หนูเจอคนไทยเขาเดินมาร้องไห้กับหนูตลอดเลย
แม่เอ๋ : มีคนบอกว่าต้องมูฟออนได้แล้ว เห้ย...ลองเป็นคุณก่อน คุณลองมาเป็นตัวฉัน ผัวฉันไม่ได้เป็นมะเร็งตายไม่ได้เป็นไข้ตาย ไม่ได้เป็นอะไรตาย ผัวฉันติดโควิดตาย ติดโควิดจากที่คนที่เอามาติดโควิดกับผัวฉัน
ไอซ์ : คือคุณพ่อไม่ได้ผ่านการรักษา 1-2-3-4 ที่จะได้มีเวลาทำใจ เวลาได้พูด ได้คุย ที่แม่หมายถึงพ่อเขาติดโควิดปุ๊บวันนี้ได้คุย อีกวันไม่ได้คุยแล้วก็ยาวเลย
แม่เอ๋ : สเต็ปของพี่ค่อมคือ 1, 5 และ 10 แต่คนอื่นที่เป็นมะเร็ง เป็นอะไร นับเวลาถอยหลัง มีเวลาให้ทำใจ คือคำว่ากรีดร้องและร้องคว่ำครวญ ตั้งแต่โรงพยาบาลโทรมา แล้วบอกว่าผัวติดโควิด ดิฉันรู้เลยว่ามันเป็นการร้องไห้คร่ำครวญ ถ้าวันนั้นที่เราเดินไปส่งแกขึ้นรถ แล้วไหนๆ เราจะต้องติดแล้ว ดิฉันจะกอดแก หอมแก กอดกันให้แน่น ๆ กว่านั้นไม่คิดว่าแกจะไปแล้วไม่กลับ จะกอดแกให้แน่น ๆ ตอนอยู่โรงพยาบาล เราก็โทรคุย ถามแกตลอด

ณ วันนั้นที่บ้านใครเป็นคนติดคนแรก?
ไอซ์ : อาทิตย์แรกคุณพ่อ อาทิตย์ที่สองเป็นคุณแม่ อาทิตย์ที่สาม เป็นน้องสะใภ้กับหลาน 1 ขวบ แล้วน้องชายทุกคนถูกจับแยกออกจากบ้าน
แม่เอ๋ : หมอโทรมาบอกว่าพี่ค่อมติดโควิด เหมือนใครมากระชากใจ คำว่าร้องไห้คร่ำครวญ โหยหวนรู้เลยว่ามันเป็นยังไง ตัวเองต้องแอบไปร้องไห้หลังบ้านไม่ให้พี่ค่อมได้ยิน เราไม่รู้จะทำยังไง เราทำใจไม่ได้ที่จะไปบอกแกแบบนั้นมันแย่ ซึ่งตัวแกเอง ด้วยอาการที่เรามองเห็น เหมือนแกรู้ตัวเอง เหมือนแบบ โดนแน่ ๆ  เพราะตัวแกอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เป็นเราก็เดินไปบอกแก เธอผลทุกคนออกมาแล้วนะ ทุกคนไม่มี ฉันด้วย แต่ผลของเธอมันยังไม่ชัดเจน หมอขอตรวจซ้ำอีกรอบ แล้วหมอแนะนำว่าให้เธอแยกอยู่บนห้องได้ไหม เขาก็ลุกขึ้นไปอยู่บนห้อง ตอนนั้นคิดว่าเราเป็นแทนดีกว่า เราไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร มันเป็นภาพที่แย่มาก ที่แกเดินขึ้นไป เราก็ต้องหมั่นไปดูแล ถามจะกินอะไร พยายามทำเสียงให้ปกติ ๆ จนดิฉันติด ทีแรกไม่กล้าบอกแกว่าดิฉันติดโควิด แต่แกกังวัลตลอด ตัดสินใจว่าบอกแก เธอ ฉันติดโควิดนะ

ตอนนั้นน้าค่อมห่วงแม่เอ๋และหลานชายที่ยอนอยู่ด้วยกัน สรุปว่าติดทั้งคู่เลยเป็นความกังวลใจหนัก?
แม่เอ๋ : พอดิฉันบอกว่าติดแล้ว ตอนที่บอกตัวแกเองย้ายโรงพยาบาลแล้ว ไม่เป็นไร ใครติดไม่ติดก็เรื่องของเขา ฉันติดแล้วได้อยู่โรงพยาบาลเดียวกับเธอนะ เธออยู่ชั้น11 ฉันอยู่ชั้น 16 นะ หมอบอกว่าให้เธอสูดอ๊อกซิเจนเข้าปอดให้เยอะ ๆ ให้ปอดฟู ถ้าปอดฟูเมื่อไหร่เธอได้ถอดเครื่องช่วยหายใจเมื่อไหร่ เธอกับฉันจะได้ย้ายมาอยู่ห้องเดียวกัน ตอนที่บอกว่าติดโควิดเขาไม่พูดอะไรเลย เขาบอก อือ เหมือนคนจุกอก แล้ว 3 วันแกก็ทรุด แกก็ต้องย้ายโรงพยาบาลไปอีก แล้วเราจะมารักษาอยู่โรงพยาบาลนี้เพื่ออะไร อุตส่าห์ตามผัวมารักษาอยู่ที่นี่แล้วทำไมผัวยังหนีไปอีก
ไอซ์ : พ่อห่วงแม่ เขาไม่อยากให้แม่เป็นอะไรแหละ เขาเป็นคนที่รักภรรยา ทุกคนรู้กัน แล้วพอแม่ติด เขาก็ดิ่ง แล้วพอเขารู้จากแม่ เขาก็โทรมาหาไอซ์ทันที ที่ทุกคนบอกว่าไอซ์ใจดำว่าไอซ์อย่างนู้น อย่างนี้ คือเราได้รับสารมาจากพ่อเราแล้วก่อนที่เราเลือกที่จะใจดำ หรือเราเลือกที่จะทำอะไรก็แล้วแต่ เราไม่ได้อยากเป็นก้าวร้าวนะคะ แต่เราได้รับสารมาแบบนี้จากพ่อ แล้วหนูคิดว่าทำให้เขาแบบนี้มันผิดตรงไหน

แม่ทราบว่าน้าค่อมเสีย แม่จะกระโดดกน้าต่างโรงพยาบาล?
แม่เอ๋ : ณ ตอนนั้นเราเหมือนช็อก จะร้องไห้ยังไงดี จะทำยังไงดี คร่ำครวญ ทำไม ๆ ทำไมต้องมาทิ้งกัน ทำไมต้องมาจากกัน ทำไม แล้วตอนนั้นไม่อยากอยู่แล้ว ทำไม ๆ อุตส่าห์ตามมาหาผัว ผัวก็ยังหนีไปอีก อยากกระโดด ไม่อยากอยู่แล้ว แต่ตอนนั้นโชคดีประตูเขาปิดแล้วมันก็หนาเกินไป เครียดจนทุกอย่างในร่างกายดิ่งหมด ควาดัน เกล็ดเลือดอะไรต่ำหมด
ไอซ์ : เราต้องคอยบอกแม่ว่าแม่ต้องพยายาม
แม่เอ๋ : วันสองวันแรกคือทุกอย่างดิ่งหมด ดิ่งจนน้องพยาบาลเดินเข้ามา บอกว่าอยากคุยอะไรกับหนูไหม อยากพูดอะไรกับหนูไหม คือเราอยากร้องไห้ เราอยากกรี๊ดออกมาให้มันดัง ๆ แต่เราได้แค่ส่ายหน้าบอกว่าไม่เป็นไร ทั้งแม่เอง น้องเองทุกวันนี้ยังวนเวียนอยู่กับความคิดถึงแล้วไม่มูฟออน เพราะจริง ๆ แล้วมันมีความค้างคาใจ

อะไรอยู่ข้างในใจหรือเปล่ามันถึงยังเป็นแบบนี้อยู่?
แม่เอ๋ : ณ ตอนแรกเรามีความเจ็บช้ำน้ำใจ ทำไมเราผิดอะไร เราเป็นผู้สูญเสีย ทำไมทุกคนต้องมาว่าเรา 

สิ่งที่แม่ยังเจ็บช้ำน้ำใจ ทำไมคนต้องมาว่าเรา คนต้องมาโทษเรา อันนี้มันเกิดจากอะไร?
ไอซ์ : เขาจะว่าว่าเราใจดำ ใจแคบไม่มีใครเอาโควิดมาติดคนที่ตัวเองรักหรอก เรื่องบางเรื่องเราอยากออกมาพูด คนบอกตลอดว่าทำไมไม่ออกมาพูด ทำไมไม่ออกมาอธิบาย เราพูดไปพ่อเราไม่ได้ฟื้น

ไอซ์อยากจะบอกอะไรกับคนที่เขาไม่เข้าใจเรา?
ไอซ์ : ครอบครัวเราทุกคนที่ไม่ได้ออกสื่อ ใครออกมาพูดก่อนคนนั้นได้เปรียบอยู่แล้ว เพราะว่าเขาจะมองจากมุมนี้แล้วหันมาด่าเรา

ไอซ์เลือกที่จะเงียบ?
ไอซ์ : เราไม่อยากให้ค่า เรารู้สึกว่าอะไรที่ไม่ได้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้น แรก ๆ รู้สึกแย่มาก ร้องไห้ตลอด ร้องไห้เหมือนเราจะห้ามใจตัวเองไม่ไหว เพราะเราก็เป็นคนอารมณ์ร้อยเหมือนกัน จนแฟนเราห้าม ชื่อฉัน ๆ  จนวันนี้มันปีกว่าแล้ว คนเริ่มมาเข้าใจเรามากขึ้น เอาง่าย ๆ เลย พี่ ๆ ในวงการเข้าใจเรามากขึ้น

แสดงว่าก่อนหน้านั้นไอซ์กับคุณแม่เจอคนในวงการที่ไม่เข้าใจ?
แม่เอ๋ : ตัวแม่เองจะไม่ค่อยอะไร เพราะตัวแม่เองไม่ออกไปไหนเลย แต่ไอซ์ต้องออกไปทำงาน
ไอซ์ : ของหนูเคยออกไปทำงานแล้วเจอเพื่อนนักแสดงด้วยกัน เห้ยมึงกุให้กำลังใจนะ พ่อเขาให้ยาอะไรผิดเหรอ พี่เอ๊ะป่ะ หนูโคตรเอ๊ะเลย เราถามว่ารู้มาจากใคร เขาก็บอกว่ารู้มาจากพี่คนนี้ โอ๊ยย..กูไหว้อยู่ตั้งนาน อ่อเหรออะไรอย่างนี้คือเขาเป็นคนดี เป็นคนน่ารัก แต่ทำไมพี่คนที่เป็นต้นขั้วที่รู้แล้วมาบอกเพื่อนเรา ทำไมไม่ถามเรา เราก็รู้จักกัน เราก็พูดคุยกัน เราก็เจอกันอะไรอย่างนี้ เราฟังแล้วเอ๊ะเลย แสดงว่าหลังบ้าน หรือที่อื่น ๆ เขาต้องไปพูดต่อ ๆ กัน แบบบิดการรักษา บิดนู้น บิดนี่กันเยอะมากเลย

แล้วไอซ์อธิบายให้เพื่อนฟังไหม?
ไอซ์ : ไอซ์อธิบาย พ่อไอซ์แบบนี้นะ คุณพ่อรักษาทุกขั้นตอนแล้ว ให้ยาจนตับแตก ตอนที่คุณพ่อเสีย คุณหมอบอกว่าปลายนิ้วม่วงแล้ว แต่บอดี้เขาคือปกติเลยไม่มีอะไรน่ากลัว วันที่คุณพ่อเสีย เชื้อโควิดก็ยังอยู่ มันไม่หาย เรารักษาทุกขั้นตอนอยู่แล้ว พ่อเราคนหนึ่ง เราไม่มีทางปล่อย อะไรที่ทำได้เราต้องสู้ให้สุดอยู่แล้ว แล้วการที่มาทักเราแบบนี้ เราเอ๊ะเลย มีอะไรที่เราไม่รู้ เราพลาดตรงไหนไป ทำไมคนที่รู้ กับเราที่คุยกับหมอ หรือหมอไปคุยกับใครต่อหรือเปล่า ไอซ์เชื่อว่าคุณหมอโอเค แต่ไอซ์ก็คิดว่า ณ ตอนนั้นมันเป็นตอนใหม่ ๆ สารทุกคนแหละ ที่บอกว่าฉันรู้ ๆ แต่จริง ๆ แล้วมันไม่ใช่
แม่เอ๋ : มันคุยกันไปไกลมากเลย มาถามครอบครัวเราก่อน มาถามครอบครัวเราไหม เขาร้องไห้ทำไม เจ็บช้ำน้ำใจโกรธอะไร หรือมีอะไร

อีกเรื่องที่บอกว่าหนักมาก ๆ คือมีคนดราม่ากันตอนที่น้องทำเสื้อน้าค่อมออกมาก็บอกว่าเอาพ่อออกมาหากิน?
ไอซ์ : ตอนคุณพ่อเสีย เราทำเหมือนครบรอบ 100 วัน เราก็ทำเสื้อคุณพ่อออกมาขาย มันก็มีดราม่า เราทำขายแค่1000 ตัว ก็มีดราม่าว่า หากินกับคนตาย เกาะพ่ออีกแล้ว เอาเงินไปใช้สุรุยสุร่ายแน่ๆ ต้องหาเงินกันแล้ว หนูก็เลยคิดว่าเนี่ยคือคนที่เขาไม่ได้รู้จักเรา เพราะฉะนั้นพี่ถามว่าทำไมหนูไม่ออกไปแก้ตัว ไม่ออกไปพูด เรารู้สึกว่าเราไปคุยกับใครก็ไม่รู้ เหมือนเราคุยกับกำแพง เราพูดไปเรื่อย ๆ เขาก็ไม่เข้าใจเรา ที่เราทำเสื้อ แล้วคนมาด่าเรา เราอยากบอกว่าฉันเป็นลูก แต่คนที่ไม่ได้เป็นลูกทำกันเละเทะไปหมด ไม่เอาเวลาไปด่าเขา แล้วพอหนูทำหนูก็ได้เงินมาก้อนหนึ่ง หนูก็เอาเงินไปบริจาคให้กับโรงพยาบาลที่รักษาพ่อ

วันนั้นเจตนาจริง ๆ ที่ทำเสื้อ ต้องการอะไร?
ไอซ์ : ต้องการให้แฟนคลับพ่อได้ซื้อเสื้อ ได้ซื้อของของพ่อ เพราะว่าเสื้อจะเป็นหน้าพ่อ แล้วหลังเสื้อจะเป็นสกีนผลงานพ่อตั้งแต่เรื่องแรกยันเรื่องสุดท้าย แล้วเงินก็ไปบริจาค ณ ตอนนั้นเครื่องไม้ เครื่องมือยังไม่พอ

แล้วทำไมตอนนั้นถึงไม่ออกมาพูด?
ไอซ์ : หนูเป็นคนปากหนัก พูดไปมันก็เท่านั้น คือถ้าพูดไปแต่ใจเขาไม่ได้รักเราใจเขาไม่ได้พร้อมเชื่อเรา เหมือนเราคุยกับกำแพงจริง ๆ

ทั้งสองคนตอนนี้ยังต้องพบจิตแพทย์อยู่ไหม?
ไอซ์ : ตัวไอซ์หลังจากพ่อเสียประมาณอาทิตย์หนึ่ง หนูจะไม่นอน 24 ชม.ประมาณครึ่งเดือน ตัวเองคิดเองแล้วว่ามันเกิดจากอาการช็อกว่าพ่อเสียกะทันหัน เรารู้เรื่องมาทั้งหมดทุกครั้งที่เรานอนในหัวเราก็จะทวนเรื่องที่เราได้รับฟังจากคุณหมอมันหนัก จนเราไปทำงานก็ไม่ได้นอน พูดไม่รู้เรื่อง เราอึ้งบ้าง เพราะว่าหัวเรามันไม่ไป เราก็เลยเลือกที่จะไปพบจิตแพทย์ แล้วเขาก็ให้ยาเรามารักษา แต่ยาที่เขาให้มา เราไม่ได้ทานเลย เราแค่อยากรู้ว่าเราเป็นใช่ไหม แล้วสุดท้ายก็จริงว่าเราเป็นอย่างนั้น พอเรารู้เราก็กลับมารักษาตัวเอง กลับมาบำบัดตัวเราเอง มันต้องผ่านไปให้ได้ มันต้องปลดมันต้องวางได้แล้ว

ยาที่ให้มา คือเป็นยาให้หลับ รีแล็กซ์?
ไอซ์ : ใช่ให้นอน ให้ปรับสารเคมี แล้วหนูก็ไม่กล้าทาน หนูกลัวติด เราให้เวลารักษาตัวเราเอง เพราะเรารู้แล้วว่าต้นตอเราเกิดจากอะไร
แม่เอ๋ : ช่วงนั้นหนึ่งวันดิฉันมี 4 อารมณ์ 2 ชม.นี้เศร้ามาก ร้องไห้ เดี๋ยว 2 ชม.ถัดไป ผ่อนคลาย พอ 2 ชม.ต่อไป เกรี้ยวกราด
ไอซ์ : คือแม่เกรี้ยวกราดจริง ๆ จนเราพูดว่าแม่ใจเย็น ๆ 
แม่เอ๋ : ไปข้างนอก ไปตรงไหน พร้อมเกรี้ยวกราดใส่ลูก แต่ 2 ชม.ไปก็จะรู้
ไอซ์ : ไอซ์พยายามเบรกแหละ เพราะอะไรที่มันต่างกว่าเดิม จากเดิมเราจะรู้ โอเคแม่เป็นอย่างนี้ เราก็ต้องมาบอกให้น้องเข้าใจด้วย เดี๋ยวน้องจะน้อยใจว่าทำไมแม่ต้องไปหงุดหงิดใส่ ทำไมแม่ต้องโมโหใส่ เราก็อธิบายให้ทุกคนเข้าใจพอทุกอย่างมันผ่านไปได้เขาก็ปกติ

วันนี้โอเคกันแล้วหรือยัง?
แม่เอ๋ : ยังไม่โอเค ยังเหลือประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ก็ว่าได้ บางทีเราอยู่บ้าน เรามีจุดของเรา ตรงโซฟาก็เป็นที่ของพี่ค่อมเขา ถ้าวันไหนเขาไม่ทำงาน เขาก็จะดูทีวีทั้งวัน พอไม่มีแกเราก็อยู่ตรงนั้น ดูที่แกไม่ได้ เหมือนเราเดินออกประตูเรามีรองเท้า 2 คู่ ของเราและของแก พอวันหนึ่งออกจากบ้านมา เหลือของเราคู่เดียว เวลากินข้าว ตักใส่ 2 จาน มันเหลือจานเราคนเดียว
ไอซ์ : คือต้องบอกว่าเรา 3 คนพี่น้อง ทุกคนมีครอบครัว ก็เหลือแต่ตายาย
แม่เอ๋ : เราเข้าใจลูก ลูกพยายามเซฟเรา ลูกถามแม่อยู่ได้ไหม อยู่ได้ แต่พอเขาออกไป อยู่ไม่ได้
ไอซ์ : เวลาเขาไปไหนก็ไปด้วยกัน พ่อเลิกงานกลับมาถ้าที่บ้านไม่ทำกับข้าว เขาก็หิ้วกันสองคนไปทานข้าว

แล้วไอซ์วันนี้กลับมาใช้ชีวิตปกติหรือยัง?
ไอซ์ : มันต้องทำให้ได้ คุณแม้ก็ยังไม่เต็มร้อย ถ้าเราอ่อนแอ เราล้มมันก็จะกลายเป็นล้มแบบโดมิโน่ไปเลย เพราะฉะนั้นเราต้องยืนให้ได้ก่อน พอเรายืนได้ เราก็จะบอกแม่ได้ พอเรายืนได้ เราก็จะไปสอนน้องได้ เราก็จะไปสอนคนนั้นคนนี้ได้ ต้องทำให้ตัวเองเข้มแข็งให้เร็วกว่าเพื่อนมากที่สุด

อะไรที่ทำให้แม่รักน้าค่อมมากขนาดนี้?
แม่เอ๋ : บางคนเคยบอกว่าให้นึกเรื่องที่ไม่ดีของแก แล้วเราจะได้มูฟออนได้ แต่เชื่อไหม ดิฉันอยู่กับแกมา 36 ปี ดิฉันยังหาความไม่ดีของเขาไม่เจอเลย เขาเป็นคนที่รักลูกและรักเมียมาก เมียต้องอันดับ 1 ลูกอันดับ 2 เรื่องที่เขาทำคือเรื่องซ่องเงิน แต่มันไม่ใช่ปัจจัย เขาซ่อนเงินแอบไปออกรถให้ลูก ซ่อนเงินเพื่อไปเปลี่ยนแม็กซ์ให้ตัวเอง ซ่อนเงินแล้วขับรถดิฉันหายไปครึ่งวันแล้วขับกลับมาพร้อมป้ายแดง เปลี่ยนรถให้ตัวเอง เปลี่ยนแม็กซ์ให้ตัวเอง มอเตอร์ไซค์ให้ลูกคันนั้นคันนี้

คือชีวิตมีแต่ทำเพื่อครอบครัว?
แม่เอ๋ : เช้ากองนัด 10 โมง 7 โมงออกจากบ้าน ถ้าออกเลิก 5 โมง 5 โมงครึ่งถึงบ้าน ผัวดิฉันไม่เคยหายไประหว่างทางและเขาไม่เคยว่า นินทา หรือให้ร้าย หรือเอาเรื่องคนนั้นมาพูดตรงนี้ เอาเรื่องคนนี้มาพูดตรงนั้น

ติดตามชมรายการ "คุยแซ่บShow" ทุกวันจันทร์-วันศุกร์  เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

 

อ่าน ข่าวบันเทิงวันนี้ ที่เกี่ยวข้อง :